- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก บันทึกลับฉบับคนธรรมดา
- บทที่ 6: กักตุนเสบียง (3)
บทที่ 6: กักตุนเสบียง (3)
บทที่ 6: กักตุนเสบียง (3)
บทที่ 6: กักตุนเสบียง (3)
การเจียวน้ำมันหมูในกระทะถัดๆ มาก็ใช้วิธีการเดียวกัน กว่าจะจัดการมันหมูทั้งหมดได้ก็ปาเข้าไปเจ็ดแปดกระทะ ไหเคลือบสิบกว่าใบที่ซื้อเตรียมไว้ถูกบรรจุจนเต็มปรี่ แต่ทว่าก็ยังไม่เพียงพอ
เคราะห์ดีที่ในบ้านยังมีโหลแก้วสำหรับดองผักที่ยังไม่ได้ทิ้งเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง มิเช่นนั้นคงหาที่เก็บไม่ได้แน่ เขาตั้งน้ำมันหมูทิ้งไว้ให้เย็นเพื่อให้มันจับตัวเป็นไขตามธรรมชาติ โดยวางแผนว่าจะนำเข้าไปเก็บในมิติเช้าวันรุ่งขึ้น
ลำดับถัดมา โจวหยางเทกากหมูทั้งหมดกลับลงไปในกระทะ โรยเกลือลงไปสองสามช้อนแล้วคั่วให้เข้ากัน จากนั้นจึงตักใส่โหลสุญญากาศเตรียมนำเข้าไปเก็บในมิติ
เมื่อเห็นว่าเวลายังหัวค่ำอยู่—ยังไม่ทันจะสามทุ่มดี—โจวหยางจึงหยิบแป้งสาลีออกมานวดติดต่อกันหลายก้อน ก้อนที่ผสมยีสต์เขาพักทิ้งไว้ให้ขึ้นฟูสำหรับทำซาลาเปา ส่วนก้อนที่ไม่ต้องหมักก็นำเข้าเครื่องรีดเส้นเพื่อทำแผ่นเกี๊ยว
ระหว่างรอแป้งเซตตัว โจวหยางนำหมูสามชั้นชิ้นโต ไข่ไก่หลายฟอง และต้นหอมกำใหญ่มาสับรวมกันจนได้ไส้หมูสับต้นหอมเต็มกะละมัง
เขาได้รับการถ่ายทอดวิชาจีบซาลาเปาและห่อเกี๊ยวมาจากแม่ตั้งแต่เด็ก แม้จะห่างหายไปนานจนมือไม้แข็งไปบ้างในช่วงแรก แต่พอทำไปได้สักพักก็เริ่มจับจังหวะได้
เขาใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงในการห่อจนเสร็จ ซาลาเปาและเกี๊ยวส่วนหนึ่งถูกนำไปนึ่ง ส่วนเกี๊ยวที่เหลือ โจวหยางแบ่งครึ่งหนึ่งไปทำเกี๊ยวซ่าทอด และอีกครึ่งนำไปลวกทำเป็นเกี๊ยวราดซอสเผ็ด
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ทุกอย่างก็เสร็จสมบูรณ์
โจวหยางรีบทำความสะอาดครัวแล้วกลับเข้าห้องไปพักผ่อน ทว่าก่อนนอนเขาก็ไม่ลืมที่จะเข้าไปในมิติเพื่อให้อาหารพวกสัตว์ปีกและปศุสัตว์ต่างๆ
วันรุ่งขึ้น วันหยุดเชงเม้งสิ้นสุดลง
โจวหยางตื่นแต่เช้าตรู่ หลังล้างหน้าแปรงฟัน เขาก็เปิดคอมพิวเตอร์ส่งอีเมลยื่นใบลาออกถึงหัวหน้าทันที
จากนั้นจึงกลับเข้าครัวเพื่อเตรียมมื้อเช้า เขาค้นตู้ได้ข้าวกล้อง ข้าวเหนียว และข้าวเหนียวดำ จึงตัดสินใจทำ 'ข้าวปั้นม้วน' แต่เนื่องจากไม่ได้แช่ข้าวไว้ล่วงหน้า เขาจึงต้องใช้หม้ออัดแรงดันไฟฟ้ามาช่วยหุง
เขาซาวข้าวทั้งสามชนิดในอัตราส่วน 1:1:1 เติมนํ้าในปริมาณที่เหมาะสมแล้วกดปุ่มหุงด้วยโหมดแรงดันสูง
ระหว่างนั้นก็นำน่องไก่สดจากมิติมาเลาะกระดูก หมักด้วยผงหมักสูตรออร์ลีนส์ทิ้งไว้สักพัก และหยิบไส้กรอกถุงหนึ่งโยนใส่หม้อทอดไร้น้ำมัน
ระหว่างรอ โจวหยางไม่ได้อยู่เฉย เขานำแตงกวาและแครอทมาซอยเป็นเส้น หั่นผักกาดดองและหัวไชโป๊วเป็นชิ้นเล็กๆ ทอดไข่เจียวแผ่นบางมาหั่นฝอย เตรียมสาหร่ายและกิมจิ เครื่องเคียงสำหรับข้าวปั้นก็เป็นอันเสร็จสรรพ
เมื่อเตรียมเครื่องเคียงเสร็จ เนื้อไก่ก็หมักเข้าเนื้อพอดี เขาจึงนำเข้าเตาอบเพื่อย่างเป็นสเต็กไก่ พอสุกก็นำออกมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จังหวะนั้นข้าวในหม้ออัดแรงดันก็สุกและเริ่มระบายไอน้ำอัตโนมัติ
ที่บ้านเขามีแม่พิมพ์ทำข้าวปั้น แต่แผ่นสาหร่ายห่อข้าวหมดพอดี
โจวหยางเลยตัดสินใจทำข้าวปั้นม้วน 'สไตล์โจว' แบบตามมีตามเกิด
เขาตักข้าวใส่ชามใบใหญ่ สวมถุงมือพลาสติก แล้วเริ่มลงมือ แผ่ข้าวหนาๆ เป็นฐาน ใส่เนื้อชิ้นโตและเครื่องเคียงกองพะเนิน ม้วนด้วยมือแล้วห่อด้วยกระดาษสำหรับห่อข้าวปั้นอีกชั้น เป้าหมายหลักคือต้องชิ้นใหญ่และกินแล้วอิ่มท้อง
ข้าวหนึ่งหม้อทำได้ถึง 40 ชิ้น เขาแบ่งไว้กินเองแค่อันเดียว ที่เหลือเก็บเข้ามิติ แล้วชงน้ำเต้าหู้ดื่มคู่กันหนึ่งแก้ว
หลังมื้อเช้า โจวหยางเช็กสถานะพัสดุในแอปพลิเคชันเถาเป่า พบว่ามีของลอตเล็กๆ มาถึงจุดรับแล้ว เขาจึงกะว่าจะไปรับของก่อนเพื่อไม่ให้มันกองท่วมจนเกินไป
จุดรับพัสดุอยู่ไม่ไกลจากหน้าหมู่บ้าน โจวหยางขนของขึ้นท้ายรถ ขับออกมาให้ห่างจากหมู่บ้านสักระยะ เลี้ยวเข้าถนนเปลี่ยว แล้วมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าปลอดคน ก่อนจะกวาดพัสดุทั้งหมดเข้าสู่มิติ
เห็นว่ายังเช้าอยู่ โจวหยางตัดสินใจไปเดินกวาดซื้อของกินที่ถนนคนเดินใกล้ๆ ซึ่งเป็นแหล่งรวมสตรีทฟู้ดชื่อดังในย่านนั้น
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ถนนคนเดิน กลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็ลอยมาแตะจมูก โจวหยางแวะทุกร้านที่ขวางหน้า เมนูไหนถูกปากก็สั่งกลับบ้านทีละหลายสิบชุด
ไม่ว่าจะเป็นของทอดเสียบไม้ บาร์บีคิว โรตี ปาท่องโก๋ ขนมอบ เบเกอรี่ ไก่ทอด เบอร์เกอร์ เสี่ยวหลงเปา ขนมจีบ ชานม ไอศกรีม พะโล้ เป็ดย่าง ไก่ย่าง... เขาไม่พลาดแม้แต่ร้านเดียว
พอถือไม่ไหว เขาก็จะแอบหลบมุมลับตาคนเพื่อเก็บของเข้ามิติ แล้วกลับออกมาลุยต่อ
จวบจนช่วงสาย เขาผลาญเงินไปร่วมเจ็ดแปดหมื่นหยวน
เดินวิ่งวุ่นทั้งเช้า ข้าวปั้นมื้อเช้าก็ย่อยไปหมดแล้ว
แต่เพราะดมกลิ่นอาหารในถนนคนเดินจนเอียน โจวหยางเลยไม่อยากกินของพวกนั้น เขาเปิดเน็ตหาร้านอาหารจีนที่เพิ่งเปิดใหม่และมีรีวิวดีๆ แทน
ร้านอยู่ไม่ไกล เมื่อไปถึงโจวหยางก็จิ้มสั่งเมนูแนะนำตามรีวิวชาวเน็ตทุกรายการ
อาหาร 11 จานวางเต็มโต๊ะ เขาชิมไปทีละอย่าง รสชาติยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ โดยเฉพาะเป็ดพะโล้ซอสลับ หมูสามชั้นตุ๋นตงโพ เนื้อแกะตุ๋นน้ำแดง และหัวกระต่ายผัดเผ็ด แค่คำเดียวก็ทำเอาน้ำลายสอ
โจวหยางรีบเรียกพนักงานมาสั่งสี่เมนูเด็ดนั้นเพิ่มอีกอย่างละโหล ให้ห่อกลับบ้านทั้งหมด
ใจจริงอยากสั่งเยอะกว่านี้ แต่ทางร้านเตรียมของมาแค่นั้น เขาเหมาจนเกลี้ยงครัวแล้ว
อาหารบนโต๊ะที่กินไม่หมดเขาก็ให้พนักงานห่อกลับ ไม่ยอมให้เหลือทิ้ง พอขึ้นรถก็ย้ายทั้งหมดเข้ามิติ
กลับถึงบ้านยังไม่มืดค่ำ โจวหยางเข้ามิติไปแกะกล่องพัสดุที่รับมาเมื่อเช้า จัดของขึ้นชั้นวางแยกหมวดหมู่
กล่องกระดาษและกล่องโฟมที่เหลือก็พับเก็บแยกไว้ ของพวกนี้จะเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่คนแย่งชิงกันในวันสิ้นโลก
เขาแวะไปดูแปลงผักและไม้ผลที่ปลูกไว้ พบว่าพวกมันเจริญเติบโตได้ดี ทุกต้นดูแข็งแรงเขียวชอุ่ม บางต้นเริ่มแตกยอดอ่อนแล้ว
โจวหยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ สงสัยเขาจะมีพรสวรรค์ด้านการทำเกษตรจริงๆ
มื้อเย็น โจวหยางตั้งใจทำข้าวมันอบผักกินคู่กับซุปมะเขือเทศไข่
เขาหยิบผักกวางตุ้ง เนื้อเค็ม หมูสามชั้น ข้าวโพดกับถั่วลันเตาหนึ่งถุง และข้าวหอมมะลิปริมาณหนึ่งหม้อออกมาจากมิติ
ซาวข้าวใส่หม้อหุงข้าว เติมน้ำ หั่นเนื้อเค็มเป็นเต๋าใส่ลงไปพร้อมข้าวโพดและถั่วลันเตา ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำมันงาเล็กน้อยแล้วกดหุง
จากนั้นหั่นหมูสามชั้นบางๆ เจียวในกระทะให้น้ำมันออก ใส่ผักกวางตุ้งลงไปผัด ปรุงรสแล้วผัดต่ออีกหน่อยก็เป็นอันเสร็จ
ระหว่างรอข้าวสุก โจวหยางปรุงซุปมะเขือเทศใส่ไข่อย่างรวดเร็ว เติมผักกาดดองลงไปเพิ่มรสชาติเปรี้ยวตัดเลี่ยน
ตักแบ่งใส่ชามเล็ก ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหม้อหาหม้อดินมาใส่แล้วเก็บเข้ามิติ
จังหวะนั้นข้าวก็สุกพอดี โจวหยางเทหมูสามชั้นผัดผักที่เตรียมไว้ลงในหม้อหุงข้าว ตักน้ำมันหมูจากมิติใส่ลงไปอีกช้อนโต๊ะ แล้วใช้ทัพพีคลุกเคล้าให้เข้ากัน
กลิ่นหอมของน้ำมันหมูผสานกับกลิ่นผักอบอวลไปทั่ว ช่างยั่วน้ำลายเสียเหลือเกิน