- หน้าแรก
- จักรพรรดิกลืนสวรรค์ บัญชีแค้นล้างปฐพี
- บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ
บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ
บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ
บทที่ 7 - งูหลามเกล็ดทมิฬ
เมืองแม่น้ำทราย
โรงเตี๊ยม
ประตูหน้าต่างปิดสนิท สวีเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เบื้องหน้าเขามีแหวนมิติวางเรียงรายอยู่สิบวง
หกวงมาจากศิษย์สำนักเมฆา หนึ่งวงจากเพชฌฆาตหัตถ์โลหิต อีกหนึ่งวงจากศิษย์หมู่ตึกกระบี่สวรรค์ ส่วนอีกสองวงที่เหลือมาจากศิษย์พี่ของฉินไท่และฉินจิ้ง
เขาตรวจสอบของข้างในหมดแล้ว
ถึงทรัพยากรในแหวนแต่ละวงจะมีไม่มาก แต่พอเอามารวมกันก็นับว่ามหาศาลทีเดียว
"หินปราณ 12304 ก้อน โอสถปราณระดับเหลืองขั้นต่ำ 17 เม็ด สมุนไพรวิญญาณระดับเหลืองขั้นต่ำ 7 ต้น สมุนไพรวิญญาณระดับเหลืองขั้นกลาง 1 ต้น..."
ลมหายใจของสวีเฉินถี่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย
"ตอนนี้ข้าอยู่แค่ขอบเขตปราณก่อเกิดขั้นเก้าสูงสุด อาศัยอานุภาพของเคล็ดวิชาจักรพรรดิกลืนสวรรค์ พอจะสู้กับขอบเขตปราณผสานขั้นหนึ่งหรือสองได้ แต่ถ้าเจอขั้นสามขึ้นไป ข้าสู้ไม่ได้แน่นอน"
"ตำหนักวารีเปิดออก ชาวยุทธ์แห่กันมามืดฟ้ามัวดิน ฝีมือแค่หางอึ่งอย่างข้าคงลำบากแน่"
สวีเฉินมองกองภูเขาหินปราณ โอสถ และสมุนไพรตรงหน้า
ตั้งจิตมั่น
เคล็ดวิชาจักรพรรดิกลืนสวรรค์เริ่มทำงานเงียบๆ
...
เมืองแม่น้ำทราย
ทิศตะวันตก
ห่างออกไปสามสิบลี้
แม่น้ำเกิดความเปลี่ยนแปลง
ผู้คนมากมายมารวมตัวกันริมฝั่ง
ทันใดนั้น
แผ่นดินไหวสะเทือนเลื่อนลั่น
ก้นแม่น้ำแยกออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่น่ากลัว
น้ำในแม่น้ำไหลย้อนกลับ
ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว
ตำหนักวารีค่อยๆ ปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคน
สายตาเร่าร้อนนับไม่ถ้วนจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่กระพริบ
"ตำหนักวารีปรากฏแล้ว!"
ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นในฝูงชน
"ลุย!"
"ฮ่าๆ ข้าขอล่วงหน้าไปก่อนละนะ"
ชั่วพริบตา เงาร่างนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกไป มุ่งหน้าสู่ตำหนักวารีอย่างบ้าคลั่ง
"ตูม!"
ผิวน้ำระเบิดออก
งูยักษ์ตัวมหึมาพุ่งขึ้นจากน้ำพร้อมกลิ่นอายอสูรที่ปกคลุมท้องฟ้า
"ฟ่อ..."
งูยักษ์อ้าปากกว้าง ชาวยุทธ์ที่วิ่งนำหน้าสุดหลบไม่ทัน ถูกกลืนลงท้องไปทั้งตัว
หางงูตวัดวูบ ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ เสียงปังๆ ดังสนั่น ร่างคนหลายร่างถูกฟาดกระเด็น แล้วระเบิดเป็นหมอกเลือดกลางอากาศ
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้คนที่ตามหลังมาต้องเบรกตัวโก่ง
พวกเขาแหงนหน้ามองงูยักษ์ที่มีลำตัวยาวสิบวา หัวใหญ่เท่าโม่หิน ความหนาวเหน็บแล่นไปทั่วร่าง
แค่ขยับตัวนิดเดียวก็ฆ่าคนได้เป็นเบือ สัตว์อสูรตัวนี้ไม่ธรรมดา
"สัตว์อสูรระดับสองขั้นปลาย งูหลามเกล็ดทมิฬ!"
ในกลุ่มคนมีผู้รอบรู้ มองปราดเดียวก็จำสายพันธุ์ของงูยักษ์ได้
มันคือสัตว์อสูรระดับสองขั้นปลาย งูหลามเกล็ดทมิฬ!
พอสิ้นเสียงประกาศ สีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนไป ต่างพากันถอยหลังกรูด
สัตว์อสูรระดับสองขั้นปลาย มีพลังต่อสู้เทียบเท่ามนุษย์ขอบเขตปราณผสานขั้นเจ็ดหรือแปด
คนในที่นี้ส่วนใหญ่เป็นแค่ขอบเขตปราณก่อเกิด ขอบเขตปราณผสานมีแค่นับนิ้วได้ ส่วนคนที่มีปัญญาฆ่างูหลามเกล็ดทมิฬได้ ไม่มีเลยสักคน
โชคดีที่งูหลามเกล็ดทมิฬไม่ได้เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน ราวกับมันแค่ทำหน้าที่เฝ้าตำหนักวารีเท่านั้น
คนบนฝั่งถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่ปัญหาก็ตามมา
เงื่อนไขในการเข้าตำหนักวารีคือต้องฆ่างูหลามเกล็ดทมิฬ
ต่อให้ทุกคนร่วมมือกัน ฆ่ามันได้จริง ฝ่ายมนุษย์ก็ต้องล้มตายกันเกลื่อนกลาดแน่นอน
พอตระหนักได้ถึงข้อนี้ จึงไม่มีใครกล้าผลีผลาม
พวกเขากำลังรอ
รอให้มียอดฝีมือมามากกว่านี้
แล้วค่อยรุมฆ่างู!
เวลาค่อยๆ ผ่านไป
ข่าวตำหนักวารีปรากฏตัวแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว
...
ในโรงเตี๊ยม
สวีเฉินยุติการฝึกตน
มองดูทรัพยากรที่ถูกใช้ไปจนเกลี้ยง คิ้วเขาก็ขมวดเข้าหากัน "หินปราณ 12304 ก้อน โอสถปราณ 17 เม็ด สมุนไพรวิญญาณ 8 ต้น... ทรัพยากรขนาดนี้มากพอจะทำให้คนขอบเขตปราณก่อเกิดขั้นเก้าทะลวงไปถึงปราณผสานขั้นกลางได้สบายๆ แต่กลับทำให้ข้าเลื่อนระดับมาได้แค่ปราณผสานขั้นหนึ่งเนี่ยนะ..."
"เคล็ดวิชาจักรพรรดิกลืนสวรรค์ทรงพลังก็จริง พลังปราณที่ฝึกได้ก็ร้ายกาจมาก แต่ทุกครั้งที่เลื่อนระดับ ปริมาณหินปราณที่ต้องใช้มันมหาศาลจนน่าตกใจ มากกว่าคนอื่นเป็นสิบเท่า หรือหลายสิบเท่าเลยทีเดียว!"
สวีเฉินลุกจากเตียง
ล้างหน้าล้างตาเสร็จ พอเดินออกมานอกห้อง ก็พบว่าถนนหนทางแทบจะร้างผู้คน
เขารั้งตัวคนที่เดินผ่านมาคนหนึ่ง พอถามไถ่ถึงได้รู้ว่าตำหนักวารีปรากฏขึ้นแล้ว
"ตำหนักวารีปรากฏ อาจารย์ของฉินจิ้งคงไปที่นั่นแล้วแน่ๆ"
สวีเฉินออกเดินทางทันที
...
"คนเยอะชะมัด!"
มองดูฝูงชนมืดฟ้ามัวดินที่เบียดเสียดกันอยู่ริมแม่น้ำ สวีเฉินถึงกับเดาะลิ้น
คนเยอะเกินไปแล้ว
กะด้วยสายตาคร่าวๆ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นหมื่นคน
การจะหาเป้าหมายท่ามกลางคนเป็นหมื่น ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก
"ตำหนักวารีปรากฏแล้ว แต่ยังไม่มีใครเข้าไปได้ สาเหตุหลักคงเป็นเพราะเจ้านั่นสินะ?"
สายตาของสวีเฉินจับจ้องไปที่งูหลามเกล็ดทมิฬยาวสิบวาตัวนั้น
ตอนนี้เขาอยู่ขอบเขตปราณผสานขั้นหนึ่ง ต่อหน้างูหลามเกล็ดทมิฬที่เทียบเท่าขอบเขตปราณผสานขั้นปลาย เขาก็ยังเป็นแค่มดปลวก
"ตำหนักวารีมีงูหลามเกล็ดทมิฬเฝ้าอยู่ จะเข้าไปคงไม่ง่าย ถ้าจะฆ่ามัน อย่างน้อยต้องมียอดฝีมือขอบเขตปราณผสานขั้นปลายลงมือ ไม่อย่างนั้นถ้าพึ่งแต่พวกขอบเขตปราณก่อเกิด เข้าไปกี่คนก็ตายเรียบ"
สิ้นเสียงพึมพำ
ฝูงชนทางทิศตะวันออกก็เกิดความโกลาหล
เห็นกลุ่มศิษย์หมู่ตึกกระบี่สวรรค์ ห้อมล้อมชายหนุ่มชุดม่วงคนหนึ่ง เดินตรงไปยังตำหนักวารี
ในขณะเดียวกัน
อีกสามทิศก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน
"นึกไม่ถึงเลยว่าตำหนักวารีปรากฏ จะดึงดูดศิษย์สายในของหมู่ตึกกระบี่สวรรค์อย่าง เซียวเถิง มาด้วย!"
"เซียวเถิงเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปราณผสานขั้นแปดเมื่อไม่นานมานี้ ติดอันดับท็อป 30 ของศิษย์สายในหมู่ตึกกระบี่สวรรค์ ถ้าเขาลงมือ งูหลามเกล็ดทมิฬก็ไม่น่ากลัวแล้ว"
"ดูทางนั้นสิ จ้าวอี้ ศิษย์สายในสำนักเมฆา เขาก็มาด้วย"
"คนข้างๆ จ้าวอี้ หน้าซีดเหมือนเพิ่งหายป่วย ข้ารู้จักมัน เมื่อวานมันเกือบตายด้วยน้ำมือเพชฌฆาตหัตถ์โลหิต ถ้าไม่ใช่เพราะมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาช่วยฆ่าเพชฌฆาตหัตถ์โลหิต ป่านนี้มันคงเป็นผีไปแล้ว"
"ตู้เส้าชิว จากตระกูลตู้ หนึ่งในแปดตระกูลใหญ่ก็มา"
"ยังมี ถังเสี่ยวเทียน จากตระกูลถังอีกคน"
"เซียวเถิง จ้าวอี้ ตู้เส้าชิว ถังเสี่ยวเทียน จุ๊ๆ นึกไม่ถึงจริงๆ ตำหนักวารีจะดึงดูดสี่คนนี้มาได้!"
"ดูจากขนาดของตำหนักวารี เจ้าของเดิมอย่างต่ำต้องอยู่ขอบเขตปราณแท้จริง ชาวยุทธ์ขอบเขตปราณแท้จริงถูกยกย่องว่าเป็นยอดคน ต่อให้เป็นจอมยุทธ์พเนจร ทรัพย์สมบัติที่สะสมมาทั้งชีวิตก็น่าทึ่งมากแล้ว ยิ่งดูจากขนาดตำหนัก เจ้าของคงไม่ใช่ยอดคนธรรมดาๆ สมบัติที่ทิ้งไว้ดึงดูดพวกเซียวเถิงมาได้ก็ไม่แปลกหรอก"
"มีสี่คนนี้อยู่ สมบัติล้ำค่าในตำหนักคงหมดสิทธิ์หวังแล้ว พวกเราคงได้แค่ตามไปกินน้ำแกงเหลือๆ"
"เฮอะ สมบัติเลือกนาย คนเก่งใช่ว่าจะได้สมบัติเสมอไป"
ผู้คนจับกลุ่มคุยกันเสียงเซ็งแซ่
สายตาของสวีเฉินหยุดอยู่ที่สี่คนนั้นครู่หนึ่ง
สี่คนนี้แข็งแกร่งมาก แต่ถ้าสู้ตัวต่อตัวยังไม่ใชคู่มืองูหลามเกล็ดทมิฬ แต่ถ้าร่วมมือกันสี่คน งูหลามเกล็ดทมิฬก็มีแต่ตายกับตาย
ทั้งสี่คนเดินมาจากคนละทิศ มาเจอกันที่ริมฝั่ง
"ทุกคนคงรอกันจนเบื่อแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลา ลงมือพร้อมกันเลยดีกว่า!" เซียวเถิงเปิดประเด็นก่อน
"เอาสิ"
อีกสามคนไม่มีปัญหา พยักหน้าตกลง
เมื่อตกลงกันได้ สายตาคมกริบทั้งสี่คู่ก็จับจ้องไปที่งูหลามเกล็ดทมิฬหน้าตำหนักวารีพร้อมกัน
"ลุย!"
สิ้นเสียงตะโกน จ้าวอี้จากสำนักเมฆาก็ถีบตัวพุ่งออกไป พื้นดินใต้เท้าระเบิดกระจาย ร่างพุ่งเข้าใส่งูหลามเกล็ดทมิฬดุจดาวตก
อีกสามคนก็ไม่น้อยหน้า พุ่งออกไปแทบจะพร้อมๆ กับจ้าวอี้ ทั้งสี่คนห่อหุ้มด้วยพลังปราณอันมหาศาล พุ่งเข้าฆ่าฟันงูหลามเกล็ดทมิฬราวกับหอกดาบ
[จบแล้ว]