- หน้าแรก
- มหาเศรษฐีกลิ่นคาวปลา
- บทที่ 8 พี่สาวโดนรังแก!
บทที่ 8 พี่สาวโดนรังแก!
บทที่ 8 พี่สาวโดนรังแก!
บทที่ 8 พี่สาวโดนรังแก!
หลังจากมาถึงห้างสรรพสินค้า เสิ่นเทียนเริ่มจากการซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันอย่างน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู ก่อนจะตรงดิ่งไปยังร้านขายเสื้อผ้า
แฟชั่นในยุคสมัยนี้เน้นความเป็นอิสระและกล้าแสดงออก ดีไซน์เสื้อผ้าจึงมีความล้ำนำสมัยอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตยีนส์ หรือกางเกงขาม้าเอวสูง
ในฐานะคนที่ผ่านชีวิตมาแล้วชาติหนึ่ง รสนิยมของเสิ่นเทียนจึงค่อนข้างขัดเกลามาดี เขาไม่ได้นึกพิสมัยเสื้อผ้าดีไซน์จัดจ้านพวกนี้เท่าไหร่นัก
เขาเลือกซื้อเพียงเสื้อกล้ามสีขาวกางเกงยีนส์และแจ็กเก็ตคนงานสีกรมท่าสำหรับตัวเองและพ่ออย่างละชุด ส่วนของแม่ พี่สาว และน้องสาว เขาเลือกซื้อชุดลายดอกสีสดใสให้คนละชุด
สุดท้าย เขาเลือกชุดกระโปรงลายดอกสีฟ้าให้กับซูสุ่ยเซียน
ข้าวของทั้งหมดนี้รวมแล้วราคาไม่ถึง 40 หยวน
ก่อนกลับ เสิ่นเทียนแวะร้านโชห่วยซื้อน้ำอัดลมยี่ห้อ 'ต้าไป่ลี่' หนึ่งขวดใหญ่ และ 'เจี้ยนลี่เป่า' อีกหนึ่งกระป๋อง
ในยุคนี้ น้ำอัดลมต้าไป่ลี่ขวดใหญ่ราคาเพียง 5 เหมา ส่วนเจี้ยนลี่เป่าราคากระป๋องละ 1 หยวน 2 เหมา
ขณะที่โค้กนำเข้าจากต่างประเทศนั้น ราคาปาเข้าไปขวดละ 1 หยวน 5 เหมา!
สำหรับคนทั่วไปที่มีค่าแรงรายวันเพียง 10 หยวน ราคาเครื่องดื่มเหล่านี้ถือว่าสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว
เสิ่นเทียนจำได้ว่าเขาเคยสัญญากับน้องสาวไว้ ว่าถ้าได้เงินเดือนเดือนแรกเมื่อไหร่ จะซื้อต้าไป่ลี่ให้เธอดื่ม
แต่ใครจะคิดว่าพอเริ่มทำงาน เขาก็ไปคบกับฉินชิงและมอบเงินเดือนทั้งหมดให้เธอเก็บ จนลืมคำสัญญาเรื่องต้าไป่ลี่ของน้องสาวไปเสียสนิท
หลังจากซื้อน้ำอัดลมเสร็จ เสิ่นเทียนก็ออกจากห้างและเดินทางกลับหมู่บ้านตระกูลเสิ่น
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ ทันทีที่กลับมาถึงหมู่บ้าน เขาเห็นพ่อกับแม่กำลังวิ่งหน้าตื่นออกมาจากลานบ้านด้วยสีหน้าร้อนรน ข้างกายพวกเขามีเพื่อนในหมู่บ้านซึ่งเป็นเพื่อนเล่นขาประจำของเสิ่นเทียนตามมาด้วยอีกหลายคน
"พ่อครับ แม่ครับ จะไปไหนกัน?"
เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นเทียนจึงรีบตะโกนถาม
"เสี่ยวเทียน! ลูกกลับมาพอดีเลย! พี่สาวลูกโดนคนรังแกอยู่ในเมือง รีบไปช่วยพี่เขาเร็วลูก!"
ทันทีที่แม่เสิ่นเห็นหน้าลูกชาย นางก็รีบพูดรัวเร็วราวกับเจอที่พึ่งพิง
"อะไรนะ? พี่สาวโดนรังแก? มันเกิดอะไรขึ้นครับ?"
พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของเสิ่นเทียนก็เคร่งขรึมลงทันที
เสิ่นหว่านหลาน พี่สาวของเขาอายุมากกว่าเขาเจ็ดแปดปี สมัยเด็กเวลาพ่อแม่ต้องออกไปทำนา ก็ได้พี่สาวคนนี้แหละที่คอยดูแลเขามาตลอด
เรียกได้ว่าเสิ่นหว่านหลานเป็นทั้งพี่สาวและแม่คนที่สองของเขาเลยก็ว่าได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในชาติที่แล้ว เพื่อหาเงินมาเป็นค่าสินสอดให้เสิ่นเทียนแต่งงาน เสิ่นหว่านหลานถึงขนาดยอมแต่งงานกับคนพิการขาเป๋ แล้วยกค่าสินสอดที่ได้มาทั้งหมดให้เสิ่นเทียน
ในใจของเสิ่นเทียน เขาติดค้างพี่สาวคนนี้ไว้มากมายมหาศาล
หลังจากได้กลับมาเกิดใหม่ เสิ่นเทียนเคยสาบานกับตัวเองไว้
ใครหน้าไหนที่บังอาจมาทำร้ายพี่สาวของเขา มันต้องแลกด้วยชีวิต!
"พี่เสิ่นเทียน เมื่อกี้ฉันเข้าไปในตัวเมือง แล้วเห็นพี่หว่านหลานโดนนักเลงหัวเหลืองคนหนึ่งลวนลาม มันกำลังฉุดกระชากพี่เขาไปทางตึกร้างท้ายเมืองฝั่งตะวันออก ฉันกลัวพี่หว่านหลานจะเป็นอันตรายเลยรีบวิ่งกลับมาบอกลุงกับป้าน่ะจ้ะ"
ซูสุ่ยเซียนรีบเล่าเหตุการณ์ให้เสิ่นเทียนฟัง
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเสิ่นเทียนก็ดำทะมึน แววตาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
เขาจำได้แล้ว
ในชาติก่อน หลังจากวันที่ครอบครัวเขาตกลงรับเงื่อนไขหมั้นหมายของตระกูลฉิน พี่สาวของเขาเสิ่นหว่านหลานก็ถูกพวกอันธพาลในเมืองลวนลาม และเกือบจะถูกลากเข้าไปข่มขืนในตึกร้างฝั่งตะวันออก
โชคดีที่ระหว่างยื้อยุดฉุดกระชาก นายตำรวจแก่ๆ ประจำสถานีตำรวจในเมืองผ่านมาเห็นเข้าและช่วยไว้ได้ทันท่วงที ทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดขึ้น
ถึงกระนั้น ชื่อเสียงของเสิ่นหว่านหลานก็ป่นปี้ไปทั่วหมู่บ้านระแวกนั้น ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้ามาขอแต่งงาน เพราะกลัวว่าจะได้ผู้หญิงที่ "ไม่บริสุทธิ์" ไปเป็นเมีย
ตระกูลฉินเองก็ใช้ข้ออ้างเรื่องพี่สาวของเสิ่นเทียน "มีมลทิน" มาขูดรีดเรียกค่าสินสอดเพิ่มอีก 2,000 หยวน
ในชาติที่แล้ว เสิ่นเทียนหลงฉินชิงจนโงหัวไม่ขึ้น เขาไม่โกรธตระกูลฉินที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่กลับไปโกรธเสิ่นหว่านหลานที่ทำตัวให้เขาขายหน้า
ต่อมา ครอบครัวของไอ้อันธพาลนั่นเสนอเงินค่าทำขวัญให้ 10,000 หยวนเพื่อยอมความ หวังช่วยลูกชายตัวเองให้รอดคุก
ตอนนั้นชื่อเสียงของเสิ่นหว่านหลานก็เสียหายไปแล้ว เพื่อให้งานแต่งของน้องชายราบรื่น พ่อเสิ่น แม่เสิ่น และตัวเสิ่นหว่านหลานเอง จึงต้องกัดฟันยอมรับเงื่อนไขนั้น
หลังจากได้เงินค่าทำขวัญ เสิ่นหว่านหลานก็ตัดสินใจแต่งงานกับชายขาเป๋คนเดียวในเมืองที่ยอมมาสู่ขอ พร้อมกับมอบทั้งเงินค่าทำขวัญและค่าสินสอดทั้งหมดให้เสิ่นเทียน กำชับให้เขาไปใช้ชีวิตคู่กับฉินชิงให้ดี
แต่ใครจะรู้ว่า ชีวิตหลังแต่งงานของเสิ่นเทียนกับฉินชิงกลับมีแต่ดิ่งลงเหว!
เมื่อนึกย้อนไปถึงตรงนี้ เสิ่นเทียนก็หันไปบอกพ่อกับแม่ "พ่อ แม่ รออยู่ที่บ้านนะครับ ผมจะเข้าไปช่วยพี่เอง!"
พูดจบ เสิ่นเทียนก็เตรียมจะหันหลังวิ่งออกไป
"พี่เสิ่นเทียน พวกเราไปด้วย!"
ทันใดนั้น ชายหนุ่มผิวเข้มสองคนก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเสิ่นเทียน
เสิ่นเทียนหันไปมอง ก็เห็นหวังโก่วตั้นและหลี่โกวเซิ่งจ้องมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
สองคนนี้เป็นเพื่อนซี้ที่โตมาด้วยกันกับเสิ่นเทียนในหมู่บ้าน
ตอนพวกเขาเกิด หมอดูเคยทักว่าเด็กสองคนนี้มีดวงวาสนาดี จะได้พบผู้อุปถัมภ์ในภายภาคหน้า แต่ต้องตั้งชื่อให้ดูต่ำต้อยเข้าไว้เพื่อแก้เคล็ดให้รอดไปจนถึงวันที่ได้ดี
ในชาติที่แล้ว ตอนที่เขาออกไปทำงานต่างถิ่น ก็ได้หวังโก่วตั้นกับหลี่โกวเซิ่งนี่แหละที่คอยช่วยดูแลพ่อกับแม่ให้
ต่อมาหลังจากพ่อแม่เสียชีวิต เพื่อนสองคนนี้ก็เป็นคนกลุ่มแรกที่รีบมาที่บ้าน ช่วยจัดการธุระปะปังทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่
ทว่า จนกระทั่งเสิ่นเทียนฆ่าตัวตายในชาติก่อน รายได้ของหวังโก่วตั้นและหลี่โกวเซิ่งก็ยังคงเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา พอมีพอกินไปวันๆ ไม่เห็นจะมีผู้อุปถัมภ์คนไหนโผล่มาสักคน
"ได้! ถ้าช่วยพี่สาวฉันได้แล้ว ฉันจะเลี้ยงข้าวพวกนายมื้อใหญ่เลย!" เสิ่นเทียนพูดเสียงหนักแน่นพลางตบไหล่เพื่อนทั้งสอง
"พี่เสิ่นเทียน ฉันขอไปด้วยสิ!" ซูสุ่ยเซียนเห็นดังนั้นก็รีบเสนอตัว
เสิ่นเทียนปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด "เธอเป็นผู้หญิงจะตามไปทำไม? เกิดตีกันขึ้นมาแล้วเธอเจ็บตัวจะทำยังไง?"
"รออยู่ที่หมู่บ้านนี่แหละ ช่วยฉันเอาของพวกนี้ไปเก็บ แล้วอยู่เป็นเพื่อนพ่อกับแม่ฉัน เดี๋ยวฉันก็กลับมา"
พูดจบ เสิ่นเทียนก็ลูบหัวเธอเบาๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเอ็นดูจากฝ่ามือนั้น แก้มของซูสุ่ยเซียนก็แดงระเรื่อ เธอพยักหน้าอย่างว่าง่าย "งั้นฉันจะรอพี่กลับมานะ!"
เสิ่นเทียนส่งยิ้มให้ซูสุ่ยเซียน ก่อนจะรีบออกจากหมู่บ้านไปพร้อมกับหวังโก่วตั้นและหลี่โกวเซิ่ง
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงตึกร้างทางทิศตะวันออกของเมือง
ตึกร้างแห่งนี้เริ่มสร้างในปี 92 โครงสร้างสูง 18 ชั้น
ในยุคสมัยและในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ตึกนี้ถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่ดูทันสมัยมาก
ทว่าหลังจากโครงสร้างหลักสร้างเสร็จได้ไม่นาน ก็มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าเจ้าของตึกถูกทางการจับกุมในข้อหาพัวพันธุรกิจสีเทา
การก่อสร้างจึงหยุดชะงักกลางคันและถูกทิ้งร้างไป
ต่อมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเมืองเจียงตงได้เปิดประมูลโครงการใหม่
แต่ในขณะที่มีคนกำลังจะเข้ามารับช่วงต่อ ในปี 94 เมืองเจียงตงก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อม ทำให้โครงสร้างหลักของตึกเอียงไปเล็กน้อย
หลังจากนั้นก็มีข่าวลือหนาหูว่าฮวงจุ้ยของตึกนี้ไม่ดี ใครเป็นเจ้าของก็มีอันเป็นไป แถมตึกยังเอียงจากแผ่นดินไหว ทำให้ไม่มีใครกล้ามารับช่วงต่ออีก
สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นตึกร้างอันตราย
พวกขี้ยาและอันธพาลกระจอกมักจะชอบใช้ที่นี่เป็นแหล่งมั่วสุมทำเรื่องผิดกฎหมาย
"พี่เสิ่นเทียน ถึงแล้ว!"
หวังโก่วตั้นบอกเสิ่นเทียน
เสิ่นเทียนจ้องมองตึกร้างตรงหน้า ดวงตาอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้น
เขาจะต้องจัดการไอ้อันธพาลหัวเหลืองที่รังแกพี่สาวเขาให้พิการ ก่อนที่นายตำรวจแก่คนนั้นจะนำกำลังมาถึงให้ได้!!!