- หน้าแรก
- จักรพรรดิกลืนสวรรค์ บัญชีแค้นล้างปฐพี
- บทที่ 17 - โฉมงามสะท้านแผ่นดิน
บทที่ 17 - โฉมงามสะท้านแผ่นดิน
บทที่ 17 - โฉมงามสะท้านแผ่นดิน
บทที่ 17 - โฉมงามสะท้านแผ่นดิน
ใต้แสงจันทร์
สวีเฉินตาโตขึ้นเรื่อยๆ
จ้องมองไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างหน้าตาไม่กระพริบ
ตรงนั้น มีหญิงสาวในชุดกระโปรงยาว นั่งพิงต้นไม้ หลับตาพริ้ม เหมือนคนกำลังนอนหลับ
แต่ทว่า
ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าที่ซีดเผือด บอกให้รู้ว่านางไม่ได้หลับ แต่สลบไปเพราะบาดเจ็บสาหัส
"เอือก!"
สวีเฉินกลืนน้ำลาย
บ่นถึงโจโฉ โจโฉก็มา
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น คือหญิงชุดแดงที่สู้กับผู้คุมกฎโลหิตนั่นเอง
ดูท่าทางนางจะเจ็บหนักเอาเรื่อง
พอเห็นหญิงชุดแดง สวีเฉินก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง
แต่แล้ว
เขาก็เริ่มลำบากใจ
ช่วย?
หรือไม่ช่วย?
ถ้าช่วย ใครจะรับประกันว่าพอนางหายดี จะไม่เกิดความโลภอยากได้สมบัติของเขา แล้วฆ่าเขาปิดปาก?
ทรัพยากรในตัวเขาตอนนี้ ยอดฝีมือขอบเขตปราณแท้จริงเห็นแล้วยังต้องตาแดง
ถ้าไม่ช่วย นางอาจจะตายเพราะพิษบาดแผล หรือไม่ก็โดนผู้คุมกฎโลหิตตามมาเจอ แล้วจับไปเป็น 'ปุ๋ย' ฟื้นพลัง
"เฮ้อ... ช่างเถอะ ถือว่าเจ้าเคยช่วยชีวิตข้า ก็ช่วยคืนให้หายกันไปละกัน"
สวีเฉินเดินเข้าไป ย่อตัวลงอุ้มหญิงชุดแดงขึ้นมา มือไม้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสัมผัสผิวกาย นุ่มนิ่ม ลื่นมือ รู้สึกดีชะมัด
ใจสวีเฉินแกว่งไปวูบหนึ่ง
ก้มมองใบหน้ารูปไข่ที่สวยคมเข้มในอ้อมแขน ใจก็ร้อนรุ่ม
เขากัดลิ้นตัวเองเต็มแรง ความเจ็บเรียกสติกลับมา สูดหายใจลึก ข่มอารมณ์พลุ่งพล่านให้สงบลง
อยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด เวลานี้ยังจะมีอารมณ์มาคิดเรื่องพรรค์นี้อีก
เขาอุ้มหญิงชุดแดง วิ่งตะบึงไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
วิ่งรวดเดียว
จนหมดแรงอีกรอบ รวมระยะทางจากจุดที่ตำหนักวารีโผล่ขึ้นมาน่าจะเจ็ดแปดสิบลี้แล้ว สวีเฉินถึงวางใจ วางผู้หญิงลง ส่วนตัวเองก็หลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
สวีเฉินค่อยๆ ลืมตา
พระอาทิตย์ตรงหัวแล้ว
เขาหันไปมองทางหญิงชุดแดง
ปรากฏว่าไม่เจอใคร
ขณะที่กำลังสงสัย จู่ๆ ที่คอก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของโลหะ
สวีเฉินสะดุ้งโหยง
"อย่าขยับ!"
เสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเย็นชาดังขึ้นข้างหู
สวีเฉินไม่กล้ากระดุกกระดิก
เพราะชีวิตน้อยๆ ของเขาตอนนี้อยู่ในกำมือคนอื่น
เขามองตามเสียงไป
เห็นใบหน้าสวยที่ยังดูซีดเซียว
คือหญิงชุดแดงนั่นเอง
"ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นมั้ง ข้าเป็นคนช่วยชีวิตท่านนะ"
สวีเฉินกลืนน้ำลาย พูดอย่างระมัดระวัง
หญิงชุดแดงจ้องหน้าสวีเฉินเขม็ง มีดสั้นในมือยังไม่ลดลง "เจ้าคือเด็กที่หนีออกมาจากตำหนักวารี?"
"ใช่ครับ ใช่แล้ว"
สวีเฉินพยักหน้ารัวๆ "โชคดีที่วันนั้นท่านโจมตีตำหนักวารี ไม่งั้นข้าคงหนีออกมาไม่ได้ง่ายๆ"
หญิงชุดแดงถามต่อ "คนอื่นล่ะ? เท่าที่ข้ารู้ คนเข้าตำหนักวารีเป็นหมื่น สุดท้ายมีแค่เจ้าคนเดียวที่หนีรอดมาได้? คนอื่นล่ะ เป็นตายร้ายดีขังไง?"
"เอ่อ... ช่วยเอามีดออกก่อนได้ไหม?"
สวีเฉินต่อรองเสียงอ่อย
หญิงชุดแดงออกแรงที่ข้อมือ มีดบาดผิวสวีเฉินจนเลือดซิบ สวีเฉินสะดุ้ง รีบพูดรัวเร็ว "ตายหมดครับ คนอื่นตายหมดแล้ว เลือดถูกสูบออกไปรวมกันที่บ่อเลือด..."
พูดไปพูดมา จู่ๆ สวีเฉินก็มองไปข้างหลังหญิงชุดแดง สีหน้าตื่นตระหนก หญิงชุดแดงเห็นดังนั้นก็เผลอหันหลังไปมองตามสัญชาตญาณ แต่ข้างหลังไม่มีอะไรเลย
แย่แล้ว!
นางรู้ตัวว่าพลาด
"ผัวะ!"
"เคร้ง!"
ทันทีที่หญิงชุดแดงรู้ตัวว่าโดนหลอก สวีเฉินก็ลงมือทันควัน ปัดมีดสั้นกระเด็น จากนั้นชกหมัดที่เต็มไปด้วยความโกรธใส่หัวหญิงชุดแดง แต่เปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ ไปกระแทกที่ไหล่นางแทน
"ตุบ!"
หญิงชุดแดงกระเด็นไปตามแรงหมัด
พอตกถึงพื้น เลือดไหลซึมที่มุมปาก ตาเหลือก แล้วสลบไป
สวีเฉินกระโดดมายืนค้ำหัวหญิงชุดแดงที่สลบเหมือด บ่นอย่างหัวเสีย "ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณคน ข้าอุตส่าห์ช่วยชีวิต ดันมาแว้งกัด ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก ทิ้งไว้ตรงนี้ให้ตายเองละกัน"
พูดจบ สวีเฉินก็ปัดก้น เดินหนีไปดื้อๆ
รอบนี้เขาโกรธจริง
อุตส่าห์เหนื่อยแทบตาย เสี่ยงชีวิตพาหนีมา พอตื่นขึ้นมาดันโดนเอามีดจ่อคอ
ถ้าเขาไม่หัวไว พลิกสถานการณ์ได้ ใครจะรับประกันว่านางจะไม่ฆ่าเขา?
สวีเฉินยิ่งคิดยิ่งแค้น
เดินหนีไปได้เจ็ดแปดลี้ จู่ๆ ก็สบถออกมา แล้วเดินย้อนกลับมาทางเดิม
...
แบกหญิงชุดแดงเดินทางต่อ
ครึ่งชั่วยามต่อมา
สวีเฉินเจอถ้ำแห่งหนึ่ง วางหญิงชุดแดงลง
เขาลูบคางพิจารณาหญิงชุดแดงอย่างละเอียด
ยิ่งมอง...
สวีเฉินก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในความงาม
หญิงชุดแดงสวยมาก
สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา ขนาดฉินชิงโหรวที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองสายลม ยังเทียบไม่ติดฝุ่น
ผิวขาวเนียนละเอียดดุจหยก
เครื่องหน้าสวยคมไร้ที่ติ
รูปร่างเว้าโค้งเย้ายวน
บวกกับบุคลิกที่ดูสูงส่งและเย็นชา
รวมกันเป็นความงามระดับล่มเมือง
สายตาสวีเฉินหยุดอยู่ที่หน้าอกอวบอิ่มครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนต่ำลงมาอย่างยากลำบาก ไปหยุดอยู่ที่ใต้หน้าอกสามนิ้ว
ตรงนั้น มีแผลดาบเหวอะหวะน่ากลัว
แผลยาวลึก
ลากยาวไปถึงหน้าท้อง
เนื้อแตกยับ
มองเห็นกระดูกขาวๆ รำไร
เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเลือด
สงสัยเพราะการเดินทางที่กระแทกกระทั้น แผลเลยปริ เลือดไหลซึมออกมาอีก
สวีเฉินขมวดคิ้ว
แผลของหญิงชุดแดงสาหัสมาก
ถ้าไม่รักษา ปล่อยให้เลือดไหลแบบนี้ อันตรายถึงชีวิตแน่
"แผลหนักขนาดนี้ จะให้หายดี คงเปลืองยาสมุนไพรไม่น้อย"
สวีเฉินมองไปที่แหวนมิติบนนิ้วนางข้างขวาของนาง
ช่างเถอะ
ระดับพลังนางสูงกว่าเขามาก
ตอนนี้คนยังไม่ตาย ตราประทับวิญญาณยังอยู่ เขาเอาแหวนมาก็เปิดไม่ได้ในเร็วๆ นี้หรอก
"สงสัยต้องใช้ยาของข้าซะแล้ว"
สวีเฉินจำใจหยิบสมุนไพรวิญญาณระดับเหลืองขั้นต่ำออกมาจากแหวนมิติ
"แควก..."
สวีเฉินฉีกเสื้อนางออก เผยให้เห็นบาดแผลน่ากลัว
เขาเพ่งมองแผล แล้วคิ้วก็ขมวดมุ่น
ปากแผลกลายเป็นสีดำ
แถมยังมีหนองไหล
นี่มันอะไรกัน?
พิษ?
หวังว่าสมุนไพรจะช่วยได้นะ!
เขาบี้สมุนไพรจนแหลก หยดน้ำยาลงบนแผล กากยาที่เหลือก็ไม่ทิ้ง ค่อยๆ โปะลงไปบนปากแผล
ระหว่างทายา นิ้วมือเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องโดนผิวกาย
สวีเฉินต้องใช้ความอดทนอย่างสูงกว่าจะทำภารกิจนี้สำเร็จ
"แฮกๆๆ!"
เขาหอบหายใจ
ปาดเหงื่อ
ทายาให้ผู้หญิง เหนื่อยกว่าสู้กับคนซะอีก
"เหนื่อยชะมัด"
"คนดีนี่เป็นยากจริงๆ เสียสมุนไพรไปฟรีๆ ตั้งต้นหนึ่ง"
สวีเฉินบ่นอุบ
สายตาสำรวจไปตามร่างนาง
สุดท้าย ไปหยุดอยู่ที่คอระหง ที่นั่นมีสร้อยคอรูปหยดน้ำสีเขียวสวมอยู่
"สร้อยเส้นนี้ดูไม่เลว ถือว่าเป็นค่ารักษาละกัน"
สายตาสวีเฉินแหลมคมมาก
ดูออกว่าสร้อยเส้นนี้ไม่ใช่ของธรรมดา
[จบแล้ว]