เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 หมั้นหมาย วางแผนหาเงิน เลี้ยงดูภรรยา

บทที่ 5 หมั้นหมาย วางแผนหาเงิน เลี้ยงดูภรรยา

บทที่ 5 หมั้นหมาย วางแผนหาเงิน เลี้ยงดูภรรยา


บทที่ 5 หมั้นหมาย วางแผนหาเงิน เลี้ยงดูภรรยา

เหล่าป้าๆ น้าๆ ในหมู่บ้านต่างพากันเดือดดาลเมื่อได้รับรู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวทั้งหมด

"กล้าดีจังนะ เรียกค่าสินสอดตั้งแปดพันแปดร้อยแปดสิบแปดหยวน ทองอีกสามบาท เครื่องใช้ไฟฟ้าสี่อย่างแถมยานพาหนะอีกหนึ่ง ผัวเมียแซ่ฉินคู่นั้นนึกว่าลูกสาวตัวเองเป็นเจ้าแม่หวังหมู่ลงมาจุติหรือไง?"

"นี่ไม่ใช่การแต่งลูกสาวออกเรือนแล้ว มันคือการขายลูกสาวกินชัดๆ!"

"เสิ่นเทียนของเราทั้งหล่อเหลา ทั้งขยันขันแข็ง ผู้ชายดีๆ แบบนี้จะหาเมียไม่ได้เชียวหรือ ทำไมต้องไปง้อแม่ฉินชิงคนนั้นด้วย!"

บรรดาหญิงสูงวัยที่ยืนจับกลุ่มกันในลานบ้านต่างเห็นเสิ่นเทียนเติบโตมาตั้งแต่เล็ก ย่อมต้องเข้าข้างเด็กหนุ่มในหมู่บ้านเดียวกันเป็นธรรมดา

เมื่อได้ยินซูสุ่ยเซียน ลูกสาวของตนเอ่ยปากอย่างกล้าหาญว่าเต็มใจจะแต่งงานเพื่อกู้หน้าเสิ่นเทียน ป้าซูก็ได้แต่ส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ "ลูกสาวโตแล้วรั้งไว้ไม่อยู่จริงๆ! ยังไม่ทันไรก็รีบจะไปอยู่บ้านว่าที่สามีเสียแล้ว"

ซูสุ่ยเซียนหน้าแดงระเรื่อเมื่อได้ยินคำแซวของผู้เป็นแม่

เสิ่นเทียนบีบมือนุ่มนิ่มของซูสุ่ยเซียนเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น ก่อนจะหันไปกล่าวกับป้าซูด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คุณน้าซูครับ วันนี้เองที่ทำให้ผมได้ตระหนักถึงความรู้สึกที่แท้จริงของสุ่ยเซียน!"

"ผมเพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่า เธอคือผู้หญิงที่คู่ควรแก่การทะนุถนอมไปตลอดชีวิต"

"ผมอยากแต่งงานกับซูสุ่ยเซียน คุณน้าจะยินยอมยกสุ่ยเซียนให้ผมไหมครับ?"

สิ้นเสียงคำถาม สายตาของเหล่าป้าๆ น้าๆ ก็พุ่งเป้าไปที่แม่เฒ่าซูเป็นจุดเดียว

เสิ่นเทียนและซูสุ่ยเซียนต่างมองมาที่เธอด้วยสีหน้าลุ้นระทึก

เมื่อเห็นความจริงใจของเสิ่นเทียนและแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของลูกสาว ป้าซูก็ส่ายหน้ายิ้มๆ "ในแววตาของสุ่ยเซียนมีแต่เธอขนาดนี้ น้าจะไปขัดข้องอะไรได้อีก?"

"น้าเองก็เห็นเธอมาแต่อ้อนแต่ออก รู้ดีว่าเธอเป็นคนนิสัยอย่างไร สุ่ยเซียนฝากชีวิตไว้กับเธอคงไม่ลำบาก"

"แต่ว่า... งานแต่งนี้จะจัดแบบขอไปทีไม่ได้นะ..."

เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเทียนก็รู้ทันทีว่าป้าซูอนุญาตแล้ว เขาจึงรีบรับคำ "คุณน้าซูอยากให้จัดงานแบบไหน ว่ามาได้เลยครับ ผมจะทำให้ได้!"

พ่อเสิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบสมทบขึ้นทันที "ใช่ๆ อยากได้สินสอดเท่าไหร่ว่ามาได้เลย ขอแค่ลูกชายผมได้แต่งกับหนูสุ่ยเซียน ต่อให้ต้องขายเลือดแลกเงินค่าสินสอดผมก็ยอม!"

"แม่จ๋า!" ซูสุ่ยเซียนกังวลว่าแม่จะเรียกสินสอดแพงเกินไป จึงรีบมองแม่ด้วยสายตาเว้าวอน

ป้าซูยิ้มอย่างอ่อนใจ "แม่ไม่ใช่คนหน้าเลือดแบบผัวเมียตระกูลฉินคู่นั้นหรอกนะ ที่คิดแต่จะรวยทางลัดด้วยการขายลูกสาว!"

"ค่าสินสอดก็เอาตามธรรมเนียมหมู่บ้านเรา สามพันแปดร้อยแปดสิบแปดหยวน ทองสามบาทต้องมี แต่ราคาค่างวดพวกเธอไปตกลงกันเอง"

"ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าสี่อย่างกับยานพาหนะ เอาไว้ให้หนุ่มสาวช่วยกันทำมาหากินเก็บหอมรอมริบซื้อกันเองหลังแต่งงานเถอะ"

พูดถึงตรงนี้ ป้าซูก็เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ "แต่งานแต่งงานจะจัดเล็กๆ ไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีโต๊ะจีนสักยี่สิบโต๊ะ!"

"ฉันมีลูกสาวคนเดียว จะแต่งออกทั้งทีต้องให้สมเกียรติ ให้ลูกได้ยืดอกไม่อายใคร!"

เมื่อยื่นคำขาด ป้าซูก็หันไปถามว่าที่ลูกเขย "เสิ่นเทียน ข้อนี้เธอทำให้ได้ไหม?"

"ได้แน่นอนครับ!" เสิ่นเทียนพยักหน้าหนักแน่น

โต๊ะจีนยี่สิบโต๊ะแทบจะไม่นับเป็นเงื่อนไขที่ยากเย็นอะไรเลย เพราะมันเป็นมาตรฐานทั่วไปอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับสินสอดเพียงสามพันกว่าหยวนและทองสามบาทที่ไม่จำกัดราคา เงื่อนไขของป้าซูถือว่าเมตตาและทำเพื่อลูกสาวอย่างแท้จริง ต่างจากความโลภของครอบครัวตระกูลฉินราวฟ้ากับเหว

หลังจากตกลงเรื่องงานมงคลเรียบร้อย ป้าซูก็ให้ครอบครัวเสิ่นกลับไปก่อน พรุ่งนี้เธอจะส่งดวงชะตาตกฟากของซูสุ่ยเซียนไปให้พ่อเสิ่น เพื่อนำไปให้ซินแสหาฤกษ์ยามที่เหมาะสม

เมื่อเสิ่นเทียนกลับมาถึงห้องนอน เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมา แล้วเริ่มจรดปากกาเขียนแผนการในอนาคต

แม้ว่าป้าซูจะไม่ได้เรียกร้องสินสอดทองหมั้นมากมาย แต่เสิ่นเทียนก็ตั้งใจจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับซูสุ่ยเซียน และทุกอย่างล้วนต้องใช้เงิน!

ในฐานะคนที่ได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ ในหัวของเสิ่นเทียนอัดแน่นไปด้วยลู่ทางทำมาหากินจากโลกอนาคต การหาเงินจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด!

"ก่อนอื่นต้องหาทางขุดทองก้อนแรกมาให้ได้ก่อน" เสิ่นเทียนพึมพำเบาๆ ขณะไล่สายตาดูแผนชีวิตนับสิบข้อที่จดไว้

"พี่คะ กับข้าวเสร็จแล้ว! มากินข้าวเร็ว!" เสียงของน้องสาวคนเล็กดังแว่วมาจากด้านนอก

"มาแล้ว!" เสิ่นเทียนขานรับ ลุกขึ้นเดินออกจากห้อง

บนโต๊ะหนังสือ ลมพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้หน้ากระดาษสมุดบันทึกพลิกไหว เผยให้เห็นแผนการไม่กี่ข้อแรกที่เขียนไว้อย่างเลือนราง

"1. ก่อนงานแต่งงาน ต้องหาเงินให้ได้มากพอที่จะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าสี่อย่างและรถหนึ่งคัน รวมๆ แล้วประมาณสองหมื่นหยวน ส่วนโต๊ะจีนยี่สิบโต๊ะ ต้องจัดให้ไม่น้อยหน้าใคร อย่างต่ำโต๊ะละห้าร้อยหยวน จะให้ซูสุ่ยเซียนน้อยหน้าใครไม่ได้"

"2. พ่อกับแม่ลำบากเพื่อเรามาครึ่งค่อนชีวิต ถึงเวลาต้องตอบแทนท่าน พอเก็บเงินได้สักก้อน จะเปิดร้านโชห่วยหรือร้านขายข้าวสารเล็กๆ ในหมู่บ้านให้พวกท่านดูแล จะได้มีอะไรทำแก้เบื่อในยามแก่เฒ่า"

"3. บ้านปูนหลังนี้เก่าเกินไปแล้ว ภายในหนึ่งเดือนต้องหาเงินให้ได้ห้าหมื่นหยวน เพื่อสร้างบ้านตึกสไตล์ตะวันตกหลังใหม่ ไว้เป็นเรือนหอให้ซูสุ่ยเซียน"

"4. หาเงินส่งพี่สาวคนโตเรียนภาคค่ำ ให้สอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัย หรือไม่ก็สอบใบประกอบวิชาชีพช่างเทคนิค จะได้มีอนาคตที่ดีและได้เจอผู้ชายที่ดีกว่านี้"

"5. ส่งเสียน้องสาวคนเล็กให้มุ่งมั่นกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ให้กลายเป็นเด็กคนแรกของหมู่บ้านตระกูลเสิ่นที่สอบติดชิงหัวหรือปักกิ่งให้ได้!"

"6. หลังจากได้เงินทุนก้อนแรก จะมุ่งหน้าไปซูโจว หางโจว และเซี่ยงไฮ้ เพื่อตามหา 'สองเจ้าสัวแซ่หม่า' ไปลงทุนในบริษัทของพวกเขา ซื้ออสังหาริมทรัพย์ และกว้านซื้อหุ้น..."

ถัดจากนั้น ยังมีแผนการหาเงินอีกมากมายที่ถูกเขียนไว้

แต่ละข้อล้วนมีศักยภาพที่จะสร้างเศรษฐีเงินล้านได้ทั้งนั้น...

เมื่อเสิ่นเทียนเดินออกมาที่ลานบ้าน ก็เห็นพ่อกับแม่เสิ่นกำลังตั้งโต๊ะเตี้ยๆ ไว้กลางลาน ส่วนน้องเล็กกำลังยกกับข้าวออกมาจากครัว

ในยุคสมัยนี้ บ้านในชนบทส่วนใหญ่ยังไม่มีพัดลม อย่าว่าแต่เครื่องปรับอากาศเลย ในฤดูร้อน ทุกคนจึงชอบย้ายโต๊ะกินข้าวออกมานั่งรับลมธรรมชาติใต้ต้นไม้ใหญ่ในลานบ้าน

เด็กๆ ที่กินอิ่มเร็วก็จะวิ่งเล่นกันเจี๊ยวจ๊าวในลาน ส่วนผู้ใหญ่หลังจากอิ่มหนำก็จะนั่งล้อมวงคุยสัพเพเหระ เล่าเรื่องแปลกๆ ที่พบเจอมาจากการทำงานต่างถิ่น

บรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้ แทบจะหาไม่ได้อีกแล้วในยุคหลังที่วิถีชีวิตเร่งรีบขึ้นเรื่อยๆ

"เสิ่นเทียน วันนี้หนูสุ่ยเซียนกล้าพูดแบบนั้นต่อหน้าคนตั้งเยอะ แสดงว่ารักแกจริงๆ นะ ถึงขนาดยอมเอาชื่อเสียงลูกผู้หญิงมาเดิมพัน" พ่อเสิ่น หรือเสิ่นฉง กล่าวกับลูกชายอย่างจริงจังขณะคีบข้าวเข้าปาก

"ในเมื่อน้าซูยอมยกลูกสาวให้แล้ว แกต้องจัดการงานแต่งนี้ให้ดีที่สุดนะ"

"ใช่ ถ้าแม่รู้ว่าแกไปรังแกหนูสุ่ยเซียนล่ะก็ ไม่ต้องรอน้าซูมาเอาเรื่องหรอก แม่นี่แหละจะตีขาแกให้หักเป็นคนแรก!" แม่ของเสิ่นเทียนวางตะเกียบลงแล้วสำทับอย่างขึงขัง

ทั้งสองคนเห็นซูสุ่ยเซียนมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย รู้ดีว่าเด็กสาวคนนี้เป็นคนดีและเพียบพร้อมแค่ไหน

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน แม่เสิ่นได้ข่าวว่ามีเศรษฐีในตัวอำเภอได้ยินกิตติศัพท์เรื่องความงาม ความดี และความขยันของซูสุ่ยเซียน จึงส่งแม่สื่อมาทาบทาม

เงื่อนไขที่ฝ่ายนั้นเสนอนั้นอู้ฟู่มาก สินสอดห้าพันแปดร้อยแปดสิบแปดหยวน ทองหมั้นมูลค่าไม่ต่ำกว่าสามพันหยวน โต๊ะจีนยี่สิบโต๊ะ แถมที่บ้านฝ่ายชายยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถพร้อมสรรพ

หากซูสุ่ยเซียนแต่งเข้าบ้านนั้นไป ก็คงได้เสวยสุขเป็นคุณนายน้อยไปแล้ว

ถ้าไม่ใช่เพราะซูสุ่ยเซียนปฏิเสธหัวชนฝาในตอนท้าย และถ้าป้าซูไม่ตามใจลูกสาว เสิ่นเทียนคงไม่มีโอกาสได้มายืนอยู่จุดนี้

ในเมื่อได้ของล้ำค่ามาครอบครองแล้ว เสิ่นเทียนจึงต้องทำดีกับเธอให้มากเป็นสองเท่า

จบบทที่ บทที่ 5 หมั้นหมาย วางแผนหาเงิน เลี้ยงดูภรรยา

คัดลอกลิงก์แล้ว