- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีผมพกทักษะจากอนาคต เพื่อปฏิวัติวงการบันเทิงพันล้าน
- บทที่ 22 - คณะศิลปะพื้นบ้านซินอัน!
บทที่ 22 - คณะศิลปะพื้นบ้านซินอัน!
บทที่ 22 - คณะศิลปะพื้นบ้านซินอัน!
บทที่ 22 - คณะศิลปะพื้นบ้านซินอัน!
"เพิ่มยอดการผลิต! บอกโรงงานให้เร่งผลิตเพิ่มทั้งหมด โดยเฉพาะลำนำพื้นบ้านชุดพรีเมียม เตรียมของไว้ให้เยอะๆ!"
ฉีเยว่เฟยเดินเข้ามาในออฟฟิศอย่างรีบร้อน ก้นยังไม่ทันแตะเก้าอี้ก็เริ่มสั่งงานพนักงานใต้บังคับบัญชา พูดจบเขาก็หยิบข้อมูลที่ได้รับแจ้งกลับมาจากช่องทางจำหน่ายต่างๆ เมื่อวานขึ้นมาดูด้วยความเปรมปรีดิ์ ร้านค้าต่างร้อนใจเพราะของขาดตลาด แต่ฉีเยว่เฟยกลับอารมณ์ดีสุดๆ นี่แสดงให้เห็นว่าสายตาของเขาไม่ผิด ลำนำพื้นบ้านมีอนาคตไกล!
แต่ทว่า... ไม่นานความคิดของเขาก็วนกลับไปที่เรื่องที่เจียงเผยอันเคยคุยกับเขาครั้งก่อน เรื่องของเถื่อน ปัญหานี้มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด
"เลขาหลิว ขึ้นมาหาผมหน่อย" ฉีเยว่เฟยยกหูโทรศัพท์สั่งการ
...
ที่ตำบลมีเศรษฐีมาเยือน ได้ยินว่าขับรถเก๋งราคาเป็นแสนมาด้วย! ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วตำบลอย่างรวดเร็ว ตำบลเจียงไถตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ถนนหนทางเป็นดินโคลน นานๆ ทีจะมีคนนอกเข้ามา ยิ่งครั้งนี้ขับรถเก๋งมาด้วย ทำให้คนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยได้เห็นโลกกว้างต่างพากันออกมามุงดู
กองถ่ายลำนำพื้นบ้านของเจียงเผยอันจึงดูเงียบเหงาลงไปถนัดตาเพราะข่าวนี้ ชาวบ้านที่เคยมามุงดูการถ่ายทำ ต่างพากันไปดูรถเก๋งกันหมดแล้ว เจียงเผยอันนั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ เล่นมือถือฆ่าเวลา ในใจก็นึกว่าใครกันนะช่างขี้อวด ขับรถมาโชว์ถึงตำบลห่างไกลแบบนี้
"เอี๊ยด!"
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา รถซานตาน่าสีดำจอดลงที่หน้าลานบ้านที่เจียงเผยอันใช้ถ่ายทำ เห็นเพียงจอมขี้อวดสวมแว่นกันแดด หนีบกระเป๋าเอกสาร เดินลงมาจากรถแล้วโบกมือให้เจียงเผยอัน "เจ้าอัน!"
จอมขี้อวดคนนั้นก็คือฉีเยว่เฟยนั่นเอง เขาโบกมือให้เจียงเผยอันอย่างตื่นเต้น "ดังระเบิดแล้ว ดังระเบิดเถิดเทิงไปเลย!"
เจียงเผยอันร้องสั่งคัทอย่างจนใจ นักแสดงในกองถ่ายหยุดการแสดง มองดูเศรษฐีที่ขับรถเก๋งมาคนนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นี่ผมว่า เราไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้มั้ง เมื่อวานพี่ก็โทรบอกผมแล้วไม่ใช่เหรอ!" เจียงเผยอันลุกขึ้นพูดอย่างเอือมระอา
"ฉันไม่ได้นิ่งเหมือนนายนี่นา เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลย วันนี้ตื่นมาแต่เช้าก็รีบไปบริษัทสั่งโรงงานให้ออกของ แล้วก็สั่งเพิ่มยอดผลิตล็อตใหญ่ นายรู้ไหมว่าตอนนี้ยอดสั่งซื้อของเราคิวจองยาวไปเท่าไหร่แล้ว? นายรู้ไหม!" ฉีเยว่เฟยตื่นเต้นมาก มือไม้โบกสะบัด น้ำลายแทบจะกระเด็นใส่หน้าเจียงเผยอัน
เจียงเผยอันเบี่ยงตัวหลบ แล้วพูดว่า "สามแสน?"
