- หน้าแรก
- ระบบปล่อยจอย: ยิ่งขี้เกียจ ข้ายิ่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 30 - แผนลับของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิว
บทที่ 30 - แผนลับของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิว
บทที่ 30 - แผนลับของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิว
บทที่ 30 - แผนลับของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิว
"เรื่องทางแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป"
เฉินเสวียนเอ่ยปลอบโยน
เขาคือพระบุตรที่แดนศักดิ์สิทธิ์ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดเพื่อฟูมฟัก อัจฉริยะที่มีแนวโน้มจะได้เป็นถึงมหาจักรพรรดิ
สถานะและวาจาสิทธิ์ของเขานั้นสูงส่งจนน่าตกใจ
สิ่งที่เฉินเสวียนต้องการ ไม่เคยมีใครในแดนศักดิ์สิทธิ์กล้าขัดใจ
ท่านอาจารย์ของเฉินเสวียนเองก็ตามใจเขาจนแทบจะเสียคน ดังนั้นเรื่องแค่นี้จึงไม่ใช่ปัญหา
เว่ยยุ่นอวี่และเว่ยยุ่นเย่ว์ได้ฟังดังนั้นก็ค่อยคลายกังวล
พวกนางเกือบลืมไปเสียสนิทว่าเฉินเสวียนมีฐานะยิ่งใหญ่เพียงใด
เมื่อสบายใจแล้ว สองสาวก็ควงแขนเฉินเสวียน อิงแอบซบไหล่เขาอย่างออดอ้อน
"ขอบพระคุณท่านพระบุตรเจ้าค่ะ ต่อไปพวกเราจะพยายามเข้ากับแม่นางหลิวให้ได้"
"แม่นางหลิวชิงหรานเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่นานแล้ว ท่านพระบุตรห้ามลำเอียงนะเจ้าคะ"
พูดจบทั้งสองก็จ้องมองเฉินเสวียนเพื่อรอคำตอบ
"นางเหรอ? คนที่นางไม่อยากเห็นหน้าที่สุดก็คือข้า พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องพยายามไปผูกมิตรกับนางหรอก"
"ข้ากับนาง ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันทั้งนั้น"
เฉินเสวียนตอบเสียงเรียบ
คำตอบนี้ทำเอาเว่ยยุ่นอวี่และเว่ยยุ่นเย่ว์ประหลาดใจและสงสัยใคร่รู้
โลกภายนอกลือกันให้แซ่ดว่าเฉินเสวียนหลงรักหลิวชิงหรานหัวปักหัวปำ ท่าทีของหลิวชิงหรานเองก็ดูคลุมเครือ
แต่มาวันนี้ทั้งสองกลับดูเหมือนคนแปลกหน้า แม้จะสงสัย แต่พวกนางก็เลือกที่จะไม่เซ้าซี้
พวกนางเชื่อใจเฉินเสวียนเสมอ
................................
ณ หอวิญญาณแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิว
ป้ายหยกสีขาวนวลจำนวนนับไม่ถ้วนถูกจัดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
แสงนวลตาจากหยกขาวทำให้บรรยากาศภายในหอดูลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ มองแล้วลายตาจนแทบลืมตาไม่ขึ้น
ป้ายวิญญาณ หรือป้ายชีพจร
แต่ละป้ายล้วนมีความพิเศษ มันบันทึกพลังชีวิตของศิษย์เผ่าจิ้งจอกทุกคน
ยิ่งป้ายสว่างไสว พลังชีวิตยิ่งเข้มข้น
หากป้ายหม่นหมอง แสดงว่าเจ้าของกำลังมีภัยร้ายแรง
แต่ถ้าป้ายระเบิดแตกละเอียด นั่นหมายถึงชีวิตได้จบสิ้นลง ดับสูญไปแล้ว
วัสดุที่ใช้ทำป้ายนี้หายากยิ่งนัก มีความเชื่อมโยงกับเจ้าของอย่างแข็งแกร่ง ขุมกำลังระดับท็อปส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้ในการตรวจสอบความปลอดภัยของศิษย์
ได้ผลแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
นี่เป็นเพียงชั้นล่างสุด หอวิญญาณมีทั้งหมดเก้าชั้น สอดคล้องกับตำนานจิ้งจอกเก้าหาง
ยิ่งสูงขึ้นไป จำนวนป้ายวิญญาณก็ยิ่งลดน้อยลง
แต่ความประณีตงดงามกลับเพิ่มมากขึ้น
จนกระทั่งถึงชั้นเก้า ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด มีป้ายวิญญาณวางอยู่เพียงไม่กี่อัน
แต่ละอันเปล่งประกายระยิบระยับ ถูกจัดวางไว้อย่างทะนุถนอม
ทันใดนั้น
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ป้ายหยกสีขาวที่วางอยู่ตรงกึ่งกลางระเบิดออกอย่างรุนแรง
ไม่ใช่แค่ร้าว แต่ระเบิดจากป้ายที่สมบูรณ์จนกลายเป็นฝุ่นผง ปลิวว่อนเต็มพื้น
เนื่องจากเป็นชั้นบนสุด ศิษย์ผู้เฝ้ายามจึงไม่ทันสังเกตเห็นในทีแรก
ชั่วอึดใจต่อมา
ศิษย์คนหนึ่งสะกิดเรียกอีกคน
"เสียงอะไรน่ะ? เจ้าได้ยินไหม?"
"โอ๊ย จะระแวงอะไรนักหนา หูแว่วไปเองหรือเปล่า พวกเราอยู่ถึงเผ่าจิ้งจอกนะ จะมีใครกล้าบุกรุก"
"ไม่สิ มันมีเสียงจริงๆ ดังมาจากข้างบน"
"ข้างบน? หรือว่า............. ป้ายวิญญาณสำคัญเกิดเรื่องแล้ว รีบไปดูกันเถอะ"
ยิ่งเดินขึ้นไปสูงเท่าไหร่ หัวใจก็ยิ่งเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น
จนกระทั่งมาถึงชั้นเก้า
"นะ... นี่... นี่มัน....... ตรงกลาง...... แตก... แตกแล้ว"
ศิษย์คนแรกมองเห็นเศษผงหยกขาวเกลื่อนพื้น ถึงกับพูดจาไม่เป็นภาษา
"ป้ายวิญญาณของพระบุตร... แตกแล้ว!"
ศิษย์อีกคนขยี้ตาตัวเองแทบไม่เชื่อสายตา พอมองดูดีๆ แท่นวางป้ายตำแหน่งพระบุตรตรงกลางว่างเปล่า
เหลือเพียงเศษซากเกลื่อนกลาด
"ใครหน้าไหนมันรนหาที่ตาย กล้าสังหารพระบุตรแห่งเผ่าเรา!"
ตื่นตระหนก ตกใจจนหน้าถอดสี
เพิ่งจะจัดพิธีแต่งตั้งพระบุตรไปไม่นาน วันนี้ป้ายวิญญาณกลับแตกละเอียด
นี่มันเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าฟ้าถล่มเสียอีก
"ไปๆๆ อย่าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว"
"รีบไปรายงานท่านประมุขกับเหล่าผู้อาวุโสเร็วเข้า!"
ทั้งสองคนวิ่งหน้าตั้ง กลิ้งโค่โล่ลงมาจากหอวิญญาณ
ตูม!
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวสายแรกของยอดฝีมือเผ่าจิ้งจอกพุ่งลงมาปกคลุมหอวิญญาณ แววตาอำมหิตราวกับจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
ผู้อาวุโสสูงสุดที่อยู่ใกล้ที่สุดมาถึงเป็นคนแรก
ตามมาด้วยผู้อาวุโสคนอื่นๆ ที่รีบรุดมาจากทั่วทุกสารทิศ
ศิษย์หอวิญญาณทั้งหมดมารวมตัวกัน คุกเข่าลงพร้อมเพรียง
การที่เหล่าผู้อาวุโสมากันพร้อมหน้าเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าเกิดเรื่องใหญ่หลวงขึ้นแล้ว
ครืนนน!
คลื่นพลังมหาศาลปกคลุมไปทั่วบริเวณ ดั่งสึนามิที่ถาโถมซัดสาด ขยายวงกว้างออกไป
ศิษย์ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
"พูด!"
"ทำไมป้ายวิญญาณของพระบุตรถึงแตกกะทันหัน!"
"มันแตกตั้งแต่เมื่อไหร่!"
ไม่ว่าขุมกำลังใด พระบุตรล้วนเป็นตัวตนที่สำคัญยิ่งยวด
คืออัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่
พระบุตรทุกรุ่นแบกรับภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง ภารกิจสืบทอดเจตนารมณ์ของเผ่า
โดยเฉพาะพระบุตรเผ่าจิ้งจอกที่ต้องแบกรับภารกิจในการผสานเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวและเผ่าจิ้งจอกเซียนเข้าด้วยกัน
จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่น้อย
"เรียนท่านผู้อาวุโส เพิ่งจะได้ยินเสียงระเบิดเมื่อครู่ เวลาไม่น่าจะเกินครึ่งก้านธูปขอรับ"
"พระบุตรเพิ่งจะออกจากเผ่าไปเมื่อวาน เพื่อไปร่วมงานชุมนุมหินเสินเสวียน"
ขณะนั้นเอง กลิ่นอายทรงพลังอีกหลายสายก็พุ่งเข้ามา ผู้อาวุโสที่เหลือทยอยมาถึงจนครบ
สิ้นคำรายงาน เหล่าผู้อาวุโสต่างขมวดคิ้วแน่น สีหน้าดำทะมึน
"บังอาจสังหารพระบุตรแห่งเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิว ข้าจะแล่เนื้อเถือหนังมัน ตัดแขนตัดขา สับให้เละ!"
"แดนบูรพาคิดจะแข็งข้อรึไง ส่งหน่วยองครักษ์จิ้งจอกหน่วยสอดแนมออกไป ตรวจสอบให้รู้ดำรู้แดง!"
"ไม่ว่าเป็นใคร มันต้องรองรับโทสะทั้งหมดของเผ่าศักดิ์สิทธิ์และเผ่าจิ้งจอกเซียน! ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ฆ่าให้เรียบ อย่าให้เหลือ!"
เหล่าผู้อาวุโสตาขวาง กลิ่นอายสังหารพลุ่งพล่าน
เรื่องพรรค์นี้ ไม่ว่าจะขุมกำลังไหน ไม่ว่าจะระดับท็อปหรือสำนักปลายแถว
หากพระบุตรถูกฆ่า ไม่มีทางยอมจบง่ายๆ แน่นอน!
พระบุตรเกี่ยวพันถึงอนาคตของเผ่า และหน้าตาของเผ่า
หากนิ่งเงียบยอมกลืนเลือด คงไม่มีที่ยืนในแดนบูรพาอีกต่อไป
เผลอๆ จะกลายเป็นตัวตลกให้สามสิบหกเขตแดนบูรพาหัวเราะเยาะ
หลังจากระบายโทสะจนพอใจ ทุกคนก็เริ่มกลับมาเยือกเย็น เพื่อป้องกันไม่ให้เผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวเกิดความวุ่นวาย
เพื่อความมั่นคงของจิตใจคนในเผ่า
และเพื่อสืบสานอนาคตของเผ่าจิ้งจอก
พวกเขาจึงตัดสินใจคัดเลือกพระบุตรคนใหม่ขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งแทน
ตกดึก องครักษ์จิ้งจอกหน่วยสอดแนมนับพันนายถูกส่งออกไปมุ่งหน้าสู่เมืองเม่ยหมอ
เพียงแค่วันรุ่งขึ้น ข่าวที่แน่ชัดก็ถูกส่งกลับมา
ความรวดเร็วนั้นน่าทึ่ง
เหล่าผู้อาวุโสมารวมตัวกันที่ศาลบรรพชน แม้แต่ท่านประมุขที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรก็ยังต้องออกมา
"หน่วยสอดแนมรายงานมาว่า พระบุตรของเราถูกเด็กหนุ่มสวมหน้ากากสังหาร คนผู้นั้นคือพระบุตรแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ เฉินเสวียน!"
"ไอ้เจ้าเฉินเสวียนนั่น เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน ลบหลู่เผ่าเรา แถมยังอ้างตัวว่าเป็นปรมาจารย์บรรพชนชิงชิว ฟ้าดินไม่ยกโทษให้แน่"
ผู้อาวุโสสี่โกรธจนตัวสั่น ตะโกนด่าทอเสียงดัง
เงียบ
เงียบสงัดราวกับป่าช้า
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ทำไมพวกท่านถึงเงียบกันหมด หรือจะปล่อยให้การตายของพระบุตรเราสูญเปล่า?"
เรื่องนี้มันออกจะตึงมือไปหน่อย รากฐานนับสิบล้านปีของแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่นั้นน่ากลัวเกินไป จัดการยากสุดๆ
แถมยังเป็นเรื่องวิวาทของเด็กๆ พวกเขาผู้ใหญ่ไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี
"หนี้แค้นนี้ต้องชำระ ไม่งั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตอนไปพบรรพชน! เพียงแต่ต้องวางแผนให้รอบคอบ"
ผู้อาวุโสสามกล่าวเสียงเย็นเยียบ
[จบแล้ว]