เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 สุดยอดทักษะติดตัวของชาวออฟฟิศ

ตอนที่ 18 สุดยอดทักษะติดตัวของชาวออฟฟิศ

ตอนที่ 18 สุดยอดทักษะติดตัวของชาวออฟฟิศ


แสงจันทร์นวลตาเคล้าไปกับเสียงแมลงเรไรที่กรีดร้องไม่ขาดสาย รัตติกาลมาเยือนเป็นเวลาช้านาน นานๆ ครั้งจะมีเสียงตะโกนแจ้งเวลาของคนเคาะระฆังบอกยามดังแว่วมาจากบนถนน

ที่ลานหลังสำนักดาบแยก ฉู่เฟิงถือหอกไม้ร่ายรำไปตามสายลม เงาหอกและแสงจันทร์สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ทุกครั้งที่แทงหอกออกไป จะมีเสียงวีดหวิวของลมฉีกอากาศดังตามมา มันช่างแตกต่างจาก "วิชาหอกทลายทัพ" อันเงอะงะที่เน้นแต่พละกำลังดุดัน เพราะกระบวนท่าของ "หอกเงาวายุปลิดชีพ" นั้นมีความพิสดารและเจ้าเล่ห์กว่ามาก ทั้งรวดเร็ว และรุนแรงถึงชีวิต!

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากฝึกฝนสองกระบวนท่านี้ ฉู่เฟิงสัมผัสได้ชัดเจนว่าฤทธิ์ยาของโอสถทะลวงชีพจรในร่างกายกำลังสลายตัวไป ความเจ็บปวดร้อนรุ่มในจุดชีพจรเลือนหายไปเกือบหมดสิ้น! เขามองขึ้นไปยังดวงจันทร์ที่สว่างไสวบนท้องฟ้า กะเวลาดูแล้วน่าจะเป็นช่วงเที่ยงคืน

ฉู่เฟิงวางหอกไม้ลง เดินกลับเข้าห้องนอนแล้วค่อยๆ ผลักหน้าต่างให้เปิดออกครึ่งหนึ่งเพื่อให้แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา เขาหยิบ "วิชาหอกเก้าหยวน" ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาเริ่มอ่าน เหยียนลี่เคยบอกว่าวิชาบำเพ็ญเพียรนี้สามารถใช้ฝึกได้จนถึงขอบเขตสร้างแกนพลัง เขาจึงอยากทำความเข้าใจมันไว้ล่วงหน้า แน่นอนว่าตอนนี้เขายังฝึกไม่ได้ แต่เขายังรู้สึกสับสนเล็กน้อยเกี่ยวกับระดับการบำเพ็ญเพียรของโลกใบนี้ เขาต้องการจัดระเบียบความคิด เพื่อจะได้รู้ว่าในแต่ละขั้นเขาต้องทำอย่างไรจึงจะทะลวงผ่านไปได้

เมื่อเปิดวิชาหอกเก้าหยวน หน้าแรกคือบทนำสู่ขอบเขตรวบรวมปราณ คาดว่าเหยียนลี่คงรู้ว่าเขาเป็นมือใหม่หัดขับ จึงตั้งใจเขียนอธิบายไว้ให้เขาโดยเฉพาะ 'ยัยผู้หญิงคนนี้ก็มีมุมที่ใส่ใจคนอื่นเหมือนกันแฮะ...' ฉู่เฟิงอมยิ้มเล็กน้อยพลางพิงขอบหน้าต่างอ่านต่อไป

