เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - เด็กชายวัยสิบขวบผู้ลึกลับ เฟิงเฉิงฮ่าว

บทที่ 5 - เด็กชายวัยสิบขวบผู้ลึกลับ เฟิงเฉิงฮ่าว

บทที่ 5 - เด็กชายวัยสิบขวบผู้ลึกลับ เฟิงเฉิงฮ่าว


บทที่ 5 - เด็กชายวัยสิบขวบผู้ลึกลับ เฟิงเฉิงฮ่าว

แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับเงินทองแล้ว การฆ่าซอมบี้เพื่อสะสมแต้มกุศลย่อมเป็นงานหลักที่สำคัญกว่า เพราะเขาต้องเตรียมแต้มไว้สำหรับของวิเศษที่จะโผล่มาในระบบร้านค้าวันหน้า

จ้าวเสวียนหลางกินอาหารอย่างไม่รีบร้อน นั่งหลับตาพักผ่อนอีกครึ่งชั่วโมงเพื่อปรับสภาพร่างกายและจิตใจ ก่อนจะเริ่มออกปฏิบัติการค้นทรัพย์สินในชั้นนี้ ไฟแช็ก น้ำหอม เครื่องประดับทองคำเงินตรา นาฬิกาข้อมือ ของชิ้นเล็กแต่มีมูลค่าเหล่านี้ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ แถมยังเป็นของแปลกหายากในยุคสาธารณรัฐ จึงคุ้มค่าที่สุดที่จะขนกลับไป

เขายังเจอโทรศัพท์มือถือสิบกว่าเครื่องและกล้องวิดีโออีกหนึ่งตัว เมื่อเห็นซอมบี้ตัวหนึ่งสวมกำไลทองที่ข้อมือ จ้าวเสวียนหลางก็ไม่รังเกียจที่จะรูดทรัพย์สินจากศพ เขาดึงกำไลทองออกมาอย่างไม่ลังเล ทิ้งไว้ที่นี่ก็เป็นแค่ขยะ สู้เอาไปแปรรูปให้เกิดประโยชน์ดีกว่า อีกอย่างเขาฆ่าซอมบี้มาตั้ง 20 กว่าตัวแล้ว การค้นศพเก็บของดรอปก็ถือเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ใช่หรือ เขาจึงเดินค้นห้องโน้นออกห้องนี้อย่างเพลิดเพลิน

เมื่อค้นชั้นนี้จนพรุน เขาก็ย่องขึ้นไปชั้นบนอย่างระมัดระวัง พอตรวจสอบแน่ชัดว่าไร้เงาซอมบี้ มหกรรมกวาดทรัพย์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

การได้เดินเก็บของ... ไม่สิ เก็บเงินฟรีๆ แบบนี้มันช่างดีต่อใจ ทำให้เขารู้สึกเหมือนตอนเล่นเกมโดดร่มแล้วไล่เก็บไอเทมไม่มีผิด เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปสองชั่วโมงอย่างรวดเร็ว

ตลอดเวลาที่ผ่านมา นอกจากเดินเก็บสมบัติ จ้าวเสวียนหลางยังคอยชะโงกหน้ามองสถานการณ์ภายนอกผ่านหน้าต่างเป็นระยะ ทว่ากลับไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ เขาได้แต่ขบคิดในใจว่าผู้รอดชีวิตหนีไปที่อื่นหมดแล้ว หรือว่าถูกซอมบี้สังหารจนเกลี้ยงเมืองกันแน่

เนื่องจากซอมบี้มีการแบ่งระดับ จ้าวเสวียนหลางจึงเดาว่าโลกใบนี้คงมีพลังเหนือธรรมชาติบางอย่างดำรงอยู่ หากมีแค่ซอมบี้ธรรมดา ลำพังแค่เขาเรียนวิชาจากอาจารย์จิ่วบวกกับตัวช่วยจากระบบ เขาก็น่าจะไล่ตบพวกมันได้สบายๆ

แต่ถ้ามีพลังเหนือธรรมชาติ หรือมีองค์กรของผู้มีพลังพิเศษ ความอันตรายของโลกนี้จะพุ่งสูงขึ้นทันที เพราะในโลกที่ล่มสลาย มนุษย์ที่รอดชีวิตมาได้ย่อมไม่ธรรมดา และอาจน่ากลัวยิ่งกว่าซอมบี้เสียอีก

หลังจากกวาดทรัพย์สินทั้งสามชั้นจนหนำใจ จ้าวเสวียนหลางก็ย่องกลับมายังห้องทำงานแรกที่เขาใช้เป็นจุดวางของ แต่ทว่าทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เขาก็ต้องสะดุดตากับร่างเล็กป้อมร่างหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับศพซอมบี้ที่เขาฆ่าทิ้งไว้