ฉีเยว่เฟยชะงักกึกทันที ราวกับถูกน้ำเย็นสาด ยืนนิ่งอยู่กับที่ แล้วพูดเสียงอ่อยๆ ว่า "สามแสน... คือเป้าหมายที่เรากำลังไล่ตาม" พอโดนเจียงเผยอันเบรกจนหัวทิ่ม ฉีเยว่เฟยก็ได้สติขึ้นมามาก มองดูกองถ่ายในลานบ้าน แล้วถอนหายใจว่า "นี่แหละแม่ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำของพวกเรา!"
พอพูดถึงไข่ไก่ เจียงเผยอันก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ปรบมือเรียกความสนใจ แล้วพูดกับคนในลานบ้านว่า "ท่านนี้คือประธานฉี เป็นเถ้าแก่ใหญ่มาจากในเมือง ลำนำพื้นบ้านที่พวกเราถ่ายทำกันก็ผ่านมือเขาเอาไปขายนี่แหละครับ ลำนำพื้นบ้านเรื่องแรกขายดีมาก แผ่นดิสก์ 5 หมื่นแผ่นขายหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว! ทุกคนปรบมือต้อนรับประธานฉีหน่อยครับ!"
เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานบ้าน เข้าใจแล้ว นี่มันเทพเจ้าแห่งโชคลาภชัดๆ! ในขณะที่ฉีเยว่เฟยกำลังเตรียมจะกล่าวอะไรสักหน่อย เจียงเผยอันก็พูดแทรกขึ้นมาว่า
"ประธานฉีครับ ทุกคนต้อนรับคุณอย่างอบอุ่นขนาดนี้ คุณจะไม่แสดงน้ำใจหน่อยเหรอครับ มีที่ไหนคนมาเยี่ยมกองถ่ายแล้วมามือเปล่า!"
ฉีเยว่เฟยรู้ทันทีว่าไอ้เด็กนี่วางแผนจะไถของอีกแล้ว ตัวเขาเองไม่เคยเอาชนะเจียงเผยอันได้เลย แถมยังแพ้อย่างเต็มใจและมีความสุขเสียด้วย "เอ้า ว่ามาเลย นายต้องการอะไร?"
"ค่าตัวของพวกเราที่นี่คือไข่ไก่ครับ เข้าฉากหนึ่งฉากได้ไข่ไก่คนละสองฟอง"
"ไข่ไก่เรื่องเล็ก วันนี้แจกทุกคนคนละหนึ่งแผงไปเลย" ไข่หนึ่งแผง มีทั้งหมด 30 ฟอง
"ขอบคุณครับประธานฉี!" คนในลานบ้านปรบมือชอบใจ เถ้าแก่ใหญ่จากในเมืองนี่ใจป้ำจริงๆ
"นอกจากนี้ ทางใต้เขานิยมแจกอั่งเปาเปิดกองปีใหม่กัน ทางเราแม้จะไม่ใช่ใต้แต่ก็ไม่ใช่เหนือซะทีเดียว แต่อยากจะอินเทรนด์กับเขาบ้าง ประธานฉีจะแสดงน้ำใจหน่อยไหมครับ?"
"ไม่มีปัญหา~" ฉีเยว่เฟยอารมณ์ดี ข้อเสนอของเจียงเผยอันเขาตอบตกลงทันที
"สุดท้าย..."
"ยังมีอีก?"
เจียงเผยอันยิ้มบางๆ ชี้ไปที่กล้อง DV ในมือหวังซิงซิงแล้วพูดว่า "อุปกรณ์เครื่องนี้ยืมของหวังซิงซิงเขาใช้มาตลอด ยืมของเขาใช้ตลอดมันก็ไม่ดี เราซื้อเองสักสองเครื่องดีไหมครับ?"
"เครื่องเดียวไม่พอเหรอ? ทำไมต้องใช้..." พูดถึงตรงนี้ ฉีเยว่เฟยตาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที "นายวางแผนจะถ่ายลำนำพื้นบ้านสองเรื่องพร้อมกัน?"
เจียงเผยอันพยักหน้า พูดว่า "มีแผนแบบนั้นครับ ไม่เกินครึ่งเดือนในตลาดต้องมีแผ่นก๊อปปี้ของลำนำพื้นบ้านโผล่มาแน่ ถึงตอนนั้นพวกเราจะยังพอกำไรได้บ้าง แต่ถ้าไม่มีลำนำพื้นบ้านเรื่องใหม่ออกมาป้อนตลาด เราจะกำไรน้อยลงเยอะครับ!"
"ได้ พอกลับไปฉันจะวานคนรู้จักให้ช่วยสั่งซื้อ แล้วตากล้องยังต้องการอีกไหม?"
"ถ้ามีก็ยิ่งดีครับ ทางที่ดีขอแบบที่ถ่ายเองกำกับเองได้จะดีมาก จะได้เร่งความเร็วในการถ่ายทำของพวกเราได้!"
"เดี๋ยวกลับไปฉันจะลองติดต่อดู"
เห็นว่าจัดการเรื่องในกองถ่ายเรียบร้อยแล้ว เจียงเผยอันก็ลากฉีเยว่เฟยเข้าไปในบ้าน แล้วพูดว่า "พี่ฉี ถึงเมื่อกี้พี่จะเสียเงินไปหน่อย แต่ผมไม่ให้พี่ขาดทุนหรอกครับ ผมอยากจะตั้งบริษัทขึ้นมาสักแห่ง ให้พี่เป็นตัวแทนทางกฎหมายของบริษัท!"
ฉีเยว่เฟยสะดุ้งโหยง จ้องหน้าเจียงเผยอันเขม็ง เห็นฉีเยว่เฟยเป็นแบบนั้น เจียงเผยอันก็โบกมือ พูดว่า "ไม่ใช่แบบที่พี่คิดครับ ผมไม่ได้คิดจะบินเดี่ยว ไม่อย่างนั้นคงไม่ดึงพี่มาตั้งบริษัทด้วยกันหรอก ลำนำพื้นบ้านหลังจากนี้ก็ยังคงอาศัยช่องทางของพี่ในการจัดจำหน่าย ที่ผมอยากตั้งคือบริษัทจัดการนักแสดง"
"บริษัทจัดการนักแสดง?" ฉีเยว่เฟยถามด้วยความไม่เข้าใจ
เจียงเผยอันเล่าแนวคิดเกี่ยวกับบริษัทจัดการนักแสดงให้ฟังคร่าวๆ เหตุผลที่เขาดึงฉีเยว่เฟยเข้ามา เพราะหมอนี่ทำธุรกิจเก่งจริงๆ ตัวเขาหลังจากนี้คงไม่ได้ทุ่มเทความสนใจให้กับบริษัทจัดการนักแสดงนี้มากนัก แต่ก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้ไป จึงทำได้แค่ไหว้วานให้ฉีเยว่เฟยรับหน้าที่ตัวแทนทางกฎหมาย ส่วนเขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
"นายจะให้หุ้นฉันเท่าไหร่?" ฉีเยว่เฟยพยักหน้ารับปากเจียงเผยอัน แม้เขาจะมองไม่เห็นอนาคตของธุรกิจนี้สักเท่าไหร่ แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่าเจียงเผยอันไม่มีทางทำอะไรไร้เป้าหมายแน่นอน
เจียงเผยอันชูสองนิ้ว
"ยี่สิบเปอร์เซ็นต์?" ฉีเยว่เฟยถามหยั่งเชิง
"ล้อเล่นน่า สองเปอร์เซ็นต์ครับ!" เจียงเผยอันกลอกตามองบน
"ฉันว่านายนั่นแหละล้อเล่น สองเปอร์เซ็นต์ งั้นฉันไม่เอาดีกว่า"
"จะเป็นตัวแทนทางกฎหมายโดยไม่ถือหุ้นก็ได้นะครับ" เจียงเผยอันพูดนิ่งๆ
"แบบนั้นก็น่าเกลียดไป สองเปอร์เซ็นต์มันน้อยไป!" แม้จะไม่ค่อยเชื่อมั่นในการพัฒนาของบริษัทจัดการนักแสดง แต่สองเปอร์เซ็นต์ที่เจียงเผยอันให้มามันดูถูกกันเกินไปแล้ว!
"ลูกพี่ ผมแค่ให้พี่เป็นตัวแทนทางกฎหมาย เงินเดือนพนักงานพี่ก็ไม่ต้องจ่าย สองเปอร์เซ็นต์ที่ให้คือค่าบริหารจัดการรายวันของพี่ แถมตอนนี้บริษัทจัดการนักแสดงก็ยังไม่มีอะไรให้พี่ต้องบริหารสักหน่อย ยังจะบ่นว่าน้อยอีก!" เจียงเผยอันพูดอย่างจนใจ
"ไม่ได้ อย่างน้อยต้องสิบเปอร์เซ็นต์!"
เจียงเผยอันส่ายหน้า พูดว่า "ห้าเปอร์เซ็นต์ พี่ควักเงินหนึ่งหมื่นหยวนซื้อหุ้น!"
ฉีเยว่เฟยยังคงส่ายหน้า สุดท้ายทั้งสองก็ตกลงกันได้ ฉีเยว่เฟยควักเงิน 2 หมื่นหยวนซื้อหุ้น 7% ของ "บริษัท คณะศิลปะพื้นบ้านซินอัน จำกัด" และรับหน้าที่เป็นตัวแทนทางกฎหมาย ส่วนเจียงเผยอันถือหุ้น 93% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
"ไม่ใช่สิ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนนายกำลังสั่งเสียยังไงชอบกล นายกะจะหนีเหรอ?" ฉีเยว่เฟยถามด้วยความสงสัย
เจียงเผยอันยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "ก็กะจะหนีจริงๆ นั่นแหละครับ... ผมจะไปถ่ายหนังแล้ว!"
(จบแล้ว)