- หน้าแรก
- มหาเศรษฐีกลิ่นคาวปลา
- บทที่ 23 โจ๊กหอยนางรมไข่เค็มกับความพึงพอใจของลูกค้า
บทที่ 23 โจ๊กหอยนางรมไข่เค็มกับความพึงพอใจของลูกค้า
บทที่ 23 โจ๊กหอยนางรมไข่เค็มกับความพึงพอใจของลูกค้า
บทที่ 23 โจ๊กหอยนางรมไข่เค็มกับความพึงพอใจของลูกค้า
พ่อครัวคนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อได้ยินดังนั้น
เสิ่นเทียนไม่ได้สนใจเสียงวิจารณ์รอบข้าง หลังจากเตรียมวัตถุดิบเสร็จ เขาก็เริ่มสังเกตความร้อนของโจ๊กในหม้อดิน
เมื่อเห็นเม็ดข้าวแตกบานได้ที่ เขาก็ใส่หอยนางรม เซี่ยงจี๊ และอัณฑะไก่ลงไปต้มจนสุก
อัณฑะไก่หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไตไก่นี้ มีสรรพคุณบำรุงไตและม้ามเช่นเดียวกับหอยนางรมและเซี่ยงจี๊หมู เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไตอ่อนแอหรือร่างกายไม่แข็งแรง ถือเป็นยาบำรุงชั้นเลิศ
ลูกค้ากินยากที่มาภัตตาคารเฟิ่งหวงระบุชัดเจนว่าอยากกินหอยนางรม แถมยังขอให้ทางร้านทำเมนูบำรุงกำลังจากหอยนางรมมาให้ สิ่งแรกที่เสิ่นเทียนนึกถึงก็คือโจ๊กหม้อดินหอยนางรมตุ๋นอัณฑะไก่นี่แหละ!
ทันทีที่เสิ่นเทียนทยอยใส่วัตถุดิบลงในหม้อดิน กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของโจ๊กทะเลก็เริ่มฟุ้งกระจายไปทั่ว
พ่อครัวหลายคนถึงกับรู้สึกสดชื่นเมื่อได้กลิ่น ต่างพากันอุทานว่า "กลิ่นโจ๊กหม้อนี้น่ากินชะมัด ไม่รู้เลยว่าหอยนางรมกับอัณฑะไก่ข้างในจะรสชาติล้ำเลิศขนาดไหน?!"
"ความรู้สึกฉันบอกว่าขายหม้อละสิบกว่าหยวนยังได้เลย!"
"หอยนางรม อัณฑะไก่ แล้วก็เซี่ยงจี๊... ไม่นึกเลยว่าจะเอามาทำแบบนี้ได้ ดูท่าทางบำรุงกำลังน่าดู!"
"ช่วงนี้ฉันปวดเอวอยู่พอดี อยากจะขอลองชิมสักคำสองคำจริง ๆ"
เหลียงเหวินเองก็ได้กลิ่นหอมของโจ๊กหอยนางรมปรุงรสหม้อนี้ เขาเดินเข้ามาหาเสิ่นเทียนแล้วเอ่ยชม "น้องเซิน ฝีมือไม่ธรรมดาจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงรสชาติ แค่หน้าตาและกลิ่นของโจ๊กหม้อดินนี้ก็ถือว่าระดับสุดยอดแล้ว!"
ขณะปิดไฟและโรยผักชีกับต้นหอมซอย เสิ่นเทียนก็ยิ้มตอบ "พี่เหลียง ให้คนยกโจ๊กหอยนางรมหม้อนี้ไปเสิร์ฟเถอะครับ ดูซิว่าลูกค้าจะพอใจไหม..."
แม้ขั้นตอนการทำโจ๊กหม้อดินหอยนางรมตุ๋นอัณฑะไก่จะดูไม่ซับซ้อน แต่ความจริงแล้วต้องพิถีพิถันมาก ทั้งคุณภาพของหม้อดิน ชนิดของข้าว ความสดของวัตถุดิบ และการคุมไฟ
หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป รสชาติคงตกลงไปคนละชั้น
โจ๊กหม้อนี้เป็นเมนูขึ้นชื่อของเชฟงานเลี้ยงระดับประเทศสายกวางตุ้ง ในชาติที่แล้ว ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และเศรษฐีมากมายต่างถวิลหาแต่ก็ใช่ว่าจะได้กินง่าย ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะบังเอิญได้รู้จักและสนิทสนมกับเชฟท่านนั้นจนได้รับการถ่ายทอดวิชามา น้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้ลิ้มลอง!
