เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่11

บทที่11

บทที่11


ปัง!

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรง

อย่างไรก็ตาม ฉินซวงมองไปรอบ ๆห้องก็ไม่เห็นใคร

ฉินซวงเดินเข้ามา ในห้อง ปลายจมูกของเธอขยับเล็กน้อยและดูเหมือนว่าเธอจะได้กลิ่นบางอย่างในอากาศ...

จากนั้นเธอก็มองซ้ายมองขวา เปิดตู้ออกแล้วเดินไปยังหน้าต่างเพื่อมองลงไปด้านล่าง

แต่หลังจากมองทุกอย่างในห้องแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

ฉินซวงขวมดคิ้วมุ่น

“พี่สาว พวกวิญญาณได้รับการชำระล้างเรียบร้อยแล้วครับ”

ไม่ช้าชายหนุ่มสองคนก็เดินมาพร้อมกับอาวุธพิเศษในมือพวกเขา

ฉินซวงไม่ตอบอะไรกลับไป ทว่าดวงตาของเธอจ้องไปยังเก้าอี้ของเฉินกั๋วตง

มันมีกลิ่นอายชั่วร้ายและอาฆาตรุนแรงบนเก้าอี้ตัวนี้และน่าจะเคยมีผีอยู่ที่นี่มาก่อน

เพื่อชายหนุ่มทั้งสองเห็นอาการของพี่สาวคนโตของเขา ทั้งสองก็ยืนอย่างเชื่อฟังที่ด้านนอกห้อง

พวกเขาไม่กล้ารบกวนพี่สาวที่อารมณ์ร้ายแบบนี้ เพราะมันจะทำให้เขาถูกลงโทษอย่างหนักจากเธอ

“ห้องนี้มีกลิ่นของคนที่ยังมีชีวิต แต่...”

ฉินซวงหยุดพูดไป

แต่เขาเพิ่งจะหายไป?

เห็นได้ชัดว่าฉินซวงได้ยินเสียงเพลงมือถือดังมาจากในห้องนี้ แต่พอเธอมาถึง เธอก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติเลย ซึ่งมันแปลกเกินไป

“บริษัทนี้มีกี่คน?” ฉินซวงเงยหน้าขึ้นแล้วถามชายทั้งสองคนที่มาด้วยกัน

ชายหนุ่มทั้งสองรีบหยิบกระดาษสีขาวมาดู

“พี่สาว มีทั้งหมดเก้าคนครับ แต่พบเพียงสี่ศพ รวมเป็นผีเจ็ดตน ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลก่อนหน้านี้ มีหัวหน้าหนึ่งคนชื่อเฉินกั๋วตง”

“พวกเราคิดว่าเฉินกั๋วตงถูกพี่ฆ่าไปแล้ว ข้อมูลที่เราได้มาบอกว่าเฉินกั๋วตงอยู่ที่ห้องนี้”

มันเป็นเรื่องที่ดีที่ต้องบอกว่ามีผีน้อยกว่าที่คาดเอาไว้หนึ่งคน เพราะคนที่รอดอาจจะลางานและไม่ได้มาบริษัท แต่ก็เป็นเรื่องแปลกมากเช่นกัน

ในฐานะพี่สาวคนโตของฉินซวง สีหน้าของฉินซวงไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากได้ยินข้อมูล แต่ดวงตาของเธอหรี่ลงโดยไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

………

อีกทางด้านหนึ่ง

“โชคดีที่ว่านชิวมีทักษะเทเลพอร์ต ไม่อย่างนั้นคงถูกจับได้แล้ว”

หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลิวเฉิงก็มองมือถือในมือของเขาที่ยังคงดังเพลง แอปเปิ้ลน้อยและอดส่ายหัวไม่ได้

โชคดีที่หลิวเฉิงสร้างทักษะเทเลพอร์ตให้กับเซี่ยว่านชิว ไม่อย่างนั้นเขาคงลำบากมาก

สำหรับทักษะเทเลพอร์ตนั้น หลิวเฉิงเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันหายตัวได้ถึงระยะไหน แต่เซี่ยว่านชิวพาหลิวเฉิงกลับจากบริษัทมาที่บ้านในพริบตา ระยะห่างทั้งสองที่นั้นมากกว่าสิบกิโลเมตร มันเป้นระยะทางที่นับว่าไกลมาก

“ที่รัก ฉันจะไปต้มน้ำให้นะ เดี๋ยวพอคุณอาบน้ำแล้วฉันจะช่วยนวดตัวให้นะคะ”

เซี่ยว่านชิวพูดแล้วก็มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำทันที

ก่อนทที่หลิวเฉิงจะได้ทันพูดอะไรกลับ เธอก็เริ่มยุ่งแล้ว

เซี่ยว่านชิวรู้ว่าหลิวเฉิงต้องไม่สบายใจที่เห็นวิญญาณที่น่าขยะแขยงวันนี้ ดังนั้นเธอจึงต้องการทำให้แฟนกึ่งสามีของเธอผ่อนคลายด้วยการนวด

วิธีผ่อนคลายที่ดีที่สุดคือการนวด

“ช่างเป็นแฟนที่ช่างคิดและเอาใจใส่จริง ๆ” หลิวเฉิงมองไปยังห้องน้ำแล้วถอนหายใจ

หากเขาต้องแยกจากเซี่ยว่านชิวในอนาคต เขาไม่รู้ว่าตัวเขานั้นจะปรับตัวให้กลับมาทำทุกอย่างเองได้ยังไง

กริ๊งงงงง!!

ไม่ทันได้คิดอะไรมาก มือถือของเขาก็ส่งเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง

หลิวเฉิงหยิบมันขึ้นมามองดู มันเป็นเบอร์โทรศัพท์ของน้องสาวเขา

“พี่... ทำงานอยู่เหรอ ยุ่งอยู่หรือเปล่า?0”

“ไม่ เกิดอะไรขึ้นหลินเสวี่ย มีอะไรผิดปกติเหรอ?”

หลินเสวี่ยเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อหลิวเฉิง เขาเห็นอีกฝ่ายเป็นน้องสาวของตัวเอง

หลังจากที่พ่อแม่ของหลิวเฉิงเสียชีวิต พ่อของหลินเสวี่ยที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อของเขาก็ได้รับหลิวเฉิงไปเลี้ยงและส่งเสียเขาไปโรงเรียน ตั้งแต่มัธยมต้นปี1 ครอบครัวหลินได้ช่วยเหลือหลิวเฉิงมามาก

พอขึ้นปีสอง หลิวเฉิงก็ทำงานนอกเวลาเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่รับเงินมาจากครอบครัวหลิน

แม้ว่่าตระกูลหลินจะร่ำรวยมาก แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนอื่นก็คือคนอื่น หลิวเฉิงไม่คิดที่จะพึ่งพาตระกูลหลินไปตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม สำหรับหลิวเฉิงแล้ว ครอบครัวหลินก็ยังคงเป็นผู้มีพระคุณและเขาจะไม่ลืมความเมตตาของคุณลุงหลิวและคุณป้าหลิว

ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลหลิน หลิวเฉิงคงต้องออกจากโรงเรียนไปหางานทำและคงไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

หลิวเฉิงคิดว่าลุงหลินของเขาเป็นเหมือนพ่อแท้ ๆอีกคนด้วยซ้ำไป

สำหรับหลินเสวี่ย แน่นอนว่าเธอถูกเขามองเหมือนน้องสาวแท้ ๆคนหนึ่ง

ถึงอย่างนั้นคุณลุงหลินและคุณป้าหลินก็ได้ชอบจับคู่เขาและหลินเสวี่ยมาโดยตลอดและต้องการให้พวกเขาสองคนแต่งงานกัน

แต่พูดตามตรง หลิวเฉิงไม่มีความรู้สึกใด ๆกับน้องสาวคนนี้ ไม่ใช่ว่าหลินเสวี่ยไม่สวย

“ฮึ่ม! เจ้าหมอนจอมขี้เกียจนี่ ทำไมรับสายฉันช้าจัง ฉันโทรไปหาตั้งสามครั้งแล้วนะ บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้เรียกฉันว่าเสี่ยวเซี่ยแต่นายกลับเรียกชื่อเต็มฉันซะได้!”

เสียงไพเราะดังมาจากอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ แต่เสียงนี้ทำให้หลิวเฉิงพูดไม่ออก

ใช่ เขาไม่ได้ชอบหลินเสวี่ย มันเพราะว่าเธอเป็นคนที่นิสัยใจร้อน ขี้โมโห หยิ่งยโสและหน้าไม่อาย

บางคนอาจจะชอบนิสัยซึนเดเระของเธอเพราะว่ามันน่ารัก แต่ไม่ใช่กับเขา เขารับได้หากปฏิบัติกับเธอเหมือนน้องสาวทว่าหากให้เขาแต่งงานกับเธอ เขาจะได้มีชีวิตที่มีความสุขและสงบในอนาคเหรอ...

หลิวเฉิงชอบชีวิตประจำวันที่เงียบสงบ ฝีปากของหลินเสวี่ยเป็นอะไรที่เขารับไม่ได้

แม้รูปร่างหน้าตาดีก็ช่วยให้นิสัยดีไม่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหลิวเฉิงเอาเธอมาเทียบกับเซี่ยว่านชิว แฟนผีสุดสวยที่มีน้ำใจและห่วงใยเขา มันยิ่งทำให้หลิวเฉิงไม่ต้องการแต่งงานกับหลินเสวี่ยมากยิ่งขึ้น

“ได้ ๆ หิมะน้อย จากนี้ฉันเรียกเธอว่าหลินเสวี่ยก็ได้ ฉันอยู่ที่ทำงาน มีอะไรเหรอ? มีอะไรให้ฉันช่วยล่ะ?”

“ฮึ่ม! พี่หลิวเฉิงมีเรื่องเกิดขึ้นน่ะ”

“เอ๊ะ?”

หลิวเฉิงหลับตาลง เขาเพิ่งได้ยินอะไรมา? หญิงสาวคนนี้เรียกเขาว่าพี่ชายจริง ๆเหรอ?

เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!

แน่นอนว่าหลินเสวี่ยไม่รู้ว่าหลิวเฉิงทำท่าทางยังไงอยู่ เธอยังคงพูดต่อไป

“พี่หลิวเฉิง ฉันจะย้ายไปอยู่กับพี่”

“!!!”

จบบทที่ บทที่11

คัดลอกลิงก์แล้ว