- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นเขาปู้โจว งานอดิเรกคือจับคนมาขุดดิน
- บทที่ 15 - เผ่าเราสมควรรวบรวมโลกบรรพกาลเป็นหนึ่ง
บทที่ 15 - เผ่าเราสมควรรวบรวมโลกบรรพกาลเป็นหนึ่ง
บทที่ 15 - เผ่าเราสมควรรวบรวมโลกบรรพกาลเป็นหนึ่ง
บทที่ 15 - เผ่าเราสมควรรวบรวมโลกบรรพกาลเป็นหนึ่ง
"เพียงร้อยปี ก็เห็นผลขนาดนี้ ช่างวิเศษจริงๆ" เทียนหยวนยืนอยู่บนเขาเทพเจ้า ยิ้มจนตาหยี
ชีพจรแผ่นดินที่มีเผ่าบรรพชนหลั่งไหลเข้าไป ส่องแสงสีทองอร่าม สว่างไสวกว่าชีพจรแผ่นดินที่มีเผ่าภูตินับแสนอยู่มากโข
ตามที่เขาคาดการณ์ อย่างมากอีกห้าสิบปี ชีพจรย่อยสายนี้จะได้รับการชำระล้างและทะลวงจนเสร็จสมบูรณ์
ต้องรู้ไว้ว่า จำนวนเผ่าบรรพชนที่เขาใส่ลงไปในชีพจรย่อยสายนั้น น้อยกว่าเผ่าภูติมหาศาล
เวลาร้อยกว่าปี สำหรับโลกบรรพกาลแล้วแทบไม่นับเป็นเวลา
อย่าว่าแต่บำเพ็ญเพียรเลย สิ่งมีชีวิตระดับเซียนงีบหลับทียังนานกว่านี้
เผ่าบรรพชน คือมือวางอันดับหนึ่งด้านการจัดการชีพจรแผ่นดินจริงๆ
ด้วยความเร็วระดับนี้ บวกกับที่เขาจับเผ่าบรรพชนเข้ามาเรื่อยๆ ชีพจรย่อยร้อยแปดสายแห่งแดนบูรพา ใช้เวลาไม่กี่หมื่นปีก็คงทะลวงได้หมด
ชีพจรหลักสามสายแม้จะใหญ่โตมโหฬาร และพาดผ่านทั่วทั้งแดนบูรพา แต่เทียนหยวนก็มั่นใจมาก
มองดูชีพจรแผ่นดินเหล่านั้นด้วยความคาดหวัง ร่างของเทียนหยวนค่อยๆ เลือนหายไปจากมิติแห่งจิตสำนึก
ใต้เขาปู้โจว เทียนหยวนดำดินเดินทาง มุ่งหน้าไปทางไกลอย่างรวดเร็ว
ชนเผ่ารอบๆ แทบจะถูกเขากวาดเกลี้ยง แต่ก็ไม่มีชนเผ่าขนาดใหญ่ ใหญ่สุดก็ชนเผ่าหมื่นคนที่เจอคราวก่อน ที่เหลือมีแค่หลักพัน
ชนเผ่าของเผ่าบรรพชนอยู่ห่างกันมาก บวกกับการออกรบในโลกบรรพกาล แนวหลังจึงมีแต่ผู้หญิงและเด็ก
ตอนนี้หากจะหาชนเผ่า ก็ต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเรื่อยๆ
เทียนหยวนเคยจับเผ่าบรรพชนระดับต่ำกว่าเทพทองคำมาเหมือนกัน แต่พบว่าแม้พวกเขาจะไม่กลัวเจตจำนงที่ล่องลอยในอากาศ แต่ผลลัพธ์ในการขุดลอกชีพจรแผ่นดินกลับแทบจะเป็นศูนย์
ส่วนชนเผ่าใต้สังกัดจอมอสูรตนอื่น เทียนหยวนยังระงับความคิดที่จะไปเยือนไว้ก่อน
เรื่องเซอร์ไพรส์จากเผ่าบรรพชน ความเร็วในการขุดลอกชีพจรแผ่นดินเกินจินตนาการของเขาไปมาก ไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยง
เขาแค่เสียเวลาเดินทางหน่อย ถูกพวกจอมอสูรเพ่งเล็งจะเป็นเรื่องยุ่งยากใหญ่โต
แน่นอนว่าถ้าระดับถึงเทพสวรรค์อมตะสูงสุดเมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังอีก
บินมาหนึ่งเดือน เทียนหยวนก็เจอชนเผ่าขนาดกลางๆ มีชาวเผ่าประมาณห้าพันคน แต่ระดับเทพทองคำมีแค่ครึ่งเดียว ระดับเทพสวรรค์ทองคำมีสองคน
เรียกดืนวิเศษเก้าสวรรค์ออกมา จับพวกระดับเทพทองคำขึ้นไปทั้งหมด
ไม่สนใจชาวเผ่าที่แตกตื่นอยู่ข้างล่าง เทียนหยวนมุ่งหน้าต่อไป
ไปกลับเดินทางตั้งไกล จะให้ทำแค่จ็อบเดียวได้ไง เจ้าพวกนี้ล้วนเป็นระดับเทพทองคำ ยังไงก็ไม่อดตายอยู่แล้ว
ยืนอยู่บนยอดเขา เทียนหยวนอ้าปากสูดลมหายใจ ดินวิเศษเก้าสวรรค์กลายเป็นแสงรุ้งพุ่งเข้าปาก "เฮ้อ! เวลาพอสมควรแล้ว"
ออกมาครั้งนี้ก็หลายสิบปีแล้ว เขาคาดว่าชีพจรย่อยสายนั้นน่าจะทะลวงเสร็จแล้ว
แต่การปฏิบัติการครั้งนี้ เทียนหยวนไม่ได้พอใจนัก
ตลอดทางเจอชนเผ่าบรรพชนไม่น้อย บางแห่งทอดยาวหลายสิบลี้ แต่จำนวนคนกลับไม่มาก แถมฝีมือก็งั้นๆ
เทียนหยวนเดาว่า เผ่าบรรพชนส่วนใหญ่น่าจะออกไปทำศึกสี่ทิศ ตรงกลางเลยกลายเป็นที่ว่าง
เผ่าบรรพชนที่แข็งแกร่ง ล้วนอยู่ที่แนวหน้า
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด จู่ๆ ร่างของเทียนหยวนก็สั่นสะเทือน รีบเงยหน้ามองไปไกลๆ
ที่สุดปลายสายตา เสาหลักค้ำฟ้าตั้งตระหง่าน เสียงดังครืนคราน แผ่อำนาจกดดันมหาศาล
ชีพจรย่อยอีกสายได้รับการชำระล้างและทะลวงสำเร็จแล้ว!
"เร็วกว่าที่คิดไว้อีกแฮะ!" เทียนหยวนอุทาน
กฎเกณฑ์ธรรมชาติและพลังปราณทะลักเข้ามาจากภูเขาใต้เท้า แต่เขายังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับเทพสวรรค์ทองคำขั้นปลาย
ยิ่งตบะสูง ความห่างชั้นของแต่ละระดับก็ยิ่งมาก เรื่องนี้อยู่ในความคาดหมายของเทียนหยวน
คาดว่าชำระล้างชีพจรแผ่นดินอีกสักสาย เขาน่าจะทะลวงระดับปัจจุบันได้
ลูบหน้าอกที่ส่องแสงเก้าสี เทียนหยวนมุดดิน มุ่งหน้ากลับเขาปู้โจว
การที่ดินวิเศษเก้าสวรรค์ค่อยๆ ฟื้นฟู นอกจากเขาจะกินของวิเศษบำรุงแล้ว ย่อมขาดความช่วยเหลือจากเขาปู้โจวไม่ได้
ณ แดนบูรพาอันไกลโพ้น ในป่าเขาลำเนาไพรที่ทอดยาวหลายหมื่นลี้ เต็มไปด้วยบ้านหินเรียบง่ายหนาแน่น
เงาร่างมากมายเดินขวักไขว่ รูปร่างหน้าตาประหลาด ขนาดตัวก็เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน
บนยอดเขาสูงหมื่นวา ยักษ์ใหญ่สูงร้อยวาคนหนึ่งยืนตระหง่าน แหงนมองไปทางเขาปู้โจว แววตาเปี่ยมด้วยความเคารพเทิดทูน
บนไหล่ของยักษ์ มีร่างสูงหนึ่งวายืนอยู่ รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่จะเกิดในอนาคต แต่มีหกแขน สี่ตา
ดวงตาทั้งสองคู่พ่นแสงสีทองออกมา คล้ายมองทะลุมิติหมื่นล้านลี้ ไปรวมอยู่ที่เสาหลักค้ำฟ้าเขาปู้โจว
ชายผู้นั้นขยับกระบอกธนูบนหลัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เขาปู้โจวสั่นไหว สมควรแก่เวลาที่เผ่าเราจะรวบรวมโลกบรรพกาลเป็นหนึ่ง!"
อยู่ห่างไกลขนาดนี้ เขายังสัมผัสได้ถึงอำนาจของเขาปู้โจวอย่างชัดเจน
"หมื่นเผ่าพันธุ์อ่อนแอ ไหนเลยจะเทียบเผ่าเราได้" ยักษ์ใหญ่เอ่ยเสียงดังราวกับฟ้าร้อง ทำเอาเมฆบนฟ้าแตกกระจาย
เพียงพันปีสั้นๆ เขาปู้โจวแสดงนิมิตติดต่อกัน ล้วนบ่งบอกว่าเผ่าบรรพชนกำลังจะรุ่งโรจน์
เขาปู้โจวแปลงมาจากกระดูกสันหลังของพระบิดาเจ้า เป็นตัวแทนของเผ่าบรรพชน
ในโลกบรรพกาล มีเพียงเผ่าบรรพชนเท่านั้นที่เป็นสายเลือดแท้ของผานกู่!
"รอให้ท่านจอมอสูรกลับมา โลกบรรพกาลทั้งหมดจะตกอยู่ในมือของเผ่าเรา" ยักษ์ใหญ่เอ่ยอีกครั้ง ไม่เห็นหมื่นเผ่าพันธุ์อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ตั้งแต่ตีนเขาปู้โจวมาจนถึงนี่ ตลอดทางแทบไม่มีใครต่อต้าน หมื่นเผ่าพันธุ์ถอยร่น
พวกมันหนีลงทะเล หนีไปห้วงดารา ไม่กล้าสบตาคมดาบของเผ่าบรรพชน
หมื่นเผ่าพันธุ์ เป็นเพียงอาหารของเผ่าบรรพชนเท่านั้น
ชายผู้ฟังเงยหน้าขึ้น มองไปบนท้องฟ้า สีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย
วันนั้น เสียงแห่งสัจธรรมที่ดังก้องโลกบรรพกาล เขาก็ได้ยิน แรงกดดันนั้น เหนือกว่าเขามาก แม้แต่ท่านจอมอสูรก็เทียบไม่ได้
ราวกับสัมผัสได้ถึงอากัปกิริยาของชายบนไหล่ ยักษ์ใหญ่เองก็มองไปที่ห้วงความว่างเปล่า หว่างคิ้วฉายแววเคร่งเครียดที่หาได้ยาก
สำเร็จอริยะ? ระดับที่เหนือกว่าเทพสวรรค์อมตะสูงสุดงั้นหรือ? บางทีคงต้องรอให้ท่านจอมอสูรกลับมาถึงจะรู้
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงมองดูเขาปู้โจวที่เส้นขอบฟ้าด้วยความเคารพ
ในขณะนี้ ณ มิติแห่งจิตสำนึก ภายในชีพจรแผ่นดินสายที่ถูกทะลวงแล้วนั้น
แสงรุ้งเจิดจ้า ไอศิริมงคลลอยฟุ้ง แสงสีทองเข้มข้นกวาดผ่านร่าง
เผ่าบรรพชนจำนวนมากที่กำลังหงุดหงิดค้นหาหินสกปรกในชีพจรแผ่นดิน ต่างหยุดชะงัก ตกตะลึงมองดูร่างกายตัวเอง
แสงสีทองที่พาดผ่าน เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายของพวกเขา และยังมีกฎเกณฑ์ธรรมชาติไหลเข้าสู่ร่างกาย
เข้ามาอยู่ที่นี่เพียงร้อยกว่าปี พละกำลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
"เทียนหยวน! ออกมา!" อูหมานกระโดดออกมาจากชีพจรแผ่นดิน ตะโกนก้องด้วยความโกรธ
เมื่อครู่ เขาทะลวงเข้าสู่ระดับเทพสวรรค์ทองคำขั้นกลาง
แม้จะเลื่อนระดับได้เพราะเทียนหยวน แต่อูหมานไม่มีวันลืมภาพเหตุการณ์ที่ตีนเขา
ตอนนี้เลื่อนระดับได้แล้ว เขาต้องทวงศักดิ์ศรีที่เสียไปคืนมา
มีคนคิดแบบเดียวกับอูหมานไม่น้อย ทั่วทุกแห่งหนมีแต่เสียงเรียกชื่อมนุษย์หิน ต้องการท้าสู้
น่าเสียดายที่ใต้ท้องฟ้าสีเทา ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ มีเพียงเสียงคำรามของพวกเขาที่ดังก้อง
ในขณะที่เหล่าเผ่าบรรพชนกำลังโกรธจัด ใต้เท้าก็มีไอหมอกสีเหลืองนวลลอยขึ้นมา โอบล้อมพวกเขาไว้ทีละคน
กลิ่นอายที่แผ่ออกมา ทำให้พวกเขาทุกคนหน้าถอดสี
กลิ่นอายของพระบิดาเจ้า!
ยังไม่ทันที่เผ่าบรรพชนจะหายตกใจ แสงรุ้งก็วาบผ่าน พวกเขามาโผล่ในอีกสถานที่หนึ่ง
อูหมานกวาดตามองรอบด้าน สีหน้าแปรเปลี่ยนทันที
ชีพจรแผ่นดินอีกสาย!
นี่เป็นฝีมือของเจ้ามนุษย์หิน หรือว่าเป็น...
[จบแล้ว]