เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 - กระบี่สะบั้นแผนการยุคบรรพกาล

บทที่ 87 - กระบี่สะบั้นแผนการยุคบรรพกาล

บทที่ 87 - กระบี่สะบั้นแผนการยุคบรรพกาล


บทที่ 87 - กระบี่สะบั้นแผนการยุคบรรพกาล

ความแค้นที่สุดในชีวิตนี้!

มีเพียงบรรพชนกระบี่ผู้เดียวเท่านั้น!

จิตแห่งความแค้นปะทุ ห้วงมิติเวลาอันไร้ประมาณพลันเกิดคลื่นคลั่งโหมซัด

ดูเหมือนจะเป็นเสียงสะท้อนจากยุคโบราณกาล บอกเล่าตำนานแห่งการกำเนิดฟ้าดิน ท่วงทำนองอันเก่าแก่ ราวกับบทสวดบูชายัญ ทะลุทะลวงผ่านเครื่องกีดขวางของกาลเวลา

แม่น้ำแห่งกาลเวลาเกิดคลื่นลูกยักษ์ แสงเงาไร้ที่สิ้นสุดไหลเวียนอยู่ในนั้น

ธารดารานับไม่ถ้วนโคจรพันกาย ร่างเงาอันยิ่งใหญ่ราวกับค้ำจุนฟ้าดินปรากฏขึ้นตามคลื่นลม

มีทั้งเผ่าชาง มนุษย์ และปีศาจ!

เก่าแก่เวิ้งว้าง เย็นชาสังหาร ลึกลับพิสดาร

ฮั่วถึงกับมองเห็นตัวเองในนั้น รวมถึงสหายเต๋าอีกหลายท่านนอกเหนือจากท่านพี่ชาย

นี่คือเงาแห่งบรรพกาล!

ร่างเงาอันยิ่งใหญ่จำนวนมากลงมือพร้อมกัน แสงเงาสลับสับเปลี่ยน

เห็นเพียงจอมกระบี่ในชุดขาวดุจจันทร์เพ็ญ วิถีกระบี่สังหารทำลายล้างวิญญาณเทพ!

บรรพชนประสานรักฝ่ามือกดทับจักรวาล สวมชุดแดงงดงามเหนือยุคสมัย!

ท่านป้าจุนก้าวเท้าปล่อยหมัด หมัดเทพไร้เทียมทานกวาดล้างทั่วหล้า!

บรรพชนโอสถดีดนิ้วส่งเตาหลอมยา กลืนกินความโกลาหล!

...

มากมายเหลือคณา ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน เงาร่างของวีรชนนับไม่ถ้วนดูเหมือนจะปรากฏขึ้นในขณะนี้ พร้อมใจกันลงมือ หมายจะต้านทานกระบี่ที่ข้ามผ่านห้วงมิติเวลาอันไร้ประมาณเล่มนั้น

วูม

ทว่าเพียงแสงกระบี่เส้นหนึ่งพาดผ่าน ลมสงบคลื่นหยุด ร่างเงาอันยิ่งใหญ่เหล่านั้นไม่อาจขัดขวางได้แม้แต่เสี้ยววินาที ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

ไม่อาจขวาง ไม่อาจต้าน!

ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความหมายใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้ามัน

"เป็นอย่างไร"

ฮั่วยิ้มที่มุมปาก ย้อนถามประโยคที่เมื่อครู่ท่านผู้นั้นถามตนกลับไป

จากนั้น แสงกระบี่อันเจิดจรัสก็กวาดผ่าน ตัดเหตุสะบั้นผล ความเชื่อมโยงนับหมื่นพันล้วนถูกตัดขาด

เห็นเพียง 'ฮั่ว' แต่ละคนที่ก้าวออกมาจากภาพ แสงสีในดวงตาหม่นหมองลง ตกลงกลับไปในภาพดังเดิม

เส้นแสงสีรุ้งรวมตัวกัน ก่อเกิดเป็นเทพมนุษย์ร่างสูงใหญ่ดูเก่าแก่ ด้านหลังมีวงแหวนเทพเจิดจ้า แสงเงาไร้ที่สิ้นสุดไหลเวียน บอกเล่าสัจธรรมแห่งอดีตและปัจจุบัน

บรรพชนแห่งเผ่าชาง——กู่!

"กระบี่ของบรรพชนกระบี่ ยังคงคมกริบเหมือนเช่นเคย" กู่หลุบตาลง ลูบคลำเบื้องหน้าเบาๆ

เบื้องหน้านั้น รอยแผลจากกระบี่เด่นชัดสะดุดตา

"แค่เหมือนเช่นเคยงั้นหรือ"

เสียงราบเรียบดังแว่วมา

กู่ชะงัก เงยหน้าขึ้นทันควัน

เห็นเพียงข้างกายฮั่ว ปรากฏร่างของคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุด หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นคนที่เผ่าชางทุกคนไม่อยากเจอที่สุด

"บรรพชนกระบี่!"

ในดวงตาปรากฏความเคียดแค้นที่เข้มข้นถึงขีดสุดและ... ความตกตะลึง

แต่สภาวะเช่นนี้คงอยู่ได้ไม่นานนัก ในไม่ช้าดวงตาของเขาก็กลับมาสงบราบเรียบ

ในยามนี้ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์แบบใด ก็ล้วนไม่มีความหมาย

แค่เหมือนเช่นเคยงั้นหรือ

กู่อดไม่ได้ที่จะมองไปในมือของสวีสิง แต่กลับไม่เห็นกระบี่ที่ดุร้ายอำมหิตไร้ขอบเขตเล่มนั้น

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าประเมินบรรพชนกระบี่ต่ำไปจริงๆ กระบี่ของบรรพชนกระบี่ คมกล้ายิ่งกว่าในอดีตเสียอีก" กู่มองสวีสิง "ครั้งนี้... ข้าแพ้แล้ว"

"เจ้าขโมยแก่นแท้ของข้า คิดจะทำอะไรกันแน่" ฮั่วเอ่ยถาม

ทว่ากู่กลับไม่ตอบ เพียงแค่ปรายตามองเขาเรียบๆ แล้วหลับตานั่งขัดสมาธิลง

ลำพังแค่บรรพชนกระบี่คนเดียว เขาก็ไม่แน่ว่าจะสู้ได้ แผนการล้มเหลว ตอนนี้พูดไปก็ป่วยการ

ฮั่ว: "......"

"ในเมื่อไม่ตอบ ก็จงไปลงนรกเสียเถิด"

สวีสิงก็ไม่คิดจะพูดพล่ามกับเขาอีก ใช้นิ้วต่างกระบี่ ฟาดฟันออกไปหนึ่งครั้ง

แสงกระบี่มาถึงตัว กู่กลับไม่หลบไม่เลี่ยง

ฉือ

เขาถูกฟันจนกลายเป็นกลุ่มแสงสีรุ้งละเอียด ย่อยสลายหายไป

แต่แสงกระบี่นั้นไม่ได้สลายไปแต่อย่างใด กลับติดตามความเชื่อมโยงที่มองไม่เห็น พัวพันไล่ล่าต่อไป

กระบี่นี้ เขาจำเป็นต้องรับไว้!

จริงอยู่ ในฐานะบรรพชนเผ่าชาง ตัวตนระดับสูงสุดของพิภพไท่เสวียน กู่ย่อมไม่ตกตายไปง่ายๆ เพียงเท่านี้

สมกับนามของเขา 'อดีต' คืออำนาจของเขา คือวิถีของเขา

สิ่งนี้ทำให้เขากลายเป็นผู้ที่มีความสามารถในการรักษาชีวิตรอดที่เก่งกาจที่สุดในบรรดาตัวตนระดับสูงสุดของพิภพไท่เสวียน

แต่แสงกระบี่ที่ไล่ล่าไปนั้น รวมถึงอาการบาดเจ็บจากการล้มเหลวในครั้งนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาต้องสงบเสงี่ยมไปอีกพักใหญ่

แถมตอนนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด...

หึหึ

"การมาของกู่ในครั้งนี้ ก็เหมือนกับประโยคที่หยวนเคยพูดว่า 'ขโมยไก่ไม่สำเร็จแถมยังเสียข้าวสาร'" ฮั่วหัวเราะ "หรือจะเรียกว่า 'เสียทั้งฮูหยินเสียทั้งทหาร' ดีนะ"

สวีสิงเหลือบมองฮั่วแวบหนึ่ง ว่าแต่เจ้านี่ไปแอบส่องสหายร่วมโลกที่เป็นผู้ข้ามมิติคนนั้นมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย

"ไปล่ะ"

สวีสิงส่ายหน้าเบาๆ ก้าวเท้าออกไป ร่างกายหายวับไปกับตา

ฮั่วยืนนิ่งสงบ มองดูภาพที่ไหลเวียนทีละภาพ ตั้งแต่ตัวเองมอบเลือดเผ่าชางให้เซียวฝาน จนกระทั่งเขาเข้าสู่แดนลึกลับ และถูกกู่ยึดร่าง

ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติภายใต้กระบี่ของท่านพี่ชายเล่มนั้น

"ไม่ได้เจอกันนาน กระบี่ของท่านพี่ชาย ช่างน่าเกรงขามขึ้นทุกวันจริงๆ"

ไม่ใช่แค่กู่ที่รู้สึกประหลาดใจ แม้แต่เขาก็เช่นกัน

อำนาจของกู่คือ "อดีต" ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เขาทำในอดีตจึงยากที่จะแก้ไข แต่บัดนี้กลับถูกท่านพี่ชายใช้กระบี่เดียวฟันจนขาดสะบั้น...

"ท่านพี่ชายดูเหมือนจะสนใจเรื่องราวของหยวนเป็นพิเศษ..." เขาพึมพำเสียงเบา

ในยุคบรรพกาลเคยมีข่าวลือหนึ่ง—บรรพชนกระบี่ไม่ใช่คนของพิภพไท่เสวียน

และท่านพี่ชาย ดูเหมือนจะไม่เคยปฏิเสธเรื่องนี้เลย

...

...

เมืองเสวียนเจี้ยนที่เวลาหยุดนิ่ง ราวกับภาพวาดทิวทัศน์หมึกจีน แข็งค้างอยู่ในรอยเปื้อนของน้ำหมึก

ตึกรามบ้านช่องสีเทา ผู้คนที่หยุดนิ่ง แม้แต่สายลมก็ยังสูญเสียจังหวะ ทุกสิ่งตกอยู่ในความนิรันดร์อันเงียบงัน

ทันใดนั้น แสงสว่างจางๆ สายหนึ่งก็สาดส่องเข้ามา ราวกับรุ่งอรุณที่ฉีกกระชากราตรีกาล

เริ่มจากตึกหลังหนึ่งที่กลับมามีสีสัน ตามด้วยหลังที่สอง หลังที่สาม...

บนท้องถนน เงาร่างที่หยุดนิ่งเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับปลาที่หลุดจากน้ำแข็ง ดิ้นรนกลับมาเคลื่อนไหว

เพียงชั่วพริบตา สีสันหวนคืน ความอึกทึกกลับมา เมืองเสวียนเจี้ยนหลุดพ้นจากภาพวาดที่แข็งค้าง

ใบไม้สีเขียวใบหนึ่งร่วงหล่น หลี่ชิงหยางที่กำลังจะชักกระบี่ชะงักกึก

เกิดอะไรขึ้น

ทำไมจู่ๆ ก็กลับมาเป็นปกติแล้ว

"ท่านอาวุโสหลี่ ท่านดูสิว่าพวกเราควรจะ..." นายกเทศมนตรีพูดได้ครึ่งประโยค จู่ๆ ก็หยุดชะงักไป

หืม?

ทำไมมือของท่านอาวุโสหลี่ถึงจับกระบี่อยู่

"ท่าน ท่านนี่คือ..."

พวกเขาน่าจะไม่มีความทรงจำเมื่อครู่นี้ หลี่ชิงหยางคิดในใจ

"ไม่เป็นไร หลี่โหมวนั่งนานเกินไป เลยลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาหน่อย"

ห๊ะ?

ลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขา?

ข้ออ้างของท่านช่วยให้มันดูจริงจังกว่านี้หน่อยได้ไหม

หลี่ชิงหยางไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก ด้วยระดับของพวกเขา รู้มากเกินไปกลับจะไม่ใช่เรื่องดี

......

ภายในมิติการต่อสู้ แสงสีรุ้งในดวงตาของเซียวฝานจางหายไป แววตาดูมึนงงสับสน

ตัวเอง... อยู่ที่ไหนเนี่ย

เขาจำได้แค่ว่าตัวเองเก็บเกี่ยวพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่อง พลังวิญญาณที่สะสมไว้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเสียงของท่านผู้อาวุโสฮั่วก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็รู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะหลับตาพักสักงีบ

พอตื่นมา ก็...

ฉือ

ลำคอรู้สึกเย็นวาบ

ห๊ะ?

ทัศนวิสัยพลิกคว่ำกะทันหัน โลกหมุนติ้ว ราวกับกลายเป็นภาพวาดที่สาดกระเซ็นด้วยเลือด

หูอื้ออึง ราวกับมีผึ้งนับไม่ถ้วนกำลังกระพือปีกอยู่ข้างหู

ในโลกที่ค่อยๆ พร่ามัว เขาเห็นร่างไร้หัวที่คุ้นเคย

อ้อ

ที่แท้ฉันก็ตายแล้วนี่เอง

หือ?!

แล้วทำไมจู่ๆ ตูถึงตายฟะ?!

ตึก ตึก

ร่างเงาที่ดูเหมือนภูตผีปีศาจ ทั่วทั้งร่างถูกย้อมด้วยเลือด ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบเลือดที่แห้งกรัง

ร่างที่ดูดุร้ายน่ากลัวนี้ ดูเหมือนจะเป็น... เพื่อนนักเรียนจาง?

"ฮ่อก ฮ่อก..."

เซียวฝานอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เพราะเหลือแค่หัว เลยทำได้แค่ส่งเสียง 'ฮ่อก ฮ่อก'

เห็นเพียงกระบี่ฟันลงมา แสงสว่างสุดท้ายดับวูบ เหลือเพียงความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด กลืนกินสีสันและเสียงทั้งหมดไป

สุดท้ายเหลือเพียงความคิดที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าคับแค้น

'ต้องโหดขนาดนี้เลยเหรอ ฉันไปทำอะไรให้เธอ หัวก็โดนเธอตัดลงมาแล้ว ยังจะมาซ้ำให้ตายสนิทอีกเรอะ?!'

ส่วนจางอวิ๋นลู่ หลังจากสับหัวของเซียวฝานจนเละเป็นโคลน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ทรุดลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งกับพื้น

เดิมทีก็เป็นลูกธนูที่หมดแรงส่ง ฟันกระบี่สองครั้งนี้ออกไปก็ถือเป็นขีดจำกัดของเธอแล้ว

จางอวิ๋นลู่รู้สึกเพียงเปลือกตาหนักอึ้งแทบจะลืมไม่ขึ้น ทัศนวิสัยเริ่มพร่ามัว ทิวทัศน์ตรงหน้าราวกับถูกกั้นด้วยม่านน้ำ

กระดูกราวกับจะหลุดเป็นชิ้นๆ กล้ามเนื้อปวดร้าวราวกับจะระเบิด ทุกครั้งที่หายใจเข้าก็เจ็บแปลบที่ปอด

'เข้าถึงสัจธรรม' ไม่ได้ช่วยรีเฟรชสถานะเหมือนการอัปเลเวลในเกม

ถ้าเจ้าเซียวฝานพิลึกคนนั้นยังฟื้นคืนชีพมาได้อีก เธอก็หมดปัญญาแล้วจริงๆ

โชคดี ที่ฉากสยองขวัญนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอีก

ร่างกายไร้หัวของเซียวฝานล้มลง หัวที่ถูกเธอสับจนเละก็เริ่มกลายเป็นจุดแสงจางหายไป

ชนะแล้ว!

ทันใดนั้น พลังอันมหาศาลก็พลุ่งพล่านขึ้นมาจากภายในร่างกาย บาดแผลน้อยใหญ่ทั่วร่างเริ่มสมานตัว ทะเลปราณที่แห้งเหือดก็กลับมาเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็ว

เสื้อผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดบนร่างกายก็กลับมาสะอาดสะอ้าน แม้แต่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจก็หายไปพร้อมกัน

'ผู้ชนะจะฟื้นฟูสภาพกลับมาสมบูรณ์สูงสุด'

จางอวิ๋นลู่นึกถึงกฎกติกาได้

ตอนที่สู้กับอาจารย์หยู ใช้พลังไปไม่มาก เลยรู้สึกไม่ค่อยชัดเจน

แต่ครั้งนี้รู้สึกได้อย่างชัดเจนจริงๆ

ภาพตรงหน้าเริ่มจางหาย จางอวิ๋นลู่ถือกระบี่ ไม่ได้ประมาทแม้แต่น้อย เธอจำได้ว่าข้างนอกยังมีปีศาจหญ้าสื่อธรรมอยู่อีกมาก

'แต่ตัวฉันในตอนนี้ น่าจะจัดการพวกมันได้ทั้งหมด'

ไม่นาน ทิวทัศน์รอบด้านก็กลับมา เธอปรากฏตัวในแดนลึกลับอีกครั้ง

ทว่าภาพที่ปรากฏสู่สายตา ไม่ใช่ปีศาจหญ้าสื่อธรรมนับไม่ถ้วน แต่เป็น... หญ้าสื่อธรรมเกลื่อนพื้น?

หืม?

ทำไมกลายเป็นหญ้าสื่อธรรมไปหมดแล้วล่ะ

...

...

ภายในวิลล่า ฉือจิ่วอวี๋ก็กลับสู่สภาพปกติจากการหยุดนิ่ง

เห็นเซียวฝานถูกจางอวิ๋นลู่จัดการอย่างเด็ดขาด เธอก็รู้สึกงงงวย

ไม่ใช่สิ อุตส่าห์งอกหัวกลับมา ฉันก็นึกว่าจะปล่อยท่าไม้ตาย ที่แท้ก็เพื่อให้โดนฟันอีกรอบเนี่ยนะ?

ทำไปเพื่ออะไรอะ

หรือว่ารังเกียจที่เมื่อกี้ตายไม่สะใจ เลยอยากตายอีกรอบ?

"ท่านผู้อาวุโส..." เธออยากจะขอคำชี้แนะจากฮั่วอีกสักหน่อย

แต่พอมองกลับไป กลับเห็นสวีสิงนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนฮั่วหายไปแล้ว

"ท่านอาจารย์อา? ทำไมเป็นท่าน ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"เพิ่งกลับมา"

"แล้วท่านผู้อาวุโสคนนั้นล่ะ"

"ไปแล้ว"

ไปแล้ว?

สมกับเป็นยอดคนระดับเดียวกับท่านอาจารย์อา ไปมาไร้ร่องรอยจริงๆ

"ว่าแต่ท่านอาจารย์อา คนที่สู้กับน้องจางเมื่อกี้มันสถานการณ์ยังไงกันแน่" เรื่องแบบนี้ถามท่านอาจารย์อาก็เหมือนกัน

"ก็อย่างที่เจ้าพูดนั่นแหละ หมอนั่นเป็นพวกโกงเกม ข้าก็เลย 'แบนไอดี' มันซะ"

สวีสิงพูดแบบนี้ก็ไม่ผิด การที่กู่ยึดร่างเซียวฝาน นับว่าเป็นการโกงจริงๆ

ฉือจิ่วอวี๋พยักหน้า

แบบนี้ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย แค่กลั่นลมปราณก็งอกแขนขาใหม่ได้ ถ้าสร้างรากฐานแกไม่ต้องหยดเลือดคืนชีพเลยเรอะ

ทำไมไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลยล่ะพ่อคุณ!

"งั้นต่อไป น้องจางก็ไร้เทียมทานแล้วสิ?"

เซียนกระบี่กลั่นลมปราณที่ 'เข้าถึงสัจธรรม' เจอพวกกลั่นลมปราณคนอื่นก็ตบกลิ้งได้สบายๆ!

"ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็คงเป็นอย่างนั้น"

สวีสิงก็ไม่ได้ปฏิเสธ ผลลัพธ์ของการทดสอบรอบนี้โดยพื้นฐานก็เป็นแบบนั้นแล้ว

"งั้นนางจะเข้าสำนักกระบี่ของเราไหม" ฉือจิ่วอวี๋ถามอย่างคาดหวัง

"แน่นอน" สวีสิงชะงัก แล้วมองนาง "เจ้าวางแผนอะไรแผลงๆ อยู่อีกแล้วใช่ไหม"

"เปล่าซะหน่อย ไม่มี๊" ฉือจิ่วอวี๋หัวเราะแหะๆ

น้องจางเป็นถึงเซียนกระบี่ที่ 'เข้าถึงสัจธรรม' ในอนาคตต้องเป็นกำลังหลักของสำนักกระบี่แน่ๆ!

ยังไงซะตนเองก็ถือว่าเคยชี้แนะนางมา

รอนางเติบโตขึ้น จะไม่เข้าร่วม 'กลุ่มว่าที่เจ้าสำนัก' ของตนเองเชียวหรือ?

"จริงสิ รอจบการทดสอบพวกเราก็จะกลับสำนัก ศิษย์พี่หญิงบอกให้เจ้าเตรียมตัวให้พร้อม"

"ห๊ะ?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 87 - กระบี่สะบั้นแผนการยุคบรรพกาล

คัดลอกลิงก์แล้ว