เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์

บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์

บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์


บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์

เมื่อกลับมาถึงโรงแรม มัตเตโอนอนแผ่บนเตียง เริ่มพินิจพิเคราะห์สิ่งที่ได้รับมาอย่างละเอียด

เวลานี้... ในหัวของเขามีวงแหวนแสงเล็ก ๆ ล้อมรอบรูปอวตารเมสซีที่เป็นสีเทา ด้านล่างกำกับตัวเลข ‘50%’ เอาไว้

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นคลังเก็บทักษะฟุตบอลห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของเมสซี

ส่วนเหตุผลที่มันเป็นสีเทานั้น...

คงเป็นเพราะค่าความชำนาญในตอนนี้ยังเป็นศูนย์

อันที่จริงเมื่อลองคิดดู มันก็สมเหตุสมผล... เด็กอายุไม่ถึงสิบขวบที่เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก จะไปมีอะไรเชื่อมโยงกับปีกร่างเล็กที่มีความคล่องตัวสูงได้ยังไง?

ดังนั้น หลังจากได้แพ็กเกจทักษะ 50% นี้มา มันจึงยังไร้ประโยชน์สำหรับเขาในชั่วคราว

พอคิดได้แบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

วันรุ่งขึ้น...

มัตเตโอเดินทางกลับอิตาลีพร้อมกับแม่

เขายังเป็นนักเรียนและนักเตะเยาวชนพาร์ตไทม์ ย่อมไม่สามารถอยู่ที่สเปนได้นาน

และการผจญภัยครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปมากนัก

ทว่าหลังจากผ่านไปไม่กี่วันของการเรียนและการฝึกซ้อม จู่ ๆ เขาก็ค้นพบว่ามีแสงสว่างจาง ๆ เล็กจิ๋วปรากฏขึ้นบนอวตารสีเทาของเมสซีในหัว

และข้าง ๆ กันนั้น มีตัวเลขอีกตัวโผล่ขึ้นมา... หนึ่งเปอร์เซ็นต์

ในที่สุดเขาก็เข้าใจ... ที่แท้ค่าความชำนาญนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับ!

เรื่องนี้ทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมาทันที

ขอแค่เพียรพยายามฝึกต่อไป สักวันเขาจะต้องเพิ่มค่าความชำนาญนี้ได้แน่!

และในคืนวันพุธ วงการฟุตบอลยุโรปก็เข้าสู่แมตช์หยุดโลกอีกครั้ง... เรอัลมาดริด ปะทะ บาร์ซา!

นี่คือนัดชิงชนะเลิศโกปาเดลเรย์ และคู่ปรับตลอดกาลคู่นี้ต้องโคจรมาพบกันเป็นครั้งที่สองในรอบสี่วัน

สำหรับแฟนบอล นี่คือความสุขสมเปรมปรีดิ์ แต่สำหรับนักเตะ นี่คืองานหนักแสนสาหัส

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เกมที่มีความเข้มข้นสูงขนาดนี้คือบททดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายขนานใหญ่

ในเกมนี้ เรอัลมาดริดจัดทัพในระบบ 4-3-3: กาซิยาส, อาร์เบลัว, รามอส, คาร์วัลโญ และมาร์เซโล ยืนคุมแนวรับ; กองกลางตัวรับสามคนประกอบด้วย เปเป้, เคดิรา และชาบี อลอนโซ; ส่วนแนวรุกสามประสานคือ โอซิล, ดิ มาเรีย และคริสเตียโน โรนัลโด

ฝั่งบาร์ซาก็มาในแผน 4-3-3 เช่นกัน ปินโต, อัลเวส, ปิเก้, มาสเคราโน, อาเดรียโน, บุสเกตส์, ชาบี, อินิเอสตา, เปโดร, เมสซี และบียา เป็นสิบเอ็ดตัวจริง

ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ทางกันเป็นอย่างดี เกมจึงเดินเร็วมาตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก

กลยุทธ์ของมูรินโญนั้นเรียบง่ายมาก... ใช้แดนกลางบีบพื้นที่ไล่บดขยี้เพื่อสร้างโอกาสสวนกลับ

ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาครองความได้เปรียบอยู่บ้างในช่วงครึ่งแรก

น่าเสียดายที่พวกเขายังเจาะตาข่ายไม่ได้

ส่วนทางฝั่งบาร์ซา เนื่องด้วยเรอัลมาดริดมาไม้โหด ไล่บีบพื้นที่อย่างดุดัน ทำให้การต่อบอลขาด ๆ เกิน ๆ จนหาโอกาสสวย ๆ ได้น้อยมาก

สองซูเปอร์สตาร์ที่ถูกจับตามองที่สุดของทั้งสองทีม โชว์ฟอร์มแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในครึ่งแรก

คริสเตียโน โรนัลโด มีส่วนร่วมกับเกมรุกสูงมาก ใช้การวิ่งหาช่องและความสามารถเฉพาะตัวสร้างโอกาสให้เรอัลมาดริดได้หลายครั้ง

นอกจากการทำประตูไม่ได้แล้ว ฟอร์มโดยรวมของเขาถือว่าโดดเด่นสะดุดตา

ในทางกลับกัน เมสซีกลับดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวาในเกมนี้ แทบไม่ได้สัมผัสบอล และยิ่งมีโอกาสโชว์ของน้อยลงไปอีก

โอกาสทองที่สุดของทั้งสองฝั่งในครึ่งแรกมาจากจังหวะเติมเกมของเปเป้... น. 43 เขาเทคตัวขึ้นโขกลูกเปิดของโอซิลเต็มศีรษะ แต่โชคร้ายที่บอลพุ่งชนเสา...ปึ้ก! เด้งออกมา ช่วยชีวิตบาร์ซาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

ภาพรวมครึ่งแรก เรอัลมาดริดดูจะกระตือรือร้นกว่า และดูเหมือนกลยุทธ์ของมูรินโญจะมาถูกทาง

ทว่าพวกเขาจะยืนระยะไล่เพรสซิงด้วยความเข้มข้นระดับนี้ได้ครบเก้าสิบนาทีหรือไม่... นั่นคือตัวตัดสินเกม

ส่วนบาร์ซาอยู่ในฟอร์มที่ย่ำแย่และต้องการการปรับแก้ด่วน

แฟนบอลต่างหวังว่าเมสซีจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในครึ่งหลัง และมอบการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจกว่านี้

เมื่อครึ่งหลังเริ่มขึ้น บาร์ซาเร่งจังหวะเกมขึ้นจริง ๆ และโอกาสเข้าทำก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่สิ่งที่ทำให้แฟนบอลต้องเกาหัวคือ ดาราชูโรงอย่างเมสซียังคงเล่นไม่ออก ซึ่งทำให้บาร์ซาขาดอาวุธหนักในการเจาะทำลาย

จนกระทั่ง น. 68 เมสซีถึงจะได้โอกาสงาม ๆ สักหน

เขารับบอลในแดนหน้า ประสานงานกับบียา ก่อนจะได้ช่องสับไกยิงไกลจากหน้ากรอบเขตโทษ

เขาง้างเท้าซ้ายซัดเต็มข้อ!

แล้วก็...

ลูกบอลเหินข้ามคานไปไกลลิบ

ประเด็นคือลูกนี้ไม่ได้แค่โด่ง แต่ยังหลุดกรอบไปแบบไม่มีลุ้น กาซิยาสถึงกับยืนนิ่ง ราวกับจะบอกว่าแค่ขยับตัวรับลูกยิงแบบนี้ก็ถือเป็นการไม่ให้เกียรติตัวเองแล้ว

แม้แต่ผู้บรรยายยังอดบ่นไม่ได้ว่าลูกยิงนี้มันต่ำกว่ามาตรฐานจริง ๆ

มัตเตโอที่ดูถ่ายทอดสดผ่านทีวี ถึงกับหลุดปากพูดกับพ่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“พ่อครับ ยิงห่วยแตกชะมัด!”

อเลสซานโดร ลูคาเรลลี ยิ้มแล้วตอบ

“คนเราก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างแหละ!”

เนื่องจากปาร์มาไม่มีโปรแกรมแข่งกลางสัปดาห์ สองพ่อลูกจึงมีเวลาเสพเกมนี้ด้วยกัน

เกมดำเนินต่อไป...

น. 85 เมสซีได้โอกาสทองอีกครั้ง คราวนี้เขากระชากบอลแหวกแนวรับทางกราบซ้ายเข้าเขตโทษ เหลือบมองจังหวะวิ่งของบียา แล้วตัดสินใจเปิดบอลตัดเข้าใน

แต่น้ำหนักบอลลูกนี้ควบคุมได้แย่มาก มันพุ่งตรงเข้าซองกาซิยาสรับสบาย!

