เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 : ดาวเคราะห์ไทเบิร์น  ผู้รอดชีวิต

บทที่ 39 : ดาวเคราะห์ไทเบิร์น  ผู้รอดชีวิต

บทที่ 39 : ดาวเคราะห์ไทเบิร์น  ผู้รอดชีวิต


บทที่ 39 : ดาวเคราะห์ไทเบิร์น  ผู้รอดชีวิต

ร่างโคลนยังคงสวมเสื้อผ้าอยู่ แต่มันก็มีเพียงกางเกงเท่านั้น...

[ เลเวลสกิลร่างโคลนเพิ่มขึ้น ]

และในขณะที่ร่างโคลนถูกอัญเชิญออกมา เลเวลสกิลร่างโคลนเองก็เพิ่มขึ้นมาควบคู่กัน

“อ้ะ! เลเวลสกิลร่างโคลนฉันเพิ่มขึ้นมาอีกเลเวลหนึ่งแล้ว”

ซังวูโอ้อวดอย่างมีความสุข

อย่างไรก็ตาม คิมอูฮยอนก็ชี้ไปที่ร่างโคตลนและกรีดร้อง

“เฮ้! ใส่เสื้อผ้าของนายด้วยสิ!”

ร่างโคลนของซังวูสวมเพียงกางเกงเท่านั้น มันเผยให้เห็นกล้ามเนื้อส่วนบนที่โป่งออกมา

คิมอูฮยอนรู้สึกเขินอายและทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นแบบนั้น

“มันก็แค่เปลือยส่วนบนเอง ไม่เห็นต้องมาเขินอะไรกันเลย”

“ทะลึ่ง!”

“อะไรกัน? หรือว่านายจะหวั่นไหวใจเกเรกับร่างโคลนของฉัน?”

“ฉันไม่ใช่เกย์!”

ทั้งสองคนทะเลาะกัน

ในความเป็นจริง เมื่อร่างโคลนของซังวูมาถึงเลเวล 10 ฟังก์ชั่นใหม่ก็ได้ถูกเพิ่มเข้ามา

───────────────

• [ ร่างโคลน/ประเภทร่าย (Lv.12) ]: ใช้มานาเพื่อเรียกร่างโคลนที่ดูเหมือนคุณทุกประการออกมา จำนวนร่างโคลนที่สามารถอัญเชิญได้เพิ่มขึ้นตามเลเวล

- จำนวนร่างโคลนที่สามารถเรียกได้ในปัจจุบัน: 12

- ระยะเวลาคูลดาวน์: 20 ชั่วโมง 45 นาที

- คัดลอกอุปกรณ์ 1 ชิ้นจากร่างหลัก

───────────────

เขาสามารถคัดลอกอุปกรณ์ได้หนึ่งอย่าง

ซังวูสามารถเลือกอุปกรณ์ที่จะคัดลอกได้

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงสามารถสร้างเสื้อผ้าขึ้นมาได้

แต่แน่นอน ว่ามันก็สร้างได้เพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเลือดสร้างกางเกง

' มันสะดวกที่สุดสำหรับฉันที่จะอัญเชิญมันออกมาในขณะที่สวมชุดต่อสู้อยู่'

ชุดต่อสู้ที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนบนและส่วนล่างถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวและมันก็มักถูกคัดลอกมารวมกัน

แต่กระนั้นอุปกรณ์ที่คัดลอกมานั้นก็ไม่ได้คงอยู่อย่างถาวร และจะหายไปเมื่อร่างโคลนถูกอัญเชิญย้อนกลับ

และเมื่อเลเวลสกิลร่างโคลนเพิ่มขึ้น สิ่งอื่นก็เปลี่ยนไปด้วย

เวลาคูลดาวน์ลดลงเร็วขึ้น

เดิมที เวลาคูลดาวน์สำหรับร่างโคลนได้ลดลงเลเวลละ 15 นาที แต่ในตอนนี้ มันก็ลดลงเลเวลละ 30 นาทีตั้งแต่เลเวล 10 เป็นต้นไป

' ด้วยความเร็วนี้ ในอีกไม่กี่ปี ฉันก็คงจะสามารถเรียกร่างโคลนออกมาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด...'

ตราบใดที่คุณมีมานา คุณก็จะสามารถสร้างร่างโคลนได้ไม่จำกัด ดังนั้นเขาจึงจะไม่ต้องนำร่างโคลนติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเหมือนอย่างในตอนนี้แล้ว

ซังวูทำงานหนักเพื่อให้วันนั้นมาถึงไวขึ้น

“ตอนนี้หมายเลข 3 มาดื่มยาให้เสร็จเร็วๆ ได้แล้ว”

ซังวูป้อนยา(พิษ)เกือบ 400 ขวดให้กับร่างโคลนของเขา

เขาเรียกหมายเลข 3 และหมายเลข 2 ที่ถูกเรียกใหม่แบบย้อนกลับในขณะที่ป้อนยาให้พวกเขาและหยิบยาที่เหลือติดตัวไป

“อูฮยอน แล้วฉันจะมาใหม่นะ”

“รีบออกไปเลย! ถ้าหาวัตถุดิบไม่ได้ก็อย่าเสนอหน้ากลับมาอีกล่ะ!”

หลังจากทักทายคิมอูฮยอนแล้ว พวกเขาก็เดินทางออกจากออฟฟิศ

ตอนนี้ได้เวลาไปพบกับพัควอนแทแล้ว

ซังวูมุ่งหน้าไปยังกิลด์เคนัสพร้อมกับคังจุนโม

อาคารสำนักงานใหญ่ของกิลด์เคนัสเองก็ตั้งอยู่ในกังนัมเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องเดินไปไหนไกล

เมื่อเขาเข้าไปในสำนักงานใหญ่ เขาก็รู้สึกได้ถึงสิ่งใหม่

“มันดูใหญ่ขึ้นทุกครั้งที่ฉันเห็นมัน มันยังอยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศอยู่รึเปล่าเนี่ย?”

“ฮ่าฮ่า คุณฮันเตอร์ครับ อีกไม่นานเราก็จะมีอาคารแบบนี้อีกหลายสิบหลังเลย”

“เอ่อ ถ้าได้อย่างนั้นมันก็คงจะดีนะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า”

ซังวูยิ้มอย่างเขินๆ อายๆ

“มันไม่ใช่เรื่องตลกนะครับ นี่ผมพูดจริง”

คังจุนโมดูจริงจัง

ในความเป็นจริง การกลายเป็นฮันเตอร์แรงค์ C ได้ภายใน 6 เดือนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็จะสามารถทำกันได้

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงเชื่อว่าจองซังวูจะสามารถเติบใหญ่ขึ้นจนสามารถสร้างกิลด์ด้วยตัวคนเดียวได้

เหมือนฮันเตอร์แรงค์ S

' ผมจะติดตามคุณไปจนสุดทางอย่างแน่นอน!'

คังจุนโมวางแผนที่จะสนับสนุนความสำเร็จของซังวูอย่างสุดกำลัง

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงห้องทำงานของพัควอนแท

“ยินดีต้อนรับประธานคังและฮันเตอร์จองซังวู”

“สวัสดีครับ”

“คุณเป็นยังไงบ้างครับ?”

พัควอนแทส่ายหัวและหัวเราะกับคำทักทายของซังวู

“คุณจะยังนอนหลับได้ไหมครับถ้าเงินสดห้าแสนล้านวอนกำลังจะหายลับไป? ฮ่าฮ่าฮ่า”

“โอ้ มันยังอีกไกลครับ ว่าแต่คุณเรียกพวกเรามาเพราะเรื่องนี้หรอครับ?”

ซังวูพูดโดยชี้ไปที่หมายเลข 11 ข้างๆ เขา

“ครั้งนี้ผมเรียกคุณมาไม่ใช่เพราะผมต้องการร่างโคลนของคุณครับ ในครั้งนี้ ผมคิดว่าผมต้องการจะติดต่อยูนาให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ด้วยเหตุนี้เอง ในครั้งนี้ ผมจึงอยากขอให้คุณไปที่นั่นด้วยตัวคุณเองครับ”

เนื่องจากซังวูยุ่งอยู่กับงาน ดังนั้นมันจึงมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาได้ไปที่หอคอยโอดิน ซึ่งนั่นก็คือครั้งแรก

ตั้งแต่นั้นมา สิ่งเดียวที่เขาทำก็คือการส่งร่างโคลนไปจัดการแทน

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเร็วๆ นี้ เขาสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงภายในหอคอยโอดินได้ผ่านร่างโคลน

สาเหตุมาจากสกิลเสริมแกร่งร่างโคลน

───────────────

[ เสริมแกร่งร่างโคลน/ประเภทติดตัว (Lv.31) ]: เพิ่มค่าความเชื่อมโยงระหว่างค่าสถานะของร่างหลักและร่างโคลน

- อัตราการเชื่อมโยงค่าสถานะในปัจจุบัน: 65%

- อัตราค่าประสบการณ์ที่ส่งไปยังร่างหลักเพิ่มขึ้น

- สัญชาตญาณของร่างโคลนเพิ่มขึ้น

- การร่วมมือกันของร่างโคลนเพิ่มขึ้น

───────────────

เอฟเฟกต์ใหม่จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อเลเวลคุณเกิน 10, 20 และ 30

เมื่อเอฟเฟกต์ใหม่ๆ เกิดขึ้น สิ่งแปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นกับซังวู

ในขณะที่เขากำลังทำอะไรบางอย่าง จู่ๆ เขาก็นึกถึงฉากที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน หรือเมื่อเขาหลับและฝัน เขาก็จะนึกถึงฉากที่ดูเหมือนกำลังได้เห็นประสบการณ์ของคนอื่นอยู่

ขณะที่ซังวูมองดูฉากที่แสดงให้เขาเห็น เขาก็ตระหนักได้ว่าฉากเหล่านั้นล้วนเป็นสถานที่ที่มี 'ร่างโคลน' ของเขาปรากฏอยู่

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่ออัตราค่าประสบการณ์ที่ส่งมายังซังวูเพิ่มขึ้น ซังวูก็สามารถค่อยๆ รับเอาประสบการณ์ของร่างโคลนส่งมาถึงเขาโดยตรงได้

ซังวูมีความสุขมาก

' เมื่อเลเวลสกิลเสริมแกร่งร่างโคลนพัฒนาขึ้น ฉันก็เริ่มรับเอาความทรงจำและประสบการณ์ของร่างโคลนเข้ามาได้มากขึ้น'

เมื่อเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้หรือใช้สกิล เขาก็เข้าใจวิธีการปฎิบัติจากมุมมองของร่างโคลนของเขา

หากมีการเคลื่อนไหวที่ยากลำบาก เขาก็จะฝึกเอาตามที่ร่างโคลนทำและค่อยๆ ปรับปรุงมัน

ด้วยเหตุนี้เอง ร่างโคลนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ซังวูสามารถเติบโตขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี ซังวูก็ได้เห็นสถานการณ์แปลกๆ เมื่อเร็วๆ นี้

หอคอยโอดิน ดินแดนที่หนาวเยือกแข็งจนติดลบและไม่มีอะไรเลยนอกจากน้ำแข็ง หิมะและลมแรง

เขาฝันเห็นว่าเขาได้พบกับกลุ่มมนุษย์ที่เขาไม่เคยพบมาก่อน

เครื่องหมายกิลด์เคนัสมองเห็นได้อย่างชัดเจนบนเสื้อคลุมของพวกเขาใกล้กับบังเกอร์ที่ซึ่งซังวูตั้งขึ้นมา

' มีผู้รอดชีวิต!'

ซังวูที่ตื่นขึ้นมาจากฝันเชื่อโดยสนิทใจว่าภาพที่เขาเห็นนั้นมาจากความทรงจำของร่างโคลนของเขา ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงแจ้งให้พัควอนแททราบถึงข้อมูลนี้โดยทันที

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อพัควอนแทได้ยินข่าวนี้ เขาจึงขอให้ซังวูไปด้วยตัวเองเลยในครั้งนี้

บางทีเขาอาจจะต้องการพูดคุยโดยตรงกับผู้รอดชีวิตที่ชั้นหนึ่ง

ซังวูเปิดปากของเขา

“ได้ครับ แต่เรื่องค่าตอบแทนล่ะครับ?”

“ฮ่าฮ่า แน่นอนครับว่าเราจะไม่ตระหนี่กับค่าแรงของคุณแน่”

“อย่างที่คาดไว้ แต่มันก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะขออยู่นะครับ”

“มีอะไรหรอครับ?”

“ผมจำเป็นต้องหากระดูกของสเกเลตันคุณภาพดี แต่มันก็ไม่มีดันเจี้ยนแบบนั้นในเกาหลีเลย…”

ซังวูถามพัควอนแทเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง

* * *

ดาวเคราะห์ไทเบิร์น

ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่เผ่าพันธุ์ต่างๆ เช่น มนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ ออร์คและมังกรอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองกำลังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากภัยสงคราม

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกแครนิด และมอนสเตอร์จากภายนอกที่บุกเข้ามาโจมตีโลก

พวกมันเป็นมอนสเตอร์ที่ดูเหมือนแมลงและสัตว์ประหลาด และพวกมันก็บุกโจมตีดาวเคราะห์ไทเบิร์นผ่านประตูพอร์ทัล

ประตูพอร์ทัลปรากฏขึ้นพร้อมกันทั่วโลก และพวกครานิดก็โผล่ออกมาจากพอร์ทัลเหล่านั้น

นอกจากนี้ พวกครานิดก็ยังโจมตีผู้คนบนดาวดวงนี้อย่างไม่เลือกหน้า

ในตอนแรก การต่อสู้ก็ดำเนินไปโดยไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบ

พลังและความแข็งแกร่งของดาวเคราะห์ไทเบิร์นได้พัฒนามาถึงจุดที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังต้องพ่ายแพ้ลงด้วยเรื่องของจำนวนที่ต่างกันอย่างลิบลับ

พวกเขาเริ่มคุกเข่าและล้มลงต่อหน้าศัตรูจำนวนไม่นับไม่ถ้วน

และในที่สุด เผ่าพันธุ์แรกที่ถูกทำลายลงก็คือพวกออร์ค

ด้วยพื้นฐานการต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา พวกเขาก็ไม่เคยถอย พวกเขายืนหยัดต่อสู้กับพวกครานิดจนในที่สุดพวกเขาก็กลายเป็นฝ่ายถูกทำลายลง

ในที่สุด ดินแดนแห่งออร์คก็ถูกยึดครองไปโดยพวกครานิด

สถานที่แห่งนั้นเริ่มมีมลพิษปกคลุม และในไม่ช้า พื้นที่อยู่อาศัยของเหล่าออร์คก็ถูกบาเรียขนาดใหญ่เข้าปกคลุม และหลังจากนั้น พวกออร์คก็เริ่มหลั่งไหลออกมาจากภายในบาเรียนั้น อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้พวกมันก็เต็มไปด้วยออร่าความชั่วร้ายและได้กลายร่างเป็นมอนสเตอร์เสียสติไปแล้ว

ในปัจจุบัน อารยธรรมเดียวที่ยังเหลือรอดอยู่ก็คือจักรวรรดิอูเรนเที่ยน ซึ่งเป็นแนวต้านปราการสุดท้ายของกองกำลังพันธมิตร

พวกเขาอาศัยอยู่ในโดมบาเรียขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบทั้งทวีปไปด้วยมังกร

และด้านหน้าของโดมบาเรียนั้น สงครามอันดุเดือดก็กำลังดำเนินไปอย่างเต็มกำลัง

ตู้มมมม!

พื้นที่รัศมี 100 เมตรถูกทำลายลงด้วยหมัดของชายคนหนึ่ง

มอนสเตอร์และพันธมิตรทั้งหมดภายในรัศมีการโจมตีนี้ถูกบดขยี้

ชายคนนั้นยังคงวิ่งไปโดยเหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยด้านหลัง

เป้าหมายต่อไปของเขาคือไซคลอปส์ที่กำลังพยายามขว้างก้อนหินขนาดใหญ่

“ช้า!”

ผู้ชายคนนี้สูงกว่า 2 เมตร

แม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่สง่างามมากสำหรับมนุษย์ แต่เขาก็ดูตัวเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับไซคลอปส์ที่สูง 10 เมตร

อย่างไรก็ตาม ด้วยการกระโดดเบาๆ ชายคนนั้นก็สามารถไต่ขึ้นไปถึงระดับหัวของไซคลอปส์ได้ในทันทีและชกมันออกไปด้วยหมัดเดียว

ตู้มมม!

ไซคลอปส์ล้มลงกับพื้นและบดขยี้มอนสเตอร์ตัวอื่นที่อยู่รอบตัวมัน

ชายผู้สกัดกั้นไซคลอปส์ได้สำเร็จกระโดดถีบตัวกลับและโจมตีมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายแมลงที่อยู่บนฟ้าต่อ

พลังที่จับต้องไม่ได้หลั่งไหลออกมาจากหมัดของเขา

แม้ว่าจะไม่ได้ถูกโจมตีโดยตรง แต่มอนสเตอร์ที่บินได้ซึ่งบินปกคลุมท้องฟ้าที่มืดมิดก็กลายเป็นหมอกเลือดไปโดยทันทีเมื่อพวกมันโดนโจมตี

จากนั้น ท้องฟ้าสีครามที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีเลือดก็ปรากฏให้เห็นอยู่ครู่หนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มอนสเตอร์เหล่านั้นก็มีจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งด้านล่างพื้นดินและบนอากาศ

มันเกือบจะดูเหมือนมหาสมุทรมอนสเตอร์

ช่วงโดมบาเรียจะเปิดเป็นรูเมื่อลูกกระสุนปืนใหญ่และปืนใหญ่เวทย์มนต์บินออกมาจากภายใน

กวัง! ตู้มมมมมม!

กระสุนปืนใหญ่เวทย์มนตร์ตกลงบนพื้นและระเบิดมอนสเตอร์ที่อยู่โดยรอบเละไม่เหลือซาก แต่ถึงอย่างนั้น ที่ว่างเหล่านั้นก็กลับถูกเติมเต็มด้วยฝูงมอนเตอร์ที่โถมเข้ามาจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ การโจมตีเหล่านั้นก็ยังไม่แยกแยะมิตรหรือศัตรู มันโจมตีโดนแม้แต่ร่างกายของชายคนนั้นด้วย

พรึ่บ!

อย่างไรก็ตาม ร่างของชายผู้นั้นก็กลับไม่มีรอยแผลใดๆ ทั้งนั้น

“เยี่ยมมาก!”

อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าของเขาก็ไม่สามารถทนต่อแรงระเบิดได้ ดังนั้นสภาพเขาตอนนี้จึงดูแทบไม่ต่างอะไรจากยาจก แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเลย

ท้ายที่สุดแล้ว ใครล่ะจะสนใจเรื่องเสื้อผ้าในช่วงสงครามที่มีชีวิตเป็นเดิมพันเช่นนี้?

นอกจากนี้ หากสังเกตดูดีๆ มันก็มีรอยสักแปลกๆ สลักไว้อยู่บนหน้าอกและแผ่นหลังของเขาที่ถูกเปิดเผยออกมา

มีดาวสีแดงเข้มบนหน้าอกของเขา และมีรูปสิงโตคำรามอยู่บนหลังของเขา

ใช่แล้ว

เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก 'เลโอการ์โด' ฮันเตอร์แรงค์ S และชายที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติ

เขาซึ่งเป็นชาวโลกมาจบลงที่ดาวไทเบิร์นได้อย่างไร?

เลโอการ์โดทิ้งคำถามเหล่านั้นลงไปนานแล้ว เขาขยับมือและฝ่าเท้าเบาๆ

มานามากมายรวมตัวกันเหนือฝ่ามือของเขา จากนั้นมันก็ตกลงบนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์

ตู้มมมมมมม!

พื้นที่ที่ถูกเขาโจมตีนั้นไม่มีอะไรเหลือรอด มันมีเพียงซากศพของมอนสเตอร์ที่ลดสภาพเหลือเพียงเถ้าธุลีเท่านั้น

มันอยู่ในระดับเดียวกันกับปืนใหญ่เวทย์มนต์!

อย่างไรก็ตาม มอนสเตอร์และสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายแมลงก็ยังโถมเข้ามาเต็มพื้นที่อย่างรวดเร็ว

เขาไม่สามารถนับได้ว่าพวกมันมีจำนวนเป็นล้านหรือหลายสิบล้าน

สงครามอันดุเดือดไม่มีท่าทีจะสิ้นสุดลง

เลโอการ์โดตะโกนพร้อมกับสะบัดผมที่ดูเหมือนแผงคอสิงโตของเขา

“พวกแกมีดีแค่นี้ใช่ไหม?”

เลโอการ์ดโดตะโกนเสียงดังและพุ่งตัวออกไปอย่างสุดกำลัง

ออร่าพลังนั้นยิ่งใหญ่ระเบิดออกมาจากร่างของเลโอการ์โด เขาทะยานขึ้นไปจนแทบจะมองไม่เห็นจากพื้นดิน

จากนั้นเมื่อเขามาถึงจุดสูงสุด มานาจำนวนมหาศาลก็เริ่มควบแน่นออกมาจากร่างกายของเขา

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมานาและความร้อนผ่าว

[ อุกกาบาต ]

เขาแปลงร่างเป็นอุกกาบาตและพุ่งกระแทกลงบนพื้น

บรรยากาศโดยรอบไม่สามารถต้านทานความเร็วเหนือเสียงนี้ได้!

และจากนั้น 'ดาวตก' นั้นก็ระเบิดลงบนพื้น

คร๊าาาาาาาา! บึ้มมมมมมมมม!

พื้นดินสั่นสะเทือน และฝุ่นบนพื้นดินก็ลุกฮือขึ้นเหมือนคลื่นสึนามิและกวาดออกไปเหมือนคลื่น

ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ที่อยู่บนพื้นหรือบนฟ้า พวกมันต่างก็โดนคลื่นแรงกระแทกบีบอัด และโดนอุณหภูมิอันร้อนระอุหลอมละลาย

ราวกับว่าระเบิดนิวเคลียร์ได้ถูกทิ้งลงมา ทุกสิ่งรอบตัวเลโอนาร์โดก็ถูกโจมตีและถูกทำลายล้างลงจนแทบจะไม่มีอะไรเหลือ

แม้ว่าจะเป็นเพียงชั่วขณะหนึ่ง แต่พื้นดินและท้องฟ้าก็ดูสะอาดตาขึ้น

เลโอการ์ดโดยืนอยู่ในหลุมอุกกาบาตที่ดูเหมือนปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่กำลังปะทุ มันทำให้ร่างกายของเขาเย็นลงขณะถูกพายุไต้ฝุ่นอุณหภูมิสูงพัดเข้ามาราวกับสายลมเย็นๆ

แต่นั่นมันยากจริงๆเหรอ?

มอนสเตอร์ที่อยู่นอกเหนือรัศมีการระเบิดเริ่มรวมตัวกันอย่างช้าๆ

“เข้ามา!”

เมื่อเห็นฉากนี้ เลโอการ์โดก็ตะโกนลั่นอีกครั้ง จากนั้นร่างกายของเขาก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง

* * *

ซังวูและสมาชิกกิลด์เคนัสเดินทางข้ามพอร์ทัลวัลฮาล่าและมาถึงหน้าทางเข้าหอคอยโอดิน

ซังวูส่งร่างโคลนของเขาเข้าไป

อาจเป็นเพราะค่าควานต้านทานความเย็นของเขาที่เพิ่มขึ้นมาเยอะมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้สึกหนาวเหมือนกับแต่ก่อน

ในขณะนี้ ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ในบังเกอร์เลย

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากร่างโคลนปรากฎตัวขึ้น

พื้นที่มิติด้านหนึ่งได้เปิดออก และผู้คนก็วิ่งออกมาจากภายในนั้น

“คนส่งของได้มาถึงแล้ว”

“เฮ้~ วันนี้นายเอาอะไรอร่อยๆ มาด้วยไหม?”

“...เฮ้ ...ทำไมเขาดูเหมือนกับพี่ชายคนที่แล้วเลย?”

“บ้าน่า! มันจะเป็นไปได้ยังไง? มนุษย์แบบนั้นมันจะไปมีได้ยังไง?”

พวกเขาคือสมาชิกทีมจู่โจมที่ 1 พวกเขากำลังคุยกันเสียงดัง

แม้ว่าพวกเขาจะโดดเดี่ยวในพื้นที่อันหนาวเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ผิวพรรณของพวกเขาก็ไม่ได้ดูมืดมนขนาดนั้น

ซังวูเห็นใบหน้าของพวกเขาเพียงแวบเดียวผ่านความทรงจำของร่างโคลน ดังนั้นมันจึงน่าทึ่งมากที่ได้เห็นพวกเขาจากมุมมองนี้ตรงๆ

ซังวูแจ้งข้อมูลให้กับสมาชิกกิลด์ที่มาด้วยกันทราบด้วยตนเอง

“ตอนนี้ผมได้พบกับสมาชิกของทีมจู่โจมที่ 1 แล้วครับ”

“จริงหรอ?”

“เยี่ยม!”

“ผู้รอดชีวิต! มีผู้รอดชีวิตกี่คน?!”

ความสุขและความกังวลปรากฎขึ้นมาพร้อมกัน

“ผมจะถามพวกเขาเดี๋ยวนี้แหละครับ”

ซังวูมุ่งความสนใจไปที่หมายเลข 11 อีกครั้ง

“สวัสดีครับ?”

หมายเลข 11 พูดคุยกับสมาชิกของทีมจู่โจมที่ 1

จบบทที่ บทที่ 39 : ดาวเคราะห์ไทเบิร์น  ผู้รอดชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว