- หน้าแรก
- ระบบร้านค้าข้ามมิติ: ล่าซอมบี้แลกสกิลเทพ
- บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น
บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น
บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น
บทที่ 4 - เก็บเงินหล่นเกลื่อนพื้น
จ้าวเสวียนหลางย่างก้าวด้วยฝีเท้าแผ่วเบา สายตากวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง เขาพบว่าประตูห้องทำงานในชั้นนี้ล้วนเปิดอ้า ภายในห้องรกระเกะระกะ เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง ยังมีโครงกระดูกที่ถูกกัดแทะจนเกลี้ยงเกลาทิ้งร่างอยู่ไม่น้อย บ่งบอกว่าก่อนหน้านี้เคยมีฝูงซอมบี้อาละวาดอย่างหนัก
เขาไล่สำรวจไปทีละห้องจนมั่นใจว่าชั้นนี้ปลอดซอมบี้แล้ว จ้าวเสวียนหลางสังเกตเห็นว่าชั้นนี้มีทางหนีไฟอยู่ทั้งหมด 3 จุด เขาจึงเดินไปยังทางหนีไฟจุดที่ 1 เลือกทำเลเหมาะเจาะแล้วใช้สันดาบเคาะราวบันไดเบาๆ
แผนการเดิมยังคงได้ผลชะงัด แตคราวนี้ผลลัพธ์กลับดีเกินคาด เสียงเคาะเรียกซอมบี้จากชั้นบนลงมา 2 ตัว และจากชั้นล่างวิ่งสวนขึ้นมาอีก 1 ตัว
เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากสองทิศทางทำเอาจ้าวเสวียนหลางสะดุ้งโหยง เขาไม่รอช้ารีบวิ่งปราดเข้าไปหลบหลังประตูในห้องทำงานที่ใกล้ที่สุด ใช้แผนลอบกัดเช่นเดิมจัดการซอมบี้ตัวแรกไปได้อย่างง่ายดาย คว้าแต้มกุศลเข้ากระเป๋า 10 แต้ม
ทว่าซอมบี้อีกสองตัวที่เหลือกลับมาถึงพร้อมกัน พวกมันพุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย จ้าวเสวียนหลางรับมือพัลวัน แม้จะฟันพวกมันจนเกิดแผลเหวอะหวะหลายแห่ง แต่ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อความบ้าคลั่งของพวกมันแม้แต่น้อย
แรงกดดันจากซอมบี้สองตัวบีบให้เขาถอยร่นจนไปชนเก้าอี้ล้มระเนระนาด ร่างของเขาเสียหลักล้มลงกับพื้น แต่พวกมันไม่สนใจบาดแผลฉกรรจ์บนใบหน้าหรือหน้าอก ยังคงดาหน้าพุ่งเข้าใส่หมายจะขย้ำเหยื่อ
จ้าวเสวียนหลางรีบกลิ้งตัวหลบอย่างทุลักทุเลไปที่เสาต้นหนึ่ง รอดพ้นกรงเล็บมรณะไปได้อย่างหวุดหวิด เมื่อลุกขึ้นมาได้เขาก็เล่นวิ่งไล่จับวนรอบเสากับพวกมัน โชคดีที่ซอมบี้ไร้สติปัญญา ไม่รู้จักการโอบล้อมโจมตี ในที่สุดเขาก็หาจังหวะสังหารพวกมันได้สำเร็จ
แม้จะได้แต้มกุศลเพิ่มมาอีก 40 แต้ม แต่จ้าวเสวียนหลางยังคงใจสั่นด้วยความหวาดเสียว ครั้งนี้เขาเฉียดความตายไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กรงเล็บของซอมบี้เฉี่ยวแก้มเขาไปนิดเดียวเท่านั้น
แต่เมื่อเห็นยอดแต้มกุศลในระบบพุ่งขึ้นเป็น 80 แต้ม อีกเพียง 20 แต้มก็จะซื้อพรสวรรค์วิถีเต๋าระดับสูงได้แล้ว เขาก็รู้สึกว่าความเสี่ยงเมื่อครู่ช่างคุ้มค่า
จ้าวเสวียนหลางใช้แผนเดิมวนเวียนไปตามทางหนีไฟทั้งสามจุด โดยเลือกทำเลซุ่มโจมตีที่มั่นใจว่าจะไม่ถูกรุมล้อม ครั้งนี้เขาเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณ เริ่มจากเคาะเสียงเบาเพื่อหยั่งเชิง ไม่ให้ดึงดูดพวกมันมามากเกินไป หากไม่มีตัวไหนโผล่มาจึงค่อยเพิ่มแรงเคาะ
ด้วยความรอบคอบ เขาจึงล่อพวกมันมาฆ่าได้อีก 11 ตัว กวาดแต้มกุศลเข้ากระเป๋าไปอีก 150 แต้ม มีบางจังหวะที่ต้องรับมือทีละ 2 ตัวซึ่งกินแรงไปไม่น้อย แต่ถ้ามาทีละตัวสำหรับจ้าวเสวียนหลางในตอนนี้ถือว่าหวานหมู เหมือนพวกมันเดินมาแจกแต้มให้ฟรีๆ
เมื่อเห็นยอดแต้มกุศลสะสมรวม 230 แต้ม จ้าวเสวียนหลางก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ผลประกอบการวันนี้ช่างงดงามยิ่งนัก!
