เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - มนุษย์นับล้านล้าน ล้วนเป็นลูกหลาน

บทที่ 21 - มนุษย์นับล้านล้าน ล้วนเป็นลูกหลาน

บทที่ 21 - มนุษย์นับล้านล้าน ล้วนเป็นลูกหลาน


บทที่ 21 - มนุษย์นับล้านล้าน ล้วนเป็นลูกหลาน

คนคนนั้นแค่นั่งอยู่เฉยๆ แต่จางซิวกลับรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งแผ่นหลัง

ไม่ได้การ! ต้องหนี!

เขาพุ่งตัวไปที่กำแพงด้านข้างอย่างสุดแรง

ด้วยระดับพลังของเขา ขอแค่พุ่งออกไปได้ แค่สองวินาทีก็หนีพ้นหมู่บ้านนี้แล้ว

แต่วินาทีถัดมาเขาก็ต้องตะลึง เมื่อพบว่าไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ระยะทางกลับไม่ลดลงเลยสักนิด

"อุตส่าห์ดั้นด้นมาหาฉันถึงที่ จะรีบไปไหนล่ะ"

ภาพตรงหน้าไหววูบ จางซิวได้สติกลับมา พบว่าตัวเองยังยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าพลันซีดเผือด

ค่ายกลลวงตา!

แถมยังเป็นค่ายกลลวงตาชั้นสูง เขาโดนเล่นงานตอนไหนยังไม่รู้ตัวเลย

"คุณเป็นใครกันแน่?"

ไม่ต้องสงสัยเลย ระดับพลังของคนคนนี้เหนือกว่าเขาไปไกลโข แต่เสี่ยวลู่ไปรู้จักกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับนี้ได้ยังไง

"ฉันเหรอ? ในแง่หนึ่ง นายก็น่าจะเป็นคนแรกที่พบว่าฉันออกจากด่านนะ" สวีสิงไม่ได้ปิดบัง

วิ้ง!

เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกบาล วิญญาณสั่นสะท้าน

เขาเคยคิดว่าสวีสิงอาจจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกดึงดูดมาเพราะเหตุการณ์ผู้ยิ่งใหญ่ออกจากด่าน แต่ไม่เคยคิดเลยว่า จะเป็นตัวผู้ยิ่งใหญ่ที่ออกจากด่านคนนั้นซะเอง!

แต่จะเป็นไปได้ยังไง?!

เสี่ยวลู่ไปข้องเกี่ยวกับผู้บำเพ็ญเพียรโบราณที่เพิ่งออกจากด่านได้ยังไง?

"อย่าคิดมาก ฉันแค่รู้สึกว่าสองพี่น้องพวกเธอมีวาสนากับฉัน ก็เลยสอนอะไรให้นิดหน่อย ให้เส้นทางการฝึกตนของเธอราบรื่นขึ้น"

จางซิวในใจไม่เชื่อคำพูดของสวีสิง แต่ก็ยังประสานมือคารวะ "ขอบคุณท่านผู้อาวุโส แต่เสี่ยวลู่เส้นทางการฝึกตนของเธอน่าจะราบรื่นกว่าคนส่วนใหญ่อยู่แล้ว เพราะงั้น..."

พูดได้ครึ่งเดียว จางซิวก็ชะงัก มองสวีสิงด้วยความตกตะลึง หรือพูดให้ถูกคือมองหยกแดงรูปหยดน้ำในมือเขา

ในแหวนมิติ ไม่มี!

รีบค้นตัว ก็ไม่มี!

"อย่างนี้นี่เอง ฉันก็นึกว่าเพราะอะไร เธอถึงฝึก 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 กระบวนท่าแรกสำเร็จ" สวีสิงเดาะลิ้นชมเชย "น่าสนใจ มีคนคิดวิธีใช้เลือดของเจ้าพวกนั้นแบบนี้ด้วยแฮะ"

เลือด?

หรือว่าผู้บำเพ็ญเพียรโบราณท่านนี้จะรู้ว่าหยกแดงคืออะไร!

"วิธีการสร้างของสิ่งนี้ประณีตมาก แต่ไม่ควรใช้วิธีแบบนาย"

สวีสิงมองเขาแล้วถาม "อยากให้ช่วยไหม? แต่ถ้าใช้แล้ว 'รูปลักษณ์' ของมันอาจจะหายไปนะ"

"ไม่กล้ารบกวนท่านผู้อาวุโสครับ"

นี่เป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่พ่อแม่ทิ้งไว้ เขาไม่มีทางยอมให้มันหายไปแน่ แถมยังผ่านมือผู้บำเพ็ญเพียรโบราณที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีก

"ช่างเถอะ สำหรับระดับพลังของนายตอนนี้ ของสิ่งนี้ก็มีประโยชน์จำกัดจริงๆ" หยกแดงในมือสวีสิงหายไป "คืนที่เดิมแล้วนะ"

จางซิวรีบตรวจสอบ หยกแดงนอนนิ่งอยู่ในแหวนมิติ ราวกับไม่เคยขยับไปไหน

ความหนาวเหน็บแล่นจับขั้วหัวใจ

นี่มันขาใหญ่ระดับไหนกันแน่เนี่ย!

"นั่งก่อนสิ อยากถามอะไรก็ถาม ฉันจะพยายามตอบเท่าที่ตอบได้"

จางซิวอยากจะบอกว่าไม่มีอะไรจะถาม แต่โอกาสที่จะได้รู้เบาะแสการตายของพ่อแม่อยู่ตรงหน้า ถ้าปล่อยให้หลุดมือไป...

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาเดินเข้าไป นั่งลงบนโซฟาอย่างเรียบร้อย

"ขอเรียนถามท่านผู้อาวุโส เมื่อกี้ท่านบอกว่าหยกแดงคือ 'เลือด' ขอถามว่าเป็นเลือดของสิ่งมีชีวิตชนิดไหนครับ?"

"คำตอบของคำถามนี้ อันตรายเกินไปสำหรับนายในตอนนี้ ฉันแนะนำให้นายเข้าสำนักราชันคชสาร รอให้ถึงระดับผสานเต๋าก็จะรู้เอง"

ห๊ะ?

ต้องเข้าสำนักเซียน แถมยังต้องเป็นระดับผสานเต๋าอีก?!

แค่คำตอบเดียว เกณฑ์สูงขนาดนี้เลยเหรอ?

พ่อกับแม่ตอนนั้นยังห่างไกลจากระดับผสานเต๋าอีกเป็นแสนลี้เลยนะ

"มีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเหรอครับ?"

"ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าสำนักเซียนหรอก แต่ระดับผสานเต๋าน่ะจำเป็น อีกอย่างนายเป็นผู้ฝึกกายา เข้าสำนักราชันคชสารน่าจะรุ่งกว่า"

"..." เงียบไปพักหนึ่ง "เรื่องเสี่ยวลู่ ไม่ทราบท่านผู้อาวุโสวางแผนไว้อย่างไรครับ?"

"เธอมีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ไม่เลว ฉันจะช่วยเธอสร้างรากฐานวิถีฟ้าประทาน หลังจากนั้นก็ให้เข้าสำนักกระบี่ของฉัน"

พรสวรรค์ด้านการต่อสู้ดีก็ต้องเป็นเซียนกระบี่เหรอ?

แล้วทำไมไม่ไปฝึกกายาล่ะ ผู้ฝึกกายาก็ต้องใช้พรสวรรค์ด้านการต่อสู้เหมือนกันนะ!

"เพราะเซียนกระบี่เท่กว่าผู้ฝึกกายาไงล่ะ"

หือ?!

วิชาอ่านใจ?

"ไม่ได้อ่านใจ แต่พวกนายผู้ฝึกกายาพอได้ยินชื่อเซียนกระบี่ ในใจก็คิดแบบนี้กันทุกคนไม่ใช่เหรอ?"

เถียงไม่ออก

ในฐานะสายบ้าพลังที่ได้รับการยอมรับทั่วพิภพไท่เสวียนเหมือนกัน เซียนกระบี่ที่พลิ้วไหวสง่างาม ขี่กระบี่ท่องลม ย่อมได้รับความนิยมมากกว่าผู้ฝึกกายากล้ามโตที่เอะอะก็เสื้อขาดแน่นอน

"อีกอย่าง นายอยากให้น้องสาวนายไปต่อยตีกกับชาวบ้านเหรอ?"

จางซิว: "..."

โอเค เขาเองก็รับภาพนั้นไม่ได้เหมือนกัน

"มีอะไรจะถามอีกไหม?"

"...ท่านผู้อาวุโสมีวิชาแก่กล้า ระดับอย่างท่าน ทำไมถึงมาสนใจผู้บำเพ็ญเพียรตัวเล็กๆ อย่างพวกเราล่ะครับ?" จางซิวถามอย่างจริงจัง

หรือเพราะเบื่อ เลยอยากหาอะไรทำแก้เซ็ง

"อย่ามองโลกในแง่ร้ายนักสิ"

ไหนบอกไม่ได้ใช้วิชาอ่านใจไง

"ฉันเป็นผู้มาก่อน เทียบกับพวกนาย ฉันก็แค่เดินมานานกว่าหน่อยเท่านั้น"

"ตอนฉันเพิ่งเริ่มเดินทางสายนี้ ก็ได้รับความช่วยเหลือจากรุ่นก่อนๆ มากมาย ถึงมาได้ไกลขนาดนี้ ก็สมควรที่จะดูแลคนรุ่นหลังเหมือนที่รุ่นก่อนๆ เคยทำ"

คำตอบนี้เหนือความคาดหมายไปหน่อย

"แต่ผมไม่ใช่คนของสำนักกระบี่" จางซิวสงสัย

ได้ยินดังนั้น สวีสิงก็มองหน้าเขา "มนุษย์นับล้านล้านในพิภพไท่เสวียน ล้วนเป็นลูกหลานของพวกเราทั้งนั้น"

............

ในพื้นที่สีเทามัวๆ จางอวิ๋นลู่นั่งขัดสมาธิ หมอกสีเทาไหลเวียนมารวมตัวกันที่รูโหว่ขนาดใหญ่ตรงหน้าท้องของเธอ

บาดแผลจุดอื่นๆ ก็หายสนิท

【สังหาร·เซียนกระบี่ระดับกลั่นลมปราณชั้นเก้า 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 ขั้นสูง】

【เวลาที่ใช้: สามนาทีสิบวินาที】

ตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้น ตามมาด้วยยาเม็ดกลมเกลี้ยง

จางอวิ๋นลู่ลืมตา คว้ายาเม็ดนั้นยัดใส่ปาก

ยาออกฤทธิ์เร็วมาก พลังวิญญาณที่แห้งเหือดในจุดตันเถียนฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว และยังเพิ่มพูนขึ้นมากด้วย

ฉันหลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ?

ทำไมยังรู้สึกถึงพลังวิญญาณในจุดตันเถียนได้อีกล่ะ?

ตอนบาดเจ็บทำไมถึงเจ็บด้วย?

ตอนชีวิตกำลังจะหลุดลอย มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เหรอ?

คำถามมากมายอัดแน่นอยู่ในอก แต่เธอไม่มีแรงจะไปหาคำตอบแล้ว

การต่อสู้เสี่ยงตายแบบไม่มีกั๊กเกือบร้อยรอบ 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 ของเธอพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว กระบวนท่าต่อๆ มาก็เรียนรู้จนหมด ตอนนี้แม้แต่เซียนกระบี่ที่ฝึก 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 จนชำนาญก็ยังสู้เธอไม่ได้

【ศัตรู: เซียนกระบี่ระดับกลั่นลมปราณชั้นเก้า 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 ขั้นสมบูรณ์】

【สังหารเพื่อจบการทดสอบครั้งนี้】

เห็นบรรทัดนั้น แววตาของจางอวิ๋นลู่ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

จะได้จบสักที!

เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมสวีสิงถึงกล้ารับประกันว่าเธอจะฝึก 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 สำเร็จ

ที่แท้ก็เอาชีวิตเข้าแลกมานี่เอง!

ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง จางอวิ๋นลู่ลุกขึ้นมองไปในหมอกลึก

ตึก ตึก!

เงาร่างเซียนกระบี่ที่คุ้นเคยเดินออกมา หน้าตามองไม่เห็น พลังวิญญาณสูสีกับเธอ

ฆ่าเขาซะ ก็จะได้ออกไปแล้ว!

คราวนี้ จางอวิ๋นลู่ตัดสินใจชิงลงมือก่อน!

ปลายเท้าแตะพื้น พุ่งตัวเข้าหาเงาร่างเซียนกระบี่พร้อมกับฟันรัศมีกระบี่ออกไปห้าสายรวด และนี่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเธอ!

เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น

ฉึก!

เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดกลายเป็นหมอกสีเทา

จางอวิ๋นลู่ที่ถูกรัศมีกระบี่หลายสายเจาะร่าง ปลิวกระเด็นเหมือนตุ๊กตาผ้าขาดๆ ส่วนเงาร่างเซียนกระบี่นั้นไร้ความปรานี ก้าวเข้ามาแทงกระบี่ทะลุหว่างคิ้วเธอซ้ำ

【ศัตรู: เซียนกระบี่ระดับกลั่นลมปราณชั้นเก้า 《เพลงกระบี่เมฆาคล้อย》 ขั้นสมบูรณ์】

【การท้าทายล้มเหลว】

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 21 - มนุษย์นับล้านล้าน ล้วนเป็นลูกหลาน

คัดลอกลิงก์แล้ว