เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - สังหารด้วยมือเปล่า

บทที่ 13 - สังหารด้วยมือเปล่า

บทที่ 13 - สังหารด้วยมือเปล่า


บทที่ 13 - สังหารด้วยมือเปล่า

"ผละ!"

มือใหญ่บีบขยี้เต็มแรง

หัวใจแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ

ชาวยุทธ์หน้าบากตาพร่ามัว จมดิ่งสู่ความมืดมิดอันไร้ขอบเขต

การสังหารชาวยุทธ์ขอบเขตปราณผสานขั้นหกได้ด้วยตัวคนเดียว แสดงให้เห็นถึงฝีมือที่เหนือชั้นของสวีเฉิน ในโถงใหญ่นี้ คนที่เหนือกว่าสวีเฉินมีเหลืออยู่ไม่กี่คนแล้ว

ผู้คนรอบข้างถอยห่างด้วยความหวาดระแวง ไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้

ไม่มีใครกล้าลงมือกับสวีเฉินอีก

สวีเฉินเห็นดังนั้นก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นกวาดสายตามองไปที่สนามรบอีกหกแห่ง

โล่ ค้อน ธนู มีเจ้าของแล้ว คนที่แย่งชิงได้กำลังถูกรุมล้อมอย่างหนัก

ดาบ กระบี่ หอก ยังคงชุลมุนวุ่นวายอยู่

เป้าหมายเดิมของสวีเฉินคือกระบี่วิญญาณ ถึงจะได้เกราะวิญญาณมาโดยบังเอิญ แต่เขาก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะเอากระบี่วิญญาณมาครอง

เซียวเถิงศิษย์หมู่ตึกกระบี่สวรรค์กับคู่แข่ง กำลังฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงกระบี่วิญญาณ ทั้งคู่ต่างอยู่ขอบเขตปราณผสานขั้นแปด พอปะทะกันรุนแรง คนอื่นก็แทรกไม่ได้ ใครทะเล่อทะล่าเข้าไปมีหวังโดนลูกหลงเจ็บตัวเปล่าๆ

ทั้งสองสู้กันจนไฟแลบ

ยิ่งสู้ยิ่งโหด

เลือดอาบตัวกันทั้งคู่

สวีเฉินจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ยังไม่ผลีผลามเข้าไป

"ตูม!"

เซียวเถิงกับคู่ต่อสู้ปะทะกันแรงๆ อีกครั้ง

คลื่นพลังอันน่าตื่นตะลึงกวาดกระจายไปทั่ว เป่าชาวยุทธ์ขอบเขตปราณก่อเกิดจนล้มลุกคลุกคลาน มึนหัวตาลาย

กระบี่วิญญาณที่เป็นเป้าหมายการแย่งชิง ถูกแรงกระแทกจากการปะทะจนหมุนคว้างกระเด็นออกมาจากวงต่อสู้

สวีเฉินเห็นโอกาสทองมาถึง ไม่รอช้า ปลายเท้าจิกพื้น พุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนู เพียงพริบตาเดียวก็เข้าประชิดกระบี่วิญญาณที่แผ่รังสีคมกริบ

"ไอ้หนู รนหาที่ตาย!"

สองคนที่กำลังสู้กัน เห็นสวีเฉินจะมาชุบมือเปิบ ก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า

วินาทีต่อมา

"ฟิ้ว! ฟิ้ว!"

ลำแสงพลังปราณอันดุดันสองสายพุ่งเข้าใส่สวีเฉิน

"หึ!"

สัมผัสได้ถึงพลังที่พุ่งเข้ามา สวีเฉินแค่นเสียงเย็นชา ไม่สนใจพลังเหล่านั้น ยื่นมือใหญ่ออกไปคว้าหมับเข้าที่ด้ามกระบี่วิญญาณ

"โง่เขลาสิ้นดี!"

เซียวเถิงเอ่ยเสียงเย็น

แต่พอพูดจบ

รูม่านตาของเซียวเถิงก็หดเกร็งฉับพลัน

เขาเห็นอะไร?

สวีเฉินชูกระบี่วิญญาณขึ้นมาหน้าตาเฉย

และกระบี่วิญญาณไม่มีทีท่าว่าจะดิ้นรนขัดขืนเลยแม้แต่น้อย

ทำไมกัน?

ทำไมกระบี่วิญญาณไม่ต่อต้าน?

กระบี่วิญญาณถูกหลอมรวมแล้วเหรอ?

เป็นไปไม่ได้!

เขาส่ายหน้าปฏิเสธความคิดนั้นทันที

กระบี่ฟันฉับ

ปราณกระบี่พุ่งทะยาน

ลำแสงพลังปราณสองสายที่พุ่งเข้ามา พอเจอกับปราณกระบี่ ก็เหมือนหิมะแรกเจอแสงอาทิตย์ ละลายหายไปอย่างรวดเร็ว

"ไอ้หนู ส่งกระบี่วิญญาณมาซะ"

แววตาเซียวเถิงเต็มไปด้วยความอำมหิต

"คนเดียวจะครองศาสตราวิญญาณสองชิ้น ไอ้หนู เจ้าโลภมากไปแล้ว ระวังท้องแตกตาย!" หยางกวง จอมยุทธ์พเนจรที่สู้กับเซียวเถิงมาจนถึงเมื่อกี้ เอ่ยเสียงเย็น

ระหว่างพูด ทั้งสองคนขยับตัวพร้อมกันอย่างรู้ใจ เดินบีบเข้ามาหาสวีเฉินจากซ้ายและขวา

"เราสองคนสู้กันแทบเป็นแทบตายเพื่อกระบี่วิญญาณเล่มเดียว สุดท้ายกลับโดนเด็กเมื่อวานซืนมาฉกไปหน้าด้านๆ" จอมยุทธ์พเนจรหยางกวงส่ายหน้ายิ้มขื่น ก่อนจะหันไปพูดกับเซียวเถิงว่า "กระบี่วิญญาณให้เจ้า ส่วนเกราะวิญญาณข้าเอาเอง ตกลงไหม?"

น้ำเสียงที่พูด เหมือนเห็นสวีเฉินเป็นคนตายไปแล้ว

"ตกลง"

เซียวเถิงพยักหน้ารับคำ

สวีเฉินเตือนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "ทั้งสองท่าน เกราะวิญญาณปราการทมิฬกับกระบี่ภูตเขียว ตอนนี้ยังอยู่ในมือข้า พวกท่านมาแบ่งสมบัติของข้าต่อหน้าข้าแบบนี้ ไม่ให้เกียรติกันไปหน่อยมั้ง!"

"ให้เกียรติ?"

หยางกวงแค่นหัวเราะ "คนอ่อนแอ ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องเกียรติ!"

เซียวเถิงพูดเสริม "ส่งเกราะวิญญาณกับกระบี่วิญญาณมา ข้ารับปากว่าจะปล่อยให้เจ้ารอดชีวิตออกไป"

สวีเฉินผายมือ "ดูท่าคงคุยกันไม่รู้เรื่องสินะ"

ถ้าไม่มีศาสตราวิญญาณ เขาคงสู้สองคนนี้ไม่ได้แน่ แต่ตอนนี้เขามีศาสตราวิญญาณถึงสองชิ้น พลังต่อสู้พุ่งสูงขึ้น ไม่ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้

"ดูท่าเจ้าจะปฏิเสธความหวังดีของข้าสินะ"

เซียวเถิงส่ายหน้า

วินาทีต่อมา

เขาสะบัดมือขวา กระบี่ในมือได้รับการอัดฉีดพลังปราณจนเปล่งแสงเจิดจ้า เสียง ฉึก ฉีกกระชากอากาศ ฟันเฉียงเข้าใส่สวีเฉินด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง

กระบี่นี้รุนแรงมาก ต่อให้เป็นหยางกวงที่อยู่ขอบเขตปราณผสานขั้นแปดเหมือนกัน ยังต้องหลบ

"มาได้จังหวะพอดี!"

เผชิญหน้ากับกระบี่เต็มกำลังของเซียวเถิง สวีเฉินไม่กลัวแต่กลับดีใจ ตะโกนก้อง พลังปราณในกายพลุ่งพล่าน กระบี่ภูตเขียวในมือสั่นระริก ส่งเสียงกังวาน

เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า กระบี่ภูตเขียววาดเป็นเส้นโค้งสีเขียวกลางอากาศ อากาศส่งเสียงเสียดสีแหลมเล็ก ก่อนจะปะทะกับปราณกระบี่อันเจิดจ้านั้นแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

"ตูม!"

เสียงระเบิดดังสนั่นตรงจุดปะทะ

ปราณกระบี่เจิดจ้าแตกกระจาย กลายเป็นฝนกระบี่เล็กๆ ปลิวว่อนไปทั่ว

"ฉึกๆๆๆ!!!"

ฝนกระบี่ตกลงพื้น หินแตกกระจาย เกิดเป็นหลุมขนาดเท่าหัวแม่มือพรุนไปหมด

เซียวเถิงเห็นกระบี่ที่ตัวเองทุ่มสุดตัวทำอะไรสวีเฉินไม่ได้ รูม่านตาก็หดเล็กลง จิตสังหารในดวงตาพวยพุ่ง

"มีฝีมือนี่ งั้นลองรับกระบี่ที่สองของข้าดูหน่อย!"

พลังปราณระเบิดออก เซียวเถิงฟันกระบี่ที่สองออกไปสุดแรง

"อย่าว่าแต่กระบี่ที่สองเลย กระบี่ที่สาม ที่สี่ ที่ห้า... ข้าก็จะรับให้ดูทุกกระบี่"

สวีเฉินพูดไปกวัดแกว่งกระบี่ต้านรับไป

รับมือเซียวเถิงไปด้วย ยังต้องแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปคอยระวังหยางกวงที่จ้องตาเป็นมันอยู่ข้างๆ

เซียวเถิงกับหยางกวงต่างมีศักดิ์ศรีค้ำคอ จะให้รุมเด็กคงเสียหน้าแย่

แต่ก็ไม่แน่ หยางกวงอาจจะหน้าด้านลงมือทีเผลอก็ได้ เพราะเดิมพันคือศาสตราวิญญาณ ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า

"เคร้งๆๆๆ!!!"

อย่างที่สวีเฉินพูด เขาต้านรับกระบี่ที่สอง ที่สาม ของเซียวเถิงไว้ได้หมด...

การโจมตีของเซียวเถิงยิ่งมายิ่งเร็ว ยิ่งมายิ่งคม

แต่ก็ถูกสวีเฉินแก้ทางได้หมด

จัดการสวีเฉินไม่ได้สักที เซียวเถิงเริ่มเสียหน้า แถมสนามรบอื่นก็เริ่มรู้ผลกันแล้ว คนที่ได้ศาสตราวิญญาณเริ่มจะมองหาชิ้นที่สอง

ถ้าปล่อยให้ตู้เส้าชิว ถังเสี่ยวเทียน หรือจ้าวอี้ จัดการคู่ต่อสู้เสร็จแล้วมาร่วมแจม กระบี่วิญญาณกับเกราะวิญญาณบนตัวสวีเฉิน คงหลุดมือเขาไปแน่

"รอไม่ได้แล้ว เรามาร่วมมือกัน รวมพลังสองคนฆ่ามันซะ!"

เซียวเถิงหันไปบอกหยางกวง

"ได้"

หยางกวงตอบสั้นๆ แล้วกระโดดเข้ามาร่วมวง

สองยอดฝีมือรุมกินโต๊ะ

สถานการณ์ของสวีเฉินตกที่นั่งลำบากทันที

แต่อาศัยพลังป้องกันอันน่าทึ่งของเกราะวิญญาณปราการทมิฬ ทำให้เขายังประคองตัวไม่ให้ถึงตายได้ในระยะสั้นๆ

"ปังๆๆๆ!!!"

ทั้งสามคนตะลุมบอนกันระยะประชิด สาดพลังปราณใส่กันไม่ยั้ง

พอยื้อกันไปสักพัก สวีเฉินก็เริ่มได้แผล มีรอยกระบี่ที่แขนสองแผล ที่น่องสามแผล ส่วนหน้าอกที่มีเกราะป้องกัน แม้จะไม่มีแผลภายนอก แต่อวัยวะภายในก็บอบช้ำจากการกระแทกซ้ำๆ

เซียวเถิงกับหยางกวงก็ไม่ได้สบายนัก

ทั้งคู่มีแผลเก่าผสมแผลใหม่ ดูภายนอกสภาพไม่ได้ดีไปกว่าสวีเฉินเท่าไหร่

สวีเฉินคิดจะหาทางหนี แต่สังเกตเห็นว่าการโจมตีของเซียวเถิงและหยางกวงเริ่มแผ่วลง

สู้กันต่อเนื่องขนาดนี้ ต่อให้เป็นขอบเขตปราณผสานขั้นแปดที่มีพลังปราณมหาศาล ก็ต้องมีวันหมด

ถ้าพลังปราณหมดเมื่อไหร่

เซียวเถิงกับหยางกวงก็ไม่มีพิษสงอะไรอีก

พอคิดได้แบบนี้ สวีเฉินก็ล้มเลิกความคิดที่จะหนี

"เชิ้ง!"

ปะทะกันอีกครั้ง

สวีเฉินส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ร่างกายโซเซถอยหลังไปหลายก้าว

"กลิ่นอายพลังลดลงแล้ว"

"ฮ่าๆๆ ไอ้หนู ในที่สุดก็ไม่ไหวแล้วสินะ"

เซียวเถิงทำเหมือนมองทะลุปรุโปร่ง หัวเราะร่าอย่างได้ใจ "พลังปราณในตัวเจ้าตอนนี้คงเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบแล้วมั้ง"

หยางกวงก็ยิ้มเยาะ "หมดพลังปราณแล้ว จะเอาอะไรมาสู้กับพวกข้า!"

สวีเฉินเดินโงนเงน แสร้งทำเป็นพลังปราณหมดเกลี้ยง ฝืนใจถามกลับไปว่า "พวกท่านสองคนก็เหลือพลังปราณไม่เท่าไหร่เหมือนกันแหละน่า"

หยางกวงหน้าเปลี่ยนสี

"ฆ่าเจ้าได้ก็พอแล้ว!"

เขาแสยะยิ้มแล้วพุ่งตัวออกไป

มืองอกรงเล็บ ตะปบเข้าที่คอหอยสวีเฉิน

เพื่อประหยัดพลังปราณ การโจมตีครั้งนี้เขาจึงไม่ได้ใส่เต็มแรง

มองดูหยางกวงที่พุ่งเข้ามา ในแววตาสวีเฉินฉายแววเย้ยหยัน ทันใดนั้น เขาก็ระเบิดพลังเต็มพิกัด พลังปราณมหาศาลราวกับเขื่อนแตกไหลทะลักเข้าสู่กระบี่ภูตเขียว

"ตาย!"

เสียงตวาดลั่น กระบี่ภูตเขียวฟันปราณกระบี่ยาวกว่าหนึ่งวาออกมา กลืนร่างหยางกวงเข้าไปทั้งร่าง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 13 - สังหารด้วยมือเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว