เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่14

บทที่14

บทที่14


หน้าประตูมหาวิทยาลัยเจียงไห่

หลิวเฉิงมองไปที่ยามหน้าประตู เขาหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมกับติดต่อไปยังเบอร์โทรของหลินเสวี่ย

มหาวิทยาลัยทั่วไปค่อนข้างเข้มงวด ถ้าหากต้องเข้าไปในโรงเรียนตอนดึก จะต้องมีนักเรียนที่รู้จักมารับ มิฉะนั้นยามเฝ้าประตูจะไม่เปิดให้ใครทั้งนั้น

ทำไมหลิวเฉิงไม่ให้เซี่ยว่านชิวใช้เทเลพอร์ต?

ก็เพราะเขาไม่ต้องการทำให้ผิดกฎโรงเรียนไงล่ะ

ในยุคนี้กล้องวงจรปิดมีอยู่ทุกที่ ถ้าเขาถูกถ่ายเอาไว้ เกรงว่าวันพรุ่งนี้เขาจะเป็นพาดหัวข่าวและอาจดึงดูดบางองค์กรมาจัดการเขาก็ได้

ในระยะนี้ มันคงจะดีกว่าที่จะเก็บเป็นความลับไว้ก่อน

“เยี่ยมเลย! รอก่อนนะพี่ เดี๋ยวฉันออกไปรับ แล้วก็จะมีเพื่อนของฉันสองคนด้วยนะ”

ทุกครั้งที่หลิวเฉิงได้ยินเสียงน่ารัก ๆของหลินเสวี่ย มันมักจะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น

“ที่รักคะ ที่โรงเรียนนี้มีความเคียดแค้นหนาแน่นมาก น่าจะมีวิญญาณและน่าจะมากกว่าหนึ่งตน”

เซี่ยว่านชิวมองไปยังท้องฟ้าเหนือโรงเรียนที่ปกคลุมไปด้วยความมืดแล้วพูดกับหลิวเฉิงช้า ๆ

ผีสามารถมองเห็นความเคียดแค้นและความไม่พอใจได้ นักบวชลัทธิเต๋าที่ฝึกฝนไปได้ระดับหนึ่งเองก็สามารถรับรู้ถึงความแค้นได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หลิวเฉิงยังมองไม่เห็นอะไรเลยในขณะนี้ คืนนี้ไม่มีพระจันทร์และท้องฟ้าก็ดูมืดมิดกว่าปกติ มีเพียงแสงไฟจากอาคารหอพักที่ยังคงส่องสว่างอยู่

“แน่นอนว่ามันต้องมีผี แต่ฉันไม่คิดว่าที่โรงเรียนแบบนี้จะมีสิ่งชั่วร้ายมากกว่าหนึ่ง” หลิวเฉิงอดถอนหายใจไม่ได้

มีนักเรียนหลายคนในโรงเรียน ซึ่งมันเป็นเหมือนแหล่งพลังงานหยางอันหนาแน่น หากเป็นปกติพลังหยินของเหล่าผีจะไม่สามารถเข้ามาในแหล่งที่มีพลังงานหยางอยู่เป็นจำนวนมากได้ เป็นไปไม่ได้ที่ผีจะอยู่รอดในสภาพแบบนั้นได้เลย

แต่ถ้าหากผีตัวนั้นสามารถอยู่ในที่แบบนี้ได้ แสดงว่าผีตัวนี้จะต้องแข็งแกร่งเอามาก ๆ

แล้วเซี่ยว่านชิวก็ได้บอกเอาไว้ว่ามีผีมากกว่าหนึ่ง ดูเหมือนว่าโรงเรียนนี้จะไม่ง่ายจริง ๆ

บางทีคงจะเหมือนกับนิทานหรือเรื่องเหล่าสยอง ที่ว่าโรงเรียนสร้างบนสุสาน จึงเต็มไปด้วยผีร้ายแล้วพวกมันก็ทรงพลังมาก

“เอ่อ... นี่คุณพูดอะไรหรือเปล่า?”

ขณะที่หลิวเฉิงกำลังจ้องมองไปที่อาคารหอพักก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านข้าง และเสียงนั้นทำให้หลิวเฉิงที่เหม่อ ๆตกใจ

ชายหนุ่มหันไปมองทางต้นเสียงก็ได้เห็นชายกลางคน ใบหน้าเหลี่ยมดูใจดี มีริ้วรอยบาง ๆบนใบหน้า อีกฝ่ายดูเหมือนจะมีอายุสี่สิบถึงห้าสิบปี แต่ผมของเขายังหนาแถมยังดูเหมือนคนที่ประสบความสำเร็จมาก

นี่เป็นลักษณ์ภายนอกที่สามารถมองเห็นได้

“ไม่มีอะไรครับ อีกอย่างผมก็ไม่ใช่นักเรียนด้วย” หลิวเฉิงส่ายหน้าปฏิเสธ

เขาไม่ต้องการพูดเรื่องผีกับคนธรรมดา

“ไม่ ๆ เธอกำลังโกหกฉันอยู่สินะ เธอพูดว่าผีหรือเปล่า ใช่ไหม?”

ชายกลางคนยิ้มอย่างใจดี แต่สายตาที่จ้องมองหลิวเฉิงกลับเฉียบคม

หลิวเฉิงตกตะลึง ทันใดนั้นเขาก็มองตรงไปยังชายกลางคนตรงหน้าด้วยสายตาสนใจ

ในใจของหลิวเฉิงกำลังคาดเดาตัวตนของอีกฝ่าย ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมา

“พี่ชาย!!!”

หลิวเฉิงเบนสายตาไปมองตามต้นเสียงก็เห็นสาวน้อยกำลังยืนอยู่ในหลังประตูทางเข้าโรงเรียน ผมผูกเป็นหางม้าและใส่หมวกแก๊ปบนหัว ใส่เสื้อทีเชิ้ตสีขาวและกางเกงยีนส์ขาสั้น

ขาคู่สวยที่โผล่ออกมาทั้งขาวและยาว

นักเรียนรอบข้างที่ยังมีอยู่ประปรายต่างก็มองมาที่หลินเสวี่ยและหลิวเฉิง

เหล่าผู้ชายต่างก็มองมาที่ขาขาว ๆของเด็กสาว

เธอคือน้องสาวของหลิวเฉิง หลินเสวี่ยนั่นเอง

หลินเสวี่ยเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับเด็กสาวอีกสองคนข้างหลัง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าใกล้หลิวเฉิง เด็กสาวทั้งสามคนก็ตกใจ “อาจารย์ใหญ่ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้คะ?”

อาจารย์ใหญ่ที่สามสาวเรียกก็คือชายวัยกลางคนที่เพิ่งจะยืนคุยกับหลิวเฉิงเมื่อสักครู่

หลิวเฉิงอดหันไปมองไม่ได้ ‘ผู้ชายคนนี้คืออาจารย์ใหญ่จริงเหรอ?’

อาจารย์ใหญ่คนนี้เชื่อเรื่องผีจริง ๆเหรอ?

พอคิดสิ่งนี้ยิ่งทำให้หลิวเฉิงประหลาดใจมากยิ่งขึ้น

อาจารย์ใหญ่ไม่ก็อธิการบดีไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนประถม มัธยมหรือมหาวิทยาลัยต่างก็เป็นคนของทางการ ส่วนใหญ่เป็นคนของหน่วยงานราชการ พวกนี้มันจะเชื่อเรื่องหลักวิทยาศาสตร์หรือวัตถุนิยม ไม่มีทางเชื่อเรื่องผี

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เดินเล่นนอกโรงเรียนเฉย ๆแล้วก็เจอผู้ชายคนนี้เข้าน่ะ ฉันก็เลยคุยกับเขาฆ่าเวลาน่ะนะ” อาจารย์ใหญ่ยิ้มแล้วเสมองไปที่หลิวเฉิง

หลินเสวี่ยเบิกตากว้างแล้วตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

เพื่อนร่วมห้องของหลินเสวี่ยมองหลิวเฉิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ พวกเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าหนุ่มหล่อคนนี้จะรู้จักอาจารย์ใหญ่ของพวกเธอ แถมดูเหมือนว่าจะมีความสัมพันธ์ที่ดีด้วย

หลิวเฉิงส่ายหัว เขารู้ว่าอาจารย์ใหญ่คนนี้มีอะไรบางอย่างแปลก ๆ ไม่อย่างนั้นคนไม่รู้จักกันจะเข้ามาหาเขาได้อย่างสนิทสนมแบบนี้ได้ยังไง

จบบทที่ บทที่14

คัดลอกลิงก์แล้ว