เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - การสอบประลองเวท

บทที่ 24 - การสอบประลองเวท

บทที่ 24 - การสอบประลองเวท


บทที่ 24 - การสอบประลองเวท

"เอาเป็นว่าตอนนี้เธอไม่ต้องไปสนใจแก่นแท้ของมันหรอก แค่ฝึกไปตามขั้นตอนก็พอ"

เข้าใจแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ระดับขาใหญ่เขาคุยกัน

"ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว"

"วันนี้เธอไปโรงเรียนแจ้งระดับพลังแล้วใช่ไหม?"

"ไปแล้วค่ะ"

จางอวิ๋นลู่เล่าเรื่องที่ได้ยินมาจากหยูหมิงให้สวีสิงฟัง

โรงเรียนสอนเรื่องการสร้างรากฐานโดยไม่ได้พูดถึงรากฐานวิถีแห่งการรังสรรค์ เป็นไปตามที่สวีสิงคาดไว้ แต่ไอ้ 'หัวเชื้อของวิเศษสร้างรากฐานชนิดใช้ครั้งเดียว' นี่น่าสนใจแฮะ

ในฐานะสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างรากฐานวิถีฟ้าประทาน ของวิเศษจากฟ้าดินนั้นหายากมาก โลกยุคนี้มียอดคนเยอะจริงๆ ถึงขนาดผลิตของแบบนี้ออกมาขายได้แล้ว

แม้คุณภาพจะด้อยกว่าของจริงไปบ้าง แต่ก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว

"ส่วน 《เคล็ดวิชาพื้นฐานการรับไอปราณ》 เดี๋ยวฉันจะไปหามาอ่านดู"

วิชาที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หยวนสร้างขึ้น สวีสิงย่อมสนใจ แต่เขาไม่ได้ขอจากจางอวิ๋นลู่ตรงๆ ในเมื่อโรงเรียนไม่ได้เปิดเผยทั่วไป แสดงว่านักเรียนที่ได้รับคงมีข้อห้ามไม่ให้เผยแพร่ต่อ

สำหรับเขาอาจจะเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับจางอวิ๋นลู่นั้นต่างกัน

ยกนิ้วชี้ขึ้น แสงวิญญาณพุ่งเข้าใส่ระหว่างคิ้วของจางอวิ๋นลู่ เหมือนตอนให้ 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》

"พลังวิญญาณของเธอถือว่าปานกลาง ฉันถ่ายทอด 《เคล็ดวิชาเก้าไอปราณ》 ให้ แต่จะใช้วิชาไหน เธอลองฝึกแล้วตัดสินใจเอาเอง"

เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ครั้งนี้เธอจึงมึนงงอยู่แค่แป๊บเดียว พอลืมตาขึ้นมาอ่านเนื้อหาจบ จางอวิ๋นลู่ก็ลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างจริงใจ

"ขอบคุณท่านผู้อาวุโสค่ะ"

เธอรู้ดีว่าทั้งสองคนเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญเจอกัน

แม้สวีสิงจะมีระดับพลังสูงส่ง เป็นขาใหญ่ที่เก่งกาจ แต่ใครกำหนดล่ะว่าขาใหญ่ต้องช่วยเด็กใหม่?

ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรได้รับ ก็คงจะเนรคุณเกินไปแล้ว

ท่านผู้อาวุโสเมตตา เธอตอบแทนไม่ได้ในตอนนี้ แต่คำขอบคุณยังไงก็ต้องพูด

"ไม่ต้องเกรงใจ"

สองพี่น้องคู่นี้เหมือนกันเปี๊ยบ เมื่อคืนตอนจางซิวกลับไป ก็ขอบคุณเขาอย่างจริงจังแบบนี้แหละ

ในชีวิตอันยาวนาน เขาเคยช่วยคนมาเยอะ

คนส่วนใหญ่แรกๆ ก็สำนึกบุญคุณ แต่พอนานเข้าก็เริ่มชินชา จนถึงขั้นคิดว่าเป็นหน้าที่ สุดท้ายเรียกร้องมากขึ้น พอเขาไม่ให้ ก็กลายเป็นความแค้น

แต่ก็มีบางคน ที่รักษาเจตจำนงเดิมไว้ได้ รู้จักพอ รู้จักแยกแยะ

ดังนั้นจนถึงทุกวันนี้ เขาก็ยังชอบมอบโอกาสให้คนรุ่นหลังอยู่

ส่วนสองพี่น้องตระกูลจางจะเป็นแบบไหน?

