เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 - อาจารย์ ข้าบรรลุแล้ว!

บทที่ 36 - อาจารย์ ข้าบรรลุแล้ว!

บทที่ 36 - อาจารย์ ข้าบรรลุแล้ว!


บทที่ 36 - อาจารย์ ข้าบรรลุแล้ว!

"อาจารย์วางใจเถิด ศิษย์จะมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียร ข้าสาบานว่าจะต้องขึ้นไปแทนที่เฉินเสวียนให้ได้"

ซูเป่ยเฉินกล่าวด้วยถ้อยคำหนักแน่น

ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ไฟในใจก็ลุกโชนขึ้นมา หากแทนที่เฉินเสวียนได้ คอยดูสิว่าใครจะกล้าดูถูกเขา เผลอๆ ศิษย์พี่หญิงหลิวอาจจะเปลี่ยนใจกลับมาหาเขาก็ได้

ความมั่นใจของซูเป่ยเฉินพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาเงี่ยหูฟังเหล่านักกินโต๊ะข้างๆ เมาท์มอยเรื่องเฉินเสวียนต่อ

"แค่นี้เองเรอะ พวกเอ็งคงรีบกลับออกจากงานชุมนุมเสินเสวียนก่อนงานจบละสิท่า ถึงได้ไม่รู้อะไรเลย"

"เผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวกับเผ่าจิ้งจอกเซียนเสียอัจฉริยะไปฟรีๆ มีหรือจะยอมลงให้ พวกเขาโกรธจัดส่งยอดอัจฉริยะออกมาอีกห้าคน!"

"ระดับปรมาจารย์ทั้งห้าคนเลยนะโว้ย!"

"หา! ปรมาจารย์ห้าคน งั้นพระบุตรฮวงกู่ไม่แย่แล้วรึ ตัวคนเดียวจะไปสู้ห้ายอดปรมาจารย์ได้ยังไง"

"ถูกต้อง...ตายเรียบ!"

ซี๊ด!

ผู้คนสูดปากด้วยความหนาวเหน็บ ต่างเบิกตาโพลงจ้องมองคนเล่า ซูเป่ยเฉินเองก็ตาโตตั้งใจฟังสุดชีวิต

ห้ายอดปรมาจารย์ไม่มีทางต่อกรได้ เฉินเสวียนตายไปก็นับว่าไม่น่าเสียดาย ช่วยลดภาระเขาไปได้เยอะ เพียงแต่เสียดายที่ไม่ได้ลงมือสังหารเฉินเสวียนด้วยตัวเอง

"สภาพศพของห้ายอดปรมาจารย์ดูไม่จืดเลย! ทนรับกระบวนท่าเดียวไม่ได้ด้วยซ้ำ ตายเกลี้ยงยกทีม!"

"เอ็งพูดจาหมาๆ แบบนี้ เดี๋ยวพ่อก็เชือดทิ้งซะหรอก!"

"นั่นสิ ข้าก็ว่าพระบุตรแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่จะมาตายง่ายๆ ได้ยังไง"

"ถึงห้าปรมาจารย์จะน่ากลัวไร้เทียมทาน แต่ข้าขอเชื่อว่าพระบุตรไม่ตาย!"

"ไม่มีทางตายหรอก ถ้าตายจริงป่านนี้แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่คงยกทัพไปถล่มเผ่าจิ้งจอกราบคาบไปแล้ว"

"ฟังข้าให้จบก่อนโว้ย เพียงกระบวนท่าเดียวฆ่าล้างบางห้าคนรวด พระบุตรฮวงกู่บรรลุถึงจุดสูงสุดของขอบเขตปรมาจารย์แล้ว อีกแค่นิดเดียวก็จะก้าวเข้าสู่ระดับนักบุญ!"

เปรี้ยง!

ผู้คนราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ

"จะบ้าเรอะ ข้าจำได้ว่าพระบุตรฮวงกู่เพิ่งอายุยี่สิบเอ็ดปีไม่ใช่หรือ ข้าอายุสี่สิบเพิ่งจะก้าวขาเข้าขอบเขตผลัดเปลี่ยนกายาเองนะ"

"ข้าก็เหมือนกัน ทำไมระดับพลังถึงได้พุ่งเร็วปานจรวดขนาดนั้น!"

"พรสวรรค์ระดับปีศาจชัดๆ!"

"คนแบบนี้ต่อให้ชาติหน้าพวกเราก็ตามไม่ทัน"

ซูเป่ยเฉินยืนอึ้ง มองหน้าผู้เฒ่าฮุน แล้วก้มมองตัวเอง สลับไปมองผู้เฒ่าฮุนอีกที

"อาจารย์...เฉินเสวียนอายุยี่สิบแต่ก้าวสู่ครึ่งก้าวระดับนักบุญ นี่มันระดับไหนกันแน่"

ซี๊ด!

คำถามนี้ทำเอาผู้เฒ่าฮุนสตั๊นไปเลย

ไอ้เด็กนี่ก็ขยันถามคำถามโลกแตกเสียจริง จะให้เขาตอบยังไงดี อายุยี่สิบกับระดับนักบุญ มันเอามาวางคู่กันได้ที่ไหน สองร้อยปีบรรลุระดับนักบุญก็นับว่าเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะแล้ว

ผู้เฒ่าฮุนตกอยู่ในความเงียบ

เขามีชีวิตมาเนิ่นนาน กินเกลือมามากกว่าข้าว แต่เรื่องแบบนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนจริงๆ อายุยี่สิบนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว มีโอกาสได้เป็นถึงระดับจักรพรรดิสวรรค์เลยนะนั่น

คราวนี้จะพูดมั่วซั่วไม่ได้แล้ว ผู้เฒ่าฮุนคิดหนัก ขืนพูดความจริงไปแล้วลูกศิษย์จิตหลุดจะทำไง ถึงเวลานั้นใครจะช่วยเขาสร้างกายเนื้อ หลังจากไตร่ตรองถี่ถ้วน ผู้เฒ่าฮุนตัดสินใจใส่สีตีไข่นิดหน่อย

เรื่องเวอร์วังขนาดนี้ ปรุงแต่งนิดหน่อยคงไม่ผิดกติกาหรอกมั้ง

"อาจารย์ ท่านลังเลอะไรอยู่?"

ซูเป่ยเฉินเห็นอาจารย์เงียบไปก็ร้อนใจ เขาดูออกว่าอาจารย์กำลังลำบากใจ กลัวจะบั่นทอนกำลังใจเขา จึงไม่อยากบอกความจริง

"อาจารย์พูดมาเถอะ ข้ารับไหว!"

"มีสิทธิ์เป็นถึงมหาจักรพรรดิ!"

ผู้เฒ่าฮุนเอ่ยออกมา จริงๆ เขาอยากบอกว่าเหนือกว่ามหาจักรพรรดิไปถึงขั้นจักรพรรดิสวรรค์ด้วยซ้ำ แต่เอาแค่นี้ก่อนดีกว่า แค่มหาจักรพรรดิก็สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพีแล้ว

ซูเป่ยเฉินหน้าแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้ม หายใจหอบถี่

ผู้เฒ่าฮุนชำเลืองมองแล้วถอนหายใจยาว เป็นไปตามคาด คำว่ามหาจักรพรรดิมันหนักหนาเกินไปสำหรับซูเป่ยเฉิน ขืนบอกว่าจักรพรรดิสวรรค์ สมองมันคงระเบิดแน่

"ศิษย์ข้า เจ้าต้องเข้มแข็งเข้าไว้!"

"แม้ว่านับพันนับหมื่นปีมานี้ ในสามสิบหกอาณาเขตแดนบูรพา มหาจักรพรรดิจะเป็นตัวตนที่ทำได้เพียงแหงนมอง..."

"ฮือ...อาจารย์ ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า..."

ซูเป่ยเฉินทำหน้าเศร้าสร้อย

"อย่าขัดจังหวะข้าสิ! แค่กๆ!"

"อย่าเพิ่งตื่นตูม!"

"การจะเป็นมหาจักรพรรดิใช่เรื่องง่ายดายเสียเมื่อไหร่"

"อัจฉริยะกี่มากน้อยที่ต้องหยุดอยู่แค่จุดสูงสุดของระดับนักบุญ สุดท้ายพรสวรรค์เสื่อมถอย ไม่ก้าวหน้าแม้แต่นิ้วเดียว"

"ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีจักรพรรดิน้อยถือกำเนิดขึ้นมากมาย แต่คนที่ได้เป็นมหาจักรพรรดิจริงๆ มีสักกี่คนเชียว?"

ผู้เฒ่าฮุนยิ้มบางๆ เอ่ยถามอย่างใจเย็น

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด?"

นับว่าสมเป็นผู้เฒ่าแห่งหอวิญญาณ พลังฝีมือไม่ธรรมดา เพียงไม่กี่ประโยคก็เบี่ยงเบนความสนใจของซูเป่ยเฉินให้เลิกหมกมุ่นเรื่องพรสวรรค์ได้

"ศิษย์โง่เขลา ขออาจารย์โปรดชี้แนะ"

ซูเป่ยเฉินจ้องมองผู้เฒ่าฮุนตาแป๋ว

"เพราะพวกมันถือดี จองหองพองขน ย่อมกลายเป็นหนามยอกอก เป็นเสี้ยนหนามที่ใครๆ ก็อยากถอนทิ้ง"

"เฉินเสวียนแม้จะแข็งแกร่ง ฆ่าศิษย์เอกเผ่าจิ้งจอกได้ง่ายดาย แต่เจ้าลองคิดดูสิ เผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวกับเผ่าจิ้งจอกเซียนจะยอมปล่อยมันไปง่ายๆ หรือ"

"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ศัตรูของมันจะมีแต่เพิ่มขึ้น ขุมกำลังที่จ้องเล่นงานมันก็จะยิ่งมากขึ้น"

"เฉินเสวียนดูเหมือนจะมั่นคง แต่แท้จริงแล้วอันตรายรอบด้าน หากเพลี่ยงพล้ำเมื่อไหร่ มันจะถูกรุมทึ้งจนไม่เหลือซาก"

"อัจฉริยะในอดีตมากมายต่างจบชีวิตลงเช่นนี้ ดุจดวงดาวที่ร่วงหล่น"

"เมื่อก่อนอาจารย์เองก็เป็นแค่คนธรรมดา เหมือนกับที่เจ้าเข้าหอวิญญาณนั่นแหละ รอให้พวกผู้อาวุโสข้างหน้าตายบ้าง เกษียณบ้าง ข้าถึงได้เสียบแทน แถมยังบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับกึ่งจักรพรรดิ เกือบจะแตะขอบเขตครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิอยู่แล้วเชียว"

"ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุซะก่อน ป่านนี้ป๋าคง..."

"เฮ้อ!"

ผู้เฒ่าฮุนถอนหายใจยาวเหยียด ความเสียดายมากมายปลิวหายไปกับสายลม

"อาจารย์ ท่านเคยเป็นถึงครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิ ขนาดท่านยังตกตาย งั้นข้าเลิกบำเพ็ญเซียนดีกว่า"

"เจ้าโง่! อาจารย์หมายความแบบนั้นที่ไหนกันเล่า! ตีความมั่วซั่วไปหมด!"

"เจ้าจงจำไว้ อัจฉริยะหน้าไหนก็มีสิทธิ์ร่วงหล่น คนธรรมดาหน้าไหนก็มีโอกาสผงาด!"

"อย่าไปยึดติดกับความเก่งกาจชั่วครู่ชั่วยาม วันนี้เฉินเสวียนอาจเป็นพระบุตร แต่พรุ่งนี้อาจกลายเป็นขยะเปียก วันมะรืนอาจโดนถอนหมั้นก็ได้ ใครจะไปรู้"

"จริงไหม ยิ่งเฉินเสวียนโดดเด่นเจิดจ้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งอันตรายเท่านั้น ดวงตาจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องอยู่ในความมืด"

"พระบุตรแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่แล้วอย่างไร ในหน้าประวัติศาสตร์ พระบุตรในแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ตายโหงน่ะมีน้อยยิ่งกว่าน้อย"

"หลายร้อยปีผ่านไป ข้าเห็นมานักต่อนัก แม้แต่พระบุตรคนก่อนของแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ก็ตายกะทันหันมิใช่หรือ"

ผู้เฒ่าฮุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง จ้องมองซูเป่ยเฉินอย่างจริงจัง คำพูดเมื่อครู่ทำให้เขาหวนนึกถึงอดีตของตัวเอง

ใครจะไปคิด?

เด็กรับใช้ตัวเล็กๆ ในหอวิญญาณจะกลายเป็นศิษย์พี่ กลายเป็นผู้อาวุโส และสุดท้ายมีชื่อเสียงก้องสะท้านสามสิบหกอาณาเขตแดนบูรพา

เขาอดนึกถึงตัวเองในวัยหนุ่มไม่ได้ ไต่เต้าขึ้นไปทีละก้าว เกือบจะได้บรรลุวิถีแห่งเต๋าอยู่รอมร่อ

"อาจารย์! ข้าบรรลุแล้ว!"

ซูเป่ยเฉินทำหน้าเหมือนเพิ่งเห็นแสงสว่าง เหมือนเมฆหมอกจางหาย ความคิดโลดแล่น ขาดแค่ตะโกนเรียกพ่อบุญธรรมเท่านั้น

สิ่งที่อาจารย์พูดช่างมีเหตุผล อัจฉริยะที่โดดเด่นเกินไปย่อมไม่ใช่เรื่องดี

"เจ้าเคยได้ยินตำนานของจักรพรรดิเพลิงเซียวหัวหรือไม่?"

ผู้เฒ่าฮุนเห็นซูเป่ยเฉินเริ่มได้สติ จึงถามต่อ

"เคยได้ยินขอรับ!"

"เคยเป็นขยะที่ใครๆ ต่างดูถูก ต่อมามุมานะบำเพ็ญเพียร เทพขวางฆ่าเทพ พุทธขวางฆ่าพุทธ สุดท้ายได้รับการขนานนามเป็นจักรพรรดิเพลิงผู้ยิ่งใหญ่"

"แถมเขายังมีแหวนหยกเขียวที่ข้างในมีคนคอยช่วยเหลือเหมือนกันด้วย"

ซูเป่ยเฉินตอบอย่างนอบน้อม

จักรพรรดิเพลิงในอดีตก็เป็นแค่ขยะ ด้อยกว่าคนธรรมดาด้วยซ้ำ สุดท้ายยังไต่เต้าจนเป็นจักรพรรดิเพลิงได้

"ถูกต้อง หากทำตัวเด่นดังแบบเฉินเสวียน จะไปได้สักกี่น้ำ?"

"ดังนั้น การทำตัวไร้ตัวตน เงียบเชียบ หมาเห็นยังส่ายหน้า ย่อมมีข้อดีมหาศาล"

"มีเพียงวิธีนี้จึงจะบำเพ็ญเพียรได้อย่างสงบ ไม่ถูกทางโลกมารบกวน สุดท้ายจึงจะบรรลุวิถีแห่งเต๋า"

"สรุปแล้วเจ้าอยากจะชนะแค่ครั้งเดียว? หรืออยากจะเป็นลูกผู้ชายอกสามศอก มุมานะบากบั่น เลือดตาแทบกระเด็น เพื่อชนะมันชั่วกัปชั่วกัลป์?"

คำพูดของผู้เฒ่าฮุนหนักแน่นดั่งหินผา เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ ปลุกเร้าจิตใจซูเป่ยเฉินให้ฮึกเหิมถึงขีดสุด

"ศิษย์ขอบพระคุณอาจารย์ที่สั่งสอน!"

"ศิษย์จะยอมเลือดตาแทบกระเด็น ไม่ย่อท้อ เพื่อชนะชั่วกัปชั่วกัลป์"

ซูเป่ยเฉินจ้องตาผู้เฒ่าฮุนแล้วเอ่ยด้วยความศรัทธาแรงกล้า

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 36 - อาจารย์ ข้าบรรลุแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว