- หน้าแรก
- บรรพชนเอ๋ย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
- บทที่ 7 - ดูดพลังหยางผ่านสายแลนงั้นเหรอ?
บทที่ 7 - ดูดพลังหยางผ่านสายแลนงั้นเหรอ?
บทที่ 7 - ดูดพลังหยางผ่านสายแลนงั้นเหรอ?
บทที่ 7 - ดูดพลังหยางผ่านสายแลนงั้นเหรอ?
เฮ้อ~ บนท้องฟ้า เซียวหนิงเจินเหรินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
นึกว่าเป็นแค่ภารกิจง่ายๆ ไม่คิดเลยว่าจะเกือบเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ซะแล้ว
เขาโบกมือวูบหนึ่ง แขนขาดของผู้ฝึกมารในหลุมลึกด้านล่างและธงหมื่นวิญญาณที่ยังหลอมไม่เสร็จผืนนั้นก็ลอยเข้ามาถูกเขาเก็บไป
แม่งเอ้ย!
ไอ้แก่สัตว์ประหลาดนั่นกล้ารังแกคนไม่มีทางสู้ คิดว่าป๋าไม่มีแบ็คหรือไง? คอยดูเถอะ พอกลับไปจะขอให้ท่านอาจารย์ลุงมาจัดการ เล่นงานแกให้ตายคาที่ไปเลย!
เขาบ่นกระปอดกระแปดในใจพลางเดินไปดูอาการของสหายผู้ฝึกกายาที่นอนสลบเหมือดอยู่ไม่ไกล
"ท่านอาจารย์อา!"
แสงวิญญาณหลายสายสว่างวาบขึ้นที่ขอบฟ้า เป็นพวกหลานศิษย์ที่ตามมาด้วยกันนั่นเอง
ดีเลย แบบนี้เขาจะได้ไม่ต้องลงแรงเอง ให้พวกหลานศิษย์หามเพื่อนร่วมมรรคท่านนี้ไปส่งโรงพยาบาลก็สิ้นเรื่อง
"ท่านอาจารย์อา กระบี่สุดท้ายเมื่อกี้เท่ระเบิดไปเลยครับ!"
"เจตจำนงกระบี่สง่างามเที่ยงธรรม ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นฝีมือของยอดคน ไม่นึกเลยว่าท่านอาจารย์อาจะมีเพื่อนระดับนี้ด้วย"
"อานุภาพของกระบี่นั้นเหนือกว่าระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าไปไกลโข หรือว่าท่านอาจารย์อาจะปิดบังระดับพลังที่แท้จริงเอาไว้ครับเนี่ย?"
ปิดบังกับผีน่ะสิ!
พวกแกยังมีหน้ามาพูดอีกนะ ระดับแปลงเทพที่ตามมาสิบสองคน เป็นร่างแยกไปซะเก้าคน! พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไรเขาก็รู้สึกจุกในอก แต่สิ่งที่ทำให้ปวดใจยิ่งกว่าคือปราณกระบี่ไท่ซูขจัดมารสายนั้นต่างหาก
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เซียนกระบี่ระดับสูงที่มีความสัมพันธ์อันดีกับสายวิชาของเขาต่างพากันออกจากทวีปกลางไปหมด การจะหาปราณกระบี่มาใช้เป็นวัตถุดิบหลอมวิชาสักสายนั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร!
แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด มหาอภินิหารหลายอย่างในสายวิชาของเขาดันจำเป็นต้องใช้ปราณกระบี่ของเซียนกระบี่เป็นวัตถุดิบเสียด้วยสิ
"พวกเจ้าแบกสหายท่านนี้ไปส่งโรงพยาบาลก่อน ครั้งนี้โชคดีที่..." พูดได้ครึ่งประโยค เซียวหนิงเจินเหรินก็ชะงักกึก
ปราณกระบี่สีม่วงที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุดและมีความเข้มข้นเท่ากับเมื่อครู่เป๊ะๆ ปรากฏขึ้นในทะเลจิตรู้ของเขาอย่างกะทันหัน
ปราณกระบี่ไท่ซูขจัดมารกลับมาแล้วเหรอ?
แถมเขายังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด!
วิธีการระดับนี้ หรือจะเป็นสี่ผู้อาวุโสหลักของสำนักกระบี่ หรือไม่ก็สัตว์ประหลาดเฒ่าระดับผู้อาวุโสสูงสุดจริงๆ?
ในชั่วพริบตา เขาเข้าใจเรื่องราวหลายอย่างทันที มิน่าล่ะปราณกระบี่ที่ถูกบีบแตกไปแล้วถึงได้กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม แล้วก็อดรู้สึกหวาดเสียวไม่ได้
ทั้งหมดนี้พิสูจน์ได้ว่า ผู้อาวุโสของสำนักกระบี่ท่านนั้นอยู่แถวนี้!
ถ้าเมื่อกี้เขาไม่ยอมใช้ปราณกระบี่ที่ได้จากตรากระบี่ม่วง ผู้อาวุโสท่านนั้นคงจะยืนดูเขาโดนจอมมารที่โผล่มาทีหลังบีบตายคาที่แน่ๆ!
............
อีกด้านหนึ่ง หลังจากสวีสิงออกจากโรงเรียนมัธยมเสวียนเจี้ยนที่สาม เขาก็ยังคงเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย
จนกระทั่งผู้ยิ่งใหญ่ของสำนักเต๋าไท่ซั่งมาถึงเมืองเสวียนเจี้ยน เขาถึงได้เงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง
ไม่นานนัก สัมผัสวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวที่กว้างใหญ่ดุจมหาสมุทรก็กวาดผ่านไปทั่วเมือง
สวีสิงไม่ได้ใส่ใจ เขาหยุดยืนอยู่หน้าร้านทำสกินกระบี่บินร้านหนึ่ง
เจ้าของร้านน่าจะมัวแต่หนีตายเมื่อกี้ ประตูร้านเลยไม่ได้ปิด แต่ป้ายโฆษณาด้านข้างเขียนรายละเอียดสกินที่รับทำเอาไว้
【แผงวงจรจำลองเสียงสายฟ้าปราณกระบี่ 1.0: ทำสกินแล้วสามารถจำลองเสียงสายฟ้าปราณกระบี่ของเซียนกระบี่ได้ เอฟเฟกต์แสงสั่งทำพิเศษต้องจ่ายเพิ่ม】
ก็คือแบบที่เห็นในโรงเรียนเมื่อกี้นั่นแหละ นอกจากความฉูดฉาดบาดตาก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก เป็นเด็กแว้นเวอร์ชันผู้บำเพ็ญเพียรชัดๆ
แล้วก็มีเวอร์ชันสองจุดศูนย์ เพิ่มฟังก์ชันข่มขวัญภูตผีปีศาจมาให้อีกนิดหน่อย
ส่วนราคาก็น่าประทับใจจริงๆ แพงขึ้นสิบเท่าตัวเลยทีเดียว
แน่นอนว่ามีสกินเสียงสายฟ้าปราณกระบี่แบบสมบูรณ์ด้วย สามารถแสดงอานุภาพของเสียงสายฟ้าปราณกระบี่ได้ครบถ้วน ราคาก็เบิ้ลไปอีกหลายเท่าจากแบบที่สอง
อันสุดท้ายนี่สิ น่าสนใจ
【สกินกระบี่แสงแบ่งภาค (ลิมิเต็ด): ทำสกินแล้วสามารถใช้วิชากระบี่แสงแบ่งภาคได้สามครั้ง ต้องมีใบอนุญาตขับขี่กระบี่】
กระบี่แสงแบ่งภาค โดยทั่วไปเป็นมาตรฐานของเซียนกระบี่ระดับแก่นทองคำของสำนักกระบี่ แต่ก็มีอัจฉริยะบางคนที่เข้าถึงขอบเขตนี้ได้ตั้งแต่ระดับสร้างรากฐาน
แต่ไม่ว่าจะยังไง นี่ก็เป็นขอบเขตที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลถึงจะไปถึง แต่เดี๋ยวนี้แค่ทำสกินครั้งเดียวก็ได้แล้ว
