- หน้าแรก
- ศึกชิงเจ้าแห่งลอร์ด: พรสวรรค์ของข้าคือนิ้วทองคำ
- ตอนที่ 52 : สิ่งมหัศจรรย์
ตอนที่ 52 : สิ่งมหัศจรรย์
ตอนที่ 52 : สิ่งมหัศจรรย์
ตอนที่ 52 : สิ่งมหัศจรรย์
เมื่อมองไปยังสีหน้าที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมของทุกคน เล่ยเซียวที่เพิ่งพูดจบก็อดรู้สึกเลือดร้อนขึ้นมาไม่ได้
จากนั้นเขาก็ตีเหล็กขณะที่ยังร้อนอยู่และเล่าเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่ตามอินเทอร์เน็ต
พร้อมกันนั้น เขาก็มีการออกมือออกไม้เพื่อเพิ่มความฮึกเหิมให้กับทุกคนด้วย
และเมื่อเล่าเรื่องจบ เขาก็ปิดท้ายด้วยคำพูดที่ว่า “ถ้าเข้าใจแล้วให้ปรบมือ”
อย่างไรก็ตาม มันก็มีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา ซึ่งมันก็ทำให้เล่ยเซียวรู้สึกอายไม่น้อยเลย
แต่เล่ยเซียวก็เข้าใจว่าว่าแม้เขาจะเลือกใช้คำปลุกใจได้ดี แต่เพื่อสร้างความฮึกเหิมให้กับทุกคนได้อย่างเต็มที่นั้น มันก็ยังขาดสิ่งสำคัญบางอย่างไป
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เล่ยเซียวก็เพ่งความคิด และกล่องผ้าไหมอันวิจิตรงดงามก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของทุกคน เล่ยเซียวก็ค่อยๆ เปิดกล่องผ้าไหม และเม็ดยาสีขาวราวกับหิมะก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทุกคน
นี่คือยาเวทมนตร์ระดับสอง—ยาควบแน่นพลังปราณนั่นเอง
ในตอนนี้ เล่ยเซียวก็มียาชนิดนี้อยู่กว่า 105 อัน ซึ่งเขาก็ใช้เองไม่หมดแน่ๆ
และด้วยความสามารถที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ได้อย่างถาวร มันจึงเหมาะสมที่จะใช้เป็นรางวัลให้กับเหล่าผู้ติดตามของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย และช่วยเพิ่มความฮึกเหิมของทุกคนได้เป็นอย่างดี
และที่สำคัญที่สุด มันยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งโดยรวมให้กับดินแดนของเขาได้ด้วย ซึ่งไม่ว่าจะมองจากมุมไหน มันก็ถือว่ามีประโยชน์มาก
ไม่ไกลจากเล่ยเซียว เหล่าครึ่งเอลฟ์และผู้ติดตามทั่วไปที่ได้กลิ่นหอมแปลกๆ ก็อดเผยสีหน้าสับสนออกมาไม่ได้
มันย่อมไม่ต้องพูดถึงกังซ่งและเหล่าผู้ติดตามระดับหนึ่งที่เป็นแค่ชาวบ้านและไม่เคยได้เห็นยาเวทมนตร์เช่นนี้มาก่อนเลย
แม้แต่เหล่าครึ่งเอลฟ์เองก็ดูสับสนเช่นกัน
พวกเขาอาศัยอยู่ภายในเขตแดนเวทมนตร์มาตั้งแต่เกิด ดังนั้นมันก็ไม่ต้องพูดถึงยาเวทมนตร์เช่นกัน เพราะแม้แต่กล่องผ้าไหม พวกเขาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน
ครึ่งเอลฟ์สาวหลายๆ คนกระทั่งจ้องมองไปยังกล่องผ้าไหมที่งดงามด้วยแววตาเป็นประกาย
มันต้องรู้ว่าแม้จะกินยาภายในกล่องไปแล้ว แต่มันก็ยังสามารถเก็บกล่องผ้าไหมนี้ไว้ได้ตลอดกาล และกล่องสวยๆ แบบนี้ก็เหมาะแก่การนำมาใช้เก็บของเล็กๆ น่ารักเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม มันก็มีข้อยกเว้นอยู่ในบรรดาเหล่าครึ่งเอลฟ์สาว และนั่นก็คือไป่จื่อนั่นเอง
เธอได้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับการฟังเรื่องราวการผจญภัย เธอจึงเป็นหนึ่งในครึ่งเอลฟ์เพียงไม่กี่คนในเผ่าพระจันทร์ขาวที่รู้จักยาเช่นนี้
“กลิ่นหอมสดชื่น พื้นผิวเรียบเนียนขนาดเท่าไข่นกกระทาสีน้ำเงิน… หรือว่านี่จะเป็นยาเวทมนตร์?”
เมื่อตระหนักได้เช่นนี้ ใบหน้าของไป่จื่อก็เต็มไปด้วยความตกใจและเธอก็อดโพล่งออกมาไม่ได้
ในเรื่องราวทั้งหลายของท่านปู่ทวด มันก็มีอยู่หลายเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับยาเวทมนตร์เช่นนี้ที่มักจะมาพร้อมกับความโลภและการฆ่าฟัน
และสาเหตุของเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมดนั้นย่อมมาจากมูลค่าที่สูงล้ำของยานี้
“ใช่แล้ว นี่คือยาเวทมนตร์”
เล่ยเซียวพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและเริ่มอธิบาย “ชื่อของยานี้คือยาควบแน่นพลังปราณ และมันก็เป็นยาเวทมนตร์ระดับสอง”
“หลังจากใช้ยานี้แล้ว มันจะเพิ่มความแข็งแกร่งของผู้ใช้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับสองเก้าดาวได้ 1-3 ดาว และไม่มีผลเสียใดๆ”
หลังจากได้ยินคำพูดของเล่ยเซียว ทุกคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็อดอึ้งไปเหมือนกับไป่จื่อไม่ได้ จากนั้นพวกเขาก็เผยสีหน้าตกตะลึงออกมา
นี่คือยาเวทมนตร์ในตำนานสินะ!
ด้วยความสามารถอันน่ามหัศจรรย์เช่นนี้ มันก็ช่างสมกับคำว่าเวทมนตร์จริงๆ!
มันต้องรู้ว่าแม้ว่าจะเป็นคนที่มากพรสวรรค์ แต่ถ้าอยากจะเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นมาสักดาว มันก็อาจจะต้องใช้เวลาหลายปี และต้องพยายามอย่างหนักด้วย
แต่ยาเม็ดเล็กๆ อันนี้กลับสามารถเพิ่มพลังได้ตั้งแต่ 1-3 ดาว ดังนั้นความสามารถของมันจึงเรียกได้ว่าน่าอัศจรรย์มาก!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันมีข่าวลือว่าตัวตนที่ทรงพลังหรือกระทั่งขุมกำลังที่ทรงอำนาจทั้งหลายได้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงสิ่งนี้กันโดยไม่ลังเล
กลายเป็นว่าพวกเขาได้ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงของที่น่ามหัศจรรย์เช่นนี้นี่เอง!
และก็ไม่น่าเชื่อว่านายท่านจะได้ครอบครองของล้ำค่าเช่นนี้… ไม่สิ มันต้องบอกว่าของล้ำค่าเช่นนี้คู่ควรกับคนอย่างนายท่านแล้ว!
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าสำหรับเล่ยเซียวแล้ว ยาเวทมนตร์เช่นนี้ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนักในสายตาของเขา
เพราะหลังจากอัพเกรดมันจนมีจำนวนนับร้อยอันแล้ว เขาก็ได้กินมันเข้าไปไม่ต่างอะไรจากลูกอมเลย
“มันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ 1-3 ดาวจริงๆ เหรอ?!”
ไป่จื่อเลียริมฝีปากของเธอโดยไม่รู้ตัว และความตกใจของเธอก็เกินจะบรรยายได้
ความแข็งแกร่งของเธอตอนนี้อยู่ที่ระดับสองเจ็ดดาว ถ้าเธอได้กินยานี้ ไม่ใช่ว่าเธอจะมีความหวังได้กลายเป็นระดับสองเก้าดาวทันทีเลยเหรอ?
ด้วยวิธีนี้ เมื่อรวมกับการฝึกฝนอย่างไม่ลดละของเธอ มันก็พอมีความหวังที่เธอจะทะลวงระดับไปสู่ระดับสามได้
ไม่ใช่ว่าเผ่าพระจันทร์ขาวจะมีโอกาสได้ให้กำเนิดยอดฝีมือระดับสามอีกครั้งงั้นเหรอ?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หัวใจของไป่จื่อก็เริ่มเต้นระรัว และภายใต้คิ้วเรียวเล็กของเธอ มันก็มีแววตาของความปรารถนาปรากฏขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นก็ทำให้เธอตกใจเกินกว่าจะบรรยายได้
หลังจากมีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นในมือของเล่ยเซียว มันก็มียาควบแน่นพลังปราณอีกนับสิบอันปรากฏขึ้นตรงหน้าของทุกคน
ภาพฉากนี้ทำให้ทุกคนที่ตกใจอยู่แล้วตกใจยิ่งขึ้นไปอีก
ไม่มีใครคิดเลยว่านายท่านจะซ่อนความน่าตื่นตะลึงเช่นนี้เอาไว้!
สายตาของกังซ่งและเหล่าผู้ติดตามระดับหนึ่งเบิกโพลงขึ้นมา
มันต้องรู้ว่าแม้พวกเขาจะทำงานอย่างหนักตลอดทั้งชีวิตโดยไม่ดื่มกิน พวกเขาก็อาจจะไม่สามารถซื้อยาเช่นนี้ได้แม้แต่อันเดียว!
ส่วนเหล่าครึ่งเอลฟ์ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง สีหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกับไป่จื่อ
หลายๆ คนได้มาถึงขีดจำกัดของระดับหนึ่งเก้าดาวแล้ว และยังไม่มีความก้าวหน้าใดๆ อยู่นาน
ดังนั้นยาเวทมนตร์นี้ย่อมเป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่จะช่วยให้พวกเขาทะลวงคอขวดและก้าวไปสู่ขอบเขตใหม่ได้
แม้ว่าระดับหนึ่งเก้าดาวและระดับสองหนึ่งดาวจะฟังดูใกล้เคียงกัน แต่ความแตกต่างก็เรียกได้ว่าอยู่คนละโลกกันเลย!
อีกด้านหนึ่ง เมื่อมองไปยังเหล่าผู้ติดตามที่อยู่ตรงหน้าที่มีสีหน้าตกตะลึงและตื่นเต้น เล่ยเซียวก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และเขาก็รับรู้ได้ว่าเป้าหมายของเขาใกล้จะบรรลุผลแล้ว