สวีสิงจะไม่ตามไปดู แต่เขาหวังว่าจะเป็นแบบหลัง

ก่อนกลับ จางอวิ๋นลู่ถามคำถามสุดท้าย

"หลังจากการทดสอบเมื่อคืน หนูรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติไปหน่อย นอกจากจะรู้สึกอุ่นใจเวลากำกระบี่แล้ว เวลามองคนอื่นยังเผลอมองหาจุดตายโดยไม่รู้ตัวอีก"

และคำตอบของสวีสิงคือ

"ปรับตัวสักพักเดี๋ยวก็ดีเอง"

อาการของจางอวิ๋นลู่เป็นสิ่งที่เซียนกระบี่ทุกคนต้องเจอ

เซียนกระบี่ถนัดการฆ่าฟัน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเซียนกระบี่สายไหน ก็ต้องผ่านการฆ่าและเลือดเพื่อลับคมกระบี่ให้กล้าแข็ง!

จางอวิ๋นลู่ในสภาพนี้ไปเข้าร่วมการสอบประลองเวทวันพรุ่งนี้ ผลจะออกมาเป็นการต่อสู้ที่สูสีดุเดือด หรือจะเป็นการไล่ฆ่าฝ่ายเดียวตั้งแต่ต้นจนจบกันนะ?

............

บ่ายวันนั้น พอกลับถึงบ้าน จางอวิ๋นลู่หยิบหนังสือเล่มโปรดสมัยก่อนออกมาอ่าน กะว่าจะผ่อนคลายสมองสักหน่อย

แต่อ่านไปได้ไม่กี่หน้า ใจก็ยังไม่สงบ ในหัวมีแต่กระบวนท่าของ 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 วนเวียนอยู่

ไม่กี่นาทีต่อมา เธอปิดหนังสือ ถือกระบี่วิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้า

บังเอิญว่ามีคู่รักคู่หนึ่งอยู่บนดาดฟ้าพอดี ทั้งสองคนเห็นจางอวิ๋นลู่ก็ตะลึง

จางอวิ๋นลู่ก็ชะงัก

ประเด็นคือสองคนนี้เธอเคยเห็นหน้า เป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน

ถึงจะอยู่คนละห้อง แต่ห้องเรียนติดกัน ก็เลยเจอกันบ่อยๆ

สถานการณ์น่าอึดอัดสุดๆ

"...ขอโทษค่ะที่รบกวน"

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น จางอวิ๋นลู่ก็รีบหันหลังวิ่งลงบันไดไป ปล่อยให้สองคนนั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"นั่น... จางอวิ๋นลู่ใช่ไหม?" ผู้ชายเคยเป็นอาสาสมัครในงานโรงเรียนที่ผ่านมา เลยจำเธอได้ "ถือกระบี่มาด้วย อย่าบอกนะว่าจะมาฝึกกระบี่?"

"สร้างภาพสิไม่ว่า" ผู้หญิงทำหน้าไม่พอใจ "ปกติไม่เห็นจะขยัน พอใกล้สอบประลองเวทเพิ่งจะมาทำฟิต"

"ไม่น่าใช่มั้ง ตอนมาเขาก็ไม่รู้ว่ามีคนอยู่"

"ทำไมจะไม่ใช่!" ผู้หญิงเสียงดังขึ้น "ฉันได้ยินมาว่าเพื่อนในห้องหมั่นไส้ยัยนั่นกันเยอะ การสอบพรุ่งนี้กะจะสั่งสอนให้เข็ดด้วยซ้ำ!"

มีเรื่องแบบนี้ด้วย?

ผู้ชายสนใจ แต่เห็นแฟนสาวดูจะอารมณ์เสีย เลยไม่กล้าถามต่อ รีบง้อก่อน

รอให้อารมณ์ดีขึ้นหน่อย ค่อยหลอกถามทีหลัง

หลังจากฟังเรื่องราวที่ใส่สีตีไข่มาเรียบร้อย ผู้ชายก็สรุปได้ว่า มีเรื่องแบบนี้จริงๆ แถมอาจารย์ยังรู้เห็นเป็นใจด้วย

ถึงขนาดไปขัดแข้งขัดขาอาจารย์ ดูท่าการสอบประลองเวทพรุ่งนี้คงมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้ว

สุดท้ายผู้หญิงก็จับสังเกตได้ บ่นกระปอดกระแปด "ทำไมเธอถึงถามเรื่องยัยนั่นบ่อยจัง หรือว่า..."