"ไม่เลว"
นอกจากสกินกระบี่แสงแบ่งภาคตัวลิมิเต็ดกับสกินเสียงสายฟ้าปราณกระบี่แบบสมบูรณ์แล้ว อันอื่นๆ ก็คล้ายๆ กันหมด ล้วนเป็นของสวยแต่รูปจูบไม่หอม เอาไว้ตอบสนองความขี้อวดของผู้บำเพ็ญเพียรวัยรุ่นเท่านั้น
กวาดตามองผ่านๆ สวีสิงก็เดินเข้าไปในร้าน
ผนังรอบๆ แขวนกระบี่บินที่ทำสกินเสร็จแล้วไว้จำนวนหนึ่ง ในตู้กระจกใสก็มีวัสดุทำสกินวางอยู่
ด้านในสุดเป็นโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์วางอยู่เครื่องหนึ่งกับบะหมี่ที่อืดจนเย็นชืดไปแล้วครึ่งชาม
สงสัยจะรีบจัด คอมพิวเตอร์เลยยังเปิดทิ้งไว้ แต่เพราะเน็ตหลุด ภาพบนหน้าจอเลยค้างอยู่
ในภาพคือผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่สวยหยาดเยิ้ม รูปร่างเย้ายวน สวมชุดกระโปรงยาวสีแดงสดเนื้อบางเบา เผยให้เห็นสัดส่วนวับๆ แวมๆ ชวนให้จินตนาการเตลิด
มุมซ้ายบนมีตัวอักษรเล็กๆ แถวหนึ่ง เนื้อหาเรียบง่ายมาก
จงเจียเจีย ผู้บำเพ็ญเพียรระดับผสานเต๋าแห่งนิกายประสานรัก
ระดับผสานเต๋าหรือที่เรียกกันว่าผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่ในสำนักเซียนก็ถือเป็นเสาหลัก ตบทีเดียวก็ฆ่าระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าอย่างเซียวหนิงเจินเหรินได้เป็นร้อยคน
อืม...
ชีวิตมันไม่ง่าย ผู้ยิ่งใหญ่ยังต้องมาขายขำโชว์ตัว
สวีสิงถือวิสาสะนั่งลง หยิบหินวิญญาณสองก้อนวางไว้ข้างๆ เป็นค่าชั่วโมงเน็ต ลองงมดูสักพัก วิธีใช้ก็คล้ายๆ กับในความทรงจำของเขา
จิ้มไปที่หน้าจอ ภาพที่ค้างอยู่ก็ดับไป โหลดอยู่ครู่หนึ่งก็สว่างขึ้นมาใหม่
ท่ามกลางเสียงดนตรีอันไพเราะ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งนิกายประสานรักในชุดน้อนชิ้นคนนั้นกำลังนั่งอยู่หน้าพิณโบราณตัวหนึ่ง
เป็นบทเพลงที่สวีสิงไม่เคยฟังมาก่อน ท่วงทำนองราบเรียบ แต่พอรวมกับคนดีดแล้วกลับกระชากใจคนให้หวั่นไหว
"ทุกคนอยากฟังเพลงอะไรอีก บอกมาได้เลยนะคะ"
น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวาน บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เห็นได้ชัดว่าเป็นวิชาเสน่ห์ขั้นสูง
ข้อความแชตด้านข้างเด้งรัวๆ แค่นาทีเดียวก็ปาเข้าไปหลายพันข้อความ
และในตอนนั้นเอง เขารู้สึกถึงแรงดูดประหลาดจากหน้าจอ เหมือนต้องการจะดูดพลังหยางและความปรารถนาส่วนหนึ่งของเขาออกไป
แต่สุดท้ายมันก็หาเป้าหมายไม่เจอ ได้แต่สลายหายไปอย่างจนปัญญา
"น่าสนใจ..."
