- หน้าแรก
- สะเทือนวงการบันเทิงด้วยดาราหน้าหวานสันดานนักมวย
- บทที่ 2 - ความลับสุดสยิว
บทที่ 2 - ความลับสุดสยิว
บทที่ 2 - ความลับสุดสยิว
แฟนคลับอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนไปรอรับที่สนามบิน แต่กลับถูกเขาเมินใส่แถมยังทำท่ารังเกียจ พอมีคนขุดเรื่องที่เขาเอาของขวัญแฟนคลับไปทิ้ง เขากลับโพสต์เวยปั๋วสวนกลับว่า 'ของพวกนี้มีใบรับรองคุณภาพหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเป็นพิษขึ้นมาจะทำยังไง? ถ้าใช้เครื่องสำอางแล้วหน้าพัง พวกเธอจะชดใช้ไหม?'
ไม่ใช่แค่กับแฟนคลับ แม้แต่กับดาราที่ร่วมงานด้วยเขาก็ไม่เว้น ตอนที่พิธีกรชมว่านักแสดงที่ร่วมงานด้วยดูสวยขึ้น เขาก็สวนกลับไปดื้อ ๆ ว่า "ไปศัลยกรรมมาจะไม่สวยได้ยังไง"
พอนักร้องคนหนึ่งปล่อยเพลงใหม่ออกมาแล้วมีคนอวยกันทั้งโซเชียล เขาก็กดรีโพสต์พร้อมแคปชันว่า "บันไดอัปค่าตัวของช่างจูนเสียง"
ถ้าความงี่เง่ามีการแบ่งระดับ เจ้าของร่างเดิมคนนี้คงเป็นระดับราชันย์ในตำราเรียนเลยทีเดียว
ในต้นฉบับเดิม เขาอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งหมื่นตัวอักษรก็โดนพระเอกดีกรีราชาจอเงินอย่างลู่เซี่ยนชิงตบหน้าหงาย จนสติแตกวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วเอามีดจ่อคอตัวเอง ขู่บังคับให้ลู่เซี่ยนชิงมาพบ
แน่นอนว่าลู่เซี่ยนชิงไม่ได้ไป ส่วนเขาก็ขู่ไม่เนียน มือลื่นจนปาดโดนเส้นเลือดใหญ่เข้าจริง ๆ
ตายคาที่
ฉินซือเจิงยกมือขึ้นลูบคอตัวเอง ไม่เจ็บ แสดงว่าตอนนี้เนื้อเรื่องยังดำเนินไปไม่ถึงตอนปาดคอตัวเองสินะ
ค่อยยังชั่ว
ฉินซือเจิงทำใจยอมรับชะตากรรมแล้วเอื้อมมือไปเปิดไฟเตรียมจะลุกจากเตียง แต่แล้วเขาก็ต้องตัวแข็งทื่อ
ทั้งห้องแปะโปสเตอร์ลู่เซี่ยนชิงเต็มไปหมด!
ฉินซือเจิงกระเด้งตัวลุกขึ้นมาเหมือนเห็นผี ในกระจกสะท้อนภาพใบหน้าอันงดงาม แต่เขาไม่มีอารมณ์มาชื่นชมความหล่อของตัวเอง เพราะสายตาถูกดึงดูดไปยังของบางอย่างในตู้เก็บของ
กล่องมากมายที่มีป้ายแปะระบุไว้ อุปกรณ์ประกอบฉากจากหนังของลู่เซี่ยนชิงที่ประมูลมา... สูทที่ลู่เซี่ยนชิงเคยใส่... และอื่น ๆ อีกเพียบ
ทุกชิ้นมีวันที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
เขามือสั่นระริกขณะเปิดกล่องใบหนึ่งออกดู ข้างในมีวงแหวนคู่หนึ่งที่ดูเหมือนแหวนนิ้วแต่ขนาดไม่น่าจะใส่ได้ เขาพลิกดูด้วยความสงสัย
จะ... จิวหัวนม?
ฉินซือเจิงปิดฝากล่องดัง "ปัง!" แล้วก้มหน้าลงด้วยความอยากจะกลั้นใจตาย เขาหรี่ตาลงแล้วค่อย ๆ ใช้นิ้วคีบปกเสื้อเชิ้ตตัวหลวมโพรกเปิดดูด้วยความระมัดระวัง
บนรอยแผลที่เพิ่งจะสมานตัวได้ไม่นาน มีห่วงโลหะคู่หนึ่งคล้องอยู่ พอมันขยับตามการเคลื่อนไหวของเขา มันก็สั่นไหวนิด ๆ
ซี๊ด... เจ็บชะมัด
ฉินซือเจิงเงยหน้ามองเพดานอย่างหมดคำพูด ไอ้คนซวยซ้ำซวยซ้อนที่ว่านั่นก็คือตัวเขาเองนี่หว่า
แต่เดี๋ยวนะ "เจ้าของร่างเดิม" ไม่ใช่ว่าเป็นคู่ปรับกับลู่เซี่ยนชิงหรอกเหรอ? ดูจากสภาพห้องนี้แล้ว หมอนี่มันติ่งขั้นโรคจิตที่คลั่งรักเข้ากระดูกดำชัด ๆ!
แถมไอ้จิวนี่ยังดัดแปลงมาจากต่างหูที่ลู่เซี่ยนชิงเอาออกมาประมูลด้วย!
พูดแบบไม่เกินจริงเลยนะ ที่นี่มันเหมือนแหล่งซ่องสุมที่ตำรวจต้องจับตามองเป็นพิเศษ ถ้าออกข่าวหน้าหนึ่งคงต้องเซ็นเซอร์ภาพกันให้วุ่นวาย
เสียงกริ่งประตูดังขึ้น ฉินซือเจิงแทบจะกระโดดตัวลอย
เขารีบกระชากโปสเตอร์ออกจากผนัง แล้วกวาดกล่องที่แปะป้ายชื่อพวกนั้นยัดกลับเข้าไปในตู้ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
สวีเจ้า ผู้จัดการส่วนตัวยืนหน้าเขียวคล้ำอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นสภาพของเขาก็ระเบิดลงทันที
"ไปใส่กางเกงเดี๋ยวนี้!"
ฉินซือเจิงก้มมองตัวเอง ใบหูแดงซ่านขึ้นมาทันที
เสื้อเชิ้ตสีขาวปกปิดบั้นท้ายได้หมิ่นเหม่ เผยให้เห็นเรียวขายาวขาวผ่อง และพอยิ่งขยับตัวก็ยิ่งดูเหมือนจงใจยั่วยวน บนโซฟายังมีอุปกรณ์บางอย่างที่แบตเตอรี่ใกล้หมดวางทิ้งไว้ มันยังสั่นครืดคราดเบา ๆ อยู่เลย
สวีเจ้าโกรธจนแทบหายใจไม่ทัน "นายอยู่บ้านเล่นของพวกนี้เนี่ยนะ?"
"ผมไม่ได้... ใช่" ฉินซือเจิงอยากจะเป็นลม เขาจะอธิบายยังไงดีว่าเขาไม่ได้เป็นคนเล่นของพวกนี้ เจ้าของร่างเดิมเป็นคนทำ ไม่เกี่ยวกับเขาเลย
... ช่างเถอะ
ฉินซือเจิงหัวเราะแห้ง ๆ แล้วคว้าของเล่นชิ้นนั้นมา แต่ดันเผลอไปกดเปลี่ยนระดับความสั่นจนมือชา เขาอายจนหน้าแดงก่ำแทบจะมีเลือดหยดออกมาได้
สวีเจ้ารู้สึกเหมือนหัวใจจะวายตาย รีบหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะทนดูไม่ได้
ฉินซือเจิงกลับเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว กัดฟันถอดจิวหัวนมที่แกว่งไปมาน่ารำคาญนั่นออก อยากจะโยนลงถังขยะแต่ก็กลัวใครมาคุ้ยเจอ
ในวงการบันเทิงดูเหมือนเรื่องพรรค์นี้จะมีเยอะ
เขาเปิดลิ้นชัก แล้วกวาดของเล่นพวกนั้นพร้อมกับจิวโยนเข้าไปเก็บรวมกัน
สวีเจ้ารออยู่พักใหญ่กว่าฉินซือเจิงจะเดินออกมาจากห้องนอน
ใบหน้าที่พระเจ้าตั้งใจบรรจงปั้นแต่งดูซีดเซียวเล็กน้อย ริมฝีปากได้รูปมีกระจับตรงกลางชัดเจน มองผ่าน ๆ เหมือนกำลังอมไข่มุกสีชมพูเอาไว้
มองมุมไหนก็สวยไปหมด แต่ทำไมถึงขยันทำแต่เรื่องระยำนักก็ไม่รู้!
ฉินซือเจิงถูกจ้องจนขนลุก เขาพยายามรื้อฟื้นความทรงจำในนิยาย
คนคนนี้เป็นคนเดียวที่ดีกับเจ้าของร่างเดิม ถึงแม้จะผิดหวังในตัวเขามาก แต่สุดท้ายก็เป็นคนที่ช่วยจัดการงานศพให้
"พี่สวี ผมขอโทษที่ทำให้พี่เดือดร้อนนะครับ"
สวีเจ้าชะงักไปเมื่อเจอสายตาสำนึกผิดและน้ำเสียงแผ่วเบาที่เรียกเขา ดวงตาใสซื่อเหมือนลูกกวางแบบนี้นี่แหละ!
ตอนนั้นเขาก็โดนสายตาแบบนี้หลอกเข้าเต็มเปา จนตกลงเซ็นสัญญาตั้งสิบปี ตั้งใจจะปั้นให้ดังระเบิด
ตอนนี้เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปบีบคอตัวเองในอดีตที่เห็นแก่ความงามภายนอกจริง ๆ!
"ยังจะมาเรียกพี่อีกเหรอ? นายเอามีดมาแทงฉันให้ตายเลยดีกว่าไหม"
สวีเจ้าบ่นกระปอดกระแปดด่าเขาอยู่เป็นสิบนาที ฉินซือเจิงก็พอจะจับใจความลำดับเหตุการณ์ในตอนนี้ได้
ลู่เซี่ยนชิงเพิ่งจะได้รับรางวัล ชาวเน็ตทั่วสารทิศต่างร่วมแสดงความยินดี แต่จู่ ๆ หมอนี่ก็ไปวิจารณ์ เหวินเยว่ นักแสดงหญิงที่ร่วมงานกับลู่เซี่ยนชิง หาว่าเธอ "แอ๊บใส" และ "การแสดงห่วยแตก" บอกว่าลู่เซี่ยนชิงคงจะตกต่ำตอนแก่แน่ ๆ
เหวินเยว่เข้าวงการมาหลายปี กว่าจะได้เป็นนางเอกคู่กับลู่เซี่ยนชิงแถมยังคว้ารางวัลใหญ่ครั้งแรกในชีวิตมาได้ แฟนคลับกำลังดีใจกันยกใหญ่ พอมาเจอคนดิสเมนตัวเองแบบนี้ ก็เลยระเบิดลงตูมตาม
คลิปการแสดงเก่า ๆ ของฉินซือเจิงถูกขุดขึ้นมาล้อเลียน จนเขาโดนด่าขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่ง
สวีเจ้าบอกให้เขาเปิดเวยปั๋วดู
ฉินซือเจิงหยิบโทรศัพท์ออกมา กำลังคิดอยู่ว่าจะปลดล็อคยังไง เขาจำรหัสผ่านของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ
โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ
พอเปิดเวยปั๋วขึ้นมา เขาก็มึนตึ้บไปกับแจ้งเตือนนับหมื่นรายการที่เด้งรัว ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นคำด่า: ไอ้ดาราตกกระป๋อง, เมื่อไหร่จะไสหัวไปจากวงการบันเทิงสักที, เกาะกระแสระวังจะอายุสั้นนะ
ฉินซือเจิงเรียบเรียงไทม์ไลน์ เขาเป็นแค่ตัวร้ายเกรดต่ำที่มีไว้ให้พระเอกตบหน้าโชว์ความเทพ ถ้าเขียนให้ยืดเยื้อคนอ่านจะเบื่อและเทนิยายทิ้ง ผู้เขียนเลยรีบเขี่ยเขาให้ตาย ๆ ไปซะ
ประเด็นหลักมันอยู่ที่ความรักอันงดงามของลู่เซี่ยนชิงกับนายเอกอย่าง เจี่ยงเจิน ต่างหาก
ในนิยายบรรยายว่าลู่เซี่ยนชิงหล่อเหลาเกินเบอร์ ดวงตาดั่งดารา คิ้วคมเข้ม ชั้นตาบาง ๆ เหมือนกลีบดอกท้อ ความงามของเขาต่างจากฉินซือเจิง เพราะความงามของเขาคือความคมคาย
เต็มไปด้วยความรุกรานและดุดัน
แววตาที่ดูเบื่อโลกและมืดมนคู่นั้นดึงดูดใจคอหนังให้อยู่หมัด ยอมตกอยู่ใต้อำนาจและพร้อมจะดำดิ่งไปกับเขา