ผู้ชายรีบพูดขัดก่อนที่เธอจะวีนแตก

"เปล่าๆ แค่อยากรู้ว่าพรุ่งนี้เธอจะชนะไหมแค่นั้นเอง"

"แค่นั้นน่ะนะ? เหอะ!" ผู้หญิงเบ้ปาก "รุ่นพี่ฟางหลินห้องเดียวกับหล่อน เคยไปสนามรบดารามาแล้วนะ หล่อนจะเอาอะไรไปสู้?"

"ใช่ๆ จะไปเทียบกับฟางหลินได้ยังไง..." ผู้ชายเออออห่อหมกไป แต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง

อืม... นิสัยเสียชะมัด หรือควรจะเปลี่ยนแฟนใหม่ดีนะ

............

เช้าวันรุ่งขึ้น โรงเรียนคึกคักเป็นพิเศษ

แสงเหาะที่มีกลิ่นอายพลังแข็งแกร่งหลายสายพุ่งเข้ามาในโรงเรียน คนพวกนี้มาเพื่อชมการสอบประลองเวท

โรงเรียนมัธยมเสวียนเจี้ยนที่สามเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดในเมือง ผู้อำนวยการก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่เก่งที่สุดในเมือง ใกล้เคียงระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่ามากที่สุด

ดังนั้นคนมาเชียร์เลยเยอะ เป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีหน้ามีตาในเมืองทั้งนั้น

หนึ่งในนั้นมีหลี่เฟิงผิง ในฐานะศิษย์ฝ่ายในของสำนักกระบี่ เขาได้รับเชิญจากผู้อำนวยการให้มาเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินการสอบวันนี้

แต่เพราะแผลบนหน้ายังไม่หายดี ก็เลยยังพันผ้าพันแผลมา คนอื่นก็นึกว่าเขาฝึกวิชาพิเศษอะไรอยู่ เลยไม่ได้ถามเซ้าซี้

เวทีประลองขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือสนามกีฬาลู่วิ่ง อัฒจันทร์เต็มไปด้วยนักเรียนชั้นปีต่ำกว่าและผู้ปกครองของนักเรียนม.6

จางอวิ๋นลู่นั่งอยู่ในห้องเรียน มองออกไปนอกหน้าต่าง จากมุมของเธอเห็นเวทีประลองได้ชัดเจน

รอบเวทีมีธงทิวปลิวไสว บนพื้นอิฐสีเขียวอมเทามีรอยคล้ำๆ ดูเหมือนคราบเลือดที่แห้งกรัง

เดี๋ยวตัวเองจะต้องขึ้นไปฆ่าฟันบนเวทีนั้นเหรอ?

ภาพการต่อสู้กับเงาร่างเซียนกระบี่เมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว หลังจากตายไปอีกหลายสิบรอบ ตอนนี้เธอสามารถเอาชนะเซียนกระบี่ระดับกลั่นลมปราณชั้นเก้าที่ฝึก 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 ขั้นสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดายแล้ว

ในโรงเรียนจะมีคนที่เก่งกว่านั้นไหมนะ?

มือที่กำฝักกระบี่บีบแน่นขึ้น ในใจเริ่มรู้สึกคาดหวัง

ท่าทางของเธอตกอยู่ในสายตาของฟางฉือที่ยืนอยู่หน้าห้อง

เหอะ!

ตอนนี้เพิ่งจะมารู้จักกลัวหรือไง

แค่นหัวเราะในใจ ฟางฉือหันไปมองอีกทาง เด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ แววตาฉายประกายแสงวิญญาณ อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสร้างรากฐานแล้ว!

เขาคือฟางหลิน!

คนที่ระดับพลังสูงที่สุดในห้อง และเป็นคนเดียวที่เคยไปสนามรบดารามาแล้ว!

สำหรับจางอวิ๋นลู่ ฟางหลินไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

ถึงจะรู้ว่าเธออยู่ระดับกลั่นลมปราณชั้นเก้าแล้ว แต่เขาก็ไม่ยี่หระ

ผู้บำเพ็ญเพียรที่เติบโตในโรงเรียนแบบนี้ ก็เหมือนแกะที่โตในเรือนกระจก ไร้เดียงสาและเปราะบาง แค่โดนกดดันนิดหน่อยก็สติแตกแล้ว

ถ้าฟางฉือไม่ใช่อาของเขา เขาคงขี้เกียจจะลดตัวลงมาจริงจังด้วย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 - การสอบประลองเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว