เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 - ปลาหมอตายเพราะปาก

บทที่ 38 - ปลาหมอตายเพราะปาก

บทที่ 38 - ปลาหมอตายเพราะปาก


บทที่ 38 - ปลาหมอตายเพราะปาก

ท่านอาจารย์อาทวดเล็กเป็นบุคคลระดับไหน!

ระดับวิญญาณแรกกำเนิดเหมือนกัน เขาคงรับมือนางไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ต่อให้เป็นศิษย์พี่หลินก็คงสภาพไม่ต่างกัน...

แต่ทำไมท่านอาจารย์อาทวดเล็กถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แถมยังมากับจางอวิ๋นลู่คนนั้นอีก?

จะว่าไป สาเหตุที่หลี่เฟิงผิงมาอยู่ที่นี่ ก็เพราะเมื่อตอนบ่ายผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมที่สามช่วยรักษาแผลบนหน้าให้เขาจนหายดี

พอถอดผ้าพันแผลออกอารมณ์ก็ดีขึ้น เลยกะว่าจะมาหาของอร่อยกินฉลองสักหน่อย

ร้านนี้มีอาจารย์ท่านหนึ่งแนะนำมา

"ศิษย์พี่หลี่ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? เมื่อกี้พี่พูดว่าทวดอะไรนะ?"

คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาคือครูสาวใส่แว่นกรอบแดง สวมชุดสูทสีเทาอ่อน ดูอ่อนหวานเรียบร้อย

เธอนั่นแหละที่แนะนำร้านนี้ให้หลี่เฟิงผิง แล้วก็บังเอิญมา 'เจอกัน' ที่นี่พอดี

ชัดเจนว่าครูสาวคนนี้มีใจให้เขา

"ไม่มีอะไรครับ ผมแค่เจอผู้อาวุโสในสำนักท่านหนึ่ง"

ตัวตนของฉือจิ่วอวี๋แม้แต่ในสำนักกระบี่เองก็ยังเป็นความลับ มีแค่คนส่วนน้อยที่รู้

คนส่วนใหญ่รู้แค่ว่าลำดับศักดิ์ของนางสูงส่งมาก เลยพากันเรียกว่า 'ท่านอาจารย์อาทวดเล็ก'

ผู้อาวุโสในสำนัก?

ครูสาวหันไปมองข้างหลัง

'หือ? นั่นจางอวิ๋นลู่ไม่ใช่เหรอ?'

วันนี้จางอวิ๋นลู่เพิ่งคว้าแชมป์งานประลองเวท เป็นครูใครก็จำได้

ผู้อาวุโสที่ศิษย์พี่หลี่พูดถึง คงเป็นคนที่มากับจางอวิ๋นลู่สินะ?

"งั้นเราเข้าไปทักทายหน่อยไหมคะ"

แม้ฉือจิ่วอวี๋จะดูเด็ก แต่ครูสาวก็ไม่กล้าดูแคลน สำหรับผู้ฝึกตนระดับสูง การคงความอ่อนเยาว์เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

"..."

หลี่เฟิงผิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลักๆ คือเขากับท่านอาจารย์อาทวดเล็กไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกัน

ช่างเถอะ

เห็นแล้วไม่เข้าไปคารวะ มันจะดูไม่ดี

"ไปกันเถอะครับ"

เขาลุกขึ้น ครูสาวก็ลุกเดินตามหลังไป

ไม่กี่ก้าวก็มายืนอยู่ข้างหลังฉือจิ่วอวี๋

"หลี่เฟิงผิง คารวะท่านอาจารย์อาทวดเล็กขอรับ"

ฉือจิ่วอวี๋เพิ่งหาโต๊ะว่างนั่งลงกับจางอวิ๋นลู่ได้ พอได้ยินเสียงก็หันมามอง

ไม่รู้จัก ไม่คุ้นหน้า ใครหว่า?

ครูสาวที่อยู่ข้างหลังหลี่เฟิงผิงก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อม "คารวะท่านผู้อาวุโสค่ะ"

ในใจเธอก็กำลังคิดคำนวณ

ท่านอาจารย์อาทวดเล็ก?

ศิษย์พี่หลี่เรียกแบบนี้ แสดงว่าคนตรงหน้าต้องเป็นขาใหญ่ระดับบิ๊กเบิ้มแน่ๆ!

เพราะปักใจเชื่อไปแล้ว ต่อให้รู้สึกหน้าคุ้นๆ เธอก็ไม่ได้นึกเชื่อมโยงไปถึง 'ตำนานรุ่นใหม่' คนนั้นเลย

แน่นอนว่าการแต่งตัวบ้านๆ ของฉือจิ่วอวี๋ก็มีส่วนทำให้เข้าใจผิดด้วย

"เจ้าคือศิษย์สำนัก... เอ่อ ใครนะ?"

ถึงจะจำไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่คนที่เรียกเธอแบบนี้ได้ นอกจากคนในสำนักกระบี่ก็ไม่มีใครอื่นแล้ว

"มีธุระอะไรหรือเปล่า"

"เพียงแค่เห็นท่านอาจารย์อาทวดเล็กอยู่ที่นี่ เลยเข้ามาคารวะขอรับ" หลี่เฟิงผิงคารวะอีกครั้ง "ศิษย์ไม่รบกวนเวลาอาหารของท่านอาจารย์อาทวดเล็กแล้วขอรับ"

พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกจากร้านไปทันที ครูสาวลังเลนิดหน่อยแต่ก็เดินตามหลี่เฟิงผิงออกไป

บุคคลระดับท่านอาจารย์อาทวดเล็กมาปรากฏตัวที่เมืองเสวียนเจี้ยน!

ดูท่าท่านผู้อาวุโสที่เพิ่งออกจากด่านคนนั้นจะไม่ธรรมดาจริงๆ ต้องรีบไปปรึกษาศิษย์พี่หลินด่วน

ฉือจิ่วอวี๋ไม่ได้คิดอะไรมาก ด้วยชื่อเสียงของเธอในสำนักกระบี่ การถูกจำได้เป็นเรื่องปกติสุดๆ

"ขอชุดใหญ่พิเศษสามที่ อีกที่หนึ่งห่อกลับบ้าน!"

จังหวะนั้นเอง ชายหญิงคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน พอเห็นฉือจิ่วอวี๋ ทั้งคู่ก็ชะงัก หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วค่อยๆ ถอยหลังออกจากร้านไปเงียบๆ

โลกกลมพรหมลิขิต สองคนนี้คือคนที่โดนฉือจิ่วอวี๋ 'ทักทายอย่างเป็นมิตร' บนถนนเมื่อตอนบ่ายนั่นเอง

......

อีกด้านหนึ่ง หลังจากหลี่เฟิงผิงออกจากร้านอาหารเพิงหมาแหงน ก็รีบหาข้ออ้างแยกตัวจากครูสาว

เขาก็ดูออกว่าอีกฝ่ายมีใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ

เขามุ่งตรงไปยังหอวินัย ยื่นเรื่องขอเข้าเยี่ยมอีกครั้ง

หลังจากต่อคิวรออยู่นาน ในที่สุดเขาก็ได้เจอหลินฉิวเซียนตอนกลางดึก

"เป็นอะไรไปศิษย์น้อง ทำไมถึงมาหาข้าอีกแล้ว"

หลังกระจก หลินฉิวเซียนยังคงทำท่าทางปลงตกเหมือนมองเห็นสัจธรรม ไม่ยี่หระต่อสิ่งใด

"ศิษย์พี่อยู่ข้างใน... ยังสบายดีไหมครับ"

พอพูดออกไป หลี่เฟิงผิงก็นึกเสียใจ

สบายดีบ้าบออะไร โดนขังคุกจะไปสบายได้ไง

"ก็พอได้ ตอนเข้ามาใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยชิน แต่ตอนนี้รู้สึกโอเคแล้ว" หลินฉิวเซียนตอบหน้านิ่ง "เข้าเรื่องเถอะ ศิษย์น้องถ่อมาดึกดื่นป่านนี้ คงไม่ได้มาเพื่อชวนคุยเล่นหรอกนะ?"

"เมื่อกี้ข้าเจอท่านอาจารย์อาทวดเล็กครับ"

"อ้อ"

หลี่เฟิงผิงแอบชื่นชมในใจ ศิษย์พี่ก็คือศิษย์พี่ มีความสุขุมนุ่มลึกดั่งขุนเขาแม้ยามฟ้าถล่ม

"อะไรนะ?! เจ้าเจอใครนะ!" หลินฉิวเซียนลุกพรวด

ศิษย์หอวินัยที่ยืนคุมอยู่ข้างหลังเดินเข้ามา กดไหล่เขานั่งลงกับเก้าอี้ทันที

"อยู่นิ่งๆ!"

หลินฉิวเซียนรีบยกมือยอมแพ้ แสดงเจตนาว่าจะไม่ขยับมั่วซั่วอีก ถึงได้รับการปล่อยตัว

"ท่านอาจารย์อาทวดเล็ก ท่านอาจารย์อาทวดเล็กมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง! ไม่สิ นางสมควรมาอยู่ที่นี่ต่างหาก!" หลินฉิวเซียนพึมพำกับตัวเองไม่หยุด อารมณ์พุ่งพล่าน

จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขวับ

"ศิษย์น้องหลี่ เจ้าไปสะกดรอยตามท่านอาจารย์อาทวดเล็กเดี๋ยวนี้ ดูซิว่านางติดต่อกับใครบ้าง!"

หลี่เฟิงผิง: "..."

ศิษย์พี่หลิน พี่ประเมินผมสูงเกินไปแล้ว

งั้นเรามาสลับที่กันไหม ผมเข้าไปอยู่ข้างใน พี่ออกไปสะกดรอยดู?

ศิษย์หอวินัยสองคนข้างหลังได้ยินคำพูดนั้นก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบตะโกนเตือน

"หลินฉิวเซียน! ระวังคำพูดหน่อย!"

พอโดนตวาด หลินฉิวเซียนถึงได้สติกลับมาบ้าง

"ฟู่ว~"

"ขอโทษทีศิษย์น้องหลี่ ข้าตื่นเต้นเกินไปหน่อย เหมือนจะสั่งให้ทำเรื่องยากเกินตัวไปสินะ"

แค่ยากเกินตัวเหรอ? มันเรียกว่าหาที่ตายชัดๆ!

"ศิษย์พี่หลิน จริงๆ พี่ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้ ท่านอาจารย์อาทวดเล็กอาจจะแค่มาเที่ยวเล่นแถวนี้พอดีก็ได้นะครับ" หลี่เฟิงผิงปลอบใจ

"ถ้าเป็นเวลาอื่นอาจจะเป็นไปได้ แต่เวลานี้มีแค่ความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น!" น้ำเสียงหลินฉิวเซียนหนักแน่น "ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้!"

แล้วตกลงมันเป็นไปได้ยังไง พี่ก็พูดออกมาเซ่!

ไม่ใช่แค่หลี่เฟิงผิงที่พูดไม่ออก ศิษย์หอวินัยข้างหลังสองคนก็เริ่มเอือมระอา

พล่ามไร้สาระอยู่ได้!

"เจ้าเล่ารายละเอียดมาอีกทีซิ ว่าเจ้าไปเจอท่านอาจารย์อาทวดเล็กได้ยังไง"

"วันนี้ข้า..."

หลี่เฟิงผิงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ฟังอีกรอบ แต่ระหว่างเล่าก็ข้ามรายละเอียดไม่สำคัญไปบ้าง อย่างเช่นเรื่องครูสาวคนนั้น

อะแฮ่ม!

หลินฉิวเซียนฟังคำบอกเล่าของหลี่เฟิงผิง ดวงตาก็ยิ่งส่องประกายวาวโรจน์

การสอบประลองเวท วิชากระบี่ระดับสมบูรณ์แบบ แล้วก็มาปรากฏตัวพร้อมกับท่านอาจารย์อาทวดเล็ก ไม่ผิดแน่!

"ข้าเข้าใจแล้ว!"

ฉิบหายแล้ว!

ศิษย์พี่หลินของขึ้นอีกแล้ว!

หลี่เฟิงผิงสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ที่นี่มันหอวินัยนะเว้ย!

ศิษย์พี่อย่าได้พูดอะไรบ้าๆ ออกมาเชียวนะ

"ศิษย์พี่ ใจเย็นก่อน"

"กุญแจสำคัญก็คือ... อื้อ! อื้อ!"

ผู้คุมกฎหอวินัยชุดดำสองคนเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ประกบซ้ายขวาแล้วอุดปากหลินฉิวเซียนลากตัวออกไปทันที

หลี่เฟิงผิงตกใจ กำลังจะลุกขึ้น มือข้างหนึ่งก็กดลงที่ไหล่เขา พลังที่ไม่อาจต้านทานกดเขากลับลงไปนั่งที่เดิม

"เห็นว่าเป็นคนตระกูลหลินเลยไว้หน้าให้หน่อย ไม่นึกว่าจะพูดจาเลอะเทอะกันใหญ่โต" เสียงเย็นยะเยือกดังมาจากข้างหลัง

ร่างหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังหลี่เฟิงผิง สวมเครื่องแบบสีดำของหอวินัย แต่ที่หน้าอกมีตราสัญลักษณ์กระบี่เล็กๆ สีทอง

หัวหน้าสาขาหอวินัยเมืองเสวียนเจี้ยน ระดับแปลงเทพขั้นสูงสุด ผู้ที่ก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่า

"ถึงขนาดกล้ามีความคิดล่วงเกินท่านอาจารย์อาทวดเล็ก"

หลี่เฟิงผิงรู้สึกชาไปครึ่งซีก ในใจร่ำร้องโอดครวญ

เขาแค่มาส่งข่าวเองนะ

อย่าว่าแต่ท่านอาจารย์อาทวดเล็กเลย แม้แต่จางอวิ๋นลู่เขายังไม่กล้าคิดอะไรด้วยซ้ำ แผลเก่าเพิ่งจะหายเองนะเฮ้ย

"ก่อนคำสั่งจากสำนักจะลงมา เจ้าก็พักอยู่ที่นี่สักระยะเถอะ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 38 - ปลาหมอตายเพราะปาก

คัดลอกลิงก์แล้ว