- หน้าแรก
- ฟุตบอล ช่วงชิงทักษะครึ่งหนึ่งของบอสเมสซีตั้งแต่เริ่มเกม
- บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์
บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์
บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์
บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์
เมื่อกลับมาถึงโรงแรม มัตเตโอนอนแผ่บนเตียง เริ่มพินิจพิเคราะห์สิ่งที่ได้รับมาอย่างละเอียด
เวลานี้... ในหัวของเขามีวงแหวนแสงเล็ก ๆ ล้อมรอบรูปอวตารเมสซีที่เป็นสีเทา ด้านล่างกำกับตัวเลข ‘50%’ เอาไว้
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นคลังเก็บทักษะฟุตบอลห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของเมสซี
ส่วนเหตุผลที่มันเป็นสีเทานั้น...
คงเป็นเพราะค่าความชำนาญในตอนนี้ยังเป็นศูนย์
อันที่จริงเมื่อลองคิดดู มันก็สมเหตุสมผล... เด็กอายุไม่ถึงสิบขวบที่เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก จะไปมีอะไรเชื่อมโยงกับปีกร่างเล็กที่มีความคล่องตัวสูงได้ยังไง?
ดังนั้น หลังจากได้แพ็กเกจทักษะ 50% นี้มา มันจึงยังไร้ประโยชน์สำหรับเขาในชั่วคราว
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
วันรุ่งขึ้น...
มัตเตโอเดินทางกลับอิตาลีพร้อมกับแม่
เขายังเป็นนักเรียนและนักเตะเยาวชนพาร์ตไทม์ ย่อมไม่สามารถอยู่ที่สเปนได้นาน
และการผจญภัยครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปมากนัก
ทว่าหลังจากผ่านไปไม่กี่วันของการเรียนและการฝึกซ้อม จู่ ๆ เขาก็ค้นพบว่ามีแสงสว่างจาง ๆ เล็กจิ๋วปรากฏขึ้นบนอวตารสีเทาของเมสซีในหัว
และข้าง ๆ กันนั้น มีตัวเลขอีกตัวโผล่ขึ้นมา... หนึ่งเปอร์เซ็นต์
ในที่สุดเขาก็เข้าใจ... ที่แท้ค่าความชำนาญนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับ!
เรื่องนี้ทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ขอแค่เพียรพยายามฝึกต่อไป สักวันเขาจะต้องเพิ่มค่าความชำนาญนี้ได้แน่!
และในคืนวันพุธ วงการฟุตบอลยุโรปก็เข้าสู่แมตช์หยุดโลกอีกครั้ง... เรอัลมาดริด ปะทะ บาร์ซา!
นี่คือนัดชิงชนะเลิศโกปาเดลเรย์ และคู่ปรับตลอดกาลคู่นี้ต้องโคจรมาพบกันเป็นครั้งที่สองในรอบสี่วัน
สำหรับแฟนบอล นี่คือความสุขสมเปรมปรีดิ์ แต่สำหรับนักเตะ นี่คืองานหนักแสนสาหัส
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เกมที่มีความเข้มข้นสูงขนาดนี้คือบททดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายขนานใหญ่
ในเกมนี้ เรอัลมาดริดจัดทัพในระบบ 4-3-3: กาซิยาส, อาร์เบลัว, รามอส, คาร์วัลโญ และมาร์เซโล ยืนคุมแนวรับ; กองกลางตัวรับสามคนประกอบด้วย เปเป้, เคดิรา และชาบี อลอนโซ; ส่วนแนวรุกสามประสานคือ โอซิล, ดิ มาเรีย และคริสเตียโน โรนัลโด
ฝั่งบาร์ซาก็มาในแผน 4-3-3 เช่นกัน ปินโต, อัลเวส, ปิเก้, มาสเคราโน, อาเดรียโน, บุสเกตส์, ชาบี, อินิเอสตา, เปโดร, เมสซี และบียา เป็นสิบเอ็ดตัวจริง
ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ทางกันเป็นอย่างดี เกมจึงเดินเร็วมาตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก
กลยุทธ์ของมูรินโญนั้นเรียบง่ายมาก... ใช้แดนกลางบีบพื้นที่ไล่บดขยี้เพื่อสร้างโอกาสสวนกลับ
ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาครองความได้เปรียบอยู่บ้างในช่วงครึ่งแรก
น่าเสียดายที่พวกเขายังเจาะตาข่ายไม่ได้
ส่วนทางฝั่งบาร์ซา เนื่องด้วยเรอัลมาดริดมาไม้โหด ไล่บีบพื้นที่อย่างดุดัน ทำให้การต่อบอลขาด ๆ เกิน ๆ จนหาโอกาสสวย ๆ ได้น้อยมาก
สองซูเปอร์สตาร์ที่ถูกจับตามองที่สุดของทั้งสองทีม โชว์ฟอร์มแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในครึ่งแรก
คริสเตียโน โรนัลโด มีส่วนร่วมกับเกมรุกสูงมาก ใช้การวิ่งหาช่องและความสามารถเฉพาะตัวสร้างโอกาสให้เรอัลมาดริดได้หลายครั้ง
นอกจากการทำประตูไม่ได้แล้ว ฟอร์มโดยรวมของเขาถือว่าโดดเด่นสะดุดตา
ในทางกลับกัน เมสซีกลับดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวาในเกมนี้ แทบไม่ได้สัมผัสบอล และยิ่งมีโอกาสโชว์ของน้อยลงไปอีก
โอกาสทองที่สุดของทั้งสองฝั่งในครึ่งแรกมาจากจังหวะเติมเกมของเปเป้... น. 43 เขาเทคตัวขึ้นโขกลูกเปิดของโอซิลเต็มศีรษะ แต่โชคร้ายที่บอลพุ่งชนเสา...ปึ้ก! เด้งออกมา ช่วยชีวิตบาร์ซาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
ภาพรวมครึ่งแรก เรอัลมาดริดดูจะกระตือรือร้นกว่า และดูเหมือนกลยุทธ์ของมูรินโญจะมาถูกทาง
ทว่าพวกเขาจะยืนระยะไล่เพรสซิงด้วยความเข้มข้นระดับนี้ได้ครบเก้าสิบนาทีหรือไม่... นั่นคือตัวตัดสินเกม
ส่วนบาร์ซาอยู่ในฟอร์มที่ย่ำแย่และต้องการการปรับแก้ด่วน
แฟนบอลต่างหวังว่าเมสซีจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในครึ่งหลัง และมอบการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจกว่านี้
เมื่อครึ่งหลังเริ่มขึ้น บาร์ซาเร่งจังหวะเกมขึ้นจริง ๆ และโอกาสเข้าทำก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่สิ่งที่ทำให้แฟนบอลต้องเกาหัวคือ ดาราชูโรงอย่างเมสซียังคงเล่นไม่ออก ซึ่งทำให้บาร์ซาขาดอาวุธหนักในการเจาะทำลาย
จนกระทั่ง น. 68 เมสซีถึงจะได้โอกาสงาม ๆ สักหน
เขารับบอลในแดนหน้า ประสานงานกับบียา ก่อนจะได้ช่องสับไกยิงไกลจากหน้ากรอบเขตโทษ
เขาง้างเท้าซ้ายซัดเต็มข้อ!
แล้วก็...
ลูกบอลเหินข้ามคานไปไกลลิบ
ประเด็นคือลูกนี้ไม่ได้แค่โด่ง แต่ยังหลุดกรอบไปแบบไม่มีลุ้น กาซิยาสถึงกับยืนนิ่ง ราวกับจะบอกว่าแค่ขยับตัวรับลูกยิงแบบนี้ก็ถือเป็นการไม่ให้เกียรติตัวเองแล้ว
แม้แต่ผู้บรรยายยังอดบ่นไม่ได้ว่าลูกยิงนี้มันต่ำกว่ามาตรฐานจริง ๆ
มัตเตโอที่ดูถ่ายทอดสดผ่านทีวี ถึงกับหลุดปากพูดกับพ่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“พ่อครับ ยิงห่วยแตกชะมัด!”
อเลสซานโดร ลูคาเรลลี ยิ้มแล้วตอบ
“คนเราก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างแหละ!”
เนื่องจากปาร์มาไม่มีโปรแกรมแข่งกลางสัปดาห์ สองพ่อลูกจึงมีเวลาเสพเกมนี้ด้วยกัน
เกมดำเนินต่อไป...
น. 85 เมสซีได้โอกาสทองอีกครั้ง คราวนี้เขากระชากบอลแหวกแนวรับทางกราบซ้ายเข้าเขตโทษ เหลือบมองจังหวะวิ่งของบียา แล้วตัดสินใจเปิดบอลตัดเข้าใน
แต่น้ำหนักบอลลูกนี้ควบคุมได้แย่มาก มันพุ่งตรงเข้าซองกาซิยาสรับสบาย!
บียาถึงกับทำหน้าไม่อยากเชื่อ... ลูกจ่ายแบบนี้ ให้คุณย่าของเขามาเตะก็ยังน่าจะแม่นกว่าไหม?
ฟอร์มของเมสซีในนัดนี้ดูจะหลุดทะเลอย่างกู่ไม่กลับจริง ๆ!
และหลังจากพลาดโอกาสนี้ บาร์ซาก็ไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสดี ๆ ได้อีกในช่วงเวลาที่เหลือ จนเกมต้องยืดเยื้อเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ
ในช่วงต่อเวลาพิเศษ... เป็นทีของคริสเตียโน โรนัลโด ที่จะเฉิดฉาย
น. 103เขารับลูกเปิดจากดิ มาเรีย ทะยานขึ้นสูงในกรอบเขตโทษ แล้วโขกตูมเดียวตุงตาข่าย! สกอร์ขยับเป็น 1–0!
และประตูนี้คือจุดตัดสินผลแพ้ชนะ
บทสรุปสุดท้าย เรอัลมาดริดเฉือนชนะบาร์ซา 1–0 ในนัดชิงโกปาเดลเรย์ คว้าแชมป์ไปครอง!
หลังจบเกม ความแตกต่างของฟอร์มการเล่นระหว่างสตาร์ของทั้งสองทีมกลายเป็นประเด็นที่สื่อจับจ้อง
ฝั่งหนึ่งคือลูกโหม่งอันทรงพลังและประตูชัยของคริสเตียโน โรนัลโด... อีกฝั่งคือความเฉื่อยชาตลอดเกมของเมสซี แถมด้วยลูกยิงนกตกปลาและการจ่ายบอลสุดพิลึก ในแมตช์นี้ ความห่างชั้นของทั้งคู่ช่างชัดเจนเหลือเกิน
กระนั้น คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าฟอร์มตกของเมสซีเป็นเพียงผลจากตารางแข่งที่ถี่ยิบและเกมรับที่แน่นหนาของมูรินโญ และเขาคงจะกลับมาผงาดได้ในเร็ววัน
แต่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า... ในเกมลีกนัดถัดไป เมสซีจะโชว์ฟอร์มที่ ‘เลวร้าย’ ยิ่งกว่าเดิม
สามวันถัดมา...
บาร์ซาเปิดบ้านรับการมาเยือนของโอซาซูนา
โอซาซูนาในเวลานั้นรั้งอันดับสิบหกของตาราง เป็นทีมโซนหนีตกชั้นชัดเจน
การเจอกับคู่แข่งอ่อนชั้นขนาดนี้ บาร์ซาน่าจะคว้าชัยได้ไม่ยากเย็น
กวาร์ดิโอลาก็วางแผนจะให้เมสซีลงเล่นแค่ครึ่งแรกเพื่อเรียกความมั่นใจ พอเกมขาดแล้วค่อยเปลี่ยนตัวออกเพื่อถนอมร่างกาย
ผลปรากฏว่า... ฟอร์มของเมสซีในเกมทำเอาเขาช็อกตาตั้ง
ในสนาม การเลี้ยงบอลของเขายังคงเฉียบคม ฉีกกระชากแนวรับคู่แข่งจนขาดวิ่น
แต่ทว่า...
จังหวะต่อเนื่องหลังจากนั้นกลับดูเหมือนมือสมัครเล่นไม่มีผิด
ไม่ยิงเหินขึ้นอัฒจันทร์ ก็จ่ายบอลสะเปะสะปะออกทะเลไปไกล
เพื่อนร่วมทีมถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก... เมสซีทำบ้าอะไรของเขา?
น. 35 เขารับลูกแทงทะลุช่องจากชาบี หลุดเข้าไปในเขตโทษอีกครั้ง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตู เขากลับงัดลูกยิงประหลาดที่หลุดกรอบออกไปหน้าตาเฉย
กวาร์ดิโอลาที่ข้างสนามโมโหจนทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นหญ้า พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
วินาทีนั้น มัตเตโอที่เฝ้าดูหน้าจอทีวีก็รู้สึกทะแม่ง ๆ... วลีหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัว
“เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์?”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═