วินาทีที่เห็นว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย สัญชาตญาณระวังภัยของจ้าวเสวียนหลางก็ทำงานทันทีเขาวางข้าวของในมือลง มือซ้ายชักปืน มือขวากระชับดาบ จ้องมองร่างปริศนานั้นตาเขม็ง

ร่างเล็กป้อมนั้นได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ชะงักมือ หันกลับมามองจ้าวเสวียนหลางที่ถืออาวุธครบมือ ดวงตาของอีกฝ่ายกลอกไปมาดูลุกลี้ลุกลนราวกับเด็กที่ถูกจับได้ว่าขโมยของ ทว่ากลับไร้ซึ่งแววแห่งความหวาดกลัว

จ้าวเสวียนหลางพิจารณาผู้บุกรุกชัดๆ ส่วนสูงราวร้อยห้าสิบเซนติเมตร รูปร่างผอมแห้ง หน้าตาดูแล้วน่าจะเป็นเด็กชายอายุราว 10 ขวบ แต่ที่ดูตัวบวมเป่งเพราะสวมเสื้อตัวโคร่งที่ยัดไส้อะไรบางอย่างไว้ข้างในจนตุงไปหมด

ในมือของเด็กน้อยถือขวานดับเพลิงที่ยังมีเลือดหยดติ๋ง ส่วนศพซอมบี้ถูกจับวางพิงเก้าอี้ในท่าตะแคงคอ มีถังน้ำเปล่ารองอยู่ด้านล่าง เลือดซอมบี้ไหลจากบาดแผลที่คอลงสู่ถัง เด็กคนนี้กำลังรีดเลือดซอมบี้เหมือนคนเชือดไก่รองเลือดไม่มีผิด

เห็นภาพสยองพิลึกพิลั่นเช่นนี้ จ้าวเสวียนหลางก็ไปไม่เป็น ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร จึงได้แต่ยืนเงียบ

"นะ...น้าครับ ซอมบี้พวกนี้น้าเป็นคนฆ่าใช่ไหมครับ? น้ายังอยากได้พวกมันอยู่ไหม? ผมแค่จะเอามารีดเลือด ส่วนอาหารที่น้าวางไว้ตรงนั้นผมไม่ได้แตะต้องเลยนะครับ"

เด็กชายเอ่ยถามตะกุกตะกัก

"ผมเห็นว่าไม่มีใครเอาแล้ว ผมเลย..."

จ้าวเสวียนหลางชำเลืองมองไปที่โต๊ะ ห่อผ้าใส่เสบียงและขวดน้ำที่เขารวบรวมมายังวางอยู่ที่เดิมไม่มีร่องรอยการถูกรื้อค้น

เขาจึงลดเสียงลงแล้วตอบว่า "ข้าไม่ต้องการซากพวกนี้แล้ว ยกให้เจ้าหมดเลย จะเอามารีดเลือดก็ตามใจ อาหารพวกนั้นข้าก็ยกให้เจ้าด้วย แต่บอกข้าหน่อยได้ไหมว่าเจ้ารีดเลือดไปทำอะไร?"

เด็กน้อยมีท่าทีอึกอัก ลังเลอยู่นานก็ยังไม่ยอมตอบ สายตาลอกแลกเหลือบไปเห็นกระเป๋าที่จ้าวเสวียนหลางวางไว้ที่พื้น ภายในมีเครื่องประดับทองคำและนาฬิกาโผล่ออกมา ดวงตาของเด็กชายก็เป็นประกายวาววับทันที

เขาชี้นิ้วไปที่กระเป๋าแล้วรีบถามว่า "น้าครับ น้ากำลังตามหาเครื่องประดับพวกนั้นอยู่เหรอครับ? ผมรู้แหล่งที่มีเยอะแยะเลย แถวนั้นค่อนข้างปลอดภัยด้วย ไม่มีซอมบี้ครับ"

จ้าวเสวียนหลางยังคงรักษาระยะห่างอย่างระแวดระวังขณะพูดคุย จนได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย

เจ้าหนูคนนี้ชื่อ "เฟิงเฉิงฮ่าว" อายุ 10 ขวบ เป็นผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ในโลกนรกแตกนี้มาหนึ่งเดือนแล้ว

โลกนี้เดิมทีชื่อ "ดาวสุ่ยหลาน" เมื่อหนึ่งเดือนก่อน จู่ๆ ก็เกิดปรากฏการณ์สุริยันจันทราเคียงคู่ ดวงอาทิตย์สีเลือดและดวงจันทร์สีเลือดสาดแสงสีแดงฉานปกคลุมทั่วโลก ฝนโลหิตโปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน

ในวันนั้น ผู้คนจำนวนมากกลายสภาพเป็นซอมบี้ สูญเสียสติสัมปชัญญะ กลายเป็นผีดิบกินคน บางคนก็ปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้ เช่นควบคุมธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน หรือเรียกลมเรียกสายฟ้า

สัตว์น้อยใหญ่เริ่มย้อนสายพันธุ์สู่บรรพกาล บางชนิดกลายพันธุ์ มีพลังประหลาด และที่สำคัญคือสัญชาตญาณดิบเถื่อนดุร้ายถูกปลุกขึ้นมาอย่างเต็มพิกัด

พืชพรรณก็เติบโตอย่างบ้าคลั่งและกลายพันธุ์ คนที่กินผลไม้กลายพันธุ์บางคนก็ได้พลังวิเศษ บางคนก็ถูกพิษตายคาที่ พืชบางชนิดถึงขั้นกลายเป็นนักล่าดักจับสิ่งมีชีวิตเป็นอาหาร

เมื่อเวลาผ่านไป ไฟฟ้าและการสื่อสารก็ล่มสลาย รัฐบาลทั่วโลกหมดอำนาจในการควบคุม ทั่วทั้งโลกตกอยู่ในสภาวะอนาธิปไตย เพื่อความอยู่รอดและแย่งชิงอาหาร มนุษย์ต้องเข่นฆ่ากันเอง กฎแห่งป่า "ผู้อ่อนแอเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง" ถูกนำมาใช้อย่างเปิดเผย อารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

ยิ่งฟัง จ้าวเสวียนหลางก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้อันตรายเกินไป มีทั้งซอมบี้ สัตว์กลายพันธุ์ พืชกินคน และมนุษย์กลายพันธุ์

แม้แต่เด็กน้อยตรงหน้าอย่างเฟิงเฉิงฮ่าว เขาก็ยังรู้สึกว่าอันตราย เด็กสิบขวบที่ดูไม่มีพิษมีภัย แต่กลับรอดชีวิตมาได้ตั้งเดือนหนึ่ง แถมยังไม่สะทกสะท้านเมื่อเผชิญหน้ากับปืนผาหน้าไม้

เฟิงเฉิงฮ่าวสวมเสื้อผู้ใหญ่ตัวโคร่ง ด้านในบุด้วยหนังสือหนาเตอะเพื่อใช้เป็นเกราะกันกระสุน... เอ้ย กันเขี้ยวเล็บซอมบี้ วิธีนี้ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ชะงัดนัก มิน่าล่ะตัวถึงได้ดูบวมๆ

เด็กสิบขวบที่จับซอมบี้มารีดเลือดเหมือนเชือดไก่ เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ จ้าวเสวียนหลางยอมรับว่าเฟิงเฉิงฮ่าวทั้งฉลาดและมีจิตใจที่เข้มแข็งเกินวัย จนเขารู้สึกอ่านเกมไม่ออก

อย่างไรก็ตาม เฟิงเฉิงฮ่าวยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจ เขารู้ว่าชั้นล่างของตึกนี้มีร้านจิวเวลรี่ที่ขายทองรูปพรรณ เครื่องเงิน หยก และนาฬิกาหรู

สำหรับผู้รอดชีวิตในวันสิ้นโลก ทองหยองเหล่านี้มีค่าเท่ากับขยะ กินก็ไม่ได้ ใช้ป้องกันตัวก็ไม่ได้ แต่สำหรับจ้าวเสวียนหลาง มันคือขุมทรัพย์

เฟิงเฉิงฮ่าวรู้จักเส้นทางปลอดภัยที่จะไปถึงร้านจิวเวลรี่ เขาเสนอตัวเป็นไกด์นำทาง โดยขอแลกกับศพซอมบี้ที่จ้าวเสวียนหลางฆ่าทิ้งไว้

จ้าวเสวียนหลางไตร่ตรองครู่หนึ่งก็ตอบตกลง ในเมื่อทองคำเป็นขยะสำหรับเด็กน้อย ซากซอมบี้ก็เป็นขยะสำหรับเขาเช่นกัน การแลกเปลี่ยนขยะเป็นทองคำ มีแต่ได้กับได้

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - เด็กชายวัยสิบขวบผู้ลึกลับ เฟิงเฉิงฮ่าว

คัดลอกลิงก์แล้ว