เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - เหวินไฉ... ยอดคนตัวถ่วง

บทที่ 37 - เหวินไฉ... ยอดคนตัวถ่วง

บทที่ 37 - เหวินไฉ... ยอดคนตัวถ่วง


บทที่ 37 - เหวินไฉ... ยอดคนตัวถ่วง

แม้จะถูกรุมกินโต๊ะ แต่เริ่นเวยหย่งกลับยิ่งสู้ยิ่งฮึกเหิม พลังกายล้นเหลือดั่งมังกรคะนองน้ำ บีบให้จ้าวเสวียนหลางและชิวเซิงต้องงัดข้าวเหนียวออกมาสาดสกัดเป็นระยะเพื่อมิให้มันฝ่าวงล้อมออกไปได้

ฝ่ายเริ่นเวยหย่งนั้น แม้ไอมรณะจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง แต่มันหารู้จักคำว่าเหนื่อยไม่ จิตอาฆาตยังคงพุ่งเป้าไปที่บุตรชายและหลานสาวสุดที่รักอย่างไม่ลดละ

ตูม!

ฉับพลันนั้น ไอมรณะในกายเจียงซือก็ระเบิดออกราวกับภูเขาไฟปะทุ พละกำลังและความเร็วพุ่งทะยานขึ้นอีกขั้น มันวาดแขนกวาดรวบเดียว ชิวเซิงที่ยกพลองเหล็กขึ้นต้านรับก็ปลิวลอยละลิ่วไปพร้อมกับอาวุธคู่กาย

จ้าวเสวียนหลางรีบถลันเข้าไปขวาง ทว่าเริ่นเวยหย่งยามนี้ดุร้ายปานสัตว์ป่าคลุ้มคลั่ง กรงเล็บทั้งสิบแทงทะลุระฆังทองคุ้มกายจนแตกกระจาย ก่อนจะกระแทกเข้าใส่ร่างชายหนุ่มเต็มแรงจนกระเด็นไปอีกคน

เมื่อปราศจากก้างขวางคอ เจียงซือจอมโหดก็ไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าหาเริ่นฟาทันที

"สาดข้าวเหนียวเร็วเข้า!" จ้าวเสวียนหลางตะโกนสั่งทั้งที่มุมปากยังมีเลือดไหลซึม

ศึกยืดเยื้อผลาญพลังกายของสองศิษย์หนุ่มไปจนเกือบหมดสิ้น ทั้งยังบอบช้ำภายในจนแขนขาอ่อนแรง ไม่อาจพุ่งเข้าไปสกัดได้ทันท่วงที

เริ่นถิงถิงและอาเวยได้ยินดังนั้นก็รีบกอบข้าวเหนียวสาดใส่ร่างผีดิบ เสียงระเบิดดังเปรี้ยงปร้างสกัดขาเริ่นเวยหย่งให้ถอยร่น แต่พอตั้งหลักได้มันก็พุ่งเข้ามาอีก สองหนุ่มสาวก็สาดข้าวเหนียวซ้ำอีกคำรบ แม้แต่เริ่นฟาที่เคยหวงพ่อหนักหนาก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม คว้าข้าวเหนียวช่วยปาใส่บิดาบังเกิดเกล้าอย่างเอาเป็นเอาตาย

เสียงระเบิดดังระงมไปทั่วคฤหาสน์ราวกับจุดประทัดตรุษจีน เคราะห์ดีที่จ้าวเสวียนหลางรอบคอบ วางถังข้าวเหนียวไว้ตามจุดต่างๆ ทั่วบ้านจึงมีกระสุนให้ใช้อย่างเหลือเฟือ

ท่ามกลางความชุลมุน ไม่มีใครสังเกตเห็นบุรุษผู้หนึ่งที่เพิ่งวิ่งหอบแฮกๆ เข้ามาถึงหน้าประตู... เหวินไฉนั่นเอง

เหวินไฉกวาดตามองสภาพเละเทะในลานบ้าน เห็นศิษย์น้องทั้งสองบาดเจ็บเลือดกบปาก ส่วนเจ้าผีดิบเริ่นเวยหย่งก็ถูกข้าวเหนียวสกัดจนเข้าไม่ถึงตัวใคร เขาจึงประเมินสถานการณ์ด้วยสมองอันน้อยนิดว่า เจียงซือตัวนี้ก็งั้นๆ คงไม่ต่างอะไรกับลูกค้าผีดิบของศิษย์อาสี่ตาที่เคยเจอ

"โอกาสทองมาถึงแล้ว!"

เขาลำพองใจว่านี่คือจังหวะสร้างวีรกรรมเยี่ยงวีรบุรุษ หากเขาโชว์ฝีมือจัดการผีดิบช่วยสาวงามได้ เริ่นถิงถิงคงซาบซึ้งจนยอมมอบกายถวายชีวิตแต่งงานกับเขาเป็นแน่ เจ้าคนหลงตัวเองผู้นี้มิได้ฉุกคิดเลยว่า หากแต่งงานกันจริง จะพาลูกสาวเศรษฐีไปอยู่ที่ไหน หรือจะให้ไปนอนดมกลิ่นศพที่อี้จวงกระนั้นรึ

เมื่อเห็นถังข้าวเหนียววางอยู่ข้างประตู เหวินไฉก็ยกขึ้นมาทั้งถัง วิ่งดาหน้าเข้าใส่เริ่นเวยหย่งพร้อมตะโกนก้อง

"แม่นางถิงถิงไม่ต้องกลัว! พี่เหวินไฉมาช่วยแล้วจ้ะ!"

ชิวเซิงเห็นศิษย์พี่วิ่งทะเล่อทะล่าเข้าไปก็ตาเหลือก ร้องเตือนสุดเสียง

"ไอ้เหวินไฉ! อย่าเข้าไป! มันร้ายกาจมากนะเว้ย!"

แต่มีหรือที่คนกำลังหน้ามืดตามัวจะฟัง เหวินไฉคิดเข้าข้างตัวเองว่าชิวเซิงคงกลัวเขาจะแย่งความดีความชอบ จึงทำหูทวนลมวิ่งอ้อมไปด้านหลังเริ่นเวยหย่ง แล้วสาดข้าวเหนียวทั้งถังใส่เต็มแผ่นหลัง

ซูม!

เริ่นเวยหย่งถูกโจมตีทีเผลอด้วยข้าวเหนียวจำนวนมหาศาล ร่างแข็งทื่อจึงกระเด็นคว่ำหน้ากระแทกพื้น ไอมรณะระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตัวกระตุกเกร็งลุกไม่ขึ้นชั่วขณะ

เห็นศัตรูล้มคว่ำง่ายดาย เหวินไฉยิ่งได้ใจ วิ่งแจ้นไปหาเริ่นถิงถิง ยืดอกโอ้อวดเต็มที่

"ถิงถิงไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ พี่จัดการมันหมอบกระแตไปแล้ว"

สายตาของเขาจับจ้องแต่ใบหน้างามของหญิงสาว หารู้ไม่ว่ามัจจุราชด้านหลังได้ดีดตัวลุกขึ้นยืนตระหง่านแล้ว

เริ่นถิงถิงและคนอื่นๆ เบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง ถอยกรูดหนีตายพัลวัน

"เหวินไฉระวังหลัง!"

"หลบไปเร็วเข้า!"

จ้าวเสวียนหลางและชิวเซิงตะโกนลั่น กัดฟันฝืนอาการบาดเจ็บพุ่งตัวเข้าใส่

เริ่นเวยหย่งหันขวับมาจ้องมองเจ้าแมลงหวี่ที่บังอาจลอบกัด มันกระโจนเข้าใส่เหวินไฉจากด้านหลังทันที เหวินไฉเพิ่งจะรู้สึกตัว หันกลับไปมองก็แทบช็อกตาตั้ง ใบหน้าเละๆ เขียวคล้ำพร้อมเขี้ยวขาววับอยู่ห่างปลายจมูกไม่ถึงคืบ

มือเน่าเฟะแข็งเกร็งคว้าหมับเข้าที่แขนทั้งสองข้างของเหวินไฉ อ้าปากกว้างหมายขย้ำคอหอยให้จมเขี้ยว

เคร้ง!

จ้าวเสวียนหลางแทงพลองเหล็กสวนเข้าไปได้ทันท่วงที ท่อนเหล็กขัดขวางปากเน่าๆ ของเจียงซือไว้ได้เฉียดฉิว กั้นกลางระหว่างเขี้ยวมรณะกับลำคอของเหวินไฉ

ชิวเซิงแม้จะชอบแกล้งศิษย์พี่แต่ก็รักกันดั่งพี่น้องร่วมอุทร เขาพุ่งเข้ามาทุบตีเริ่นเวยหย่งอุตลุด ทั้งถีบทั้งดึง พยายามงัดร่างศิษย์พี่ออกจากกรงเล็บมัจจุราช แต่แรงคนหรือจะสู้แรงผีดิบ เหวินไฉถูกล็อกแน่นจนดิ้นไม่หลุด หากไม่ได้ชิวเซิงเอาตัวเข้าแทรกขวางไว้ ป่านนี้คงโดนกัดคอขาดไปแล้วหลายรอบ

"ยันต์! ใช้ยันต์!"

จ้าวเสวียนหลางตัดสินใจคว้ายันต์สะกดศพแผ่นสุดท้ายแปะเข้าที่หน้าผากเริ่นเวยหย่ง ร่างนั้นหยุดนิ่งไปชั่วครู่ แต่ควันดำก็เริ่มพวยพุ่งออกมาจากแผ่นยันต์ทันที บ่งบอกว่ายันต์กำลังจะเสื่อมฤทธิ์ในไม่ช้า

"ดึง!"

สองศิษย์น้องรวมพลังฮึดสู้ กระชากร่างเหวินไฉหลุดออกมาจากกรงเล็บได้สำเร็จ เหวินไฉทรุดฮวบลงกับพื้น แขนทั้งสองข้างมีรูโหว่สิบรู เลือดสีดำคล้ำไหลซึม ปากแผลบวมเป่งน่ากลัว หมดสภาพวีรบุรุษกลายเป็นคนป่วยใกล้ตายในพริบตา

จ้าวเสวียนหลางคว้าข้าวเหนียวสองกำมือโปะลงบนปากแผลสดๆ ทันที

ฉ่า!!!

เสียงเหมือนเนื้อย่างดังขึ้นพร้อมควันเหม็นไหม้ เหวินไฉร้องลั่นบ้าน ดิ้นพราดๆ เหมือนปลาโดนทุบหัวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส

จ้าวเสวียนหลางเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยสองนายมาหามร่างเหวินไฉออกไป พร้อมกำชับ

"ถ้าข้าวเหนียวเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อไหร่ ให้เปลี่ยนข้าวเหนียวใหม่ทันที ห้ามหยุด!"

เวลานี้ไม่มีใครมีแก่ใจมาโอ๋คนเจ็บ เพราะเริ่นเวยหย่งกำลังจะหลุดจากการสะกดอีกครั้ง

จ้าวเสวียนหลางและชิวเซิงหันกลับมาตั้งรับการโจมตี ดูเหมือนการระเบิดพลังเมื่อครู่จะมีขีดจำกัด หลังพ้นช่วงพีค เริ่นเวยหย่งก็กลับมามีความดุดันในระดับที่พอรับมือไหว เมื่อมีกระเกราะระฆังทองช่วยผ่อนแรง สองหนุ่มก็พอจะยื้อยุดฉุดกระชากได้สูสี

ผู้คนรอบข้างต่างมองภาพการต่อสู้สลับกับสภาพของเหวินไฉแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า เปรียบเทียบกันแล้วช่างฟ้ากับเหว ศิษย์สำนักเดียวกันแท้ๆ แต่เหวินไฉโผล่มาไม่ถึงสองกระบวนท่าก็เกือบเอาชีวิตมาทิ้ง หากเป็นพวกเขาก็คงมีสภาพไม่ต่างกัน

ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างของเริ่นเวยหย่งก็กระตุกเฮือก แววตาอำมหิตเลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าไร้สติปัญญา การเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด คล้ายเครื่องจักรที่ไร้คนควบคุม เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเท่านั้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 37 - เหวินไฉ... ยอดคนตัวถ่วง

คัดลอกลิงก์แล้ว