ทว่าการต่อสู้ต่อเนื่องก็สูบพลังกายและพลังใจไปมหาศาล หากไม่ได้ยาชำระกายช่วยไว้ ป่านนี้เขาคงหมดแรงข้าวต้มไปนานแล้ว ร่างกายพนักงานออฟฟิศนั้นอ่อนแออย่างที่อาจารย์จิ่ววิจารณ์ไว้จริงๆ ว่า "กลวง"
สำหรับคนที่โตมาในสังคมที่มีกฎหมายคุ้มครองอย่างเขา ฉากเชือดไก่เชือดหมูคือสิ่งที่เลือดสาดที่สุดที่เคยเห็น แต่วันนี้เขากลับต้องมาไล่ฟันหัวซอมบี้กว่า 20 ตัว ภาพความรุนแรง เลือดเนื้อที่สาดกระเซ็น และกลิ่นคาวคลุ้ง ทำให้เขารู้สึกพะอืดพะอมจนแทบจะอาเจียน
โชคดีที่ประสบการณ์จากการดูหนังซอมบี้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางใจได้บ้าง ประกอบกับการสะกดจิตตัวเองตลอดเวลาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในโลกนี้ว่าพวกมันไม่ใช่คน แต่เป็นสัตว์ร้าย เป็นปีศาจ เป็นศัตรูที่กินคนไม่คายกระดูก
การฆ่าซอมบี้ได้กุศล ถือเป็นการทำความดีเพื่อมวลมนุษยชาติ ยิ่งมีระบบมอบรางวัลล่อใจ ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนเล่นเกมตีมอนสเตอร์เก็บเหรียญทอง จ้าวเสวียนหลางพยายามสรรหาเหตุผลสารพัดมาล้างสมองตัวเอง ซึ่งก็ได้ผลดีพอสมควร อย่างน้อยเขาก็แค่คลื่นไส้ ไม่ถึงกับอ้วกแตกอ้วกแตนออกมาจริงๆ
เมื่อเงินถึงมือ จ้าวเสวียนหลางก็ไม่รีรอ ตัดสินใจกดซื้อ "พรสวรรค์วิถีเต๋าระดับสูง" ทันที
สิ้นความคิด กลุ่มแสงสีแดงขนาดเท่าผลลำไยก็ปรากฏขึ้นในมือ เขาประทับมันลงที่กลางหน้าผาก กลุ่มแสงนั้นกลายสภาพเป็นลำแสงสีแดงพุ่งหายเข้าไปในศีรษะ
แสงสีแดงแผ่ซ่านจากหว่างคิ้วไปทั่วร่างกาย ก่อนจะซึมหายเข้าไปในเนื้อหนัง ความรู้สึกสบายตัวแผ่ซ่านไปทุกอณูขุมขน จากนั้นทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติ
จ้าวเสวียนหลางเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบ
[ระบบบำเพ็ญเซียนสะสมกุศล]
[ชื่อ: จ้าวเสวียนหลาง]
[อายุขัย: 24/72]
[สายวิชา: ไม่มี]
[ตบะบารมี: ไม่มี]
[พรสวรรค์: พรสวรรค์วิถีเต๋าระดับสูง]
[เคล็ดวิชา: ไม่มี]
[อุปกรณ์: ประตูมิติ]
[แต้มกุศล: 130]
เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงบนหน้าต่างระบบ จ้าวเสวียนหลางก็ยิ้มแก้มแทบปริ ความพยายามสัมฤทธิผลแล้ว เขาเฝ้ารอเวลาที่จะได้กลับไปเจออาจารย์จิ่วอีกครั้ง
