เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น

บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น

บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น


บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น

จ้าวเสวียนหลางย่างก้าวด้วยฝีเท้าแผ่วเบา สายตากวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง เขาพบว่าประตูห้องทำงานในชั้นนี้ล้วนเปิดอ้า ภายในห้องรกระเกะระกะ เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง ยังมีโครงกระดูกที่ถูกกัดแทะจนเกลี้ยงเกลาทิ้งร่างอยู่ไม่น้อย บ่งบอกว่าก่อนหน้านี้เคยมีฝูงซอมบี้อาละวาดอย่างหนัก

เขาไล่สำรวจไปทีละห้องจนมั่นใจว่าชั้นนี้ปลอดซอมบี้แล้ว จ้าวเสวียนหลางสังเกตเห็นว่าชั้นนี้มีทางหนีไฟอยู่ทั้งหมด 3 จุด เขาจึงเดินไปยังทางหนีไฟจุดที่ 1 เลือกทำเลเหมาะเจาะแล้วใช้สันดาบเคาะราวบันไดเบาๆ

แผนการเดิมยังคงได้ผลชะงัด แตคราวนี้ผลลัพธ์กลับดีเกินคาด เสียงเคาะเรียกซอมบี้จากชั้นบนลงมา 2 ตัว และจากชั้นล่างวิ่งสวนขึ้นมาอีก 1 ตัว

เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากสองทิศทางทำเอาจ้าวเสวียนหลางสะดุ้งโหยง เขาไม่รอช้ารีบวิ่งปราดเข้าไปหลบหลังประตูในห้องทำงานที่ใกล้ที่สุด ใช้แผนลอบกัดเช่นเดิมจัดการซอมบี้ตัวแรกไปได้อย่างง่ายดาย คว้าแต้มกุศลเข้ากระเป๋า 10 แต้ม

ทว่าซอมบี้อีกสองตัวที่เหลือกลับมาถึงพร้อมกัน พวกมันพุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย จ้าวเสวียนหลางรับมือพัลวัน แม้จะฟันพวกมันจนเกิดแผลเหวอะหวะหลายแห่ง แต่ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อความบ้าคลั่งของพวกมันแม้แต่น้อย

แรงกดดันจากซอมบี้สองตัวบีบให้เขาถอยร่นจนไปชนเก้าอี้ล้มระเนระนาด ร่างของเขาเสียหลักล้มลงกับพื้น แต่พวกมันไม่สนใจบาดแผลฉกรรจ์บนใบหน้าหรือหน้าอก ยังคงดาหน้าพุ่งเข้าใส่หมายจะขย้ำเหยื่อ

จ้าวเสวียนหลางรีบกลิ้งตัวหลบอย่างทุลักทุเลไปที่เสาต้นหนึ่ง รอดพ้นกรงเล็บมรณะไปได้อย่างหวุดหวิด เมื่อลุกขึ้นมาได้เขาก็เล่นวิ่งไล่จับวนรอบเสากับพวกมัน โชคดีที่ซอมบี้ไร้สติปัญญา ไม่รู้จักการโอบล้อมโจมตี ในที่สุดเขาก็หาจังหวะสังหารพวกมันได้สำเร็จ

แม้จะได้แต้มกุศลเพิ่มมาอีก 40 แต้ม แต่จ้าวเสวียนหลางยังคงใจสั่นด้วยความหวาดเสียว ครั้งนี้เขาเฉียดความตายไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กรงเล็บของซอมบี้เฉี่ยวแก้มเขาไปนิดเดียวเท่านั้น

แต่เมื่อเห็นยอดแต้มกุศลในระบบพุ่งขึ้นเป็น 80 แต้ม อีกเพียง 20 แต้มก็จะซื้อพรสวรรค์วิถีเต๋าระดับสูงได้แล้ว เขาก็รู้สึกว่าความเสี่ยงเมื่อครู่ช่างคุ้มค่า

จ้าวเสวียนหลางใช้แผนเดิมวนเวียนไปตามทางหนีไฟทั้งสามจุด โดยเลือกทำเลซุ่มโจมตีที่มั่นใจว่าจะไม่ถูกรุมล้อม ครั้งนี้เขาเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณ เริ่มจากเคาะเสียงเบาเพื่อหยั่งเชิง ไม่ให้ดึงดูดพวกมันมามากเกินไป หากไม่มีตัวไหนโผล่มาจึงค่อยเพิ่มแรงเคาะ

ด้วยความรอบคอบ เขาจึงล่อพวกมันมาฆ่าได้อีก 11 ตัว กวาดแต้มกุศลเข้ากระเป๋าไปอีก 150 แต้ม มีบางจังหวะที่ต้องรับมือทีละ 2 ตัวซึ่งกินแรงไปไม่น้อย แต่ถ้ามาทีละตัวสำหรับจ้าวเสวียนหลางในตอนนี้ถือว่าหวานหมู เหมือนพวกมันเดินมาแจกแต้มให้ฟรีๆ

เมื่อเห็นยอดแต้มกุศลสะสมรวม 230 แต้ม จ้าวเสวียนหลางก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ผลประกอบการวันนี้ช่างงดงามยิ่งนัก!

ทว่าการต่อสู้ต่อเนื่องก็สูบพลังกายและพลังใจไปมหาศาล หากไม่ได้ยาชำระกายช่วยไว้ ป่านนี้เขาคงหมดแรงข้าวต้มไปนานแล้ว ร่างกายพนักงานออฟฟิศนั้นอ่อนแออย่างที่อาจารย์จิ่ววิจารณ์ไว้จริงๆ ว่า "กลวง"

สำหรับคนที่โตมาในสังคมที่มีกฎหมายคุ้มครองอย่างเขา ฉากเชือดไก่เชือดหมูคือสิ่งที่เลือดสาดที่สุดที่เคยเห็น แต่วันนี้เขากลับต้องมาไล่ฟันหัวซอมบี้กว่า 20 ตัว ภาพความรุนแรง เลือดเนื้อที่สาดกระเซ็น และกลิ่นคาวคลุ้ง ทำให้เขารู้สึกพะอืดพะอมจนแทบจะอาเจียน

โชคดีที่ประสบการณ์จากการดูหนังซอมบี้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางใจได้บ้าง ประกอบกับการสะกดจิตตัวเองตลอดเวลาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในโลกนี้ว่าพวกมันไม่ใช่คน แต่เป็นสัตว์ร้าย เป็นปีศาจ เป็นศัตรูที่กินคนไม่คายกระดูก

การฆ่าซอมบี้ได้กุศล ถือเป็นการทำความดีเพื่อมวลมนุษยชาติ ยิ่งมีระบบมอบรางวัลล่อใจ ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนเล่นเกมตีมอนสเตอร์เก็บเหรียญทอง จ้าวเสวียนหลางพยายามสรรหาเหตุผลสารพัดมาล้างสมองตัวเอง ซึ่งก็ได้ผลดีพอสมควร อย่างน้อยเขาก็แค่คลื่นไส้ ไม่ถึงกับอ้วกแตกอ้วกแตนออกมาจริงๆ

เมื่อเงินถึงมือ จ้าวเสวียนหลางก็ไม่รีรอ ตัดสินใจกดซื้อ "พรสวรรค์วิถีเต๋าระดับสูง" ทันที

สิ้นความคิด กลุ่มแสงสีแดงขนาดเท่าผลลำไยก็ปรากฏขึ้นในมือ เขาประทับมันลงที่กลางหน้าผาก กลุ่มแสงนั้นกลายสภาพเป็นลำแสงสีแดงพุ่งหายเข้าไปในศีรษะ

แสงสีแดงแผ่ซ่านจากหว่างคิ้วไปทั่วร่างกาย ก่อนจะซึมหายเข้าไปในเนื้อหนัง ความรู้สึกสบายตัวแผ่ซ่านไปทุกอณูขุมขน จากนั้นทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติ

จ้าวเสวียนหลางเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบ

[ระบบบำเพ็ญเซียนสะสมกุศล]

[ชื่อ: จ้าวเสวียนหลาง]

[อายุขัย: 24/72]

[สายวิชา: ไม่มี]

[ตบะบารมี: ไม่มี]

[พรสวรรค์: พรสวรรค์วิถีเต๋าระดับสูง]

[เคล็ดวิชา: ไม่มี]

[อุปกรณ์: ประตูมิติ]

[แต้มกุศล: 130]

เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงบนหน้าต่างระบบ จ้าวเสวียนหลางก็ยิ้มแก้มแทบปริ ความพยายามสัมฤทธิผลแล้ว เขาเฝ้ารอเวลาที่จะได้กลับไปเจออาจารย์จิ่วอีกครั้ง

ถึงตอนนั้น เขาจะให้อาจารย์จิ่วจับกระดูกตรวจดูอีกรอบ ดูซิว่าคราวนี้จะยังกล้าบอกว่าเขาไม่มีรากฐานการฝึกตนอีกไหม เรื่องไม่มีรากฐานน่ะเขาพอรับได้เพราะตอนนั้นมันไม่มีจริงๆ แต่ที่มาหาว่าเขา "ร่างกายกลวง" เนี่ย จ้าวเสวียนหลางยังคงแค้นฝังหุ่นไม่หาย

สินค้าสามชิ้นในระบบร้านค้ากลายเป็นสีเทาหมดแล้ว ต้องรอพรุ่งนี้เที่ยงถึงจะรีเซ็ตใหม่ จ้าวเสวียนหลางบอกตัวเองว่าต้องขยันหาแต้มกุศลตุนไว้เยอะๆ เกิดพรุ่งนี้มีของดีโผล่มาแต่ไม่มีปัญญาซื้อ คงเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกบอกเลิก

ท้องเริ่มร้องประท้วง จ้าวเสวียนหลางเช็กเวลาบนประตูมิติ ตั้งแต่ข้ามมาก็ผ่านไป 4 ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้น่าจะเที่ยงพอดี เขายังเหลือเวลาในโลกนี้อีก 8 ชั่วโมง ต้องวางแผนให้ดี

เขาหาห้องที่ปลอดภัย หลบเข้าไปปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา แล้วฝืนใจกินเสบียงแห้งที่ห่อมาจากโรงเตี๊ยม เรื่องน้ำดื่มไม่น่าห่วง นอกจากถุงน้ำที่พกมา เขาวยังเจอน้ำเปล่าและเครื่องดื่มขวดตามโต๊ะทำงานของพนักงานออฟฟิศอีกเพียบ

ระหว่างกินข้าว จ้าวเสวียนหลางก็นั่งตกผลึกความคิด เขาต้องยึดมั่นในสัจธรรม "ปลอดภัยไว้ก่อน เพลย์เซฟคือราชา ห้ามซ่าเด็ดขาด"

ชั้นนี้เขาเคลียร์ซอมบี้จนเกลี้ยงแล้ว รวมถึงชั้นบนและชั้นล่างถัดไปที่ถูกเสียงเคาะล่อมาฆ่าจนหมด ตราบใดที่ไม่ทำเสียงดังเกินเหตุ พื้นที่บริเวณนี้ก็นับว่าปลอดภัยชั่วคราว

จ้าวเสวียนหลางคิดว่าหลังจากพักเอาแรง เขาควรจะเดินสายเก็บของมีค่าในชั้นเหล่านี้ เพื่อนำกลับไปเปลี่ยนเป็นเงินตราในโลกตำบลเริ่นเจีย

เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะเอาเหรียญหยางฟาดหัวอาจารย์จิ่ว ตอนนี้เขามีทั้งพรสวรรค์วิถีเต๋า แถมยังมีเงินถุงเงินถัง ไม่เชื่อหรอกว่าอาจารย์จิ่วจอมงกจะต้านทานอำนาจเงินตราได้

ขอแค่โกยเงินเข้ากระเป๋า สร้างรากฐานในตำบลเริ่นเจียให้มั่นคง แล้วค่อยกลับมาวางแผนพิชิตโลกวันสิ้นโลกนี้ทีหลัง

ขอเพียงได้เรียนวิชากับอาจารย์จิ่ว โลกซอมบี้นี้ก็เปรียบเสมือนสวนหลังบ้านของจ้าวเสวียนหลาง เขาจะเดินทางข้ามไปมาระหว่างสองโลก...

ยิ่งคิด จ้าวเสวียนหลางก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองช่างเป็นผู้ข้ามมิติที่ฟ้าลิขิตมาให้ยิ่งใหญ่เสียจริง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น

คัดลอกลิงก์แล้ว