มิน่าล่านิกายประสานรักถึงฟอกขาวตัวเองจนกลายเป็นฝ่ายธรรมะได้ ดูท่าจะเกี่ยวข้องกับวิชาดูดพลังหยางผ่านสายแลนนี่แน่ๆ
ปิดไลฟ์ไปก่อน สวีสิงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิชานี้ของนิกายประสานรักทันที
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องไม่ได้ถูกปิดบัง วิชาดูดความปรารถนาและพลังหยางผ่านสายแลนนี้ ถูกคิดค้นขึ้นโดยอัจฉริยะของนิกายประสานรักหลังจากที่มีเครือข่ายวิญญาณเกิดขึ้น
วิชาของนิกายประสานรักส่วนใหญ่คือการดูดซับความปรารถนา พลังหยาง หรือไม่ก็การประสานหยินหยาง
ในยุคโบราณ ผู้บำเพ็ญเพียรของนิกายประสานรักส่วนใหญ่ที่ต้องการเลื่อนระดับให้สูงขึ้น จำเป็นต้องหาเตาหลอมมนุษย์เพื่อมาดูดพลัง
นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นิกายประสานรักถูกตราหน้าว่าเป็นฝ่ายมาร
แต่หลังจากเครือข่ายวิญญาณถือกำเนิด และวิชาดูดความปรารถนาและพลังหยางผ่านสายแลนถูกคิดค้นขึ้น พฤติกรรมการจับคนมาเป็นเตาหลอมก็ค่อยๆ หายไป
วิธีนี้ไม่เพียงปลอดภัย แต่ปริมาณความปรารถนาและพลังหยางที่ได้ยังมากกว่าการดูดจากเตาหลอมมนุษย์คนเดียวไม่รู้กี่เท่า
หลังจากนั้นไม่นาน นิกายประสานรักได้เจรจากับหกสำนักเซียนใหญ่ สังหารผู้บำเพ็ญเพียรหัวโบราณในสำนักที่ยังทำชั่วออกไปจำนวนหนึ่ง สุดท้ายก็ฟอกขาวสำเร็จอย่างเป็นทางการ กลายเป็นสำนักเซียนที่เจ็ดแห่งพิภพไท่เสวียน
ปัจจุบันกลายเป็นสำนักที่ฮอตที่สุดในบรรดาเจ็ดสำนักเซียน และเป็นที่ชื่นชอบของผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นใหม่มากที่สุด
เหตุผลก็รู้ๆ กันอยู่
แถมผู้บำเพ็ญเพียรนิกายประสานรักก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องที่วิชานี้จะดูดความปรารถนาและพลังหยางไป
นั่นหมายความว่า ทุกคนรู้ดีว่าการดูไลฟ์ของผู้บำเพ็ญเพียรนิกายประสานรักจะโดนดูดพลังหยางและความปรารถนาไปนิดหน่อย
แต่... ใครจะสนล่ะ? ยังไงก็ไม่ถึงตาย อย่างมากก็เข้าสู่โหมดบรรลุธรรมไปสักพัก หรือปกติคุณดูคอนเทนต์วูบวาบพวกนั้นแล้วไม่เข้าโหมดบรรลุธรรมหรือไง?
จ่ายค่าตอบแทนแค่นี้แลกกับการได้ดูการแสดงของผู้ยิ่งใหญ่ระดับผสานเต๋าที่อยู่สูงเสียดฟ้า คุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีก!
'ความปรารถนาและพลังหยางที่ปะปนกันมั่วซั่วขนาดนี้ คงเอาไปใช้เลยไม่ได้ ภายในนิกายประสานรักน่าจะมีวิชาสำหรับกลั่นให้บริสุทธิ์อีกที'
แต่อันนี้เขาไม่ได้เปิดเผยออกมา
อ่านข้อมูลจบ สวีสิงก็เปิดแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมเมื่อกี้อีกครั้ง กลับเข้าไปในห้องไลฟ์ของผู้บำเพ็ญเพียรหญิงนิกายประสานรักคนเดิม ปล่อยให้มันเล่นต่อไป แล้วลุกเดินออกจากร้านไป
[จบแล้ว]