- หน้าแรก
- ศึกชิงเจ้าแห่งลอร์ด: พรสวรรค์ของข้าคือนิ้วทองคำ
- ตอนที่ 55 : ข้อมูลใหม่
ตอนที่ 55 : ข้อมูลใหม่
ตอนที่ 55 : ข้อมูลใหม่
ตอนที่ 55 : ข้อมูลใหม่
[ท่านเข้าสู่ช่องแชท 000233]
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฉันพร้อมด้วยผู้ติดตามแปดคนได้ปราบแกะน้ำแข็งระดับหนึ่งสองดาวได้แล้ว เพื่อเป็นการฉลอง ฉันได้วางขายเนื้อแกะ 100 หน่วยเพื่อแลกกับหิน เร่เข้ามา เร่เข้ามาสหาย!”
“สุดยอดไปเลยพวก!”
“เหอะ เนื้อแกะ 1 หน่วยแลกกับหิน 30 หน่วยงั้นเหรอ? นายคิดว่านายคือพ่อค้าหน้าเลือดงั้นเหรอ? ทนไม่ไหวแล้วพี่น้อง ด่ามันเลย!”
“ฉันคิดว่าฉันก็หน้าเลือดแล้วนะที่ขายผลไม้ป่า 1 หน่วยแลกกับหิน 10 หน่วย ฉันอาจจะไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ได้เลวเท่ากับนายแน่ๆ!”
“ฉันเป็นย่าของคนที่ขายเนื้อแกะเอง ฉันอบรมเขาไม่ดีและปล่อยให้เขามาสร้างปัญหาให้กับทุกคน ฉันจะพาเขากลับบ้านเดียวนี้แหละ ขอโทษทุกคนด้วยนะ”
“ฉันเพิ่งไปตักน้ำแร่มาเต็มถังเลย มีความสุขจัง~”
…
หลังจากมองดูช่องแชทอยู่สักพักและตรวจสอบศูนย์การค้า เล่ยเซียวก็ครุ่นคิดและพยักหน้า
ในตอนนี้ ลอร์ดส่วนใหญ่ก็เริ่มมีผู้ติดตาม 8 คนกันแล้ว และบาเรียป้องกันดินแดนของพวกเขาก็ได้หายไปแล้ว
ดังนั้นมันจึงเริ่มมีคนออกไปจากดินแดนเพื่อล่าสัตว์และรวบรวมทรัพยากรบ้างแล้ว
เมื่อตรวจสอบศูนย์การค้า มันก็มีผลไม้และผักป่าเป็นจำนวนมากถูกวางขายอยู่ รวมถึงเนื้ออีกเล็กน้อยด้วย
ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าลอร์ดบางคนจะมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ดีและอยู่ในดินแดนที่แห้งแล้ง แต่พวกเขาก็สามารถแลกเปลี่ยนอาหารเหล่านี้ได้ด้วยทรัพยากรระดับหนึ่ง และไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอาหารอีก
กล่าวโดยสรุป ลอร์ดส่วนใหญ่ในตอนนี้ก็ได้เข้าสู่ยุคการล่าสัตว์และทรัพยากรแล้ว
แม้ว่ามันจะมีผู้ติดตามบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บหรือตายไป แต่ปัญหาพื้นฐานที่สุดในการยังชีพก็ได้รับการแก้ไขไปแล้ว
“ดูเหมือนว่าคงจะมีลอร์ดบางส่วนที่อัพเกรดที่พักขึ้นเป็นระดับสองแล้วจากการแลกเปลี่ยนทรัพยากรใช่ไหม?”
หลังจากลังเลอยู่สักพัก เล่ยเซียวก็ตรวจสอบช่องแชทต่อ
“ฉันเพิ่งพบแผ่นหินในซากปรักหักพังของปราสาท ฉันขอแลกมันกับไม้ 1,000 หน่วย ห้ามต่อรองเด็ดขาด!”
“โอ้พระเจ้า ฉันซื้อไม่ไหวหรอก ฉันมีไม้แค่ 50 หน่วยเท่านั้นเอง”
“เหอะ ฉันเพิ่งตรวจสอบศูนย์การค้ามา ของแบบนี้ไม่มีความสามารถอะไรเลย”
“ถุย ใครจะไปอยากได้แผ่นหินไร้ประโยชน์แบบนั้นกัน?”
…
เมื่อเห็นข้อความนี้ แววตาของเล่ยเซียวก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
สำหรับเขาที่มีไม้กว่า 500,000 หน่วย มันจึงไม่ต่างอะไรจากของฟรีเลย
เขาซื้อมันทันทีโดยไม่ลังเล
หลังจากได้แผ่นหินนี้มาแล้ว เล่ยเซียวก็ตรวจสอบมันใกล้ๆ
แผ่นหินนี้มีขนาดเท่ากับสองฝ่ามือและมีความหนาประมาณ 1 เซนติเมตร
พื้นผิวดูไม่ต่างจากหินแกรนิตทั่วไป และให้ความรู้สึกเย็นเล็กน้อย
มันไม่มีตัวอักษรหรือลวดลายพิเศษอะไรปรากฏอยู่ และดูเหมือนจะเป็นเพียงกระเบื้องปูพื้นที่พบเห็นได้ทั่วไป
“ดูธรรมดาๆ ไม่มีความสามารถพิเศษหรือข้อความอะไรเขียนเอาไว้เลย ตามเนื้อเรื่องทั่วไป มันเป็นไปได้ไหมว่าจะมีทักษะอะไรบางอย่างผนึกเอาไว้”
ในขณะที่กำลังรู้สึกสับสนนั้น เล่ยเซียวก็ส่งกระแสจิตไปหาหู่จางและเฉาเหยียนผ่านระบบการสื่อสาร
และหลังจากการตรวจอยู่นาน พวกเขาก็ไม่รู้สึกว่าของสิ่งนี้มีอะไรพิเศษเลย และบอกว่ามันก็แค่แผ่นหินธรรมดาๆ เท่านั้น
“ช่างเถอะ นิยายต่างก็เป็นเรื่องลวงโลกทั้งนั้น ของแบบนั้นจะมีอยู่จริงๆ ได้ยังไงกัน?”
“...แต่แผ่นหินนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ไว้เมื่ออยากกินเนื้อย่างแผ่นหินก็ค่อยเอามันออกมาใช้ละกัน”
เล่ยเซียวโบกมือเพื่อให้ทั้งสองกลับไปทำงานต่อ ส่วนเขาก็เบ้ปากและเก็บแผ่นหินเข้าไปในสร้อยข้อมือ
หลังจากนั้นเล่ยเซียวก็ตรวจสอบศูนย์การค้าอีกครั้ง และพบว่ามันยังไม่มีทรัพยากรระดับสองวางขายอยู่เลย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงกลับไปดูช่องแชทอีกครั้ง
“สวัสดีทุกคน ถามอะไรหน่อยสิ ทำไมพรุ่งนี้ฉันถึงจะได้รับคำสั่งอัญเชิญ 3 อันเหรอ? ช่วยอธิบายหน่อย”
“ไอ้ขี้อวดเอ้ย แค่การเลื่อนระดับที่พักขึ้นเป็นระดับสองจะอวดอะไรกันนัก?”
“เห้อ ฉันล่ะอิจฉาพวกคนที่ยังมีที่พักอยู่ในระดับหนึ่งจัง อย่างน้อยพวกนายก็ยังมีความหวังอยู่บ้าง หลังจากพวกนายเลื่อนระดับที่พักขึ้นเป็นระดับสองแล้ว พวกนายจะได้รู้เองว่าทรัพยากรที่ต้องใช้ในการเลื่อนระดับต่อไปนั้นมากมายแค่ไหน”
“บ้าเอ้ย ทำไมถึงมีเสือหมอบมังกรซ่อนอยู่เยอะขนาดนี้? ทำไมฉันยังรวบรวมทรัพยากรได้ไม่ถึงครึ่งเลย?”
“จำพ่อค้าหน้าเลือดได้ไหม? เขาเลื่อนระดับที่พักได้เร็วขนาดนั้นได้ยังไงกัน? น่ากลัวจริงๆ”
“แต่ท่านเทพเล่ยเซียวเป็นคนแรกที่ทำพันธะยอมจำนนได้นะ! เขาคือผู้ปกครองของเผ่าหนึ่งไปแล้ว!”
“ฉันอยากจะร้องไห้จริงๆ ฉันกำลังจะถูกผู้ติดตามสาวยึดดินแดนไปแล้ว”
…
“วุ่นวายกันจริงๆ”
หลังจากมองดูอยู่สักพัก เล่ยเซียวก็เริ่มบิดขี้เกียจ และอดยิ้มแห้งๆ ออกมาไม่ได้
แต่ในไม่ช้า เล่ยเซียวก็ถูกดึงดูดสายตาด้วยข่าวใหม่
“สหาย มีใครปลุกพรสวรรค์ได้บ้างไหม?”
“พรสวรรค์เหรอ? มันมีช่องพรสวรรค์อยู่ในหน้าต่างข้อมูลนะ แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย!”
“ใช่แล้ว มีใครปลุกพรสวรรค์ได้จริงๆ ไหม?”
“ฉันปลุกพรสวรค์ได้แล้ว! พรสวรรค์ของพวกนายคืออะไรกันบ้าง?”
“พรสวรรค์ของฉันคือนักฝึกสัตว์รัตติกาล ฉันมีโอกาสวันละหนึ่งครั้งในการฝึกสัตว์อสูรหรือสัตว์ป่าระดับหนึ่งให้เชื่องในตอนกลางคืน โอกาสสำเร็จ 5%”
“เห้ย นายไปบอกคนอื่นง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไง?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! พวกนายนี่หลอกง่ายกันจัง ฉันจะไม่บอกใครหรอกนะว่าพรสวรรค์ของฉันคือนักหาแร่ ฉันสามารถค้นหาสายแร่และทรัพยากรระดับสูงอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้…”
“เข้าใจแล้ว ไม่แปลกเลยว่าทำไมพวกพี่ใหญ่ทั้งหลายจึงสามารถเลื่อนระดับดินแดนได้เร็วขนาดนี้ กลายเป็นว่าพวกเขาสามารถปลุกพรสวรรค์ของตัวเองได้กันนี่เอง ฉันล่ะอิจฉาจริงๆ”
“ผมอยากขอคำแนะนำจากพี่ใหญ่ทั้งสองหน่อยว่าผมจะปลุกพรสวรรค์ของตัวเองขึ้นมาได้อย่างไร?”
…
เมื่อเห็นข้อมูลใหม่นี้ เล่ยเซียวก็ขมวดคิ้ว
จนถึงตอนนี้มันก็มีลอร์ดบางส่วนที่สามารถปลุกพรสวรรค์ของตัวเองได้แล้ว
และเมื่อพิจารณาจากเนื้อหาของข้อความ พรสวรรค์เหล่านี้ก็มีอยู่หลายประเภทจริงๆ
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีใครอธิบายถึงเงื่อนไขการปลุกพรสวรรค์ขึ้นมาเลย
“ดูเหมือนว่าฉันต้องให้ความสำคัญเรื่องพรสวรรค์บ้างแล้ว”
“แม้ว่าลอร์ดในตอนนี้จะยังไม่มีภัยคุกคามอะไรต่อฉัน แต่ฉันก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่จะมีพรสวรรค์ที่ทรงพลังขึ้นหลังจากนี้”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สีหน้าของเล่ยเซียวก็ดูจริงจังขึ้นมาก
จากนั้นสิ่งที่ตามมาก็คือแววตาแห่งความคาดหวัง
“ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้กำลังน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสินะ”