เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - เนื้อหาในแชตที่ถูกลบ

บทที่ 37 - เนื้อหาในแชตที่ถูกลบ

บทที่ 37 - เนื้อหาในแชตที่ถูกลบ


บทที่ 37 - เนื้อหาในแชตที่ถูกลบ

ยังจะบอกว่าความสัมพันธ์ดีอีกนะ พวกนั้นจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้สำนักกระบี่ของพวกเราอยู่ชัดๆ ฉือจิ่วอวี๋บ่นอุบอิบในใจ

ในบรรดาสำนักเซียน สำนักกระบี่คืออันดับหนึ่ง

นี่คือความจริงที่ทั่วทั้งพิภพไท่เสวียนยอมรับ

ไม่ว่าจะเป็นพลังการต่อสู้ในระดับเดียวกัน หรือจำนวนผู้ฝึกตนระดับสูง สำนักกระบี่ก็นำหน้าสำนักอื่นไปไกลลิบ

รองลงมาคือนิกายประสานรัก ตั้งแต่ล้างภาพจำและหันมาเป็นฝ่ายธรรมะ ขนาดของนิกายก็ขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเคยบอบช้ำหนักแต่ก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ตอนนี้กลายเป็นสำนักเซียนอันดับสองรองจากสำนักกระบี่ ต้องบอกว่าพลังของพวกหื่นกามนี่จินตนาการไม่ถึงจริงๆ

แต่เพราะโดนเหยียดจากสายอาชีพอื่น เวลาคนทั่วไปจัดอันดับความแข็งแกร่งของสำนักเซียน ก็มักจะตัดนิกายนี้ออกไปเสมอ

ถัดมาก็คือสำนักเต๋าไท่ซั่ง อดีตเบอร์สองตลอดกาล ดินแดนในฝันของผู้ฝึกสายเวท หอคัมภีร์ของสำนักรวบรวมวิชาคาถาอาคมแทบทุกอย่างในพิภพไท่เสวียนเอาไว้

มีอัจฉริยะมากมายนับไม่ถ้วน แม้แต่เครือข่ายวิญญาณที่ครอบคลุมทั่วทวีปกลางในตอนนี้ ก็เป็นผลงานการพัฒนาของสำนักเต๋าไท่ซั่ง

ยุคสมัยนี้เหมาะแก่การเติบโตของสำนักเต๋าไท่ซั่งจริงๆ ไม่แปลกที่ผู้ฝึกตนบางคนในสำนักนั้นจะเริ่มมีความคิดอยากชิงดีชิงเด่น

แต่ความจริงแล้ว... เรื่องพวกนั้นไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น

"เอาล่ะ พาเธอไปพักผ่อนสักหน่อย แล้วเจ้าก็ไปทำธุระของเจ้าเถอะ"

จู่ๆ สวีสิงก็พูดขึ้นมา ฉือจิ่วอวี๋เกือบคิดว่าเรื่องที่เธอแอบกู้ประวัติแชตความแตกซะแล้ว

เธอสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง เห็นอาจารย์อาพูดจบก็มองออกไปไกลๆ เหมือนกำลังเหม่อลอย

หือ?

ฉือจิ่วอวี๋มองตามสายตาสวีสิงไป แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย

เกาหัวแกรกๆ

เธอแบกร่างจางอวิ๋นลู่ขึ้นบ่า มืออีกข้างหยิบ "เคล็ดวิชาอ่านปราณม่วง" บนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปข้างใน

ขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกว่าพลังเวทและสมรรถภาพร่างกายที่ถูกกดไว้ก่อนหน้านี้กำลังฟื้นคืนกลับมาอย่างรวดเร็ว

เดินเร็วๆ เข้าไปในห้องรับแขก วางจางอวิ๋นลู่ลงบนโซฟา แล้วโยนหนังสือวิชาอ่านปราณไว้ที่โต๊ะชาข้างๆ

ทำทุกอย่างเสร็จสรรพ ฉือจิ่วอวี๋ก็รีบวิ่งขึ้นชั้นสอง พุ่งเข้าห้องนอนตัวเอง

ปัง!

ปิดประตูแล้วลงกลอนทันที

จากนั้นก็กระโจนใส่เตียง หยิบมือถือออกมา กดเข้าไปที่แชตรูปเป็ดเหลืองถือกระบี่

นั่นไง ประวัติการสนทนาที่ถูกลบกู้คืนมาได้แล้วจริงๆ แถมยังค้างอยู่ที่ประโยคสุดท้ายที่อาจารย์ตอบกลับมา

เลื่อนลงดู

"/มีดปังตอเลือดอาบ"

"/เป็ดเหลืองหัวร้อน"

สติกเกอร์อาจารย์นี่หลากหลายอารมณ์จริงๆ ถัดลงมาก็เป็นข้อความที่อาจารย์อาส่ง

"ข้าเอง ศิษย์พี่"

"ศิษย์น้อง!"

อ่านผ่านจอยังรู้สึกได้ถึงความดีใจกระดี๊กระด๊าของอาจารย์

"เดี๋ยวนะ! จิ่วอวี๋ เจ้าปลอมตัวเป็นอาจารย์อาของเจ้าใช่ไหม"

ใช่สิ!

ฉือจิ่วอวี๋นึกเสียใจแทบตาย ทำไมเมื่อกี้ถึงคิดมุกนี้ไม่ออกนะ!

"ข้าเองจริงๆ ตอนนี้ลูกศิษย์ของเจ้าก็อยู่ข้างๆ ข้านี่แหละ นางฝากบอกว่าเมื่อกี้แค่ล้อเล่น อย่าเก็บไปใส่ใจเลย"

รูปถ่ายหนึ่งใบ ในรูปเป็นภาพเธอกำลังมองไปทางเวทีประลอง

ถ่ายตอนไหนเนี่ย ไม่รู้ตัวเลยสักนิด...

"ศิษย์น้องจริงๆ ด้วย! เจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่ /เป็ดเหลืองกุมใจ"

ฉือจิ่วอวี๋: "..."

นี่ใช่อาจารย์ของฉันจริงเหรอ?

แล้วประโยคที่อาจารย์อาช่วยแก้ตัวให้ข้า อาจารย์เมินมันไปดื้อๆ เลยเหรอ?!

"ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่คงอีกไม่นานหรอก"

"งั้นให้จิ่วอวี๋ติดตามเจ้าไปแล้วกัน ปกตินางอาจจะดูไม่ค่อยเอาถ่าน แต่เวลาคับขันนางหัวไวใช้ได้เลย"

"อืม รบกวนศิษย์พี่ช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หยวนให้หน่อย ข้าสนใจคนคนนี้มาก"

"อื้ม! แต่ข้อมูลในสำนักเราไม่ค่อยละเอียด เดี๋ยวหลังจากนี้ข้าจะไปที่หอสดับทิพย์ดู"

"หอสดับทิพย์?"

"ตอนที่ 'หยวน' ปรากฏตัวต่อหน้าชาวโลกครั้งแรก มีเด็กรุ่นหลังของหอสดับทิพย์คนหนึ่งติดตามเขาอยู่ ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันมาก"

"งั้นพอกลับไปข้าจะไปเยือนด้วยตัวเอง"

"ได้เลย"

ทั้งสองคนถามตอบกันไปมา นอกจากช่วงแรกๆ แล้ว เนื้อหาที่อาจารย์คุยกับอาจารย์อาก็ดูปกติดีนี่นา

ประโยคถัดมาอาจารย์เป็นฝ่ายส่งมา

"ปิดด่านคราวนี้ได้อะไรบ้างไหม"

"คืบหน้าไปเยอะเลย พวกท่านก็น่าจะรู้สึกได้"

พวกท่าน?

คำว่า 'พวก' นี่หมายถึงใครบ้าง?

จากนั้นก็เป็นข้อความเสียงจากอาจารย์

"ใช่ ตั้งแต่เจ้าออกจากด่าน พวกเราก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของพิภพไท่เสวียน 'ฮั่ว' นั่งไม่ติดแล้ว ตอนนี้นางมุ่งหน้าไปหาเจ้าแล้วล่ะ"

น้ำเสียงเย็นชาและว่างเปล่า ยากจะจินตนาการว่าเป็นเจ้าของเสียงเดียวกับคนที่ชอบส่งสติกเกอร์เป็ดเหลืองน่ารักๆ

ฉือจิ่วอวี๋ชินแล้วเลยไม่รู้สึกแปลกอะไร แต่ที่เธอสนใจคืออีกเรื่องต่างหาก

ฮั่ว?

ฮั่วไหน? หายนะ? หรือแซ่ฮั่ว?

นี่ใครอีกเนี่ย?

แล้วก็มาถึงประโยคสุดท้าย ที่อาจารย์สั่งให้อาจารย์อาลบแชตทิ้ง

......

พลบค่ำ จางอวิ๋นลู่ตื่นขึ้นมา พูดคุยกับสวีสิงนิดหน่อยก็เตรียมตัวกลับบ้าน

ฉือจิ่วอวี๋กะว่าจะออกไปหาอะไรกินพอดี ก็เลยอาสาไปส่ง

"สร้างรากฐานแล้ว ไม่ต้องกินอาหารก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ" จางอวิ๋นลู่สงสัย

"คนบ้าเท่านั้นแหละที่ไม่กินข้าว เกิดมาทั้งทีข้าวปลาไม่กิน ยังจะเรียกว่าคนได้อีกเหรอ?"

"ขากลับซื้อมาฝากข้าด้วยนะ" เสียงสวีสิงดังมาจากข้างหลัง

"เห็นไหมล่ะ! ผู้ฝึกตนที่เก่งกาจระดับอาจารย์อาก็ยังต้องกินข้าวเลย"

พูดจบ ฉือจิ่วอวี๋ก็ลากจางอวิ๋นลู่เดินออกไป

"เจ้าเป็นคนพื้นที่ ของกินขึ้นชื่อเมืองเสวียนเจี้ยนน่านะรู้นะ?"

"...หนูรู้จักร้่านซุปวุ้นเส้นเลือดเป็ดอยู่ร้านหนึ่ง อร่อยมากค่ะ"

เมื่อก่อนตอนยังไม่เจอตัวจริง เธอเคยคิดว่าฉือจิ่วอวี๋เป็นผู้ฝึกตนสายเคร่งขรึม ไม่ยิ้มแย้มพูดน้อย

แต่พอมาเจอตัวจริง... เหมือนจะไม่ใช่อย่างที่คิดแฮะ?

"งั้นไปกัน ข้าเป็นคนขี่ เจ้าบอกทาง"

"ได้ค่ะ"

จางอวิ๋นลู่รู้สึกคาดหวังนิดหน่อย

ระดับตำนานอย่างฉือจิ่วอวี๋ รถที่จะขับต้องเป็นแบบไหนกันนะ?

......

สิบกว่านาทีต่อมา จางอวิ๋นลู่นั่งเหม่อลอยอยู่บนกระบะหลังรถสามล้อถีบ

พูดตรงๆ ตอนฉือจิ่วอวี๋งัดรถสามล้อออกมา เธอช็อกตาตั้งเลยทีเดียว

แต่เขาเอาออกมาแล้ว จะไม่นั่งก็เสียมารยาท

ตลอดทางเธอพยายามกล่อมตัวเองในใจ

รถที่นั่งอยู่นี่คนถีบคือตำนานรุ่นใหม่เชียวนะ หลายคนอยากนั่งยังไม่มีบุญได้นั่งเลย

"ข้างหน้านั่นใช่ไหม!"

เบรกเอี๊ยดดริฟต์เข้าจอดอย่างเท่ รถสามล้อจอดสนิทหน้าร้านอาหารเพิงหมาแหงนที่มีคนนั่งแน่นขนัด ใครจะไปรู้ว่านางใช้รถสามล้อทำท่าแบบนี้ได้ยังไง

คนเยอะมาก จนต้องตั้งโต๊ะเก้าอี้เรียงรายออกมาถึงหน้าร้าน

เพราะการปรากฏตัวอันเอิกเกริกของฉือจิ่วอวี๋ สายตาทุกคู่เลยจับจ้องมาที่พวกเธอ

จางอวิ๋นลู่: "o((⊙﹏⊙))o"

ความเลื่อมใสและจินตนาการอันสวยหรูที่เหลืออยู่น้อยนิด แตกสลายไม่มีชิ้นดี

"โห คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย!"

ฉือจิ่วอวี๋มองซ้ายมองขวาหาที่ว่าง จางอวิ๋นลู่เดินลงจากรถอย่างคนไร้วิญญาณ

"เอาน่า ทำหน้าตึงไปได้ เจ้าเป็นคนที่สามเลยนะที่ได้นั่งรถข้า นอกจากอาจารย์กับอาจารย์อาแล้ว"

"..."

หนูควรดีใจใช่ไหมเนี่ย?

แต่สิ่งที่ฉือจิ่วอวี๋ไม่ได้บอกก็คือ เพราะเรื่องนั้นนางเลยโดนอาจารย์จับแขวนตีไปชุดใหญ่

ที่มุมหนึ่งของร้าน หลี่เฟิงผิงมองสองคนที่เพิ่งมาใหม่อย่างตกตะลึง จนช้อนในมือร่วงกราว

"ทะ... ท่านอาจารย์อาทวดเล็ก?!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 37 - เนื้อหาในแชตที่ถูกลบ

คัดลอกลิงก์แล้ว