- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นเขาปู้โจว งานอดิเรกคือจับคนมาขุดดิน
- บทที่ 12 - พันธกิจแห่งเผ่าบรรพชน
บทที่ 12 - พันธกิจแห่งเผ่าบรรพชน
บทที่ 12 - พันธกิจแห่งเผ่าบรรพชน
บทที่ 12 - พันธกิจแห่งเผ่าบรรพชน
หลังจากทะลวงชีพจรแผ่นดินได้สองสาย เขาปู้โจวก็ดูตระหง่านล้ำลึกและยิ่งใหญ่ขึ้น
เทียนหยวนที่หนีบชาวเผ่าบรรพชนมาด้วย พุ่งหลาวเข้าไปในภูเขา มาถึงมิติแห่งจิตสำนึก
ณ ชีพจรแผ่นดินแห่งหนึ่งที่ยังไม่ได้เริ่มชำระล้าง เทียนหยวนโยนชาวเผ่าบรรพชนผู้นั้นลงบนพื้น
ชาวเผ่าผู้นี้รูปร่างกำยำ สูงสามวา นอกจากแขนยักษ์ที่งอกเพิ่มออกมากลางอก รูปร่างโดยรวมก็ยังดูเหมือนมนุษย์อยู่บ้าง
แต่เมื่อมองให้ละเอียด เทียนหยวนก็พบความแปลกประหลาดหลายอย่าง
แก้มทั้งสองข้างมีเกล็ดละเอียด สีแดงอมเขียว ฝ่าเท้าเป็นทรงกลม มีนิ้วเท้าข้างละสิบนิ้ว หลังเท้ามีขนสีเหลืองดินปกคลุมหนาแน่น
เผ่าบรรพชนแม้จะเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่รูปร่างหน้าตากลับพิสดารพันลึก ต่อให้เป็นเผ่าเดียวกัน พ่อลูกก็หน้าตาไม่เหมือนกัน
เทียนหยวนซัดพลังเวทย์สายหนึ่งใส่ ชาวเผ่าที่นอนอยู่บนพื้นขยับตัวเล็กน้อย
อูเถี่ยที่ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยด้วยความเคยชิน แต่พอยกแขนขึ้น ก็ต้องชะงักค้าง
ในครรลองสายตา เขาเห็นเจ้ามนุษย์หินน่ารังเกียจนั่น และนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ขึ้นมาได้
เขา นักรบแห่งเผ่าบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ กลับถูกมนุษย์หินตัวนี้ทุบจนสลบแล้วหิ้วมา ต่อหน้าคนทั้งชนเผ่า
โฮก!
เสียงคำรามด้วยความโกรธ อูเถี่ยดีดตัวขึ้น ยกหมัดซัดเข้าใส่อย่างดุดัน
สำหรับเรื่องนี้ เทียนหยวนไม่ได้แปลกใจเลยสักนิด
เผ่าบรรพชนไม่เหมือนพวกเผ่าภูติ พวกเขาไม่เคารพฟ้าดิน ย่อมไม่เรียกใครว่าท่านอาวุโสเพียงเพราะตบะสูงกว่า
คิดจะให้พวกเขายอมสยบ ยอมก้มหน้าก้มตาขุดลอกชีพจรแผ่นดิน ไม่ใช่เรื่องง่าย
เผ่าบรรพชนที่เรียบง่ายถึงขีดสุด บูชาผานกู่ คลั่งไคล้การต่อสู้
หากเอาชนะพวกเขาด้วยพละกำลังทางกายภาพที่พวกเขาภูมิใจหนักหนาได้ ย่อมทำให้เจ้าพวกนี้ว่านอนสอนง่ายขึ้นแน่
เผชิญหน้ากับอูเถี่ยที่พุ่งเข้ามาด้วยความโกรธ เทียนหยวนไม่ขยับ กลับยืดอกรับ
เขามีร่างกายที่ไม่ด้อยไปกว่าใคร แถมยังเป็นถึงระดับเทพสวรรค์ทองคำขั้นกลาง เจ้านี่แค่ระดับเทพทองคำขั้นปลาย ห่างชั้นกับเขามากเกินไป
ของวิเศษบนเขาปู้โจว เขาก็กินไปไม่น้อย
ถือโอกาสนี้ทดสอบดูเสียหน่อยว่าร่างกายของตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน
การดูถูกของเทียนหยวน ทำให้อูเถี่ยตรงหน้าโกรธจนไฟลุกท่วมหัว ดวงตาแทบจะมีเปลวไฟพ่นออกมา
"โฮก!" เสียงคำรามกึกก้องฟ้า ไอสังหารพวยพุ่งไปรวมกันที่กำปั้น
เทียนหยวนที่ยืนนิ่งรอรับ กลับรูม่านตาหดเกร็ง มองไปที่ด้านหลังของอูเถี่ยด้วยความตกตะลึง
ตรงนั้นมีหินสกปรกก้อนเล็กจิ๋วอยู่ก้อนหนึ่ง ภายใต้เสียงคำรามของอูเถี่ยเมื่อครู่ มันถึงกับสั่นไหวนิดๆ
หลายปีมานี้ เขาเคยขุดลอกและชำระล้างชีพจรแผ่นดินมาบ้าง ย่อมคุ้นเคยกับหินสกปรกเหล่านี้ดี
นอกจากใช้เจตจำนงสั่นคลอน ก็ไม่มีวิธีอื่นเลย แต่วันนี้อูเถี่ยที่มีเพียงระดับเทพทองคำขั้นปลาย แค่ส่งเสียงคำราม ก็ทำให้หินสกปรกสั่นไหวได้
"เฮ้อ!"
เทียนหยวนสูดหายใจลึก ดวงตาเป็นประกายวาววับ
เสียงคำรามสามารถสั่นคลอนหินสกปรกได้ นี่หมายความว่าพวกเขาสามารถกำจัดสิ่งเจือปนในชีพจรแผ่นดินได้โดยตรง หรืออาจจะมีผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น
พันธกิจของเผ่าบรรพชน คือการจัดระเบียบชีพจรแผ่นดินจริงๆ ด้วย เทียนหยวนรู้สึกคาดหวังเป็นอย่างมาก
เขาปู้โจวคือที่พึ่งพิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา หากเป็นจริงดังคาด หมายความว่าเวลาในการทะลวงชีพจรแผ่นดินจะลดลงอย่างมหาศาล
เทียนหยวนกำลังตื่นเต้น แต่อูเถี่ยที่พุ่งเข้ามานั้นโกรธจนแทบระเบิด
เจ้ามนุษย์หินน่ารังเกียจนี่ไม่เพียงดูถูกมัน แต่ยังเหม่อลอย ไม่เห็นมันอยู่ในสายตาเลยสักนิด
บนกำปั้นขนาดมหึมา กล้ามเนื้อปูดโปนดุจมังกรขด ไอสังหารที่ห่อหุ้มอยู่ก็หนาขึ้นอีกชั้น
ตูม!
เสียงทึบๆ ดังขึ้น ร่างของเทียนหยวนสั่นสะเทือนเล็กน้อย รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าซื่อๆ
การโจมตีเต็มกำลังของอีกฝ่าย กลับไม่อาจสั่นคลอนเขาได้ แม้แต่เศษหินสักนิดก็ไม่ได้กระเด็นออกมา
เจ้าชาวเผ่าคนนี้ยังอ่อนแอไปหน่อย รู้งี้น่าจะจับตัวระดับเทพสวรรค์ทองคำมา
เขาจำได้ว่าในชนเผ่าเล็กๆ นั่น เหมือนจะมีระดับเทพสวรรค์ทองคำอยู่คนหนึ่ง
เทียนหยวนกำลังครุ่นคิด แต่อูเถี่ยที่อยู่ตรงหน้าถึงกับเอ๋อรับประทาน
แม้เขาจะมีแค่ระดับเทพทองคำขั้นปลาย แต่ปีศาจระดับเทพทองคำไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ต่อให้เป็นปีศาจระดับเทพสวรรค์ทองคำ ก็ยังไม่กล้ารับหมัดเต็มแรงของเขาตรงๆ
ในโลกบรรพกาล หากวัดกันที่พละกำลังทางกายภาพ ไม่มีใครเทียบเผ่าบรรพชนได้
แต่วันนี้มนุษย์หินธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง รับหมัดเขาเข้าไปเต็มเปา นอกจากจะไม่เป็นอะไรแล้ว ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง
อูเถี่ยมองหน้าอกของเทียนหยวน ตรงนั้นยังมีไอสังหารหลงเหลืออยู่ เขาไม่ได้ออมมือจริงๆ
ทำไมถึงเป็นแบบนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เกินขอบเขตจินตนาการของเขาไปไกล
ในขณะที่อูเถี่ยกำลังงุนงง ร่างของมนุษย์หินกลับวูบไหว พุ่งไปทางด้านข้าง
อูเถี่ยชะงัก ก่อนจะดีใจยกใหญ่ เจ้ามนุษย์หินนี่ต้องไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่เห็นภายนอกแน่
หมัดของเขาทำลายภูเขาถล่มดวงดาวได้ อีกฝ่ายไม่มีทางไม่เป็นไร
มนุษย์หินต้องบาดเจ็บแน่ๆ เพียงแต่ใช้วิธีการบางอย่างปกปิดเอาไว้
ในชนเผ่า หัวสมองของเขาดีเลิศมาตลอด ต้องเป็นอย่างที่คิดแน่ๆ
คิดได้ดังนั้น อูเถี่ยคำรามลั่น ก้าวเท้าพุ่งเข้าหามนุษย์หิน แล้วเหวี่ยงหมัดหนักๆ ออกไปอีกครั้ง
"หืม?"
หมัดนี้เขาชกวูบ เจ้ามนุษย์หินน่ารังเกียจนั่นหลบไปได้
ฮ่าๆ มีพิรุธจริงๆ ด้วย เจ้านี่คงแค่แข็งแต่เปลือก
เจ้ามนุษย์หินน่าตาย รอให้จับตัวได้ จะทุบให้แตกเป็นชิ้นๆ แล้วเอาหัวมาทำเก้าอี้นั่ง
อูเถี่ยรู้สึกตื่นเต้น เขาว่าแล้วเชียว ในโลกบรรพกาลไม่มีใครมีร่างกายแข็งแกร่งไปกว่าเผ่าบรรพชน
อูเถี่ยที่กำลังตื่นเต้นไม่ได้สังเกตเลยว่า หมัดที่พลาดเป้าเมื่อครู่ บังเอิญไปกระแทกโดนหินสกปรกสีเทาก้อนหนึ่งเข้าพอดี
หินสกปรกแตกกระจาย กลายเป็นกระแสอากาศสีเทาเกาะติดอยู่ที่กำปั้นของเขา
เทียนหยวนที่ลงมายืนอยู่ข้างๆ ดวงตาระเบิดประกายแสงเจิดจ้า
ที่หลบการโจมตีเมื่อครู่ ก็เพื่อจะดูว่าการโจมตีของอูเถี่ยมีผลต่อสิ่งแปลกปลอมพวกนี้หรือไม่
ผลลัพธ์ที่เห็น เกินกว่าที่จินตนาการไว้มาก
หินสกปรกถูกทุบแตกอย่างง่ายดาย และไม่ได้หายไปในแสงสีเทา แต่กลับถูกอูเถี่ยดูดซับไปโดยตรง
นี่เป็นการยืนยันข้อสันนิษฐานในใจของเขาอย่างชัดเจน ภารกิจของเผ่าบรรพชนคือการจัดระเบียบชีพจรแผ่นดินแห่งโลกบรรพกาล
ชีพจรแผ่นดินคือเส้นเลือดและเส้นลมปราณของโลก ส่วนเผ่าบรรพชนก็คือเซลล์ภูมิคุ้มกันในกระแสเลือด ที่คอยกำจัดสิ่งแปลกปลอมทั้งปวง
มองดูอูเถี่ยที่วิ่งเข้ามา เทียนหยวนหลบฉากอีกครั้ง หินสกปรกด้านหลังอีกก้อนถูกทุบแตกอย่างง่ายดาย
"ฮ่าๆๆ" เทียนหยวนรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก อดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นฟ้า
อารมณ์ของเขาดีมาก ดีสุดๆ จนมองเห็นเจ้าชาวเผ่าคนนี้น่ารักขึ้นมาเลยทีเดียว
ถูกหลบได้สองครั้ง บวกกับรอยยิ้มเยาะเย้ยของเทียนหยวน อูเถี่ยเริ่มสงสัยว่าตัวเองอาจจะคิดผิด
เจ้ามนุษย์หินนี่กำลังปั่นหัวเขาเล่น!
เขาคือนักรบเผ่าบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ กลับถูกมองเป็นตัวตลกงั้นรึ
อูเถี่ยกัดฟันกรอด ไอสังหารพวยพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ด
ความโกรธแค้นที่ไม่มีที่ระบาย ทำให้ในชีพจรแผ่นดินมีแต่เสียงคำรามก้องของอูเถี่ย
นอกจากหมัดแรก เขาก็ไม่เคยชกโดนอีกฝ่ายอีกเลย รูปร่างก็สูงใหญ่เหมือนกันแท้ๆ แต่กลับพริ้วไหวยิ่งกว่าลิง
เทียนหยวนหลบหลีกไปมา แทบไม่มีหินสกปรกก้อนไหนทนรับหมัดของอูเถี่ยได้
ในที่สุด หินแปลกปลอมที่มีถ้วยดูดเกาะอยู่สิบอันก้อนหนึ่ง ไม่ได้แตกสลายไปในการโจมตีเดียวของอูเถี่ย
เทียนหยวนเดินเข้าไปดู พบว่าถ้วยดูดจำนวนมากบนนั้นสั่นระริก เห็นได้ชัดว่าหลวมขึ้นมาก
รับหมัดของอูเถี่ยที่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง เทียนหยวนจับเหวี่ยงไปไกลๆ อย่างไม่ไยดี
เขา... มีความสุขมาก!
[จบแล้ว]