ได้ยินดังนั้น เหลียงเหวินก็รีบเรียกพนักงานหญิงมายกอาหารไป
ระหว่างนั้น พ่อครัวในภัตตาคารเฟิ่งหวงต่างพากันเข้ามาทักทายเสิ่นเทียนอย่างเป็นกันเอง
เห็นได้ชัดว่าฝีมือของเสิ่นเทียนเป็นที่ยอมรับของทุกคนแล้ว
ไม่นาน พนักงานสาวก็วิ่งกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ผู้จัดการเหลียงคะ ลูกค้าพอใจมาก บอกว่าโจ๊กหอยนางรมหม้อนี้ถูกปากสุด ๆ เขาเช็คบิลจ่ายเงิน 1,000 หยวนเรียบร้อยแล้วค่ะ"
ได้ยินดังนั้น รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของเหลียงเหวิน "ลูกค้าพอใจก็ดีแล้ว"
พูดจบเขาก็หยิบเงิน 200 หยวนจากกระเป๋าคาดเอวยัดใส่มือเสิ่นเทียน "น้องเซิน ตามที่ตกลงกันไว้ ถ้าอาหารที่นายทำถูกปากลูกค้า โบนัส 200 หยวนนี้เป็นของนาย!"
สิ้นเสียง บรรดาพ่อครัวรอบข้างต่างมองเสิ่นเทียนด้วยความอิจฉา
แม้รายได้ของพ่อครัวจะสูงกว่าพนักงานทั่วไป แต่โบนัส 200 หยวนก็ไม่ใช่เงินน้อย ๆ
"พี่เหลียง ผมไม่ได้ช่วยอะไรมากหรอกครับ..." เสิ่นเทียนกล่าวอย่างถ่อมตัว
"รับไปเถอะ ตกลงกันแล้ว นายจะให้พี่กลายเป็นคนผิดคำพูดต่อหน้าลูกน้องหรือไง" เหลียงเหวินคะยั้นคะยอพลางยัดเงินใส่กระเป๋าเสื้อเสิ่นเทียน
เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นเทียนจึงยอมรับเงิน 200 หยวน
เขาลองคำนวณดู วันนี้ขายหอยนางรมกับหอยแมลงภู่ได้ 305 หยวน
บวกกับช่วยเหลียงเหวินทำอาหารเอาใจลูกค้าได้โบนัสอีก 200 หยวน
รายได้วันเดียวปาเข้าไป 500 หยวน เงินจำนวนนี้ซื้อพัดลมไฟฟ้ากับจักรยานได้สบาย ๆ
ตอนนั้นเอง พนักงานสาวก็พูดขึ้นอีกว่า "ผู้จัดการเหลียงคะ ลูกค้าคนนั้นยังบอกอีกว่าถ้าภัตตาคารเฟิ่งหวงของเราทำเมนูโจ๊กนี้ขาย ธุรกิจต้องรุ่งเรืองขึ้นอีกขั้นแน่นอน!"
ดวงตาของเหลียงเหวินเป็นประกายทันที
โจ๊กหอยนางรมนี้เป็นอาหารยาบำรุงชั้นดี ไม่เพียงอร่อยแต่ยังบำรุงร่างกาย สำหรับลูกค้าผู้ชายที่มีอายุหน่อย นี่คือเมนูเด็ดที่ไม่อาจปฏิเสธได้!
ถ้าภัตตาคารเฟิ่งหวงเปิดตัวเมนูโจ๊กหม้อดินนี้ จะต้องกังวลเรื่องลูกค้าเงียบเหงาไปทำไม?
"น้องเซิน พี่มีเรื่องจะรบกวนหน่อย..." คิดได้ดังนั้น เหลียงเหวินก็หันมาพูดกับเสิ่นเทียนอย่างเกรงใจ
"พี่เหลียง มีอะไรพูดมาตรง ๆ ได้เลยครับ" เสิ่นเทียนตอบ
"พี่อยากจะเปิดตัวเมนูโจ๊กหอยนางรมนี้ที่ภัตตาคารเฟิ่งหวง นายพอจะขายสูตรให้เราได้ไหม? พี่ยินดีจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้!" เหลียงเหวินกล่าวกับเสิ่นเทียนอย่างจริงจัง
เสิ่นเทียนยิ้มขำเมื่อได้ยิน "พี่เหลียง พูดอะไรแบบนั้น แค่สูตรโจ๊กหอยนางรมเอง เดี๋ยวผมจดให้ คุยเรื่องเงินเรื่องทองเดี๋ยวจะดูห่างเหินกันเปล่า ๆ"
สำหรับเขา สูตรอาหารทำนองนี้ ไม่ว่าจะโจ๊กอัณฑะไก่หรือหอยนางรม มีอยู่ในหัวเพียบ ไม่ใช่แค่นั้น เขายังรู้สูตรและวิธีทำเมนูยอดฮิตในโลกอินเทอร์เน็ตจากอนาคตอีกมากมาย
การปล่อยสูตรเด็ดออกไปสักเมนูเพื่อดึงลูกค้าให้ภัตตาคารเฟิ่งหวงถือเป็นเรื่องดี
ถ้าภัตตาคารขายดี ยอดสั่งซื้ออาหารทะเลจากเขาก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย วิน-วินทั้งสองฝ่าย
"น้องเซิน งั้นต้องรบกวนนายแล้วล่ะ" เหลียงเหวินกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
เสิ่นเทียนไม่รอช้า เมื่อพนักงานนำกระดาษปากกามาให้ เขาก็จดสูตรโจ๊กหอยนางรมลงไป นอกจากปริมาณวัตถุดิบแล้ว เขายังกำกับเรื่องการคุมไฟไว้อย่างละเอียด
เมื่อได้สูตรมา เหลียงเหวินก็ประคองไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า สั่งให้คนคัดลอกทันที ส่วนต้นฉบับเก็บเข้าตู้เซฟ
เสิ่นเทียนไม่แปลกใจกับท่าทีนั้น
แม้จะเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียว แต่อีกยี่สิบปีข้างหน้า สูตรอาหารเก่าแก่บางอย่างขายกันได้หลักแสนหลักล้านหยวนเลยทีเดียว
หลังจากเขียนสูตรเสร็จ เสิ่นเทียนก็ทานมื้อเที่ยงอิ่มพอดี จึงขอตัวลากลับ
พอเดินมาถึงประตูหลังร้าน เหลียงเหวินก็วิ่งตามมาพร้อมกับกับข้าวหลายอย่าง เขาเอาวางไว้ท้ายรถสามล้อของเสิ่นเทียนพลางยิ้มบอกว่า "น้องเซิน ขอบใจมากสำหรับวันนี้นะ!"
"นี่เป็นกับข้าวที่พี่เพิ่งให้คนผัดมาใหม่ ๆ นายเอาถุงนี้กลับไปอุ่นกินเป็นมื้อเย็น จะได้ไม่ต้องลำบากทำกับข้าวอีก"
เสิ่นเทียนไม่ได้คิดมาก กล่าวขอบคุณเหลียงเหวินแล้วปั่นสามล้อกลับหมู่บ้านตระกูลเซิน
ทันทีที่มาถึงหน้าบ้าน เสิ่นเทียนก็เห็นซูสุ่ยเซียนนั่งล้างผักเตรียมทำอาหารเย็นอยู่ที่ลานบ้านข้าง ๆ
"พี่เทียน กลับมาแล้วเหรอคะ? ขายดีไหม?"
ซูสุ่ยเซียนเห็นเสิ่นเทียนก็รีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"แล้วเธออยากให้พี่ขายดีหรือไม่ดีล่ะ?" เสิ่นเทียนยิ้มถามเมื่อเห็นหน้าซูสุ่ยเซียน
"แน่นอนว่าต้องอยากให้ขายดีสิคะ พี่เทียนจะได้หาเงินได้เยอะ ๆ" ซูสุ่ยเซียนรีบตอบ
"แล้วพอเราแต่งงานกัน เธอจะช่วยพี่เก็บเงินไหม?" เสิ่นเทียนหยอกเย้า
"มะ... ไม่ใช่อย่างนั้นนะ" ใบหน้าของซูสุ่ยเซียนแดงซ่านขึ้นทันตา เธอก้มหน้าส่ายหัวพัลวัน
"แม่บอกว่าผู้ชายต้องมีเงินติดตัวถึงจะมีศักดิ์ศรี"
"อีกอย่างพี่เก็บเงินเก่งกว่าหนู ต่อให้แต่งงานกัน หนูก็ไม่เก็บเงินพี่หรอก พี่เก็บไว้เองดีกว่า"
พูดจบหน้าเธอก็แดงไปถึงหู
ยังไม่ได้แต่งงานกันแท้ ๆ ทำไมถึงคุยเรื่องเก็บเงินกันแล้วเนี่ย?
แล้วถ้าพี่เทียนคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินเหมือนฉินชิงจะทำยังไง?
คิดได้แบบนั้น ซูสุ่ยเซียนก็เริ่มลนลาน
เห็นท่าทางทำตัวไม่ถูกของซูสุ่ยเซียน เสิ่นเทียนก็ยิ้มพลางลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู "ยัยเด็กโง่ พี่ตั้งใจหาเงินก็เพื่อให้เธอสุขสบายนะแหละ ต่อไปพี่หาเงินมาได้ เธออยากใช้อะไรก็ใช้ไปเลย"
ในฐานะคนที่กลับมาเกิดใหม่ เสิ่นเทียนรู้ดีว่าซูสุ่ยเซียนเป็นคนดีแค่ไหน เธอขยัน หนักเอาเบาสู้ และประหยัดมัธยัสถ์ รู้จักคุณค่าของเงินทุกเหรียญ
เทียบกับฉินชิง ภรรยาเก่าของเขาแล้ว ราวกับฟ้ากับเหว
ในชาติก่อน ไม่ว่าเสิ่นเทียนจะโอนเงินให้ฉินชิงเท่าไหร่ เธอก็ใช้หมดเกลี้ยงในพริบตา ไม่เอาไปเลี้ยงพ่อแม่หน้าเลือด ก็เอาไปปรนเปรอน้องชายจอมล้างผลาญอย่างฉินโซ่ว
พอเงินหมดก็ตามมาขอที่เสิ่นเทียนอีก ไม่เคยสนใจเลยว่าสามีต้องทำงานหนักแค่ไหนกว่าจะได้เงินมา