เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ไม่ เขาคนนั้นยังไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ

บทที่ 23 - ไม่ เขาคนนั้นยังไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ

บทที่ 23 - ไม่ เขาคนนั้นยังไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ


บทที่ 23 - ไม่ เขาคนนั้นยังไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ

ถูกต้องแล้ว เมื่อหลายวันก่อน พระบุตรชิงชิวผู้นี้ได้เดินทางมาสู่ขอ แต่กลับถูกสำนักปีศาจมนตราปฏิเสธอย่างนิ่มนวล

ปฏิเสธคำขอที่จะร่วมบำเพ็ญเพียรแบบสามคน

เขาหมายปองพวกนางมานานแล้ว เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพระบุตรได้ไม่ถึงครึ่งปี ก็รีบร้อนอยากจะเชยชมบุปผางาม

ยกขบวนมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อแจ้งเจตจำนง

แต่กลับถูกบอกปัดอย่างสุภาพ กระทั่งหน้าของสองสาวยังไม่ได้เห็นก็ถูกดับฝันเสียแล้ว

"หึ หน้าตาไม่อาจเปิดเผย ยังกล้าเรียกตัวเองว่าคนรัก?"

"ที่แท้แม่นางทั้งสองก็ไปคว้าเอาคนที่ไม่กล้าสู้หน้าผู้คนมาทำผัว ข้าคงต้องขอชื่นชมสักคำว่า มีตาหามีแววไม่"

แรง วาจาเชือดเฉือนรุนแรงนัก ตนเองถูกสองสาวปฏิเสธ จะทนเห็นคนอื่นได้เคียงคู่พวกนางได้อย่างไร

คนที่จะยืนตรงกลางนั้นต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น ถ้าเขาไม่ได้ ก็ต้องทำลายทิ้งให้หมด

พระบุตรชิงชิวรุกไล่อย่างดุดัน ปากคอเราะร้ายไม่ไว้หน้า ด่ากราดอย่างเจ็บแสบ

ไม่ใช่แค่ด่าเว่ยยุ่นอวี่กับเว่ยยุ่นเย่ว์ แม้แต่เฉินเสวียนก็ไม่ละเว้น

เขาจะทนให้ชายอื่นมาแตะต้องของหวงของตนได้อย่างไร

ยิ่งเห็นชายตรงหน้าไม่กล้าแม้แต่จะเปิดเผยใบหน้า ก็ยิ่งเดือดดาลแทบบ้า

"วันนี้งานคึกคักสนุกสนาน อย่าทำให้เสียบรรยากาศเลยจะดีกว่า"

"มิสู้ถอยคนละก้าว พระบุตรชิงชิว ท่านก็เพลาๆ คำพูดลงหน่อย ส่วนท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ ไยไม่ลองแนะนำคนรักของท่านให้ทุกคนรู้จักเสียหน่อยเล่า จะได้คลายความเข้าใจผิด"

หญิงสาวผู้หนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง

นางคือองค์หญิงแห่งจักรวรรดิต้าเซี่ย หนึ่งในขุมกำลังยุคบรรพกาล นามว่าเซี่ยเหยียนหราน รูปโฉมงดงามเปี่ยมราศี โดดเด่นเหนือผู้คน

สถานะของนางไม่ด้อยไปกว่าพระบุตรชิงชิวแน่นอน เผลอๆ จะสูงกว่าเสียด้วยซ้ำ

ในบรรดาขุมกำลังระดับสูงสุดที่อยู่ที่นี่ มีเพียงนางเท่านั้นที่ออกหน้าไกล่เกลี่ยแล้วพระบุตรชิงชิวจะยอมหยุด

เพราะขุมกำลังยุคบรรพกาลนั้นโดยรวมแล้วแข็งแกร่งกว่าขุมกำลังระดับท็อปอยู่หนึ่งขั้น รากฐานก็ลึกล้ำยาวนานกว่า

เซี่ยเหยียนหรานชาญฉลาดยิ่งนัก ขอเพียงให้เฉินเสวียนเปิดเผยตัวตน ให้พระบุตรชิงชิวได้รับรู้

ย่อมสามารถดับไฟโกรธได้ เมื่อรู้สถานะ พระบุตรชิงชิวย่อมต้องกลับไปตั้งหลัก สงบศึกชั่วคราว

ส่วนหลังจากงานจบลง พระบุตรชิงชิวจะไปตามล้างแค้นเฉินเสวียนอย่างไร นั่นก็อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของนางแล้ว

อีกอย่าง นางเองก็สงสัยใคร่รู้เหลือเกินว่าคนแบบไหนกันที่สามารถพิชิตใจสองธิดาศักดิ์สิทธิ์ได้พร้อมกัน

แม้คนของสำนักปีศาจมนตราจะฝึกวิชาเสริมหยินหยาง แต่ก็ไม่ใช่พวกสำส่อนมักง่าย

รสนิยมของพวกนางสูงลิ่ว มีเพียงผู้ฝึกตนที่มีพรสวรรค์ระดับสุดยอดเท่านั้นจึงจะอยู่ในสายตา และสายตาของธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งเข้มงวดเป็นพิเศษ

หลายปีมานี้ นางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีใครทำให้ธิดาศักดิ์สิทธิ์สำนักปีศาจมนตราตกหลุมรักได้

พฤติกรรมแนบชิดสนิทสนมในวันนี้ นางเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

ความเป็นมาของเฉินเสวียนย่อมต้องไม่ธรรมดา

"ตัวข้า ไร้นามไร้แซ่ ผู้คนต่างขนานนามว่า ปรมาจารย์บรรพชนชิงชิว"

"หมื่นปีมานี้ไม่มีใครเรียกขาน หากวันนี้ไม่ถามขึ้นมา ข้าก็เกือบจะลืมไปแล้ว"

เฉินเสวียนหัวเราะเบาๆ อยู่ภายใต้หน้ากาก

ชิงชิว?

บะ... บะ... บรรพ... บรรพชนศักดิ์สิทธิ์?

ทั่วทั้งลานจัดงานตกอยู่ในความเงียบงัน กระทั่งถึงกับอึ้งกิมกี่

ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาสงสัยว่าหูฝาดไปหรือเปล่า

ไอ้หมอนี่พูดว่าอะไรนะ ปรมาจารย์บรรพชนชิงชิว?

จะบ้าเรอะ?

มีเพียงเว่ยยุ่นอวี่และเว่ยยุ่นเย่ว์ที่ยกมือป้องปาก กลั้นขำจนไหล่สั่น เฉินเสวียนก็ยังคงเป็นเฉินเสวียนอยู่วันยังค่ำ

ให้ตายสิ นี่มันคนแก่เบื่อโลกอยากผูกคอตายชัดๆ

ขุมกำลังระดับแนวหน้าอย่างเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิว ถือเรื่องหน้าตาเป็นที่สุด

หน้าตาสำคัญยิ่งกว่าชีวิต

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือพระบุตรแห่งเผ่าชิงชิว นี่มันจงใจกวนประสาทชัดๆ

มีกี่ชีวิตกันเชียว ถึงกล้าเล่นแบบนี้?

นี่คือเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวเชียวนะ ขุมกำลังระดับท็อปแถวหน้า

ยืนหยัดค้ำจุนแดนบูรพามานับพันปี เจ้าเอาความกล้ามาจากไหน

เซี่ยเหยียนหรานเป็นคนแรกที่ได้สติ ดวงตาคู่งามจ้องเขม็งไปที่เฉินเสวียน นางรู้ดีว่า

หนุ่มหน้ากากผู้นี้ต้องพูดมั่วซั่วแน่ๆ

ปรมาจารย์บรรพชนชิงชิวดับขันธ์ไปนานแล้ว นางยังเคยไปร่วมพิธีไว้อาลัยของเผ่าชิงชิวด้วยตัวเอง

เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

กล้าล้อเล่นในสถานการณ์แบบนี้ พ่อหนุ่มคนนี้ช่างอ่านยากจริงๆ

หรือจะเรียกว่าไม่รู้จักคำว่าตายดีนะ

หรือว่าคนผู้นี้จะมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่คับฟ้า จนสามารถเมินเฉยต่อโทสะของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวได้?

คนหนุ่มตรงหน้าเป็นใครมาจากไหนกันแน่

"แปลกมาก!"

เซี่ยเหยียนหรานใช้สองมือเท้าคางจ้องมองเฉินเสวียนตาไม่กระพริบ นางยิ่งคาดหวังกับตัวตนของเฉินเสวียนมากขึ้นไปอีก

"ฮ่าๆๆๆ น่าสนใจดีนี่หว่า"

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งไม่ถูกกับเผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหัวเราะร่าอย่างชอบใจ วาจาของเฉินเสวียนช่างระรื่นหูเหลือเกิน

"ตายซะ!"

ผู้ฝึกตนคนหนึ่งตะโกนก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว! แรงกดดันมหาศาลดั่งสายฟ้าฟาดถาโถมเข้าใส่เฉินเสวียน

ดวงตาดุร้ายดั่งพญาอินทรีจ้องมองเฉินเสวียนด้วยความอาฆาตเข้ากระดูกดำ

หมายจะปลิดชีพเฉินเสวียนเสียตรงนั้น

อัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าจิ้งจอกเซียน

เซียนจิ่วหยวน

จิ้งจอกเซียนและจิ้งจอกชิงชิวมีต้นกำเนิดเดียวกัน

โดยพื้นฐานแล้วนับเป็นขุมกำลังเดียวกัน แม้จะไม่ได้รวมตัวกัน แต่ก็แทบไม่ต่างกัน

เดิมทีเรื่องของผู้หญิงเขาไม่อยากยุ่ง

แต่เขาจะทนดูเผ่าชิงชิวถูกหยามเกียรติได้อย่างไร นั่นไม่เท่ากับเผ่าจิ้งจอกเซียนของพวกเขาถูกหยามไปด้วยหรือ

ดังนั้นด้วยความเร็วถึงขีดสุด ไม่เปิดโอกาสให้เฉินเสวียนแม้แต่เสี้ยววินาที เขาจะปกป้องศักดิ์ศรีของเผ่าจิ้งจอกเดี๋ยวนี้

สังหารเฉินเสวียน

"จิ้งจอกเหม็นนี่ยังเร็วใช้ได้!"

"ในเมื่อเจ้ารีบขนาดนี้ เช่นนั้นเจ้าก็ไปอยู่เป็นเพื่อนมันเสียสิ!"

เฉินเสวียนสำแดงกายทองคำอมตะทันที ร่างกายดุจสปริงสะท้อนแรงกดดันทั้งหมดกลับไป

ดีดกลับไปยังทิศทางของเซียนจิ่วหยวน

ตึง!

ตูม!

แรงกดดันของพระบุตรชิงชิวผสมผสานกับแรงกดดันของเซียนจิ่วหยวน ถูกเฉินเสวียนสะท้อนกลับไป

แถมยังได้รับการเสริมพลังจากกายทองคำอมตะ อานุภาพทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว

พลังทำลายล้างผ่าภูเขาแยกปฐพีร่วงหล่นลงมาเหนือศีรษะของเซียนจิ่วหยวน

"อ๊ากกก!"

แรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขาแสนลูกถล่มลงมา พลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้เขาไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต้านทาน

เพียงชั่วพริบตาก็ถูกบดขยี้กดลงไปกองกับพื้น

"ตายซะ?"

เฉินเสวียนยื่นมือใหญ่ออกไป หิ้วคอเซียนจิ่วหยวนที่สภาพเหมือนหมาตายขึ้นมา แล้วเขย่าไปมา!

"บังอาจ!"

"ฆ่าพี่น้องข้า ตายไม่ดีแน่!"

พระบุตรชิงชิวโกรธจัด โกรธจนแทบระเบิด แย่งผู้หญิงที่เขาหมายปอง ฆ่าพี่น้องของเขา

อภัยให้ไม่ได้เด็ดขาด!

เขากลายร่างเป็นจิ้งจอกวิญญาณชิงชิว เร่งความเร็วถึงขีดสุด เตรียมจะมอบการโจมตีปลิดชีพให้แก่เฉินเสวียน!

"เช่นนั้นเจ้าก็ไปอยู่เป็นเพื่อนมันเสียสิ"

เฉินเสวียนมองไปยังทิศทางของพระบุตรชิงชิว ยืนหยัดมั่นคงดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งเจตนาจะหลบหลีกแม้แต่น้อย

กระทั่งกลิ่นอายพลังก็ยังไม่เล็ดลอดออกมาสักนิด

ราวกับเซียนผู้อยู่เหนือโลก สุขุมเยือกเย็น

"นี่มันกลัวจนโง่ไปแล้วเรอะ?"

"สงสัยเมื่อกี้ใช้พลังไปเยอะจนปราณแห้งเหือดแล้วแน่ๆ"

"ไอ้หนุ่มนี่คงเตรียมใจยอมแพ้แล้วสินะ"

มีเพียงเซี่ยเหยียนหรานที่มองเห็นความผิดปกติ นางอุทานในใจ

"ไม่ ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาคนนั้นยังไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ"

ตูมมม!

การโจมตีของพระบุตรชิงชิว รวดเร็วรุนแรง กว้างไกลไร้ขอบเขต พลังทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว

พลังวิญญาณที่บดขยี้ภูเขาทำลายแผ่นดินพวยพุ่งไม่หยุดยั้ง พลังในร่างจิ้งจอกวิญญาณกลับเพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ

ที่แท้เขาก็ซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้มาตลอด!

ต้องรู้ไว้ว่า ไม่เคยมีใครรอดชีวิตภายใต้ร่างจิ้งจอกวิญญาณของพระบุตรชิงชิวมาก่อน

ผู้พ่ายแพ้ทุกคนล้วนถูกดูดกลืนเลือดเนื้อและพลังวิญญาณจนกลายเป็นศพแห้งกรัง

สภาพน่าอนาถยิ่งนัก

ความหวาดกลัวที่อธิบายไม่ได้ผุดขึ้นในใจของผู้คน แม้แต่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องยังรู้สึกขวัญผวา

เฉินเสวียนยังคงไม่รีบร้อน เอามือไพล่หลังยืนนิ่ง ถึงขั้นแบ่งกลิ่นอายออกมาคุ้มกันเว่ยยุ่นอวี่และเว่ยยุ่นเย่ว์ไว้

นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเสวียนยอมปล่อยกลิ่นอายออกมา

"เขาทำอะไรน่ะ? ยอมจำนนแล้ว?"

"นี่จะเล่นบทวีรบุรุษช่วยสาวงามเหรอ? เขาคงไม่คิดว่าจะรอดไปได้หรอกนะ"

"ก่อนตายยังจะห่วงภาพลักษณ์ปกป้องธิดาศักดิ์สิทธิ์อีก ช่างเป็นคนคลั่งรักเสียจริง"

"ขอบเขตปรมาจารย์!"

เซี่ยเหยียนหรานจับสัมผัสระดับพลังของเฉินเสวียนได้อย่างเฉียบคม นางรีบประเมินสถานการณ์ทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 23 - ไม่ เขาคนนั้นยังไม่ได้ลงมือด้วยซ้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว