เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 : สัมผัสมานา

บทที่ 23 : สัมผัสมานา

บทที่ 23 : สัมผัสมานา


บทที่ 23 : สัมผัสมานา

เขาได้รับเงินจาก JM เอเจนซี่

' อะไรนะ? นี่ฉันมีเงิน 50 ล้านวอนแล้วหรอ?

' นี่คือกำไรจากการล่าของร่างโคลนสองตัวภายในเวลาหนึ่งวันงั้นหรอ?'

ซังวูคิดเช่นนั้นและตัดสินใจตรวจสอบกับคังจุนโมเพื่อขอดูรายละเอียดเพิ่มเติม

“มันเป็นแบบนั้นจริงๆ 30 ล้านวอนนี้เป็นเงินที่ได้มาจากการล่า... ทำไมนายมองฉันแบบนั้น?”

“พี่ชาย~”

จู่ๆ คยองโดก็เรียกเขาว่าพี่

ซังวูมองไปที่คยองโด

“เอาล่ะ ในที่สุดนายก็รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพี่ชายคนนี้แล้วสินะ?”

“ครับพี่ โปรดช่วยดูแลผมในอนาคตด้วยครับ”

คยองโดรีบวิ่งเข้าไปกอดซังวูอย่างดุเดือดและแลบลิ้นออกมา

“เห้ย! ออกไปห่างๆ ฉันเลย!”

แม้ว่าซังวูจะแสดงท่าทีเหมือนล้อเล่น แต่เขาก็รู้สึกหวาดกลัวจริงๆ และพยายามจะวิ่งหนีอย่างเต็มที่

ทา-ดา-ดา-ดา-!

เนื่องจากความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงนี้ เขาจึงหนีจากคยองโดซึ่งมีค่าความแข็งแกร่งสูงได้อย่างง่ายดาย

และในตอนนั้นเอง...

[ สกิลการวิ่งถูกสร้างขึ้น ]

“ห้ะ?”

ซังวูหยุดครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าเขาได้รับสกิลมาอย่างกะทันหัน

จากนั้นเขาก็ถูกคยองโดตามทันโดยทันที

“ฉันรักนายน้า~ จุ๊บ~”

“ว้ากก!”

* * *

ซังวูกลับมาที่ห้องของเขา

“อ้า ไอ้สารเลวซกมกนั่น มันไม่เคยแปรงฟันรึไงกันนะ?”

ซังวูรู้สึกตกใจกับกลิ่นเน่าๆ ที่แผ่ออกมาจากใบหน้าของคยองโด

หลังจากล้างตัวในที่สุด เขาก็เปิดหน้าต่างค่าสถานะเพื่อตรวจสอบสกิลใหม่ของเขา

───────────────

[ สกิลการวิ่ง/ประเภทร่าย (Lv.1) ]: คุณจะได้รับเอฟเฟกต์เพิ่มเติมเมื่อคุณวิ่ง

- จะวิ่งได้เร็วขึ้นเล็กน้อย

- จะใช้พลังงานลดลง

───────────────

' มันก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย'

ซังวูคิดว่าในอนาคตร่างโคลนของเขาคงจะได้วิ่งบ่อยขึ้นเมื่อออกล่า

หลังจากยืนยันสกิลที่ได้รับมาแล้ว ซังวูก็ติดต่อคังจุนโมโดยทันที

-[ซังวู]: ผมได้ยืนยันจำนวนเงินเรียบร้อยแล้วนะครับ

-[ซังวู]: มันคือ 30 ล้านวอนใช่ไหมครับ?

หลังจากส่งข้อความไปไม่นาน เขาก็ได้รับคำตอบกลับจากคังจุนโม

-[คังจุนโม]: ใช่แล้วครับคุณฮันเตอร์ นี่เป็นรายได้จากการขายซากกระต่ายเขาเดียวเมื่อวันก่อน

เนื่องจากซากปลาสองขามีค่าน้อยกว่าที่คาดไว้ เขาจึงไม่ได้กลับไปล่าพวกมันอีกเลบนับตั้งแต่เขาได้รับดาบต้องสาปมา

และเนื่องจากเขามีเงินติดลบอยู่เนื่องจากการซื้อสกิลแฟมิเลีย ดังนั้นเขาจึงมุ่งเน้นไปที่การล่ากระต่ายเขาเดียว

ดาบต้องสาปเป็นดาบขึ้นสนิมที่ซังวูเก็บขึ้นมาได้ แต่มันก็เป็นชื่อชั่วคราวที่เขาตั้งให้เพราะเขายังไม่ได้ประเมินราคามันและยังไม่ทราบชื่อที่แน่นอนของมัน

-[คังจุนโม]: นอกจากนี้ จำนวนกระต่ายเขาเดียวที่ถูกล่าก็มีถึง 1,000 ตัวแล้ว ดังนั้นเราจึงน่าจะได้เงินรางวัลเพิ่มมาจากทางสมาคมอีกนะครับ

-[คังจุนโม]: ไว้ผมจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อได้รับเงินมาแล้วนะครับ

-[ซัววู]: โอ้ เงินรางวัล ฮ่าๆ ใช่แล้ว ฉันเข้าใจแล้ว~

ยอดคงเหลือตอนนี้เขาอยู่ที่ 58 ล้านวอน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีเงินอีกงวดกำลังจะโอนเข้ามา

-[คังจุนโม]: โอ้ใช่ คุณฮันเตอร์ครับ ผมลืมบอกเรื่องการย้ายที่ล่าไป?

-[คังจุนโม]: การล่าในวันนี้ประสบความสำเร็จดีมากเลย!

-[ซังวู]: ดันเจี้ยนแรคคูนหนามหรอน่ะหรอครับ?

-[คังจุนโม]: ใช่ครับ ฮ่าๆ ร่างโคลนของคุณสามารถจัดการกับพวกมันได้อยู่หมัดเลย เงินที่ได้มาคราวนี้เองก็น่าจะเยอะมากเลยทีเดียว

แรคคูนหนามเป็นมอนสเตอร์แรงค์ E

แบบนี้แล้วซังวูฮันเตอร์แรงค์ F หรือร่างโคลนของเขาจะไปออกล่าในดันเจี้ยนแรงค์ E ได้อย่างไร?

ซังวูไม่อยากจะเชื่อมากนัก แต่คังจุนโมก็เริ่มอธิบายให้เขาฟังว่าการล่าวันนี้เป็นเช่นไร

* * *

ชายสองคนกำลังเดินผ่านป่าที่มีใบไม้ร่วงหล่น

เขาสวมกางเกงทหารและเสื้อยืดรัดรูปสีดำ นอกจากนี้ยังมีเสื้อเกราะกันกระสุนน้ำหนักเบาสีดำพร้อมกับซองแม็กกาซีนสวมทับเสื้อยืดของเขา และใบหน้าของเขาก็สวมหน้ากากสีดำและหมวกใบสีดำ ด้วยปืนพกในกระเป๋าและปืนไรเฟิล K2 ที่คล้องอยู่บนไหล่ มันก็ทำให้พวกเขาดูเหมือนกองกำลังพิเศษมาก แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะถือดาบขึ้นสนิมก็ตาม

เครื่องแต่งกายของพวกเขาคือเครื่องแต่งกายที่ฮันเตอร์ระดับต่ำส่วนมากมักใช้กัน

อย่างไรก็ตาม สีดำก็เป็นสิ่งที่ผิดไปจากคนปกติ

นี่เป็นเพราะที่นี่คือป่าที่มีใบไม้ร่วงหล่น

ชุดสีดำจะดูโดดเด่นมากในป่าสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งและต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา

ด้วยเหตุนี้เอง คะแนนการพรางตัวของพวกเขาจึงได้เพียง 3 เต็ม 10

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมในไม่ช้าพวกเขาจึงตกกลายเป็นเป้าหมายของมอนสเตอร์และเริ่มถูกโจมตี

พรึ่บ!

เสียงบางสิ่งที่กำลังใกล้เข้ามาดังขึ้น

คนที่อยู่ใกล้ๆ คือคนทางซ้าย

เขารีบยกปืนไรเฟิล K2 ที่เขาคล้องสะพายอยู่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

ชายคนนั้นรีบจัดไหล่ของเขาให้เสร็จอย่างรวดเร็วและมองไปทุกทิศทุกทางรอบๆ ตัว

ในไม่ช้า มอนสเตอร์ก็ปรากฎตัวขึ้น

ร่างสีดำเตี้ยติดพื้นแต่มันก็วิ่งด้วยความเร็วสูง

ปัง!

แม้ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นในพริบตา แต่ชายคนนั้นก็เล็งอย่างใจเย็นและยิงมันตายในนัดเดียว

มอนสเตอร์ที่ถูกยิงคือแรคคูนหนาม มันเป็นมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างเหมือนแรคคูนแต่มีหนามปกคลุมทั้งตัว

หนามของมอนสเตอร์ตัวนี้ค่อนข้างแข็ง และมันก็เป็นมอนสเตอร์ที่อึดตายยาก

แต่ถึงอย่างนั้น คราวนี้มันก็ตายลงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

เหตุผลถูกเปิดเผยในซากของแรคคูนหนามที่ตายแล้ว

รูกระสุนแล่นทะลุระหว่างคิ้วของมัน

มันเป็นผลงานการยิงที่ประณีตมาก

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มอนสเตอร์ก็เริ่มหลั่งไหลกันเข้ามา

ปัง!

ปัง! ปัง!

ชายสองคนหรือหมายเลข 1 และหมายเลข 2 เดินวนไปมารอบๆ และฆ่าเหล่าแรคคูนหนาม

แน่นอนว่านอกจากแรคคูนหนามแล้ว มันก็ยังมีมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ อีกด้วย เช่นจิ้งจอกแดงที่มีนิสัยชอบวิ่งเข้าหากลิ่นเลือด และมอนสเตอร์สุนัขที่มีโครงสร้างฟันขนาดใหญ่ผิดปกติ

เมื่อจำนวนมอนสเตอร์ค่อยๆ เพิ่มขึ้น จำนวนมอนสเตอร์ที่เข้าประชิดพวกเขาได้ก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น

จากนั้นในที่สุดร่างโคลนหมายเลข 2 ก็หยิบดาบขึ้นสนิมซึ่งเป็นดาบต้องสาปออกมา

หมายเลข 2 มีดวงตาสีแดงก่ำในทันทีที่มันชักดาบออกมา เขาเคลื่อนที่เร็วขึ้นเล็กน้อยและเริ่มแกว่งดาบของเขา

กรี๊ด-ฟ้าว-

มอนสเตอร์สุนัขและจิ้งจอกแดงมีเลือดไหลนองออกมาจากร่างเมื่อพวกมันถูกฟัน

อาจเป็นเพราะใบมีดทื่อ ดังนั้นมันจึงดูเหมือนจะถูกฉีกออกจากกันแทนที่จะถูกเฉือนขาด

[ มานาเพิ่มขึ้น 0.001 ]

แรคคูนหนามสามารถหลบไปทางด้านข้างได้ อาจเป็นเพราะเกราะหนามของมันแข็ง

อย่างไรก็ตาม ปืนพกในมือซ้ายของหมายเลข 2 ก็เล็งไปที่ใบหน้าของแรคคูนหนามโดยทันที

ปัง!

บางทีอาจเป็นเพราะผลของความกระหายเลือดที่ได้รับมาจากดาบต้องคำสาป หมายเลข 2 จึงพยายามกวาดล้างมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆ อย่างบ้าคลั่ง

ในทางตรงกันข้าม หมายเลข 1 ก็กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด

หมายเลข 1 ถือปืนไรเฟิล K2 ในมือขวา และปืนพกในมือซ้ายและยิงพวกมันอย่างเมามัน

เมื่อกระสุนของเขาหมดและต้องเติมแม็กกาซีน เขาก็ถูกมอนสเตอร์กัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ฉึก!

ขาของหมายเลข 1 ถูกกัดโดยมอนสเตอร์สุนัข มันตั้งใจที่จะฉีกขาเขาให้ขาดเป็นชิ้นๆ

อย่างไรก็ตาม หมายเลข 1 ก็เปลี่ยนแม็กกาซีนราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเป่าหัวมอนสเตอร์สุนัขปลิกกระจาย

ในเวลานั้นเอง แรคคูนหนามที่อยู่ใกล้ๆ ก็กระโดดเข้ามาเกาะท้องของหมายเลข 1 และกางหนามทั่วร่างของมันออก

พรึ่บ-

หมายเลข 1 โดยเจาะทั้งตัวเหมือนรวงผึ้ง

อย่างไรก็ตาม หมายเลข 1 ก็ยังยิงกระสุนแสกหน้าแรคคูนหนามที่ห้อยอยู่บนร่างของเขาได้อย่างใจเย็น

ปัง!

แม้ว่าบาดแผลเหล่านี้อาจจะร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่หมายเลข 1 ก็กลับดูไม่กังวลใดๆ เลย

[ พลังฟื้นฟูเพิ่มขึ้น 0.001 ]

ในช่วงเวลาที่หมายเลข 1 กำลังดิ้นรนอยู่นั้นเอง หมายเลข 2 ซึ่งเคลียร์มอนสเตอร์รอบๆ เสร็จแล้วก็รีบเข้ามาช่วยหมายเลข 1

ปัง! ปัง! ปัง! ···

มอนสเตอร์ในระยะใกล้ถูกจัดการลง

ในท้ายที่สุด ร่างโคลนทั้งสองก็สามารถสังหารมอนสเตอร์ทั้งหมดลงได้

เมื่อการล่าสิ้นสุดลง ร่างโคลนทั้งสองก็เริ่มรวบรวมซากมอนสเตอร์และกองพวกมันไว้

แรคคูนหนามที่ติดอยู่บนร่างของหมายเลข 1 เองก็ถูกแกะออกและโยนกองไว้อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน

เมื่อกองซากมอนสเตอร์เนินสูงขึ้น ร่างโคลนทั้งสองก็เรียกทีมเก็บกู้ซากมาจัดการ

* * *

คำอธิบายของคังจุนโม ที่นี่ก็คือดันเจี้ยนแรงค์ E แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังถูกกวาดล้างลงด้วยร่างโคลนเพียงสองตัว

แม้ว่าหมายเลข 1 จะได้รับบาดเจ็บหนักมาก แต่พลังของดาบต้องสาปที่หมายเลข 2 ใช้ก็ได้รับการพิสูจน์แล้ว

เนื่องจากจำเป็นต้องรักษาหมายเลข 1 ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเรียกมันมาใหม่อีกครั้งในตอนเช้า

-[คังจุนโม]: ผมเห็นว่าร่างโคลนจับมนุษย์ปลาได้ ดังนั้นผมเลยส่งมันไปที่นั่นโดยหวังว่ามันจะไม่เกิดอะไรขึ้น

-[คังจุนโม]: ผมไม่เคยคิดเลยว่าร่างโคลนของคุณจะจัดการกับมอนสเตอร์แรงค์ E ได้จริงๆ

-[คังจุนโม]: นอกจากนี้ หนังของแรคคูนหนามที่จับมาได้ในครั้งนี้ก็ยังมีราคาแพงมากอีกด้วย

-[คังจุนโม]: คุณสามารถรอรับเงินได้เลยครับ

-[ซังวู]: ผมเข้าใจแล้วครับ ฮ่าๆ

-[ซังวู]: ในอนาคตก็ขอความกรุณาด้วยนะครับ~

-[คังจุนโม]: อีกไม่นานคุณก็คงจะได้กลายเป็นฮันเตอร์แรงค์ E แล้วนะครับ

-[ซังวู]: จริงหรอครับ?

-[คังจุนโม]: สิ่งที่คุณต้องทำก็มีแค่ลงดันเจี้ยนแรงค์ E อีกสองครั้งให้สำเร็จ ฮ่าฮ่าฮ่า

-[คังจุนโม]: เพราะงั้นขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วยนะครับ!

-[ซังวู]: ขอบคุณครับ ฮ่าฮ่าฮ่า แต่คุณตัวแทนครับ แบบนี้แล้วคุณจะไม่ขาดทุนเอาหรอครับ?

-[คังจุนโม]: ไม่เป็นไรครับ~ คุณจะได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นไงครับ

'คุณตัวแทนเองก็ทำเงินได้หลายล้านวอนต่อวันด้วย ในแง่ของเงินเดือน มันก็นับเป็นเงินหลายสิบล้านวอน'

แม้ว่าซังวูจะมีรายได้เกือบร้อยล้านวอนต่อเดือนก็ตาม แต่หากทำสัญญาที่ 7:3 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมฮันเตอร์ ผลกำไรก็จะแตกต่างกันอย่างมาก

'เป็นความคิดที่ดีที่จะมองไปที่อนาคตและลดอัตราการชำระของตัวเองลง'

หลังจากการสนทนากับคังจุนโม ซังวูก็จมอยู่กับความคิด

จู่ๆ เขาก็สงสัยว่าคังจุนโมได้เงินไปเท่าไหร่

ดังนั้นเขาจึงเริ่มคำนวณเงินเดือนประจำปีของเขา

' ตอนนี้พอมาลองคิดดูแล้ว ฉันก็มีรายได้อย่างน้อย 10 ล้านวอนต่อวัน ซึ่งก็คือ 300 ล้านวอนต่อเดือน... หรือ 3.6 พันล้านวอนต่อปี...?'

หาเงินได้ปีละ 3.6 พันล้านวอน!

ว่ากันว่าฮันเตอร์แรงค์ F จะได้รับเงินเดือนโดยเฉลี่ยเทียบเท่ากับพนักงานบริษัทขนาดใหญ่ แต่นี่ก็เป็นตัวเลขที่ไร้สาระและยังเป็นตัวเลขโดยเฉลี่ย

คังจุนโมจะรับ 20% จากเขาหรือก็คือ 720 ล้านวอน

แน่นอนว่ายังมีประเด็นเรื่องภาษีอยู่

จากนั้นซังวูก็คิดออกสักทีว่ารายได้ของเขาคือเท่าใด

“เรียบร้อยแล้ว...”

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงในทางทฤษฎีเท่านั้น และไม่มีใครรู้ว่าในอนาคตเขาจะสามารถทำกำไรได้เพิ่มมากกว่านี้หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะในกรณีใด ซังวูก็เข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว

' แต่ตอนนี้ฉันเป็นเพียงฮันเตอร์แรงค์ F เท่านั้น มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันกลายเป็นฮันเตอร์แรงค์ D, C,... หรือแรงค์ A?'

บทความเรื่องเงินเดือนประจำปีของฮันเตอร์แรงค์ D นั้นอยู่ที่ประมาณหมื่นล้านวอนต่อปี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากซังวูมีร่างโคลนคอยช่วยด้วย เงินหลายหมื่นล้านวอนจึงต้องคูณด้วยจำนวนร่างโคลนที่เขามี

'ฉันจะทำเงินเป็นล้านล้าน... ไม่ใช่พันล้าน...?'

ซังวูไม่รู้จริงๆ ว่าในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เกลียดความหวังและความคาดหวังเหล่านี้

กลับกัน มันทำให้เขารู้สึกมีแรงบันดาลใจด้วยซ้ำ!

เขากระโดดขึ้นจากที่นั่ง

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาก็รู้สึกเหมือนต้องทำอะไรสักอย่าง

' อืม... ฉันควรทำอะไรดี?'

หลังจากคิดอย่างใจเย็น เขาก็ตระหนักได้ว่าการฝึกหายใจมานาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

' เอาล่ะ ฉันจะต้องรู้สึกถึงมานาให้ได้ ไม่อย่างนั้นร่างโคลนของฉันก็คงจะใช้มันไม่... เดี๋ยวนะ ทำไมฉันไม่ลองให้ร่างโคลนพยายามสัมผัสถึงมานาดูแล้วฉันค่อยใช้สกิลแฟมิเลียกับพวกเขาแทนล่ะ?’

ด้วยเหตุนี้เอง ซังวูจึงนอนลงบนเตียงอีกครั้งและเริ่มนั่งสมาธิ

เขาพยายามสัมผัสถึงมานาอย่างเงียบๆ ผ่านร่างโคลนโดยใช้สกิลแฟมิเลีย

ความรู้สึกเสียวซ่าดำเนินต่อไปจนกระทั่งเขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง

โดยปกติแล้ว ซังวูก็คงจะเผลอหลับไปหลังจากผ่านไปไม่กี่นาที

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง วันนี้มันจึงรู้สึกแตกต่างออกไป

เขารู้สึกเหมือนเขาจะสามารถสัมผัสอะไรได้

และในที่สุดเขาก็ทำได้!

จบบทที่ บทที่ 23 : สัมผัสมานา

คัดลอกลิงก์แล้ว