บียาถึงกับทำหน้าไม่อยากเชื่อ... ลูกจ่ายแบบนี้ ให้คุณย่าของเขามาเตะก็ยังน่าจะแม่นกว่าไหม?

ฟอร์มของเมสซีในนัดนี้ดูจะหลุดทะเลอย่างกู่ไม่กลับจริง ๆ!

และหลังจากพลาดโอกาสนี้ บาร์ซาก็ไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสดี ๆ ได้อีกในช่วงเวลาที่เหลือ จนเกมต้องยืดเยื้อเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ... เป็นทีของคริสเตียโน โรนัลโด ที่จะเฉิดฉาย

น. 103เขารับลูกเปิดจากดิ มาเรีย ทะยานขึ้นสูงในกรอบเขตโทษ แล้วโขกตูมเดียวตุงตาข่าย! สกอร์ขยับเป็น 1–0!

และประตูนี้คือจุดตัดสินผลแพ้ชนะ

บทสรุปสุดท้าย เรอัลมาดริดเฉือนชนะบาร์ซา 1–0 ในนัดชิงโกปาเดลเรย์ คว้าแชมป์ไปครอง!

หลังจบเกม ความแตกต่างของฟอร์มการเล่นระหว่างสตาร์ของทั้งสองทีมกลายเป็นประเด็นที่สื่อจับจ้อง

ฝั่งหนึ่งคือลูกโหม่งอันทรงพลังและประตูชัยของคริสเตียโน โรนัลโด... อีกฝั่งคือความเฉื่อยชาตลอดเกมของเมสซี แถมด้วยลูกยิงนกตกปลาและการจ่ายบอลสุดพิลึก ในแมตช์นี้ ความห่างชั้นของทั้งคู่ช่างชัดเจนเหลือเกิน

กระนั้น คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าฟอร์มตกของเมสซีเป็นเพียงผลจากตารางแข่งที่ถี่ยิบและเกมรับที่แน่นหนาของมูรินโญ และเขาคงจะกลับมาผงาดได้ในเร็ววัน

แต่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า... ในเกมลีกนัดถัดไป เมสซีจะโชว์ฟอร์มที่ ‘เลวร้าย’ ยิ่งกว่าเดิม

สามวันถัดมา...

บาร์ซาเปิดบ้านรับการมาเยือนของโอซาซูนา

โอซาซูนาในเวลานั้นรั้งอันดับสิบหกของตาราง เป็นทีมโซนหนีตกชั้นชัดเจน

การเจอกับคู่แข่งอ่อนชั้นขนาดนี้ บาร์ซาน่าจะคว้าชัยได้ไม่ยากเย็น

กวาร์ดิโอลาก็วางแผนจะให้เมสซีลงเล่นแค่ครึ่งแรกเพื่อเรียกความมั่นใจ พอเกมขาดแล้วค่อยเปลี่ยนตัวออกเพื่อถนอมร่างกาย

ผลปรากฏว่า... ฟอร์มของเมสซีในเกมทำเอาเขาช็อกตาตั้ง

ในสนาม การเลี้ยงบอลของเขายังคงเฉียบคม ฉีกกระชากแนวรับคู่แข่งจนขาดวิ่น

แต่ทว่า...

จังหวะต่อเนื่องหลังจากนั้นกลับดูเหมือนมือสมัครเล่นไม่มีผิด

ไม่ยิงเหินขึ้นอัฒจันทร์ ก็จ่ายบอลสะเปะสะปะออกทะเลไปไกล

เพื่อนร่วมทีมถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก... เมสซีทำบ้าอะไรของเขา?

น. 35 เขารับลูกแทงทะลุช่องจากชาบี หลุดเข้าไปในเขตโทษอีกครั้ง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตู เขากลับงัดลูกยิงประหลาดที่หลุดกรอบออกไปหน้าตาเฉย

กวาร์ดิโอลาที่ข้างสนามโมโหจนทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นหญ้า พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

วินาทีนั้น มัตเตโอที่เฝ้าดูหน้าจอทีวีก็รู้สึกทะแม่ง ๆ... วลีหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัว

“เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์?”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 2 เลี้ยงบอลแบบเมสซี ยิงแบบเฮสกีย์

คัดลอกลิงก์แล้ว