เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ

บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ

บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ


บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ

เมืองแม่น้ำทราย

โรงเตี๊ยม

ประตูหน้าต่างปิดสนิท สวีเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เบื้องหน้าเขามีแหวนมิติวางเรียงรายอยู่สิบวง

หกวงมาจากศิษย์สำนักเมฆา หนึ่งวงจากเพชฌฆาตหัตถ์โลหิต อีกหนึ่งวงจากศิษย์หมู่ตึกกระบี่สวรรค์ ส่วนอีกสองวงที่เหลือมาจากศิษย์พี่ของฉินไท่และฉินจิ้ง

เขาตรวจสอบของข้างในหมดแล้ว

ถึงทรัพยากรในแหวนแต่ละวงจะมีไม่มาก แต่พอเอามารวมกันก็นับว่ามหาศาลทีเดียว

"หินปราณ 12304 ก้อน โอสถปราณระดับเหลืองขั้นต่ำ 17 เม็ด สมุนไพรวิญญาณระดับเหลืองขั้นต่ำ 7 ต้น สมุนไพรวิญญาณระดับเหลืองขั้นกลาง 1 ต้น..."

ลมหายใจของสวีเฉินถี่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย

"ตอนนี้ข้าอยู่แค่ขอบเขตปราณก่อเกิดขั้นเก้าสูงสุด อาศัยอานุภาพของเคล็ดวิชาจักรพรรดิกลืนสวรรค์ พอจะสู้กับขอบเขตปราณผสานขั้นหนึ่งหรือสองได้ แต่ถ้าเจอขั้นสามขึ้นไป ข้าสู้ไม่ได้แน่นอน"

"ตำหนักวารีเปิดออก ชาวยุทธ์แห่กันมามืดฟ้ามัวดิน ฝีมือแค่หางอึ่งอย่างข้าคงลำบากแน่"

สวีเฉินมองกองภูเขาหินปราณ โอสถ และสมุนไพรตรงหน้า

ตั้งจิตมั่น

เคล็ดวิชาจักรพรรดิกลืนสวรรค์เริ่มทำงานเงียบๆ

...

เมืองแม่น้ำทราย

ทิศตะวันตก

ห่างออกไปสามสิบลี้

แม่น้ำเกิดความเปลี่ยนแปลง

ผู้คนมากมายมารวมตัวกันริมฝั่ง

ทันใดนั้น

แผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่น

ก้นแม่น้ำแยกออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่น่ากลัว

น้ำในแม่น้ำไหลย้อนกลับ

ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว

ตำหนักวารีค่อยๆ ปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคน

สายตาเร่าร้อนนับไม่ถ้วนจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่กระพริบ

"ตำหนักวารีปรากฏแล้ว!"

ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นในฝูงชน

"ลุย!"

"ฮ่าๆ ข้าขอล่วงหน้าไปก่อนละนะ"

ชั่วพริบตา เงาร่างนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกไป มุ่งหน้าสู่ตำหนักวารีอย่างบ้าคลั่ง

"ตูม!"

ผิวน้ำระเบิดออก

งูยักษ์ตัวมหึมาพุ่งขึ้นจากน้ำพร้อมกลิ่นอายอสูรที่ปกคลุมท้องฟ้า

"ฟ่อ..."

งูยักษ์อ้าปากกว้าง ชาวยุทธ์ที่วิ่งนำหน้าสุดหลบไม่ทัน ถูกกลืนลงท้องไปทั้งตัว

หางงูตวัดวูบ ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ เสียงปังๆ ดังสนั่น ร่างคนหลายร่างถูกฟาดกระเด็น แล้วระเบิดเป็นหมอกเลือดกลางอากาศ

การเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้คนที่ตามหลังมาต้องเบรกตัวโก่ง

พวกเขาแหงนหน้ามองงูยักษ์ที่มีลำตัวยาวสิบวา หัวใหญ่เท่าโม่หิน ความหนาวเหน็บแล่นไปทั่วร่าง

แค่ขยับตัวนิดเดียวก็ฆ่าคนได้เป็นเบือ สัตว์อสูรตัวนี้ไม่ธรรมดา

"สัตว์อสูรระดับสองขั้นปลาย งูหลามเกล็ดทมิฬ!"

ในกลุ่มคนมีผู้รอบรู้ มองปราดเดียวก็จำสายพันธุ์ของงูยักษ์ได้

มันคือสัตว์อสูรระดับสองขั้นปลาย งูหลามเกล็ดทมิฬ!

พอสิ้นเสียงประกาศ สีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไป ต่างพากันถอยหลังกรูด

สัตว์อสูรระดับสองขั้นปลาย มีพลังต่อสู้เทียบเท่ามนุษย์ขอบเขตปราณผสานขั้นเจ็ดหรือแปด

คนในที่นี้ส่วนใหญ่เป็นแค่ขอบเขตปราณก่อเกิด ขอบเขตปราณผสานมีแค่นับนิ้วได้ ส่วนคนที่มีปัญญาฆ่างูหลามเกล็ดทมิฬได้ ไม่มีเลยสักคน

โชคดีที่งูหลามเกล็ดทมิฬไม่ได้เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน ราวกับมันแค่ทำหน้าที่เฝ้าตำหนักวารีเท่านั้น

คนบนฝั่งถอนหายใจอย่างโล่งอก

แต่ปัญหาก็ตามมา

เงื่อนไขในการเข้าตำหนักวารีคือต้องฆ่างูหลามเกล็ดทมิฬ

ต่อให้ทุกคนร่วมมือกัน ฆ่ามันได้จริง ฝ่ายมนุษย์ก็ต้องล้มตายกันเกลื่อนกลาดแน่นอน

พอตระหนักได้ถึงข้อนี้ จึงไม่มีใครกล้าผลีผลาม

พวกเขากำลังรอ

รอให้มียอดฝีมือมามากกว่านี้

แล้วค่อยรุมฆ่างู!

เวลาค่อยๆ ผ่านไป

ข่าวตำหนักวารีปรากฏตัวแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว

...

ในโรงเตี๊ยม

สวีเฉินยุติการฝึกตน

มองดูทรัพยากรที่ถูกใช้ไปจนเกลี้ยง คิ้วเขาก็ขมวดเข้าหากัน "หินปราณ 12304 ก้อน โอสถปราณ 17 เม็ด สมุนไพรวิญญาณ 8 ต้น... ทรัพยากรขนาดนี้มากพอจะทำให้คนขอบเขตปราณก่อเกิดขั้นเก้าทะลวงไปถึงปราณผสานขั้นกลางได้สบายๆ แต่กลับทำให้ข้าเลื่อนระดับมาได้แค่ปราณผสานขั้นหนึ่งเนี่ยนะ..."

"เคล็ดวิชาจักรพรรดิกลืนสวรรค์ทรงพลังก็จริง พลังปราณที่ฝึกได้ก็ร้ายกาจมาก แต่ทุกครั้งที่เลื่อนระดับ ปริมาณหินปราณที่ต้องใช้มันมหาศาลจนน่าตกใจ มากกว่าคนอื่นเป็นสิบเท่า หรือหลายสิบเท่าเลยทีเดียว!"

สวีเฉินลุกจากเตียง

ล้างหน้าล้างตาเสร็จ พอเดินออกมานอกห้อง ก็พบว่าถนนหนทางแทบจะร้างผู้คน

เขารั้งตัวคนที่เดินผ่านมาคนหนึ่ง พอถามไถ่ถึงได้รู้ว่าตำหนักวารีปรากฏขึ้นแล้ว

"ตำหนักวารีปรากฏ อาจารย์ของฉินจิ้งคงไปที่นั่นแล้วแน่ๆ"

สวีเฉินออกเดินทางทันที

...

"คนเยอะชะมัด!"

มองดูฝูงชนมืดฟ้ามัวดินที่เบียดเสียดกันอยู่ริมแม่น้ำ สวีเฉินถึงกับเดาะลิ้น

คนเยอะเกินไปแล้ว

กะด้วยสายตาคร่าวๆ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นหมื่นคน

การจะหาเป้าหมายท่ามกลางคนเป็นหมื่น ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก

"ตำหนักวารีปรากฏแล้ว แต่ยังไม่มีใครเข้าไปได้ สาเหตุหลักคงเป็นเพราะเจ้านั่นสินะ?"

สายตาของสวีเฉินจับจ้องไปที่งูหลามเกล็ดทมิฬยาวสิบวาตัวนั้น

ตอนนี้เขาอยู่ขอบเขตปราณผสานขั้นหนึ่ง ต่อหน้างูหลามเกล็ดทมิฬที่เทียบเท่าขอบเขตปราณผสานขั้นปลาย เขาก็ยังเป็นแค่มดปลวก

"ตำหนักวารีมีงูหลามเกล็ดทมิฬเฝ้าอยู่ จะเข้าไปคงไม่ง่าย ถ้าจะฆ่ามัน อย่างน้อยต้องมียอดฝีมือขอบเขตปราณผสานขั้นปลายลงมือ ไม่อย่างนั้นถ้าพึ่งแต่พวกขอบเขตปราณก่อเกิด เข้าไปกี่คนก็ตายเรียบ"

สิ้นเสียงพึมพำ

ฝูงชนทางทิศตะวันออกก็เกิดความโกลาหล

เห็นกลุ่มศิษย์หมู่ตึกกระบี่สวรรค์ ห้อมล้อมชายหนุ่มชุดม่วงคนหนึ่ง เดินตรงไปยังตำหนักวารี

ในขณะเดียวกัน

อีกสามทิศก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน

"นึกไม่ถึงเลยว่าตำหนักวารีปรากฏ จะดึงดูดศิษย์สายในของหมู่ตึกกระบี่สวรรค์อย่าง เซียวเถิง มาด้วย!"

"เซียวเถิงเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณผสานขั้นแปดเมื่อไม่นานมานี้ ติดอันดับท็อป 30 ของศิษย์สายในหมู่ตึกกระบี่สวรรค์ ถ้าเขาลงมือ งูหลามเกล็ดทมิฬก็ไม่น่ากลัวแล้ว"

"ดูทางนั้นสิ จ้าวอี้ ศิษย์สายในสำนักเมฆา เขาก็มาด้วย"

"คนข้างๆ จ้าวอี้ หน้าซีดเหมือนเพิ่งหายป่วย ข้ารู้จักมัน เมื่อวานมันเกือบตายด้วยน้ำมือเพชฌฆาตหัตถ์โลหิต ถ้าไม่ใช่เพราะมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาช่วยฆ่าเพชฌฆาตหัตถ์โลหิต ป่านนี้มันคงเป็นผีไปแล้ว"

"ตู้เส้าชิว จากตระกูลตู้ หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ก็มา"

"ยังมี ถังเสี่ยวเทียน จากตระกูลถังอีกคน"

"เซียวเถิง จ้าวอี้ ตู้เส้าชิว ถังเสี่ยวเทียน จุ๊ๆ นึกไม่ถึงจริงๆ ตำหนักวารีจะดึงดูดสี่คนนี้มาได้!"

"ดูจากขนาดของตำหนักวารี เจ้าของเดิมอย่างต่ำต้องอยู่ขอบเขตปราณแท้จริง ชาวยุทธ์ขอบเขตปราณแท้จริงถูกยกย่องว่าเป็นยอดคน ต่อให้เป็นจอมยุทธ์พเนจร ทรัพย์สมบัติที่สะสมมาทั้งชีวิตก็น่าทึ่งมากแล้ว ยิ่งดูจากขนาดตำหนัก เจ้าของคงไม่ใช่ยอดคนธรรมดาๆ สมบัติที่ทิ้งไว้ดึงดูดพวกเซียวเถิงมาได้ก็ไม่แปลกหรอก"

"มีสี่คนนี้อยู่ สมบัติล้ำค่าในตำหนักคงหมดสิทธิ์หวังแล้ว พวกเราคงได้แค่ตามไปกินน้ำแกงเหลือๆ"

"เฮอะ สมบัติเลือกนาย คนเก่งใช่ว่าจะได้สมบัติเสมอไป"

ผู้คนจับกลุ่มคุยกันเสียงเซ็งแซ่

สายตาของสวีเฉินหยุดอยู่ที่สี่คนนั้นครู่หนึ่ง

สี่คนนี้แข็งแกร่งมาก แต่ถ้าสู้ตัวต่อตัวยังไม่ใชคู่มืองูหลามเกล็ดทมิฬ แต่ถ้าร่วมมือกันสี่คน งูหลามเกล็ดทมิฬก็มีแต่ตายกับตาย

ทั้งสี่คนเดินมาจากคนละทิศ มาเจอกันที่ริมฝั่ง

"ทุกคนคงรอกันจนเบื่อแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลา ลงมือพร้อมกันเลยดีกว่า!" เซียวเถิงเปิดประเด็นก่อน

"เอาสิ"

อีกสามคนไม่มีปัญหา พยักหน้าตกลง

เมื่อตกลงกันได้ สายตาคมกริบทั้งสี่คู่ก็จับจ้องไปที่งูหลามเกล็ดทมิฬหน้าตำหนักวารีพร้อมกัน

"ลุย!"

สิ้นเสียงตะโกน จ้าวอี้จากสำนักเมฆาก็ถีบตัวพุ่งออกไป พื้นดินใต้เท้าระเบิดกระจาย ร่างพุ่งเข้าใส่งูหลามเกล็ดทมิฬดุจดาวตก

อีกสามคนก็ไม่น้อยหน้า พุ่งออกไปแทบจะพร้อมๆ กับจ้าวอี้ ทั้งสี่คนห่อหุ้มด้วยพลังปราณอันมหาศาล พุ่งเข้าฆ่าฟันงูหลามเกล็ดทมิฬราวกับหอกดาบ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว