เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - สองคนน้อยไป! ขอสักห้าคนดีกว่า!

บทที่ 32 - สองคนน้อยไป! ขอสักห้าคนดีกว่า!

บทที่ 32 - สองคนน้อยไป! ขอสักห้าคนดีกว่า!


บทที่ 32 - สองคนน้อยไป! ขอสักห้าคนดีกว่า!

ยอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิสองตน เผยร่างจริงลักษณ์ธรรมออกมาพร้อมกัน

"พระบุตรแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ ยังไม่ออกมาอีกรึ!"

เสียงคำรามสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน เสียงก้องกังวานระดับกึ่งจักรพรรดิแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาล ส่งไปถึงหูของผู้ฝึกตนทุกคน คนที่พลังอ่อนด้อยถึงกับล้มกลิ้งลงกับพื้น ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

"เมืองเม่ยหมอจะพินาศแล้ว"

"พระบุตรแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"

"เรื่องงานชุมนุมหินเสินเสวียนเป็นเรื่องจริง พระบุตรจิ้งจอกสองคนถูกพระบุตรฮวงกู่ฆ่าตายในพริบตา!"

"ความแค้นระดับนี้ใครจะทนไหว ยอดฝีมือบนฟ้านั่นต้องเป็นคนที่เผ่าจิ้งจอกส่งมาแน่ๆ"

"ตายห่า ส่งกึ่งจักรพรรดิมาเลยเหรอเนี่ย ดูท่าความแค้นนี้จะเจรจากันไม่ได้แล้ว พวกเรารีบหนีกันเถอะ"

"ใช่ๆ เผ่าจิ้งจอกคงไม่ปล่อยพระบุตรฮวงกู่ไปง่ายๆ เกรงว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่คงต้องมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แน่"

"เมืองเม่ยหมอจะแตกไหมข้าไม่รู้ แต่ครั้งนี้เผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวคงถึงคราวล่มสลายแล้วล่ะ กล้าดียังไง? ถึงกล้าลงมือกับขุมกำลังระดับแดนศักดิ์สิทธิ์"

"รนหาที่ตายชัดๆ"

ผู้ฝึกตนระดับสูงบางส่วนรวมกลุ่มกันอยู่ไกลๆ มองดูสถานการณ์ทั้งในและนอกเมือง พลางวิพากษ์วิจารณ์

ความขัดแย้งของรุ่นเด็กถือเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าส่งกึ่งจักรพรรดิออกมา รูปการณ์ก็จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

มันจะยกระดับกลายเป็นสงครามระหว่างเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิว เผ่าจิ้งจอกเซียน กับแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่

ทุกคนในที่นั้นต่างอกสั่นขวัญแขวน

แต่ก็อดนับถือความกล้าบ้าบิ่นของเผ่าจิ้งจอกทั้งสองไม่ได้

"ผ่านไปแค่ไม่กี่พันปี หรือว่าพวกมันจะลืมไปแล้ว?"

หกพันปีก่อน แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ก้าวขึ้นเป็นขุมกำลังเหนือโลกีย์แห่งแดนรกร้าง เผชิญหน้ากับการยั่วยุของแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ที่อยู่ในระดับเดียวกัน

เพียงชั่วข้ามคืน กองทัพมหึมาก็บุกประชิดชายแดน งัดทุกขุมกำลังและยอดฝีมือออกมา

ประมุขศักดิ์สิทธิ์บุกตะลุยไร้ผู้ต้านทาน สังหารมหาจักรพรรดิไปถึงสามคน

แดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ล่มสลายในคืนเดียว!

นับแต่นั้นมาก็ทำการจัดระเบียบแดนรกร้าง กลายเป็นตัวตนที่ไม่มีใครสั่นคลอนได้

ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วสามสิบหกเขตแดนบูรพา ตั้งแต่นั้นมา ทุกขุมกำลังต่างรู้ซึ้งว่า แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่คือขุมกำลังที่ห้ามตอแยเด็ดขาด มิฉะนั้นจุดจบของแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์จะเป็นตัวอย่าง

"บังอาจ"

เฉินเสวียนสลายแรงกดดันรอบตัว พริบตาเดียวก็ไปปรากฏตัวอยู่กลางเวหา เอามือไพล่หลังยืนประจันหน้ากับสัตว์อสูรยักษ์

สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย

"กึ่งจักรพรรดิสองตนมากันพร้อมหน้า จะมาแก้แค้นงั้นรึ?"

เฉินเสวียนยืนจ้องหน้าพวกเขาตรงๆ สายตานิ่งเรียบ

ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เพราะเทพบริวารของเขายังไม่ลงมือ

แสดงว่าไม่มีอันตรายใดๆ

"แน่นอนว่าต้องมาสอบสวนความจริง ข้าจะไม่ปล่อยให้คนที่ล่วงเกินพระบุตรมีชีวิตรอด"

"ฆาตกรต้องถูกข้าสังหารด้วยมือคู่นี้!"

"บอกมา เป็นยอดฝีมือคนไหนของแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ที่ลงมือลอบสังหารอัจฉริยะเผ่าข้า?"

"หากเจ้าฆ่าด้วยตัวคนเดียวจริง พวกข้าจะกลับไปทันที"

"แต่ถ้าไม่ใช่ ก็จงเอาชีวิตมาเซ่นไหว้ดวงวิญญาณอัจฉริยะเผ่าข้าซะ!"

หนิงเฉินเย่ในร่างจำแลงกึ่งจักรพรรดิยืนตระหง่านอยู่บนยอดฟ้า ล็อกเป้าเฉินเสวียนด้วยสายตาเย็นชา

"หึ"

"สมกับเป็นพวกจิ้งจอก ปากดีโอหังนัก หรือคิดว่าพวกเจ้าแข็งแกร่งกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์?"

"ตอนที่แดนศักดิ์สิทธิ์เก้าสวรรค์ล่มสลาย พวกเจ้าเผ่าชิงชิวคงยังเป็นแค่ฝูงจิ้งจอกป่าอยู่เลยมั้ง"

"รนหาที่ตายจริงๆ"

โฮก! มังกรเทพเสวียนบิดฟ้าคำรามลั่น เสียงคำรามแฝงความบ้าคลั่ง

"ตอบมา!"

"พูดมา ว่าเจ้าเป็นคนทำคนเดียวใช่หรือไม่"

"ไม่กี่เดือนก่อนยังแค่ขอบเขตเทียนกัง เจ้าจะเอาปัญญาที่ไหนไปฆ่าอัจฉริยะเผ่าข้าในกระบวนท่าเดียว"

"ถ้าคิดจะปกป้องฆาตกรตัวจริง ข้าจะจับเจ้ากินเดี๋ยวนี้!"

"เฮอะ จิ้งจอกป่ากระจอกๆ แค่นั้นต้องให้ใครช่วยด้วยรึ"

"ข้าไม่ต้องออกแรงก็ฆ่าได้แล้ว"

เฉินเสวียนท่าทางผ่อนคลาย ยิ้มบางๆ

"ดี ดีมาก นี่หรือความสามารถของพระบุตรแดนศักดิ์สิทธิ์? อัจฉริยะขอบเขตปรมาจารย์สองคนของเผ่าข้ารอเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว หากเจ้าเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียว ข้าจะเชื่อเจ้า แต่ถ้าไม่ ก็แสดงว่าเจ้าปกป้องฆาตกร"

มังกรเทพเสวียนบิดฟ้ายิ้มเหี้ยมเกรียม เฉินเสวียนแค่ขอบเขตเทียนกังจะเก่งแค่ไหนเชียว

เจออัจฉริยะขอบเขตปรมาจารย์สองคนรุมกินโต๊ะ ต่อให้เป็นขอบเขตเทียนกังขั้นสมบูรณ์แบบก็อยู่ได้ไม่เกินหนึ่งวินาที ถูกฆ่าตายอย่างง่ายดาย!

แทบจะเป็นสถานการณ์ที่ต้องตายสถานเดียว

ถ้าเฉินเสวียนไม่กล้า ก็แสดงว่ามีพิรุธ

เท่ากับว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ทำผิดกฎ เผ่าจิ้งจอกมีความชอบธรรมในการลงมือ

ไม่ว่าจะแพ้ให้แก่สองปรมาจารย์ หรือยอมรับว่ามีคนช่วย

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ความได้เปรียบก็อยู่ที่พวกเขา ดูเหมือนจะให้ทางเลือกเฉินเสวียน

แต่ความจริงผลลัพธ์ก็เหมือนกัน

"ฮ่าๆๆๆ เจ้าสัตว์เลื้อยคลานนี่สมองกลับไปแล้วมั้ง"

"แค่สองคน?"

เฉินเสวียนหน้าดำทะมึน มองดูมังกรเก้าเศียร

"เจ้ากลัวแล้ว หรือว่าเจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าทำไม่ได้!"

มังกรเทพเสวียนบิดฟ้ากางปีกบดบังท้องฟ้า ขอแค่เฉินเสวียนปฏิเสธ มันจะสรุปความผิดทันที

"เปล่า แค่สองคนมันน้อยไป! ขอสักห้าคนดีกว่า!"

เฉินเสวียนชูมือขึ้นห้านิ้ว

บ้า! บ้าไปแล้ว!

ทุกคนทั้งในและนอกเมืองจ้องมองเฉินเสวียนตาถลน ตกตะลึงกับคำตอบ

นี่มันโดนมังกรขู่จนสติแตกไปแล้วหรือไง

เจ้าจะเก่งแค่ไหน จะรับมือขอบเขตปรมาจารย์สองคนพร้อมกันได้ยังไง?

โดนพลังวิญญาณรุมถล่ม ไม่เหลือแม้แต่ซากแน่

แต่นี่ยังไม่พอ

มันดันขอเพิ่มเป็นห้าคน!

บ้า บ้าหลุดโลกไปแล้ว

พวกเขานึกภาพไม่ออกเลยว่าเฉินเสวียนจะรอดชีวิตจากยอดฝีมือพวกนี้เกินหนึ่งวินาทีได้ยังไง

ผู้คนส่ายหน้าด้วยความเสียดาย ราวกับเห็นภาพเฉินเสวียนอวดดีจนตัวตาย

เป็นถึงพระบุตรแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่น่าจะหัวแข็งขนาดนี้

เวลานี้ควรจะแกล้งโอนอ่อนผ่อนตาม รอให้แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่มาช่วยถึงจะถูก

"หึๆๆๆ เจ้าเป็นพระบุตร ย่อมเป็นตัวแทนของแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ คำไหนคำนั้นนะ"

"ถ้ากลับคำ ก็ให้แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่เปลี่ยนชื่อเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์จอมลวงโลกซะ ฮ่าๆๆ"

ร่างจำแลงบนท้องฟ้าทั้งสองยิ้มร่า เฉินเสวียนเป็นตัวแทนของแดนศักดิ์สิทธิ์

ในเมื่อรับปากแล้ว ต่อให้ประมุขศักดิ์สิทธิ์มาเองก็กลับคำไม่ได้

หากใช้กำลัง ก็จะมีแต่ชื่อเสียติดตัวไปชั่วกัปชั่วกัลป์

เฉินเสวียนตรงหน้า ในสายตาพวกเขาคือตัวตลก

แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่แล้วไง สุดท้ายก็ต้องก้มหัวขอขมาเผ่าจิ้งจอก

"ทำไมได้ยินคำตอบแบบนี้ พวกเจ้าถึงดีใจกันนักนะ?"

"อัจฉริยะเผ่าจิ้งจอกนี่มันมีเยอะเกินไปจริงๆ"

เฉินเสวียนกล่าวช้าๆ

.........

ไม่นานนัก

อัจฉริยะห้าคนก็มารวมตัวกัน

"พวกเจ้าขึ้นไปจัดการพระบุตรฮวงกู่ จำไว้ว่าอย่าให้เหลือรอด"

หนิงเฉินเย่กำชับเหล่าอัจฉริยะ

ตูม!

อัจฉริยะขอบเขตปรมาจารย์เผ่าจิ้งจอกทั้งห้าปลดปล่อยกลิ่นอายทั้งหมด เลือดลมพลุ่งพล่าน จิตสังหารคุกรุ่น ดุจเทพมารจุติ

กลิ่นอายที่รวมตัวกันทำเอาฟ้าเปลี่ยนสี

อัจฉริยะทั้งห้ามีพลังน่าสะพรึงกลัว

อ่อนที่สุดคือปรมาจารย์ขั้นต้นระดับสูงสุด คนที่เก่งที่สุดถึงขั้นปรมาจารย์ขั้นกลาง

"เชิญท่านพระบุตรลงมือก่อน!"

ทั้งห้าพูดพร้อมกัน

"ข้าเฉินเสวียนไม่ฆ่าคนไร้ชื่อ เห็นว่าพวกเจ้าใกล้ตายแล้ว ให้พวกเจ้าเริ่มก่อนเถอะ"

เฉินเสวียนกล่าวเนิบๆ

"สามหาว!"

อัจฉริยะทั้งห้าเย่อหยิ่งทระนง จะทนรับคำดูถูกได้อย่างไร เดิมทีตั้งใจจะรีบจบงานให้เฉินเสวียนทรมานน้อยที่สุด

ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ขอเล่นสนุกกับมันหน่อยเถอะ

ใบหน้าของแต่ละคนดำทะมึน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารน่าสยดสยอง ราวกับคมดาบแขวนอยู่เหนือหัวเฉินเสวียน

ทุกคนกลั้นหายใจ ล้มเลิกความตั้งใจเดิม

งัดท่าไม้ตายก้นหีบออกมาเตรียมจัดการเฉินเสวียน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 32 - สองคนน้อยไป! ขอสักห้าคนดีกว่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว