เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 : เผ่าพระจันทร์ขาว

ตอนที่ 37 : เผ่าพระจันทร์ขาว

ตอนที่ 37 : เผ่าพระจันทร์ขาว


ตอนที่ 37 : เผ่าพระจันทร์ขาว

ภายใต้ความเงียบและจิตสังหารที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ของเล่ยเซียว ครึ่งเอลฟ์ชราก็รู้ดีว่าเขาเหลือเวลาให้คิดไม่มากแล้ว

ในเวลานี้ เล่ยเซียวก็เป็นเหมือนขุนเขาสูงตระหง่านที่กำลังกดทับลงมาบนตัวของเขา

หากมันเป็นเช่นนี้ต่อไป สิ่งเดียวที่รอพวกเขาอยู่ก็อาจเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง แผ่นหลังของครึ่งเอลฟ์ชราก็แทบจะชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว

ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเขาย่อมมีความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวที่จะสามารถสังหารทุกคนในเผ่าของเขาได้ด้วยการดีดนิ้วอย่างไม่ต้องสงสัย!

ภายใต้แรงกดดันอันหนักอึ้งเช่นนี้ ในขณะที่ครึ่งเอลฟ์แก่ชราที่กำลังจะหายใจไม่ออกและหมดแรงใจ ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นมาและเขาก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง

ใช่แล้ว! ในเมื่ออีกฝ่ายทรงพลังมากขนาดนี้ และเผ่าของเขาก็อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสืบทอดสายเลือดของตน งั้นคำตอบก็ชัดเจนแล้ว

ทำแบบนี้ก็ได้ไม่ใช่เหรอ?

แม้ว่ามันจะมีความเสี่ยงสูงมาก แต่มันก็ยังทำให้เผ่าของเขามีโอกาสรอดชีวิตไปได้และอาจจะฟื้นฟูเผ่าพันธุ์ได้เลย!

นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ การเดิมพันเพื่ออนาคตของเผ่าครึ่งเอลฟ์และสมาชิกในเผ่าทั้งหมด!

เมื่อตระหนักได้เช่นนี้แล้ว ครึ่งเอลฟ์ชราก็ไม่ลังเลอีกและโยนไม้เท้าทิ้งไป จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงบนพื้นและกล่าวกับเล่ยเซียวด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “ท่านลอร์ด ข้าคือผู้นำเฒ่าของเผ่าพระจันทร์ขาว—ชวนกู่”

“ในนามของเผ่าครึ่งเอลฟ์พระจันทร์ขาว พวกเราขอสาบานต่อสายเลือดของพวกเราว่าพวกเราจะลงนามในพันธะยอมจำนนต่อท่านและยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านไปตลอดชั่วอายุคน! นับจากนี้เป็นต้นไป ภายใต้การปกป้องของท่าน พวกเราจะแบ่งปันทุกข์สุขร่วมกัน และเป็นตายร่วมกันขอรับ!”

“ท่านผู้เฒ่า?!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ แววตาของครึ่งเอลฟ์สาวที่อยู่ด้านข้างก็อดสั่นไหวไม่ได้ และดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

นักรบครึ่งเอลฟ์คนอื่นๆ เองก็มองหน้ากันพร้อมกับอ้าปากค้าง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการทำเช่นนี้ย่อมเท่ากับการส่งมอบโชคชะตาของทั้งเผ่าให้กับคนที่อยู่ตรงหน้า?

“พันธะยอมจำนนงั้นเหรอ?”

อีกด้านหนึ่ง เล่ยเซียวเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย

จากความรู้ที่เขาได้รับมาในตอนต้น เขาก็ย่อมเข้าใจถึงเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

พันธะยอมจำนนนี้ย่อมไม่ต่างอะไรจากสัญญาบ่าวไพร่ที่จะถูกทำสัญญาโดยอัตโนมัติด้วยการใช้คำสั่งอัญเชิญเพื่ออัญเชิญผู้ติดตามออกมา

ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือพันธะนี้จะเปลี่ยนจากเป้าหมายเพียงคนเดียวเป็นทั้งเผ่าพันธุ์ที่มีสายเลือดเดียวกัน

นอกจากนี้ มันยังรุนแรงกว่าสัญญาบ่าวไพร่ซะด้วยซ้ำ เพราะเมื่อพันธะยอมจำนนนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว สิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในเผ่า รวมถึงลูกหลานที่มีสายเลือดเดียวกันก็จะถูกผูกพันธะแห่งชีวิตกับตัวลอร์ด และไม่สามารถทำสิ่งใดที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ลอร์ดหรือดินแดนได้เลย

นี่หมายความว่าถ้าลอร์ดผู้นั้นตายไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทั้งเผ่าพันธุ์ก็จะต้องพินาศไปด้วย

และที่สำคัญที่สุด นี่ยังเป็นพันธะสัญญาแบบทางเดียวด้วย

ในทางกลับกัน แม้ว่าทั้งเผ่าพันธุ์จะถูกทำลาย แต่มันก็จะไม่เกิดอะไรขึ้นกับลอร์ดผู้นั้นเลย

นอกจากนี้ลอร์ดยังไม่จำเป็นต้องใช้อะไรเพื่อทำการเปลี่ยนคนทั้งเผ่าพันธุ์ให้กลายเป็นผู้ติดตามของตัวเองผ่านพันธะยอมจำนน

กล่าวโดยสรุป เมื่อพันธะยอมจำนนเสร็จสมบูรณ์ เล่ยเซียวก็จะได้รับผู้ติดตามที่ไม่มีทางทรยศต่อเขา หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาจะได้รับเบี้ยที่สามารถใช้แล้วทิ้งได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ตราบใดที่เขาไม่เปลี่ยนให้คนพวกนี้กลายเป็นผู้ติดตามของเขาโดยตรง มันก็จะไม่นับรวมกับขีดจำกัดประชากรสูงสุดภายในดินแดนของเขาด้วย

เรียกได้ว่าพันธะยอมจำนนนี้มีแต่จะเป็นประโยชน์ต่อเขาโดยไม่มีข้อเสียอะไรเลย

แต่ความยากของการทำพันธะยอมจำนนนั้นก็สูงมาก

เพราะพันธะยอมจำนนนี้จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อชาวเผ่ามากกว่า 99% ที่มีสายเลือดเดียวกันตอบตกลงเท่านั้น

เป็นไปได้ว่าเว้นแต่จะจำเป็นจริงๆ หรืออยู่ภายใต้สถานการณ์พิเศษมากๆ ใครจะยอมฝากชีวิตและอนาคตของตัวเองไว้ในมือของผู้อื่นได้อย่างง่ายดายกัน?

จากนี้มันก็เข้าใจได้ว่าทำไมครึ่งเอลฟ์สาวผู้นี้และนักรบครึ่งเอลฟ์ตนอื่นๆ ถึงได้ตกตะลึงมากขนาดนี้เมื่อได้ยินคำพูดของครึ่งเอลฟ์ชรา

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ทุกคนก็เข้าใจได้อย่างชัดเจน

ถ้าพวกเขาไม่ยอมจำนนต่อชายหนุ่มตรงหน้า งั้นสิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คงจะมีแต่ความตายเท่านั้น

เมื่อคิดได้เช่นนี้ นักรบครึ่งเอลฟ์ทั้งหมดก็ทำตามครึ่งเอลฟ์ชราและคุกเข่าลงกับพื้น

โดยเฉพาะครึ่งเอลฟ์สาวที่มีชื่อว่าไป่จื่อ แม้ว่าเธอจะเต็มไปด้วยขุ่นเคืองอยู่ภายในใจ แต่ในที่สุดเธอก็เม้มปากและก้มหัวให้กับเล่ยเซียว

“ทุกคนลุกขึ้นเถอะ ข้าตกลง”

เล่ยเซียวพยักหน้าเล็กน้อย

แม้ว่าภายนอกเขาจะดูสงบนิ่งมาก แต่ภายในนั้น เล่ยเซียวก็อดตื่นเต้นไม่ได้

เขาจะปฏิเสธโอกาสดีๆ เช่นนี้ได้ยังไงกัน?

ด้วยคำสาบานของเหล่าครึ่งเอลฟ์ ความแข็งแกร่งและความปลอดภัยของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับอย่างไม่ต้องสงสัย

“โปรดรอสักครู่ขอรับ ข้าจะบอกให้ชาวเผ่าทั้งหมดออกมาพบกับท่านและเตรียมผูกพันธะทันทีขอรับ!”

อีกด้านหนึ่ง ครึ่งเอลฟ์ชราก็ดูดีใจมากและรีบวิ่งออกไปทันที

เมื่อเห็นภาพฉากนี้ เล่ยเซียวก็อึ้งไป จากนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี

“พระเจ้าช่วย ไม้เท้าของเจ้ายังอยู่บนพื้นอยู่เลยนะ”

10 นาทีต่อมา เล่ยเซียวก็ยืนอยู่อย่างใจเย็นบนเวทีสูงข้างๆ อาคารหิน ส่วนไฟที่ลุกไหม้ภายในหมู่บ้านนั้นก็ได้ถูกดับไปแล้วอย่างง่ายดายโดยเฉาเหยียน

ข้างๆ ก็มีผู้ติดตามทั้งสี่คนอยู่ด้วย

พวกเขาต่างก็พากันปฏิบัติตามคำสั่งของเล่ยเซียว และได้ปลดปล่อยความแข็งแกร่งของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหู่จางที่เอนตัวพิงดาบใหญ่และแผ่พลังงานอันน่าพรั่นพรึงออกมาจากร่าง ทำให้บรรยากาศรอบตัวของเขาดูกดดันเป็นอย่างมาก

ด้านล่างของเวทีนั้นมีครึ่งเอลฟ์อยู่นับร้อย ซึ่งมีทั้งชายและหญิง เด็กและคนแก่ ซึ่งทุกคนล้วนมีแววตาที่หวาดกลัวและกังวล

“ทุกคนฟังข้าก่อน”

ในเวลานั้นเอง ครึ่งเอลฟ์ชราที่กลับมาถือไม้เท้าอีกครั้งก็เดินออกมาหาเล่ยเซียวด้วยอาการสั่นๆ จากนั้นก็ก้มหัวลงด้วยความเคารพ

จากนั้นเขาก็หันมาและพูดกับครึ่งเอลฟ์ตนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงอันดัง “ทุกคน เมื่อคืนนี้มีหายนะเกิดขึ้นกับพวกเราทุกคน พวกออร์คที่น่ารังเกียจเหล่านั้นบุกเข้ามาด้วยความปรารถนาจะยึดครองสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา และคิดจะทำลายเผ่าของพวกเราให้สิ้นซาก”

“ท่ามกลางวิกฤตเป็นตายเช่นนั้น มันก็เป็นท่านลอร์ดผู้กล้าและมีคุณธรรมผู้นี้ที่ได้นำนักรบของท่านเข้ามาจัดการกับศัตรูและช่วยพวกเราให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้”

“ดังนั้นในฐานะผู้นำเผ่า ข้าจึงได้ตัดสินใจทำพันธะยอมจำนนกับท่านลอร์ดเพื่อแสดงความทราบซึ้งและความเคารพต่อท่าน!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ครึ่งเอลฟ์ทุกคนก็มองหน้ากันด้วยความตื่นตะลึง

เนื่องจากพวกครึ่งเอลฟ์นั้นมีอายุขัยมากกว่า 200 ปี ดังนั้นพวกเขาจึงมีประสบการณ์กันเป็นอย่างมาก

ยกเว้นแค่ครึ่งเอลฟ์บางคนที่ไม่รู้เดียงสาเท่านั้น

เมื่อพวกเขาได้เห็นเล่ยเซียวและผู้ติดตามที่แผ่บรรยากาศอันน่าเกรงขามออกมา คนส่วนใหญ่ก็เข้าใจความหมายของเรื่องนี้แล้ว

พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตกลง!

ในเวลาเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหูของเล่ยเซียว

[เผ่าพระจันทร์ขาวต้องการลงนามในพันธะยอมจำนนต่อท่าน ท่านจะตกลงหรือไม่?]

จบบทที่ ตอนที่ 37 : เผ่าพระจันทร์ขาว

คัดลอกลิงก์แล้ว