【ขอบเขตรวบรวมปราณ】: ผู้บำเพ็ญเริ่มก้าวเข้าสู่วิถี ดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินมาบำรุงร่างกายด้วยปราณ อายุขัยยืนยาวกว่าหนึ่งร้อยปี สามารถฝึกคาถาพื้นฐาน วิชาบำเพ็ญ ยันต์ทั่วไป ยันต์วิเศษ อาวุธวิเศษ และเลี้ยงสัตว์วิญญาณได้ ผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์จำเป็นต้องขัดเกลาร่างกายเพื่อเปิดจุดชีพจร ผู้ที่ไม่มีรากวิญญาณไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ 【ขอบเขตหล่อเลี้ยงจิต】: รากฐานถูกสถาปนา ควบแน่นพลังปราณให้กลายเป็นรากฐานพลังวิญญาณของตนเอง อายุขัยยืนยาวกว่าสองร้อยปี เน้นฝึกวิชาบำเพ็ญระดับกลาง คาถาระดับกลาง ใชัยันต์วิเศษ อาวุธวิเศษ ค่ายกล และหุ่นเชิด 【ขอบเขตสร้างแกนพลัง】: ก่อเกิดแกนทองคำ (จินตาน) อายุขัยและตบะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล อายุขัยยืนยาวกว่าห้าร้อยปี สามารถหลอมสร้างสมบัติวิเศษ (เป่าอู้) สร้างอาวุธวิเศษประจำกาย ฝึกคาถาระดับสูง ใช้อาวุธวิเศษและสมบัติวิเศษระดับสูงได้ทั่วไป 【ขอบเขตกลั่นแก่น】: พลังวิญญาณควบแน่นยิ่งขึ้น ก่อเกิดทารกวิญญาณ (หยวนอิง) ภายในร่างกาย อายุขัยยืนยาวกว่า 1,000 ปี! ฝึกฝนวิชาเทพเร้นลับต่างๆ ใช้สมบัติวิเศษประจำกาย สมบัติโบราณ ของเลียนแบบสมบัติวิญญาณ และฝึกวิชาร่างจำแลง

ฉู่เฟิงจดจ่ออยู่กับการอ่าน ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เหยียนลี่จะอยู่ในขอบเขตกลั่นแก่น "ก่อเกิดทารกวิญญาณในร่างกายงั้นเหรอ?" "พลังปราณ... ดูเหมือนว่าทุกระดับจะเกี่ยวข้องกับพลังปราณทั้งนั้นเลยแฮะ..." ฉู่เฟิงพึมพำด้วยสีหน้าครุ่นคิด เริ่มจากการขัดเกลาร่างกาย เพื่อให้เนื้อเยื่อและจุดชีพจรสามารถดึงพลังปราณเข้าสู่ร่าง จากนั้นค่อยๆ ควบแน่นพลังปราณเพื่อเสริมรากฐานพลังวิญญาณ... นำไปสู่การสร้างแกนทองคำ และก่อเกิดเป็นทารกวิญญาณ? ความหมายโดยรวมน่าจะเป็นเช่นนั้น

ฉู่เฟิงเปิดหน้าต่อไป และนับว่าโชคดีที่เขาอ่านต่อ เพราะทันทีที่เปิดไป จิตใจของเขาก็หยุดชะงักอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าทั้งร่างของเขากระตุกค้างไปชั่วขณะ สิ่งที่ตามมาคือบทนำเรื่องรากวิญญาณ แม้จะมีตัวอักษรไม่มาก แต่หมึกของคำสองคำกลับดูเลอะเลือนเพราะหยาดน้ำตา ฉู่เฟิงย่อมเดาออกว่าหญิงสาวคนนั้นรู้สึกอ้างว้างเพียงใดตอนที่เขียนวิชาบำเพ็ญนี้ให้เขา... นางคงยังจดจำแค้นฝังหุ่นของครอบครัวนางได้แม่นยำ หลังจากถอนหายใจยาว ฉู่เฟิงก็อ่านต่อไป

รากวิญญาณ คือบันไดขั้นแรกที่ปุถุชนจะใช้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญ แบ่งออกเป็นห้าธาตุหลัก คือ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน นอกจากนี้ยังมีรากวิญญาณกลายพันธุ์ เช่น น้ำแข็ง สายฟ้า มืด ลม และอื่นๆ รากวิญญาณยังเป็นตัวบ่งบอก "พรสวรรค์" ในการบำเพ็ญ ยิ่งมีรากวิญญาณหลายชนิดและปนเปกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องการพลังวิญญาณในการฝึกฝนมากขึ้น และความยากในการบำเพ็ญก็จะสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

รากวิญญาณที่มีพรสวรรค์สูงสุดต้องเป็นธาตุเดี่ยว เหมือนกับรากวิญญาณธาตุลมกลายพันธุ์ของเหยียนลี่ รากวิญญาณเดี่ยวนี้ถูกเรียกว่า "รากวิญญาณสวรรค์" และคนผู้นั้นจะถูกขนานนามว่าเป็นลูกรักของสวรรค์ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร! รองลงมาคือรากวิญญาณคู่ และรากวิญญาณสามธาตุ ส่วนผู้ที่มีรากวิญญาณตั้งแต่สี่ธาตุขึ้นไป จะถูกเรียกว่ารากวิญญาณเทียม หรือรากวิญญาณเบ็ดเตล็ด

รากวิญญาณธาตุทอง ไม้ ไฟ ลม และสายฟ้าของฉู่เฟิงนั้นจัดเป็นรากวิญญาณเทียม ซึ่งทำให้การบำเพ็ญเพียรยากลำบากอย่างถึงที่สุด

หลังจากอ่านบทนำพื้นฐานเสร็จ ฉู่เฟิงก็หยิบเคล็ดวิชาหอกเงาวายุปลิดชีพขึ้นมาศึกษาต่อ รู้ตัวอีกที แสงเงินแสงทองก็จับขอบฟ้าพร้อมกับเสียงไก่โห่ ฉู่เฟิงที่กำลังมึนตึ้บรีบหดคอลงด้วยความตกใจ "ฉิบหายแล้ว... เช้าแล้วเหรอเนี่ย? ข้ายยังไม่ได้นอนเลยสักงีบ..."

ทันใดนั้น มีเสียงตะโกนมาจากข้างนอก: "ตื่นกันได้แล้ว! วันนี้ถึงเวลาไปทำเหมือง ทุกคนต้องขุดแร่เหล็กให้ได้ 4 ชิ้น และแร่เหล็กบริสุทธิ์ 1 ชิ้น! ระยะทางมันไกล รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"

ฉู่เฟิงที่อยู่ในห้องรู้สึกหน้ามืดไปแว่บหนึ่ง นี่เขาไม่ได้นอนมาสองวันเต็มๆ แล้วใช่ไหม? เมื่อวานเขาจดจ่อกับการอ่านวิชาบำเพ็ญเพียรมากเกินไป... เขามองไปที่น้ำในอ่างไม้ข้างตัวแล้วลอบกลืนน้ำลาย ดูเหมือนว่าเขาจะต้องงัด "ไม้ตาย" นั้นออกมาใช้เสียแล้ว... สุดยอดทักษะติดตัวของชาวออฟฟิศ!

อู้งาน, ลางาน, แกล้งป่วย, บีบน้ำตาเรียกความสงสาร, ใส่ร้ายป้ายสี, โยนขี้ให้เพื่อน, ประจบสอพลอ — เขาเชี่ยวชาญมันทั้งหมด!!! เขาจะยอมปล่อยให้ตัวเองบำเพ็ญเพียรจนตายไม่ได้หรอกนะ!

ในขณะนั้น การขานชื่อข้างนอกได้เริ่มขึ้นแล้ว "หานลี่—!" "มาครับ!!" "หยางหู่—!" "มาครับ!!" "ฉู่เฟิง—!" "ฉู่เฟิง?!"

ยอดฝีมือหวงชงที่กำลังขานชื่อถลึงตาขึ้นมาทันที: "ฉู่เฟิง?! มันอยู่ไหน! หรือว่าไอ้เจ้าคนสับปลับนั่นยังนอนอืดไม่ออกมา?"

วินาทีต่อมา เสียงอันแสนแหบแห้งและดูไร้เรี่ยวแรงก็ดังมาจากห้องของฉู่เฟิง: "มา... มาแล้วขอรับ...!" ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว

เมื่อเห็นฉู่เฟิงที่มีขอบตาคล้ำโบ๋ ริมฝีปากซีดเผือด และเดินโงนเงนเหมือนจะล้มแหล่มิล้มแหล่ ทุกคนก็เริ่มซุบซิบกันทันที หวงชงจำเขาได้ในแวบเดียว ไม่ใช่เจ้าหนุ่มผมขาวที่ศิษย์น้องหวังเยี่ยนพามาหรอกหรือ? อะไรนะ? ป่วยเหรอ? ป่วยก็ดีสิโว้ย~!!! เมื่อเห็นท่าทางอ่อนแอขี้โรคของฉู่เฟิง หวงชงก็รู้สึกสะใจอยู่ลึกๆ แต่แสร้งทำเป็นไม่พอใจแล้วตวาดเบาๆ "มัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รีบเข้าแถวให้ไว?"

ฉู่เฟิงเดินโซซัดโซเซเข้าไป ขาของเขาสั่นพั่บๆ เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว... เขาก็สะดุดขาตัวเองล้มคว่ำลงไปต่อหน้าต่อตา!!

เหยียนลี่ที่อยู่ในทะเลความรู้สะดุ้งตื่นเพราะแรงกระแทกจากการล้ม นึกว่าพวกหกสำนักใหญ่บุกมาฆ่าถึงที่ แต่เมื่อเห็นฉู่เฟิงนอนแหมะอยู่บนพื้น แสร้งทำเป็นตายซาก เหยียนลี่ก็ได้แต่ส่งสายตาเอือมระอาให้เขา

หวงชงยังคงตะโกนด่า: "เจ้ายังไม่ตื่นดีหรือไง?! เร็วๆ หน่อย!!! นี่มันกี่โมงกี่เขามแล้ว? ศิษย์พี่ของเจ้ารอเจ้าอยู่คนเดียวเนี่ย!" ฉู่เฟิงนอนหอบหายใจอยู่บนพื้น พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยท่าทางที่สั่นเทา หยางหู่รีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงฉู่เฟิงขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง: "พี่ฉู่ ท่านป่วยหรือเปล่า? หรือว่าเมื่อคืนโดนลมหนาวเข้า?"

ตอนที่หยางหู่ช่วยพยุง มือของเขาเปียกไปหมด! เขาถึงกับพูดตะกุกตะกัก: "จะ... จริงด้วย เมื่อวานข้าเห็นท่านผ่าฟืนยังดูปกติอยู่เลย ทำไมวันนี้เหงื่อกาฬไหลพรากตัวเย็นเฉียบแบบนี้ล่ะ?" "ท่านยอดฝีมือ! ฉู่เฟิงคงจะป่วยหนักแน่ๆ ดูสิขอรับ เขาตัวสั่นไปหมด ขอบตาก็ดำคล้ำ! เขาไปทำเหมืองไม่ไหวแน่ๆ... ให้เขาพักสักวันเถอะนะขอรับ?"

หวงชงเดินเข้ามาด้วยสายตาเหยียดหยามแล้วลองแตะที่แขนของฉู่เฟิง จริงด้วย... ตัวเย็นเฉียบและสั่นไม่หยุดจริงๆ แต่พอคิดถึงตอนที่ศิษย์น้องคนสวยออกปากชมไอ้เจ้าคนสับปลับนี่ เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา! "ป่วยนิดป่วยหน่อยถึงกับจะไม่ไปเลยเหรอ? พวกเราเป็นนักสู้ เรื่องแค่นี้ต้องกลัวด้วยหรือไง?" "ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้! อย่ามาเล่นงิ้วตบตาที่นี่!!!"

จบบทที่ ตอนที่ 18 สุดยอดทักษะติดตัวของชาวออฟฟิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว