เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่10

บทที่10

บทที่10


โฮสต์: หลิวเฉิง

อายุ: 22 ปี

ความแข็งแกร่งทางกายภาพ: 7 (+) (ค่าเฉลี่ยคนธรรมดามี10)

พลังฉีและสายเลือด: 6 (+) (ค่าเฉลี่ยคนธรรมดามี10)

พลังวิญญาณ: 6 (+) (ค่าเฉลี่ยคนธรรมดามี10)

พลังหยาง: 53/100

ทักษะ: ไม่มี

ภารกิจ: ไม่มี

อาวุธวิเศษ: ไม่มี

แต้มบุญ: 300

หลิวเฉิงชำมองไปยังหน้าจอสถานะของตัวเอง มันแย่จริง ๆ โดยเฉพาะพลังหบางที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว มันน่าสมเพชเกินไปไหม?

พลังหยาง สายเลือดและพลังวิญญาณก็ต่ำ สำหรับสถานะร่างกายก็อ่อนกว่าคนทั่วไป ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายของหลิวเฉิง

‘พลังหยางต่ำมาก มีแนวโน้มว่าจะถูกผีในกระจกกินมันไปเมื่อคืน’ หลิวเฉิงเดา

‘แต่แต้มบุญนี้เอาไว้ทำอะไร?’

หลิวเฉิงตรวจสอบเป็นเวลานานก็พบว่าระบบนี้ใช้งานง่ายมาก มันมีเพียงแค่แผงควบคุมและฟังก์ชั่นการดูดซับพลังงานด้านลบแล้วเปลี่ยนมันให้เป็นแต้มบุญ

แต่บุญที่ได้มา สามารถเอามาใช้อะไรได้บ้าง?

หลิวเฉิงตกอยู่ในความคิดของตัวเอง

ดูเหมือนว่าระบบของหลิวเฉิงนั้นจะไม่มีร้านค้าระบบอะไรแบบในนิ้วทองคำในนิยายทั่วไป

แต่พลังกายและพลังหยาง รวมไปถึงสายเลือดและพลังวิญยาณสามารถเพิ่มทีหลังได้ ใช่ไหม...

หลิวเฉิงลองคลิกเครื่องหมาย + ด้านหลังค่าพลังกาย

ค่าพลังกายที่เป็น7นั้นเพิ่มขึ้นเป็น8 จากนั้นแต้มบุญของเขาก็ลดลงทันที 100

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หลิวเฉิงก็รู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงของเขาเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อรู้สึกโล่งและยืดหยุ่นมากขึ้น

ดวงตาของหลิวเฉิงกลายเป็นประกาย เพียงเพิ่มความแข็งแรงนิดหน่อย เขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้น มันมีประโยชน์มาก ถ้าเพิ่มไปสักร้อยแต้ม เขาจะไม่กลายเป็นยอดมนุษย์เลยเหรอ?

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มหนึ่งแต้มต้องใช้แต้มบุญ 100 และถ้าต้องใช้เป็น 100 แต้ม หลิวเฉิงคงต้องใช้แต้มบุญนับหมื่น ๆแต้ม

เขาจะต้องฆ่าผีอีกกี่ตัว ขนาดผีเจ้านายเขาที่ดูน่ากลัวและแข็งแกร่งยังได้เพียงไม่กี่ร้อยแต้มบุญเอง

หลิวเฉิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทว่าเขาลืมนึกไปว่าเขามีแฟนผีที่ทรงพลังขนาดไหน หากเขาปล่อยเซี่ยว่านชิวเข้าไปในดงผีแล้วฆ่าทั้งหมด เขาก็ได้แต้มบุญมาแล้วในเวลาไม่นาน

พอคิดถึงเรื่องแผนการนี้แล้ว หลิวเฉิงก็สบายใจขึ้นมา

‘ฉันมีนิ้วทองคำสองนิ้ว’

นี่คือสิ่งที่ทำให้หลิวเฉิงสบายใจมากขึ้น

ถ้าหากมีเพียงระบบอย่างเดียว หลิวเฉิงอดคิดมากไม่ได้จริง ๆ เขาเป็นเพียงคนธรรมดา ภายใต้สถานการณ์ปกติ เขายังไม่เคยเห็นผีเลย นับประสาอะไรกับการไปฆ่าผีเพื่อให้ได้แต้มบุญ0

แต่เขามีแฟนสาวที่ทรงพลังแถมยังเป็นผีที่แข็งแกร่ง ประกอบกับระบบคุณธรรมของเขา มันเยี่ยมมาก!

……

ครืนนนนน!!

เมื่อหลิวเฉิงกำล้งคิดที่จะออกไปจากห้องเพื่อพาเซี่ยว่านชิวไปฆ่าผีเพื่อนร่วมงานของเขา จากนั้นก็รวบรวมพลังงาน ทันใดนั้นอาคารทั้งหลักก็สั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวที่ด้านนอก

“กลิ่นอายความแค้นที่แห่งนี้เข้มข้นมาก น่าจะมีศพที่เพิ่งจะกลายเป็นผีร้าย รีบตรวจสอบเร็วเข้า จัดการผีทั้งหมดในชั้นนี้ทันที!”

“เข้าใจแล้วครับพี่สาวใหญ่”

“นายหญิง โปรดไปตรวจสอบที่ห้องน้ำด้วยครับ มันน่าจะมีศพอยู่ในห้องน้ำ”

ในห้องโถง มีผู้หญิงร่างสูงยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาของเธอกราดมองไปยังรอบห้องโถงนั้น เธอดูสวย แต่ก็มีความเย็นชานิดหน่อย ระหว่างคิ้วของเธอขมวดนิด ๆราวกับว่าเธอเกลียดทุกคนที่เข้ามาใกล้เธอ

“มีความแค้นมากมายที่นี่ น่าจะมีผีที่ตายโดยยังมีความแค้นเคืองอยู่ แต่... อยู่ ๆกลิ่นอายมันหายไปได้ยังไง?”

ผู้หญิงคนนั้นขมวดคิ้วเล็ก ๆและทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกถึงความไม่พอใจแต่ก็หายไปในอากาศ

แปลก!

โดยทั่วไปแล้ว ความแค้นของผีจะหายไปก็ต่อเมื่อ หนึ่ง เจอผีที่แข็งแกร่งกว่าเธอและผีตนนั้นสามารถซ่อนรูปร่างและกลิ่นอายได้

อย่างที่สองก็คือ ผีร้ายตนนั้นตายไปแล้ว และวิญญาณก็ได้กระจัดกระจาย ดังนั้นความแค้นของมันจึงได้หายไปโดยสมบูรณ์

แต่เธอนั้นรู้ดีว่ามีเพียงพวกเธอสามคนเท่านั้นที่มากำจัดผีที่นี่และไม่น่ามีนักพรตเต๋าคนอื่นที่มาฆ่าผีที่นี่ล่วงหน้าพวกเธอ ยิ่งไปกว่านั้น ด้านนอกประตูยังถูกแปะด้วยยันต์สีม่วง แม้ว่าผีที่นี่จะทรงพลัง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายอาคมสะกดและหนีออกไปข้างนอกได้ง่าย ๆแบบนี้

คิดแล้วเธอก็คิดออกเพียงอย่างเดียว ผีร้ายที่ตายโดยยังมีความแค้นนี้ เกรงว่ามันน่าจะแข็งแกร่งมาก

มันสามารถซ่อนกลิ่นอายได้

แต่... ถ้าแข็งแกร่งขนาดนั้น ทำไมบนชั้นนี้ถึงได้มีกลิ่นอายอาฆาตน้อยนิดแบบนี้ มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

สิ่งนี้ทำให้เธอสับสน

สีหน้าของฉินซวงงงงวย

อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังไม่หยุดสำรวจแค่นี้ เธอก้าวเดินจากห้องโถงไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อตรวจสอบ

เพราะเธอมาที่นี่เพื่อจับผีร้าย

………

“มีบางคนกำลังมา?”

หลิวเฉิงที่อยู่ในห้องบอส ได้ยินเสียงพูดคุยจากทางด้านนอกเช่นกัน อีกเสียงหนึ่งที่ได้ยินคือเสียงรองเท้าส้นสูง

มีผู้ชายแล้วก็ผู้หญิง ฟังจากเสียงน่าจะมีประมาณสามถึงสี่คน ไม่มากนัก

แต่พวกเขาเหมือนจะมาจับผี

สิ่งนี้ทำให้หลิวเฉิงรู้สึกหดหู่นิดหน่อย เขาไม่ต้องการให้คนพวกนี้จับผีไปหรือแม้แต่อยากทราบว่าอีกฝ่ายเป็นองค์กรอะไร เป็นนักบวชลัทธิไหน ท้ายที่สุดแล้ว หลิวเฉิงก็มีแฟนเป็นผีและถ้าถูกค้นพบโดยพวกนักบวชหรือนักปราบผีพวกนี้ อีกฝ่ายอาจจะถือว่าเขาเป็นคนชั่วร้ายก็ได้

ถ้าหากเขาถูกไล่ล่าและตามฆ่าโดยคนที่เรียกตัวเองว่าความชอบธรรม มันก็คงจะอึดอัดมาก

เดิมทีหลิวเฉิงต้องการให้เซี่ยว่านชิวฆ่าผีตัวอื่นและสะสมแต้มบุญ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะทำไม่ได้แล้ว ‘อา... มันน่าปวดหัวจัง’

หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว หลิวเฉิงยังคงรู้สึกว่าแต้มบุญไม่ได้สำคัญมากนัก จะเป็นการดีที่สุดหากแฟนของเขาจะไม่ถูกเปิดเผยตัวตน

ขณะที่เขากำลังคิดหลายอย่างในหัว เสียงกริ๊งก็ดังขึ้น

มันเป็นเสียงจากมือถือของหลิวเฉิงนั่นเอง

เสียงเรียกข้าวของมือถือพิเศษมากและมันก็ดังมากเช่นกัน และด้วยเพลงที่ดังนี้ บริษัทที่แต่เดิมเงียบเหงาก็กลับมามีชีวิตชีวาทันที

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงมือถือนั้นมันก็ดึงดูดฉินซวงเหมือนกัน

เสียงรองเท้าส้นสูงเดินเข้ามาใกล้ห้องทำงานบอสที่หลิวเฉิงอยู่

“ใครอยู่ข้างในนั้น?”

จบบทที่ บทที่10

คัดลอกลิงก์แล้ว