ถึงตอนนั้น เขาจะให้อาจารย์จิ่วจับกระดูกตรวจดูอีกรอบ ดูซิว่าคราวนี้จะยังกล้าบอกว่าเขาไม่มีรากฐานการฝึกตนอีกไหม เรื่องไม่มีรากฐานน่ะเขาพอรับได้เพราะตอนนั้นมันไม่มีจริงๆ แต่ที่มาหาว่าเขา "ร่างกายกลวง" เนี่ย จ้าวเสวียนหลางยังคงแค้นฝังหุ่นไม่หาย
สินค้าสามชิ้นในระบบร้านค้ากลายเป็นสีเทาหมดแล้ว ต้องรอพรุ่งนี้เที่ยงถึงจะรีเซ็ตใหม่ จ้าวเสวียนหลางบอกตัวเองว่าต้องขยันหาแต้มกุศลตุนไว้เยอะๆ เกิดพรุ่งนี้มีของดีโผล่มาแต่ไม่มีปัญญาซื้อ คงเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกบอกเลิก
ท้องเริ่มร้องประท้วง จ้าวเสวียนหลางเช็กเวลาบนประตูมิติ ตั้งแต่ข้ามมาก็ผ่านไป 4 ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้น่าจะเที่ยงพอดี เขายังเหลือเวลาในโลกนี้อีก 8 ชั่วโมง ต้องวางแผนให้ดี
เขาหาห้องที่ปลอดภัย หลบเข้าไปปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา แล้วฝืนใจกินเสบียงแห้งที่ห่อมาจากโรงเตี๊ยม เรื่องน้ำดื่มไม่น่าห่วง นอกจากถุงน้ำที่พกมา เขาวยังเจอน้ำเปล่าและเครื่องดื่มขวดตามโต๊ะทำงานของพนักงานออฟฟิศอีกเพียบ
ระหว่างกินข้าว จ้าวเสวียนหลางก็นั่งตกผลึกความคิด เขาต้องยึดมั่นในสัจธรรม "ปลอดภัยไว้ก่อน เพลย์เซฟคือราชา ห้ามซ่าเด็ดขาด"
ชั้นนี้เขาเคลียร์ซอมบี้จนเกลี้ยงแล้ว รวมถึงชั้นบนและชั้นล่างถัดไปที่ถูกเสียงเคาะล่อมาฆ่าจนหมด ตราบใดที่ไม่ทำเสียงดังเกินเหตุ พื้นที่บริเวณนี้ก็นับว่าปลอดภัยชั่วคราว
จ้าวเสวียนหลางคิดว่าหลังจากพักเอาแรง เขาควรจะเดินสายเก็บของมีค่าในชั้นเหล่านี้ เพื่อนำกลับไปเปลี่ยนเป็นเงินตราในโลกตำบลเริ่นเจีย
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะเอาเหรียญหยางฟาดหัวอาจารย์จิ่ว ตอนนี้เขามีทั้งพรสวรรค์วิถีเต๋า แถมยังมีเงินถุงเงินถัง ไม่เชื่อหรอกว่าอาจารย์จิ่วจอมงกจะต้านทานอำนาจเงินตราได้
ขอแค่โกยเงินเข้ากระเป๋า สร้างรากฐานในตำบลเริ่นเจียให้มั่นคง แล้วค่อยกลับมาวางแผนพิชิตโลกวันสิ้นโลกนี้ทีหลัง
ขอเพียงได้เรียนวิชากับอาจารย์จิ่ว โลกซอมบี้นี้ก็เปรียบเสมือนสวนหลังบ้านของจ้าวเสวียนหลาง เขาจะเดินทางข้ามไปมาระหว่างสองโลก...
ยิ่งคิด จ้าวเสวียนหลางก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองช่างเป็นผู้ข้ามมิติที่ฟ้าลิขิตมาให้ยิ่งใหญ่เสียจริง
[จบแล้ว]