- หน้าแรก
- ระบบปล่อยจอย: ยิ่งขี้เกียจ ข้ายิ่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 6 - พอปล่อยจอย เฉินเสวียนก็โกยยับ
บทที่ 6 - พอปล่อยจอย เฉินเสวียนก็โกยยับ
บทที่ 6 - พอปล่อยจอย เฉินเสวียนก็โกยยับ
บทที่ 6 - พอปล่อยจอย เฉินเสวียนก็โกยยับ
คนยิ้มแย้มใครจะกล้าตบหน้า ข้อนี้ซูเป่ยเฉินรู้ดี
"เจ้าจำคนผิดแล้ว"
หลิวชิงหรานปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ไอ้หมอนี่ดูไปดูมาน่ารังเกียจกว่าเฉินเสวียนเสียอีก
รู้อยู่เต็มอกว่านางเป็นใคร ยังจะมาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
"จะไม่ใช่คุณหนูหลิวชิงหราน อัจฉริยะแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ได้อย่างไร"
ซูเป่ยเฉินยังคงเล่นละครต่อไป
"ข้าคือหลิวชิงหราน แต่เป็นแค่ศิษย์ธรรมดา ไม่ใช่อัจฉริยะบ้าบออะไรนั่น!"
"รบกวนเจ้าช่วยทำตัวสงบเสงี่ยมหน่อย จะได้ไม่ต้องขายขี้หน้าชาวบ้านเขา"
หลิวชิงหรานสีหน้าเหม่อลอย
จู่ๆ ก็นึกถึงเฉินเสวียนขึ้นมา
ถึงหมอนั่นจะชอบมากวนใจ แต่วัดกันที่พรสวรรค์การฝึกตนแล้ว
ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ นางยังไม่เคยเจออัจฉริยะคนไหนเก่งไปกว่าเขา เผลอๆ ทั้งทวีปอาจจะหาตัวจับยากด้วยซ้ำ
"ฮ่าๆๆ"
"แม่นางหลิวถ่อมตัวเกินไปแล้ว ฝีมือระดับท่าน ถ้าไม่เรียกว่าอัจฉริยะก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว"
"ใต้หล้านี้จะหาแม่นางที่ทั้งเก่งกาจและงดงามบริสุทธิ์ดุจหยกงามเช่นท่านได้ที่ไหนอีก"
ซูเป่ยเฉินหัวเราะร่า ยังคงเยินยอต่อไป
ใครจะเป็นใครช่างหัวมัน พูดจาหวานหูเข้าไว้ พอผู้หญิงพอใจ เดี๋ยวโอกาสก็มาเอง
"เจ้าพูดอีกทีซิ"
หลิวชิงหรานตีหน้าตาย น้ำเสียงเย็นยะเยือก
ซูเป่ยเฉินหน้าเจื่อน หุบปากแทบไม่ทัน
คิดไปคิดมา ขืนปล่อยให้บรรยากาศมาคุแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่
เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง
"แม่นาง ข้าเลื่อมใสศรัทธาในแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่มานาน ฝันอยากจะเป็นศิษย์ที่นั่นใจจะขาด แต่ไร้วาสนาไม่มีหนทาง หาทางเข้าไม่ได้เสียที วันนี้สวรรค์คงเมตตาให้ข้าได้มาพบแม่นางที่เทือกเขาสัตว์อสูร"
"เห็นแก่ที่ข้ากับแม่นางได้ร่วมเป็นร่วมตายสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ไม่ทราบว่าแม่นางพอจะช่วยฝากฝังข้าเข้าแดนศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่"
"ตัวข้าในวัยเด็กมิอาจฝึกตนได้จึงถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินเร่ร่อนไปทั่วหล้า ระหว่างที่ฝ่าฟันอุปสรรคก็ได้ปลุกพรสวรรค์ขึ้นมา จนก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตนได้สำเร็จ แต่พอข้ากลับไปถึงบ้าน กลับพบว่าคนในตระกูลถูกฆ่าล้างโคตร ข้าไม่อาจทานทนไหว"
"แม้จะเคยถูกทอดทิ้ง แต่ข้าก็ไม่เคยโกรธแค้นพวกเขา ทว่าหนี้เลือดครั้งนี้ต้องชำระ!"
"ข้าเพียงต้องการเข้าแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อฝึกฝน รอวันล้างแค้น ฝากแม่นางโปรดเมตตาด้วยเถิด"
ล้างแค้น?
ซูเป่ยเฉินแต่งเรื่องทั้งเพ มีแต่เขาไปล้างโคตรคนอื่นสิไม่ว่า
ที่พูดแบบนี้ก็เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากหลิวชิงหราน
หลิวชิงหรานฟังจบก็หรี่ตาลง
พลันนึกถึงคำพูดของเฉินเสวียน
ศัตรูฆ่าล้างตระกูลของนาง คือซูเป่ยเฉิน
หลิวชิงหรานขบกรามแน่น
พอนึกถึงศัตรูคู่อาฆาตที่มาเล่นละครตบตาขอนความเห็นใจอยู่ตรงหน้า
นางก็แทบระเบิดอารมณ์ อยากจะลงมือสังหารมันเสียเดี๋ยวนี้
หลังจากสงบสติอารมณ์ หลิวชิงหรานก็ยังยั้งมือไว้
ตอนนี้คำพูดของเฉินเสวียนอาจจะยังเชื่อไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สู้เก็บมันไว้ตรวจสอบความจริงก่อนดีกว่า
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลิวชิงหรานก็เงยหน้าขึ้น
"ตกลง ข้าจะรายงานทางสำนักให้!"
ได้ยินคำตอบรับจากหลิวชิงหราน ซูเป่ยเฉินตาลุกวาว พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ
เขาประสานมือคารวะหลิวชิงหราน
"ขอบคุณแม่นาง บุญคุณใหญ่หลวงนี้ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร วันหน้าข้าจะไปกราบขอบคุณด้วยตัวเอง"
ซูเป่ยเฉินแสดงท่าทีซาบซึ้งใจสุดขีด ถือโอกาสสร้างเงื่อนไขให้ได้เจอกันครั้งหน้า
แต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง
'ฮึ จะเล่นตัวไปทำไม รอข้าเข้าแดนศักดิ์สิทธิ์ได้เมื่อไหร่ ต่อให้เป็นนางฟ้าผู้เย็นชามาจากไหน ก็ต้องเสร็จข้าอยู่ดี!'
......
ด้วยการแนะนำของหลิวชิงหราน
ไม่นานนัก ซูเป่ยเฉินก็เข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ได้สำเร็จ
เฉินเสวียนได้รับข่าวนี้ในเวลาเดียวกัน
ในฐานะพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ เฉินเสวียนมีสถานะสูงส่งเทียมฟ้า เรียกได้ว่าเป็นว่าที่เจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์คนต่อไป
ผู้คนต่างคอยจับตามองท่าทีของเขา เพื่อกำหนดท่าทีของตนเองที่มีต่อซูเป่ยเฉิน
สุนัขในแดนศักดิ์สิทธิ์ยังรู้เลยว่าเฉินเสวียนโปรดปรานหลิวชิงหราน
ข่าวนี้ย่อมมีคนคาบมาบอกเขา
"ท่านพระบุตร ข้าน้อยเห็นว่าศิษย์ใหม่ผู้นั้นดูจะมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับแม่นางหลิว ท่านต้องการให้...?"
ชายหนุ่มท่าทางสุภาพถือพัดขนนกหันมาถามเฉินเสวียน
"คนทั้งสำนักรู้ดีว่าท่านพระบุตรคิดอย่างไร มันช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย"
ชายหนุ่มอีกคนในชุดเกราะหนักกล่าวเสริมด้วยเสียงทุ้มต่ำ
สองคนนี้คือ จูเก๋อเหวิน และ จูเก๋ออู่
ทั้งคู่ติดตามรับใช้เฉินเสวียนมาตั้งแต่เด็ก จงรักภักดีหาใดเปรียบ
จูเก๋อเหวินเป็นกุนซือประจำตำหนักพระบุตร ส่วนจูเก๋ออู่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งยอดเขาหลินเซียน
สองพี่น้องมีความถนัดคนละด้าน แต่ต่างก็ฟังคำสั่งเฉินเสวียนเพียงผู้เดียว
คนทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างรู้ว่าเฉินเสวียนวางตัวหลิวชิงหรานไว้ในตำแหน่งว่าที่พระชายา
นางถึงได้ฝึกฝนในสำนักได้อย่างราบรื่นปานนั้น
ตอนนี้ซูเป่ยเฉินคิดจะมาตีท้ายครัว ย่อมมีคนไม่พอใจแทน
"ไม่!"
"จากนี้ไปหลิวชิงหรานไม่เกี่ยวข้องอันใดกับข้า ห้ามเอ่ยถึงนางอีก"
เฉินเสวียนส่ายหน้า
เขาตัดสินใจปล่อยจอยแล้ว จะไปสนใจเรื่องพรรค์นั้นทำไม
ที่สำคัญที่สุดคือห้ามไปข้องเกี่ยวกับบ่วงกรรมของยัยผู้หญิงหัวทึบนั่นเด็ดขาด
ได้ยินคำสั่งของเฉินเสวียน ทั้งสองคนถึงกับนิ่งอึ้ง หันมองหน้ากันด้วยความสงสัย
ปกติเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับหลิวชิงหราน เฉินเสวียนจะใส่ใจเป็นพิเศษ
ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจแทบไม่กระพริบตา
แต่วันนี้กลับไม่มีปฏิกิริยา แถมดูเหมือนจะรังเกียจด้วยซ้ำ
หรือว่าท่านพระบุตรจะเปลี่ยนใจแล้ว?
ความสงสัยก้อนมหึมาผุดขึ้นในใจสองพี่น้อง
จูเก๋ออู่ผู้ไม่ค่อยทันเกมกำลังจะเอ่ยปาก แต่พี่ใหญ่อย่างจูเก๋อเหวินส่งสายตาปรามไว้ เป็นสัญญาณว่าท่านพระบุตรย่อมมีเหตุผลของท่าน
"ข้าน้อยรับทราบ!"
ทั้งสองซื่อสัตย์ภักดี ย่อมยืนอยู่ข้างเฉินเสวียนเสมอ นายว่าไงว่าตามกัน
เฉินเสวียนคิดสักพักก็เสริมขึ้นว่า "ศิษย์ที่มาใหม่นั่น ไม่ต้องไปจงใจกลั่นแกล้งเขา ปฏิบัติเหมือนศิษย์ทั่วไปก็พอ"
ในเนื้อเรื่องเดิมก็เพราะซูเป่ยเฉินเข้ามาในสำนัก
แล้วลูกน้องของเฉินเสวียนอยากเอาหน้า เลยพากันไปกดหัวซูเป่ยเฉินสารพัด
กลายเป็นว่าไปช่วยให้มันได้ฟาร์มของ ได้ทรัพยากรมาอัปเกรดตัวเอง จนเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
สุดท้ายก็ไม่มีใครหยุดมันอยู่
ตอนนี้เฉินเสวียนเลือกทางสายปล่อยจอยแล้ว ขออยู่ห่างๆ พระเอกนางเอกไว้เป็นดีที่สุด
เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าไม่มีใครไปรังแกซูเป่ยเฉิน
มันจะยังผงาดขึ้นมาได้หรือเปล่า!
........
ยามราตรี
ห้องนอนชั้นใน ตำหนักพระบุตร
เฉินเสวียนที่กำลังนอนหลับอุตุ จู่ๆ ก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงแจ้งเตือน
ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง
"ติ๊ง ภารกิจปล่อยจอยเสร็จสิ้น ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับรางวัล วิชายุทธ์ระดับจักรพรรดิ หัตถ์ต้าหลัวคว่ำจักรวาล"
เพราะเฉินเสวียนไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเนื้อเรื่อง ภารกิจปล่อยจอยจึงสำเร็จลุล่วง ได้รับรางวัลมาครอง
"วิชาระดับจักรพรรดิ ไม่เลวเลยแฮะ"
เฉินเสวียนพยักหน้าพอใจ ถึงจะเป็นพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ขาดแคลนวิชา
อย่าว่าแต่วิชาระดับจักรพรรดิเลย แม้แต่วิชาระดับเซียนเขาก็มีตั้งสองเล่ม
แต่ของดีระดับนี้ใครจะไปรังเกียจว่ามีเยอะเกินไปล่ะ
วิชาระดับจักรพรรดินั้นหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร อานุภาพทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว ทุกเล่มคือตัวช่วยเพิ่มพลังรบอย่างมหาศาล
มีไพ่ตายเพิ่มอีกใบ ก็ปลอดภัยขึ้นอีกขั้น
ตรรกะนี้เฉินเสวียนเข้าใจดี
พูดจบเฉินเสวียนก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
ระดับพลัง: ปราณแรกเริ่ม, ผลัดเปลี่ยนกายา, กงล้อสมุทร, ลักษณ์ธรรม, ธรณีพิฆาต, เทียนกัง, ปรมาจารย์, ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์, กึ่งจักรพรรดิ, จักรพรรดิ
โฮสต์: เฉินเสวียน
ระดับพลัง: ขอบเขตเทียนกังขั้นกลาง
กายศักดิ์สิทธิ์: กายศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่
วิชา: คัมภีร์จักรพรรดิต้าฮวง, ย่างก้าวราชันเทพความว่างเปล่า, คัมภีร์วัฏสงสารไร้จุดเริ่ม, หัตถ์ต้าหลัวคว่ำจักรวาล และอื่นๆ
ศาสตราวุธเทพ: กระบี่ไท่หวง, ตราประทับเสินหวง
ระดับพลังถึงขอบเขตเทียนกังขั้นกลาง กายเนื้อคือกายศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ สมบัติล้ำค่าคู่แดนศักดิ์สิทธิ์
หนึ่งในสามกายศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด คัมภีร์จักรพรรดิ คัมภีร์วัฏสงสาร ล้วนเป็นวิชาระดับจักรพรรดิ
วิชาอื่นๆ ที่เหลือ อย่างแย่ที่สุดก็ระดับศักดิ์สิทธิ์
ส่วนอาวุธเทพ ล้วนเป็นของระดับจักรพรรดิประจำตำแหน่งพระบุตรทั้งสิ้น
[จบแล้ว]