เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ใช้มิติเก็บของให้คุ้ม ตระกูลเสิ่น

บทที่ 3 - ใช้มิติเก็บของให้คุ้ม ตระกูลเสิ่น

บทที่ 3 - ใช้มิติเก็บของให้คุ้ม ตระกูลเสิ่น


บทที่ 3 - ใช้มิติเก็บของให้คุ้ม ตระกูลเสิ่น

ไม่นานนัก

รังโจรป่าแห่งนี้ก็ถูกจัดการจนสะอาด

โจรป่ากว่าสี่สิบคนถูกกำจัดเรียบ

เหล่าทหารช่วยกันขุดหลุมขนาดใหญ่ และฝังร่างของพวกมันลงไปทั้งหมด

“เรียนนายกองร้อย”

“ในรังโจรมีทรัพย์สินเงินทองและอัญมณีจำนวนมาก”

“เป็นของที่พวกมันปล้นชิงมา”

นายกองธงคนหนึ่งรีบวิ่งมารายงานหลิวเหล่ย

เมื่อได้ยิน

หลิวเหล่ยก็โบกมือ

ทหารหลายนายรีบเดินตามไป

จูอิ้งก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย

ไม่นาน

พวกเขาก็มาถึงห้องในสุดของรังโจร

เพียงแค่มองผ่านประตูก็เห็นหีบสิบกว่าใบวางเรียงรายอยู่ข้างใน ฝาหีบเปิดออก เผยให้เห็นเหรียญหงอู่ทงเป่า (เหรียญทองแดง) กองเป็นภูเขา ยังมีแท่งเงิน ทองคำเล็กน้อย รวมถึงเครื่องประดับและอัญมณีต่างๆ

“ไอ้หมาพวกนี้ปล้นเงินทองมาได้มากมายขนาดนี้เลยรึ” หลิวเหล่ยเห็นแล้วก็อดตกตะลึงไม่ได้

“นายกองร้อย”

“โจรป่าพวกนี้อาจจะไม่ใช่โจรป่าธรรมดา”

“อีกอย่าง ลำพังโจรป่าแค่ไม่กี่สิบคน ไม่น่าจะปล้นทรัพย์สมบัติได้มากมายขนาดนี้”

จูอิ้งเอ่ยขึ้น

หลิวเหล่ยหันมามองจูอิ้งแล้วยิ้มถาม “เจ้ามีความเห็นอะไรก็ว่ามา”

“วันนี้ข้าน้อยสังหารโจรป่าไปห้าคน สังเกตจากการต่อสู้ของพวกมันแล้ว พวกมันไม่ได้สู้แบบสะเปะสะปะ แต่ดูเหมือนผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี”

“อีกอย่างสำเนียงของพวกมันก็ไม่ใช่สำเนียงคนต้าหมิงเรา เหมือนพวกต๋าจื่อเจี้ยนโจวแถบนอกด่านมากกว่า” จูอิ้งค่อยๆ กล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้น

หลิวเหล่ยก็พยักหน้า “เจ้าพูดถูก ตอนที่ปะทะกันข้าก็สังเกตเห็นแล้ว โจรป่าพวกนี้เคลื่อนไหวเป็นระบบ ไม่ใช่โจรป่าธรรมดาแน่ ดูท่าพวกมันอาจจะเป็นพวกอนารยชนนอกด่านที่ลอบเข้ามาในต้าหมิงเพื่อก่อความวุ่นวายจริงๆ”

“เอาล่ะ”

“ขนทรัพย์สินพวกนี้ออกไปให้หมด นำกลับไปที่ว่าการอำเภอ”

“เรื่องที่โจรป่าพวกนี้เกี่ยวข้องกับพวกต๋าจื่อ คงต้องรายงานให้นายกองพันทราบ แล้วให้นายกองพันรายงานต่อไปตามลำดับชั้น ไม่ใช่เรื่องที่เราจะจัดการได้” หลิวเหล่ยยิ้มแล้วโบกมือ

“ข้าน้อยรับคำสั่ง”

ทหารทุกคนขานรับคำสั่ง

เมื่อเห็นทรัพย์สมบัติตรงหน้า ดวงตาของทหารทุกคนก็ลุกวาว

เพียงแต่

มีทั้งหลิวเหล่ยและนายกองธงสองคนอยู่ที่นี่

พวกเขาจึงไม่กล้าหยิบฉวย

นี่คือยุคหงอู่แห่งต้าหมิง จักรพรรดิที่อยู่เบื้องบนนั้นไม่เคยปรานีขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง กฎระเบียบของกองทัพก็เข้มงวด หากใครกล้าขโมยของ โทษเบาคือหัวหลุดจากบ่า โทษหนักคือประหารทั้งตระกูล

“พวกโจรป่านี่มันรวยจริงๆ”

จูอิ้งเดินไปที่หีบใบหนึ่ง มองแท่งเงินข้างในแล้วก็อดทึ่งไม่ได้

เพียงแต่

“เรามีมิติเก็บของหนึ่งลูกบาศก์เมตรนี่นา หยิบไปนิดหน่อยคงไม่มีใครรู้หรอก”

“ยังไงซะ นี่ก็เป็นของที่โจรปล้นมา ยังไม่ได้ตรวจนับด้วย”

เมื่อนึกถึงมิติเก็บของที่เพิ่งเปิดได้ จูอิ้งก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

ทันใดนั้น

จูอิ้งก็นั่งยองๆ ลง มือหนึ่งล้วงเข้าไปในหีบ อีกมือหนึ่งประคองใต้หีบ ทำท่าเหมือนกำลังลองยกดูว่าหนักแค่ไหน

“ไอ้หนูจู”

“หนักขนาดนี้ เจ้าคนเดียวยกไม่ไหวหรอก” ทหารเก่าที่อยู่ข้างๆ ยิ้มกล่าว

“ข้าแค่อยากลองดูว่าเงินหีบนี้มันหนักแค่ไหนน่ะ ยังไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย” จูอิ้งยิ้มตอบ

“เชี่ย”

“ได้จริงด้วย”

“เก็บเงินหนึ่งร้อยตำลึงเข้ามิติเก็บของแล้ว ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย”

“โลภมากไม่ได้ เอาแค่นี้ก็พอแล้ว เงินหนึ่งร้อยตำลึงนี่ พอให้ครอบครัวธรรมดาอยู่ได้หลายปีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรเลย” จูอิ้งสงบใจลง มองเงินหนึ่งร้อยตำลึงที่นอนนิ่งอยู่ในมิติเก็บของอย่างมีความสุข

กระบวนการทั้งหมดนี้เป็นไปอย่างแนบเนียน ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยสักนิด

ออกเดินทาง กลับเมือง

รังโจรป่าแห่งนี้อยู่ห่างจากอำเภออันซาหลายสิบลี้ การเดินทางกลับย่อมต้องใช้เวลา

...

เมืองเป่ยผิง

ตระกูลเสิ่นที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเป่ยผิง หรือแม้แต่ร่ำรวยที่สุดในต้าหมิง

ในหลายพื้นที่ของเมืองเป่ยผิง มีคำร่ำลือในหมู่ชาวบ้านว่า ความมั่งคั่งของตระกูลเสิ่นนั้นเทียบได้กับท้องพระคลัง ความมั่งคั่งของตระกูลเสิ่นนั้นอาจเทียบได้กับทั้งแผ่นดิน

และประมุขของตระกูลเสิ่น เสิ่นว่านซาน ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งต้าหมิง

ภายในโถงใหญ่ของจวนตระกูลเสิ่น

เสิ่นว่านซานผู้ดูชราภาพลงไปมากนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน ซ้ายขวาคือบรรดาลูกหลานของเขา

“ท่านพ่อ”

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ”

“เจ้าเด็กนั่นถูกส่งชื่อเข้าทะเบียนทหารของเมืองต้าหนิงแล้ว”

เสิ่นหรง บุตรชายคนโตของตระกูลเสิ่นกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา

“เมื่อเข้าทะเบียนทหารแล้ว หากไม่มีสงครามก็ต้องรับใช้อย่างไม่มีกำหนด นอกจากจะพิการทุพพลภาพหรือรับใช้จนครบสามสิบปีจึงจะปลดประจำการได้ อีกอย่างเมืองต้าหนิงยังเป็นเมืองชายแดน ไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับพวกเป่ยหยวน แต่ยังมีชนเผ่าอนารยชนอีกมาก โจรป่าชุกชุมยิ่งกว่าเมืองชั้นใน”

“จูอิ้งไม่มีทางรอดกลับมาได้แน่” เสิ่นว่างกล่าวเสริมพลางยิ้ม

“อืม”

เสิ่นว่านซานพยักหน้า

“เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลเสิ่นเรา ถือซะว่าตระกูลเสิ่นเป็นฝ่ายผิดต่อเขาก็แล้วกัน”

“แต่เมื่อเทียบกับความรุ่งเรืองของตระกูลเสิ่นแล้ว ชีวิตของจูอิ้งคนเดียวก็ถือว่าไม่สลักสำคัญอะไร บัดนี้เขาเข้าเป็นทหารแล้ว สัญญาหมั้นหมายระหว่างตระกูลเสิ่นเรากับเขาก็ถือเป็นอันสิ้นสุด”

“หรงเอ๋อร์”

“เจ้าจงเดินทางไปจวนตระกูลหลี่ว์ที่เมืองอิ้งเทียนด้วยตัวเอง หากเรื่องนี้สำเร็จ สถานะของตระกูลเสิ่นเราก็จะยิ่งมั่นคงขึ้นไปอีก” เสิ่นว่านซานกล่าวกับเสิ่นหรง

“ท่านพ่อวางใจได้ขอรับ”

“น้องสี่จะต้องได้แต่งเป็นอนุของนายน้อยหลี่ว์หาวอย่างแน่นอน” เสิ่นหรงรับประกันทันที

“แล้วเยี่ยนเอ๋อร์ไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่” เสิ่นว่านซานถามย้ำ

“น้องสี่ไม่เคยชอบเจ้าจูอิ้งนั่นอยู่แล้ว บัดนี้มีโอกาสได้เกี่ยวดองกับตระกูลหลี่ว์ น้องสี่ย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่งขอรับ” เสิ่นหรงรีบยิ้มตอบ

“เช่นนั้นก็ดี” เสิ่นว่านซานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “บุตรีสายตรงของตระกูลเสิ่นเรา ย่อมไม่คู่ควรกับเจ้าเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าพรรค์นั้นอยู่แล้ว”

เมื่อได้ยินดังนั้น

บุตรชายคนอื่นๆ ของเสิ่นว่านซานต่างก็ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น

หลี่ว์หาวคือใคร

เขาคือน้องชายแท้ๆ ของพระชายารองหลี่ว์ในองค์รัชทายาท แม้ปัจจุบันจะเป็นเพียงพระชายารอง แต่กิจการภายในวังตะวันออกล้วนอยู่ในความดูแลของนาง อีกทั้งบุตรชายของนางยังเป็นโอรสองค์โตขององค์รัชทายาท มีโอกาสสูงที่จะได้เป็นเจ้าของวังตะวันออกในอนาคต เมื่อถึงเวลานั้น พระชายารองหลี่ว์ก็จะกลายเป็นพระชายาเอก หรือแม้แต่ฮองเฮาแห่งราชวงศ์

โอกาสดีที่จะได้เกาะกิ่งไม้ใหญ่เช่นนี้

ตระกูลเสิ่นจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร

พ่อค้าย่อมเห็นแก่ผลประโยชน์

เพื่อผลประโยชน์แล้ว พวกเขายอมทำได้ทุกอย่าง

ยิ่งเป็นโอกาสที่จะได้สานสัมพันธ์กับราชวงศ์เช่นนี้ เสิ่นว่านซานย่อมไม่ปล่อยไปเด็ดขาด

“ท่านพ่อ”

“เพื่อป้องกันไม่ให้จูอิ้งกลับมาสร้างความเสื่อมเสียให้ตระกูลเราในอนาคต ลูกคิดว่าเราควรจัดการให้เด็ดขาดไปเลยขอรับ” เสิ่นหรงเอ่ยขึ้นมาทันที

เมื่อได้ยิน

สีหน้าของเสิ่นว่านซานเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “เรื่องนี้ เจ้าไปจัดการเถอะ หากต้องการเงินทองก็ไปเบิกจากคลังได้เลย”

“ท่านพ่อวางใจได้ขอรับ”

“เรื่องนี้ลูกจะจัดการให้เรียบร้อย ไม่ทิ้งหลักฐานให้ตระกูลเสิ่นเราต้องด่างพร้อยแน่นอน” เสิ่นหรงยิ้มรับทันที

แต่แล้วนอกห้องโถง

ครืด

ประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออก

เด็กสาวหน้าตางดงามในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนวิ่งเข้ามาในห้องโถง ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความโกรธเคือง สีหน้าบึ้งตึง

“ท่านพ่อ”

“พวกท่านทำแบบนี้กับพี่จูอิ้งได้อย่างไร” เสิ่นอวี้เอ๋อร์ตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว

เมื่อได้ยินเสียง

เสิ่นว่านซานและบรรดาลูกชายต่างหันไปมองเสิ่นอวี้เอ๋อร์เป็นตาเดียว

แต่เมื่อเห็นว่าเป็นนาง ทุกคนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

“ถอยออกไป”

เสิ่นว่านซานกล่าวเสียงเย็น

“หากพวกท่านไม่อยากให้พี่สี่แต่งงานกับพี่จูอิ้ง ก็แค่ไปพูดกับพี่จูอิ้งตรงๆ ทำไมต้องทำกับเขาเช่นนี้ ทำไมต้องผลักไสพี่จูอิ้งไปตายด้วย” เสิ่นอวี้เอ๋อร์ถามด้วยความโกรธ

“บุตรีอนุเช่นเจ้า มีสิทธิ์อะไรขึ้นมาบนโถงนี้”

“ไสหัวไป”

เสิ่นหรงขมวดคิ้ว ตวาดเสียงเย็น

“ออกไปได้แล้ว”

เสิ่นว่านซานเองก็ไม่อยากแม้แต่จะชายตามองเสิ่นอวี้เอ๋อร์

เสิ่นอวี้เอ๋อร์ได้แต่คับแค้นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดซึ้ง

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - ใช้มิติเก็บของให้คุ้ม ตระกูลเสิ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว