เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - เคลื่อนทัพสู่เจี้ยนโจว

บทที่ 7 - เคลื่อนทัพสู่เจี้ยนโจว

บทที่ 7 - เคลื่อนทัพสู่เจี้ยนโจว


บทที่ 7 - เคลื่อนทัพสู่เจี้ยนโจว

“มีความเป็นไปได้สูงมาก”

จูอิ้งพยักหน้า

เมื่อได้รับการยืนยันจากจูอิ้ง

เหล่าทหารก็พากันวิตกกังวล

“พี่น้อง จะกลัวอะไรกัน”

“พวกโจรป่าก็มีแค่หัวเดียวสองขาเหมือนกัน เกราะและอาวุธของเราก็ดีกว่าพวกมันตั้งเยอะ คนที่ควรจะกลัวคือพวกมันต่างหาก”

“เอาเป็นว่าถ้าต้องออกรบจริงๆ พวกเจ้าก็แค่ตามข้าบุกไปก็พอ”

“ในเมื่อมาเป็นทหารแล้ว ความกลัวก็ไร้ประโยชน์”

“สู้คิดหาทางฆ่าโจรสร้างผลงานยังจะดีกว่า”

“ไปกันเถอะ” จูอิ้งกล่าวพลางยิ้ม

จากนั้นก็เดินก้าวนำออกจากโรงนอนไป

เมื่อเห็นท่าทางที่มั่นคงไม่หวาดหวั่นของจูอิ้ง ความกังวลของเหล่าทหารก็คลายลงไปหลายส่วน พวกเขารีบเดินตามจูอิ้งออกจากโรงนอนไปยังลานฝึก

ในไม่ช้า

ณ ลานฝึก

เหล่าทหารจากกองพันที่ประจำการอยู่ในอำเภออันซาทั้งหมดมารวมตัวกันที่ลานฝึก

เว่ยฉวนยืนอยู่บนแท่นแม่ทัพด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว

“เหล่าทหารหาญแห่งกองพันอันซา”

“ข้าเพิ่งได้รับคำสั่งการทหาร รากเหง้าของปัญหาโจรผู้ร้ายในเมืองต้าหนิงของเราถูกสืบพบแล้ว มันเป็นฝีมือของพวกต๋าจื่อเจี้ยนโจวทางตอนเหนือ พวกมันส่งทหารแทรกซึมเข้ามาในต้าหมิง ว่าจ้างเหล่าโจรป่าโจรผู้ร้าย สร้างความวุ่นวายให้กับต้าหมิงของเรา”

“บัดนี้”

“ท่านผู้บัญชาการได้ออกคำสั่งแล้ว ให้เคลื่อนทัพโจมตีพวกต๋าจื่อเจี้ยนโจว กำจัดปัญหาโจรผู้ร้ายให้สิ้นซาก สั่งสอนบทเรียนให้พวกอนารยชนที่กล้ามารุกรานต้าหมิงของเรา”

“รับคำสั่งการทหาร กองพันอันซาของเราจะเคลื่อนทัพไปยังชายแดนทันที เพื่อสมทบกับกองพันอื่นๆ ทั้งหมดที่อยู่ใต้บัญชาการของกองกำลังเว่ย”

“ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว”

“เคลื่อนทัพทันที ห้ามล่าช้า”

เว่ยฉวนไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย ออกคำสั่งทันที

เมื่อได้ยินข่าวนี้

เหล่าทหารบนลานฝึกต่างก็มีความคิดแตกต่างกันไป

เดิมทีพวกเขาคิดว่าคงเป็นแค่การปราบโจร แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นการรบที่ใหญ่กว่านั้นมาก ต้องเผชิญหน้ากับพวกอนารยชนทางเหนือโดยตรง

ในฐานะทหารที่ประจำการอยู่เมืองชายแดนอย่างต้าหนิง พวกเขาย่อมรู้ดีถึงความโหดเหี้ยมของพวกอนารยชน อาจกล่าวได้ว่า เพราะการดำรงอยู่ของเป่ยหยวน ชนเผ่าทางเหนือทั้งหมดจึงล้วนเป็นศัตรูของต้าหมิง

และการต่อสู้กับพวกมันก็อันตรายกว่าการปราบโจรหลายเท่านัก

นี่จะต้องเป็นศึกหนักอย่างแน่นอน

“เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ พวกโจรป่าพวกนั้นคือพวกอนารยชนที่แฝงตัวเข้ามา”

“การไปตีพวกต๋าจื่อในครั้งนี้ ก็คือการถอนรากถอนโคนปัญหาโจรผู้ร้ายในเมืองต้าหนิงจริงๆ”

“พวกต๋าจื่อ”

“พวกมันคือหายนะของแผ่นดินจีนโดยแท้”

จูอิ้งคิดในใจอย่างเงียบๆ ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย กลับกันเขายังรู้สึกกระตือรือร้นอยู่บ้าง

เมื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

จูอิ้งย่อมรู้ดีว่าในอนาคตพวกต๋าจื่อจะทำอะไรกับแผ่นดินจีนแห่งนี้ พวกมันจะทำให้แผ่นดินจีนต้องตกอยู่ในความอัปยศอดสู ตกอยู่ในความทุกข์ยากอย่างไม่สิ้นสุด

ศักดิ์ศรีของชาวฮั่นจะถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี

ทั้งหมดนี้ก็เพราะพวกต๋าจื่อ

“หากในอนาคตข้ามีความสามารถพอที่จะเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งแรกที่จะทำคือการกวาดล้างพวกต๋าจื่อให้สิ้นซาก”

“ดูท่าครั้งนี้ เบื้องบนคงต้องการแค่ขับไล่พวกต๋าจื่อ ให้บทเรียนพวกมัน ไม่ได้คิดจะล้างเผ่าพันธุ์”

“นี่อาจจะเป็นการแผ้วถางทางเพื่อเตรียมกำจัดเป่ยหยวนในอนาคตก็ได้”

“เมืองต้าหนิงเป็นเมืองที่อยู่ติดกับเป่ยหยวน หากยังคงวุ่นวายไม่สงบ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่” จูอิ้งคิดในใจ

ด้วยความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มี จูอิ้งย่อมเดาได้ว่าการตัดสินใจของเบื้องบนคืออะไร

การส่งทหารไปตีต๋าจื่อ ก็เพื่อกวาดล้างความวุ่นวายจากโจรผู้ร้ายในเมืองต้าหนิง

แน่นอน

สำหรับจูอิ้งแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้เพิ่มความแข็งแกร่ง

เป็นโอกาสที่จะได้เพิ่มคุณสมบัติอีกครั้ง

“กองพันเคลื่อนทัพ”

เว่ยฉวนตะโกนเสียงดัง

...

เวลาผ่านไปสองวัน

ณ ชายแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองต้าหนิง แห่งต้าหมิง

ปัจจุบันอาณาเขตของต้าหมิงได้ครอบคลุมจงหยวนไว้ทั้งหมดแล้ว แต่ทางตอนเหนือ เป่ยหยวนยังคงอยู่ และทางตะวันออกเฉียงเหนือก็ยังมีชนเผ่าอนารยชนอีกมากมาย เช่น เผ่าต๋าจื่อเจี้ยนโจว

แน่นอน

ทางตะวันออกของเหลียวตง ยังมีอีกแคว้นหนึ่ง นามว่าแคว้นเกาหลี เพียงแต่พวกเขายังไม่ส่งเครื่องราชบรรณาการให้ต้าหมิง แต่ยังคงส่งเครื่องราชบรรณาการให้เป่ยหยวน

เมื่อมองดูจักรวรรดิต้าหมิงในตอนนี้ แม้จะมีกำลังทหารที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็ยังมีภัยคุกคามจากภายนอกอยู่ไม่น้อย

ไม่เพียงแต่เป่ยหยวนทางตอนเหนือ

ยังมีอวิ๋นหนานทางตอนใต้ และอันหนาน ที่สถานการณ์ยังคงคุกรุ่น

ทว่า

สุดท้ายแล้ว ด้วยพระปรีชาสามารถอันเด็ดขาดของจักรพรรดิหมิงไท่จู่ จูหยวนจาง จักรวรรดิต้าหมิงในพระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังคงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และภัยคุกคามจากภายนอกเหล่านี้ก็กำลังถูกจัดการไปทีละขั้น

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ทั้งเมืองต้าหนิง เมืองเป่ยผิง หรือแม้แต่เมืองต่างๆ ทางตอนเหนืออีกมากมาย ล้วนยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเป่ยหยวน แต่บัดนี้ได้กลายเป็นดินแดนของชาวฮั่นแห่งต้าหมิงแล้ว

ชายแดนต้าหนิง

ทหารหมิงสองหมื่นนายตั้งค่ายพักแรมอยู่บริเวณชายแดน

ภายในกระโจมหลัก

เฉินเฮิง หลิวเจิน

รวมถึงเหล่าแม่ทัพนายกองมากมายมาชุมนุมกันที่นี่

นายกองพันยี่สิบคนนั่งแยกกันสองแถว

“ครานี้องค์รัชทายาทมีราชโองการ ให้กวาดล้างโจรผู้ร้ายในต้าหมิงของเรา สั่งสอนบทเรียนแก่เผ่าต๋าจื่อเจี้ยนโจวที่อยู่เบื้องหลัง”

“ข้าและแม่ทัพหลิวจะนำทัพบุก ส่วนทหารที่เหลือในเมืองต้าหนิงจะทำการกวาดล้างโจรป่าโจรผู้ร้ายภายในเมืองต้าหนิงอย่างเต็มกำลัง เพื่อกำจัดปัญหาโจรผู้ร้ายให้สิ้นซาก”

“ท่านแม่ทัพ ท่านนายกองพันทั้งหลาย”

“มีความคิดเห็นประการใดบ้าง”

เฉินเฮิงนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน กวาดสายตามองเหล่าแม่ทัพนายกองในกระโจม

“เรียนท่านแม่ทัพเฉิน”

“พวกต๋าจื่อเจี้ยนโจวมีพรมแดนติดกับต้าหมิงเรา และยังมีสายข่าวมากมายในเมืองต้าหนิง ข่าวการเคลื่อนทัพของเราในครั้งนี้คงจะส่งไปถึงเผ่าของพวกมันแล้ว พวกมันย่อมต้องมีการเตรียมพร้อม แต่ฐานที่มั่นหลักของพวกมันไม่ได้อยู่ที่ชายแดนต้าหมิง”

“ข้าน้อยเห็นว่าการทหารต้องการความรวดเร็ว พรุ่งนี้ควรเคลื่อนทัพบุกทันที”

“แค่ข่มขวัญพวกอนารยชนเหล่านี้ก็เพียงพอแล้ว”

“หากพวกมันกล้าส่งทัพออกมาสู้ ก็ฆ่าพวกมันซะ” แม่ทัพนายกองคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

“ถูกต้อง”

“มาถึงขั้นนี้แล้ว มีเพียงต้องฆ่าเท่านั้น ทำให้พวกอนารยชนเหล่านี้ได้ชดใช้ พวกมันถึงจะรู้จักกลัว”

“พรุ่งนี้ ข้าน้อยยินดีนำกองพันของข้าเป็นกองหน้า”

“ข้าน้อยก็ยินดีเป็นกองหน้า”

“ข้าน้อยขออาสา...”

เหล่านายกองพันต่างพากันอาสาเป็นกองหน้า

กฎระเบียบทหารของต้าหมิงนั้นเข้มงวด โอกาสดีที่จะได้สร้างผลงานเช่นนี้ พวกเขาย่อมไม่อยากพลาด

เมื่อเห็นเหล่าแม่ทัพนายกองมีขวัญกำลังใจในการรบเช่นนี้ เฉินเฮิงก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ

“ที่ตั้งเผ่าของพวกต๋าจื่อเจี้ยนโจวอยู่ห่างจากชายแดนของเราไม่ถึงสิบลี้”

“พรุ่งนี้”

“ให้กองกำลังเว่ยที่หนึ่ง กองพันเชียนซื่อที่หนึ่ง และกองกำลังเว่ยที่สอง กองพันเชียนซื่อที่หนึ่ง เป็นกองหน้า บุกโจมตีจากด้านหน้า”

“กำลังพลที่เหลือให้แยกเป็นสองสาย บุกโจมตีจากด้านข้าง”

“เมื่อพบศัตรู ฆ่าพวกมัน”

“อย่าให้มีชีวิตรอด”

“ศึกครั้งนี้ ต้องให้บทเรียนพวกอนารยชนเหล่านี้อย่างสาสม”

เฉินเฮิงออกคำสั่งทันที

“ข้าน้อยรับคำสั่ง”

เหล่าแม่ทัพนายกองขานรับพร้อมเพรียง

...

ภายในค่ายทหาร

จูอิ้งกำลังนำทหารใต้บังคับบัญชาสิบคนสลักชื่อลงบนลูกธนูทีละดอก

ลูกธนูทุกดอกจะต้องสลักชื่อของตนเองไว้

เพื่อที่ว่าหลังจากจบศึกใหญ่ จะได้ใช้สิ่งนี้ในการนับผลงานในสนามรบ

“นายหมู่”

“นี่ท่านไปเบิกธนูมาเยอะแค่ไหนกัน”

“ท่านจะยิงหมดหรือ”

เมื่อเห็นจูอิ้งสลักชื่อของตนเองอย่างรวดเร็ว แถมจำนวนลูกธนูก็ยังมากกว่าห้าสิบดอก ทหารที่อยู่ข้างๆ ก็อดประหลาดใจไม่ได้

พลธนู หนึ่งแล่งสามารถบรรจุลูกธนูได้มากที่สุดห้าสิบดอก

แต่ลูกธนูที่จูอิ้งเบิกมานั้นมีมากกว่าร้อยดอกแล้ว

“ยิงไม่หมดก็เอาไว้สำรอง”

จูอิ้งยิ้ม

หลังจากเติมลูกธนูจนเต็มแล่งหนึ่งแล้ว เขาก็เริ่มเติมอีแล่งหนึ่ง

ในฐานะพลธนู

เทียบกับการบุกตะลุยไปข้างหน้าแล้ว ถือว่าปลอดภัยกว่ามาก เพื่อที่จะเก็บคุณสมบัติ และเพื่อผลงานในสนามรบ จูอิ้งต้องเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่

กองร้อยที่จูอิ้งสังกัดอยู่คือกองร้อยธนู

หากลงสนามรบ พวกเขาคืออาวุธโจมตีระยะไกลที่สำคัญอย่างยิ่ง

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - เคลื่อนทัพสู่เจี้ยนโจว

คัดลอกลิงก์แล้ว