- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาเก้าสุริยันกลืนหยิน
- บทที่ 3: ฮูหยินของข้า ใครก็ห้ามรังแก
บทที่ 3: ฮูหยินของข้า ใครก็ห้ามรังแก
บทที่ 3: ฮูหยินของข้า ใครก็ห้ามรังแก
"เอ๊ะ จะไปไหนคะ?" หลิงชิงเสวี่ยตามความคิดของซูเย่ไม่ทัน ได้แต่ทำหน้ามึนงง
ซูเย่ยิ้มอย่างสดใส "ไปถนนสมุนไพรน่ะ"
ทั้งสองยังไม่ทันได้ก้าวเดินไปกี่ก้าว เสียงถากถางดูแคลนก็ดังแทรกขึ้นมาทันที
"เหอะๆ ไอ้คนบ้าคู่กับยัยอัปลักษณ์ ช่างเหมาะสมกันจริงๆ"
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินตรงมาหาซูเย่
เขาท่าทางสง่างามภูมิฐาน เพียงแต่สายตาที่มองซูเย่นั้นแฝงไปด้วยความเหยียดหยาม เขาคือ หลิงอวิ๋นเซียว บุตรชายของอาวุโสใหญ่ตระกูลหลิง
หากตัดหลิงซินซือออกไป พรสวรรค์ของเขานับว่ายอดเยี่ยมที่สุด
เขาคืออัจฉริยะอันดับสองของตระกูลหลิงอย่างไม่ต้องสงสัย พลังฝีมือบรรลุถึงขอบเขตรวบรวมปราณขั้นปลายแล้ว
ดวงตาของซูเย่เริ่มทอประกายเย็นชา ในช่วงที่เขายังเป็นคนปัญญาอ่อน หลิงอวิ๋นเซียวรังแกเขาไว้ไม่น้อย ถึงขั้นเคยบังคับให้เขากินข้าวบูด
เพียงแต่ยามนี้ร่างกายได้รับผลกระทบจากหยกฝังเทพ พลังจึงตกลงมาอยู่ที่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นต้น หากวู่วามลงมือตอนนี้เขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ขอเวลาให้เขาฟื้นตัวอีกสักนิด การจะฆ่าพวกขอบเขตรวบรวมปราณก็ไม่ต่างอะไรกับการเชือดสุนัข
หลิงอวิ๋นเซียวขวางทางซูเย่ไว้ สายตามองซูเย่ราวกับมองขยะกองหนึ่ง "ถือว่าเจ้ายังเจียมตัว ซินซือไม่ใช่คนที่สวะอย่างเจ้าจะเอื้อมถึง"
ซูเย่ตอบกลับเสียงเรียบ "เจ้าไม่มีคุณสมบัติพอจะมาสอดเรื่องของข้า"
"ไอ้บ้า! แกกล้าดียังไงมาใช้ปากเก่งกับคุณชายหลิง ไม่โดนตีนไม่กี่วัน สงสัยจะคันตัวสินะ?" ลูกสมุนข้างกายหลิงอวิ๋นเซียวคำรามลั่น
มันเหวี่ยงฝ่ามือตบเข้าใส่ซูเย่ทันที
จู่โจมอย่างดุดัน!
ลูกสมุนผู้นั้นหน้าตาเหี้ยมเกรียม มันไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรก และทุกครั้งซูเย่ก็ได้แต่ยืนให้ตบตีอยู่เงียบๆ
หลิงชิงเสวี่ยตกใจจนตัวสั่นเทา นางฝืนรวบรวมความกล้าพูดออกไป "ขอร้องล่ะ อย่ารังแกสามีข้าเลย"
ทว่า คำวิงวอนของนางกลับไม่มีใครนำพา
ไอสังหารในดวงตาซูเย่ควบแน่น หากเป็นเมื่อห้าปีก่อน คนประเภทนี้คงกลายเป็นศพไปนานแล้ว
"แค่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นต้น กล้ามาอวดดีต่อหน้าข้า!"
ซูเย่คว้าข้อมือของลูกสมุนผู้นั้นด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ก่อนจะบิดสวนกลับไป
กร๊อบ!
"อ๊ากกก!" ลูกสมุนแผดร้องอย่างเจ็บปวดเจียนขาดใจ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน
ข้อมือของมันถูกซูเย่บิดจนหักสะบั้นอย่างป่าเถื่อน
ซูเย่ทำราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีความหมายอะไร เขาพูดนิ่งๆ ว่า "ห้าปีมานี้เจ้ารังแกข้าไว้เยอะ แค่หักมือเจ้าข้างเดียว ถือว่าข้าเมตตาเป็นพิเศษแล้ว"
"ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก"
ซูเย่นึกเสียดายในใจ หากไม่ใช่เพราะตอนนี้พลังยังไม่อำนวย และสถานการณ์ยังไม่เอื้อ ให้เขาสามารถตบไอ้ตัวประกอบเดินดินนี่ให้ตายคามือได้
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นอ้าปากค้าง
หลิงชิงเสวี่ยตกใจจนต้องรีบปิดปากตัวเองไว้ ราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา
หลิงอวิ๋นเซียวคืออัจฉริยะของตระกูลหลิง อนาคตไกลจนประมาณค่ามิได้
การจะเข้าสำนักเดียวกับหลิงซินซือนั้นอยู่แค่เอื้อม
ดังนั้น สถานะของเขาในตระกูลจึงโดดเด่นมาก
และเพราะเขาเป็นบุตรชายของอาวุโสใหญ่ จึงยิ่งสูงส่งเกินแตะต้อง
ถึงขั้นมีคนแอบลือกันลับๆ ว่า หลิงอวิ๋นเซียวจะได้เป็นว่าที่ผู้นำตระกูลหลิงรุ่นต่อไป
ด้วยฐานะที่ล้ำค่าเช่นนี้ อย่าว่าแต่คนสนิทที่ห้ามใครแตะต้องเลย แม้แต่สุนัขที่เขาเลี้ยงไว้ คนทั้งตระกูลก็ยังไม่มีใครกล้าแตะต้องแม้แต่เส้นขน
สามีไปตีคนของหลิงอวิ๋นเซียวเข้าแบบนี้ ต้องถูกแก้แค้นอย่างโหดเหี้ยมแน่นอน!
สถานเบาคงถูกตีจนต้องนอนซมอยู่บนเตียงหลายวัน สถานหนักอาจถึงขั้นพิการ
หลิงชิงเสวี่ยยิ่งคิดยิ่งหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือด หัวใจบีบรัดอย่างแรง ร่างบางสั่นสะท้านไม่หยุด
นางมัวแต่กลัวจนลืมสงสัยไปว่า ทำไมซูเย่ถึงสามารถโต้กลับลูกสมุนของหลิงอวิ๋นเซียวได้
"ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นต้น?" หลิงอวิ๋นเซียวทำหน้าเหวอ ราวกับพบเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุด
เรื่องที่ซูเย่สูญเสียตบะไปจนหมดสิ้น ใครในตระกูลหลิงต่างก็รู้ดี
ไอ้สวะนี่จู่ๆ กลับมามีวรยุทธได้ยังไง?
ความคิดนั้นแวบผ่านสมองไปไม่ถึงวินาที โทสะอันยิ่งใหญ่ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง
ศักดิ์ศรีของอัจฉริยะตระกูลหลิงห้ามใครมาย่ำยี!
ยิ่งไม่ยอมให้สวะมาทำตัวปีนเกลียวเด็ดขาด!
กลิ่นอายบนร่างหลิงอวิ๋นเซียวระเบิดออกมาทันที แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ซูเย่ ตวาดด้วยความโกรธแค้น "ไอ้สวะนี่ขวัญกล้านัก ใครให้ความกล้าเจ้ามาลงมือตีคนของข้า?"
"วันนี้ถ้าเจ้าไม่ให้คำตอบที่พอใจ ข้าจะหักมือข้างที่เจ้าใช้ตีคนของข้าทิ้งซะ!"
"คุณชายหลิง ได้โปรดเมตตาด้วยเถอะค่ะ สามีข้าแค่หลงผิดไปชั่ววูบ เขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินท่านจริงๆ"
หลิงชิงเสวี่ยหน้าซีดเผือด เสียงสั่นพร่า ร่างกายที่ผอมบางสั่นระริกราวกับไก่ตกน้ำท่ามกลางลมหนาว
"ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง เห็นแก่ที่เขาสติไม่ค่อยสมประกอบ ให้โอกาสเขาได้กลับตัวกลับใจสักครั้งเถอะนะคะ ข้าจะขอโทษแทนเขาเอง"
พูดจบ นางก็เตรียมจะคุกเข่าขอโทษแทนซูเย่
แต่ในขณะที่ข่ากำลำงจะโค้งลง เรียวแขนของนางก็ถูกมือที่ทรงพลังกุมไว้แน่น
เสียงของซูเย่ดังขึ้นที่ข้างหู
"เจ้าคือฮูหยินของข้า ต่อให้ทั่วทั้งชิงโจว ก็ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์มาทำให้เจ้าคุกเข่า!"
"และพวกมันก็ไม่คู่ควรด้วย!"
น้ำเสียงของซูเย่เย็นเยียบ แต่เนื้อความที่สื่อออกมานั้นกลับทรงอำนาจและอหังการอย่างที่สุด
หลิงอวิ๋นเซียวหัวเราะพรวดออกมา เขาอดรนทนไม่ไหวจริงๆ
ลูกสมุนด้านหลังเขาก็พากันหัวเราะจนตัวงอ
"คนบ้าก็คือคนบ้าจริงๆ พูดจาไม่ใช้สมองเลย"
"นึกว่าตัวเองเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของชิงโจวหรือไง"
"ขำชะมัด ขนาดคุณชายหลิงยังไม่กล้าโอหังขนาดนี้ ไอ้สวะอย่างแกเอาความมั่นใจมาจากไหน?"
ซูเย่พูดนิ่งๆ "แมลงในฤดูร้อนมิอาจสนทนาเรื่องเหมันต์ได้ คนธรรมดาอย่างพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาหยั่งรู้ตัวข้า ซูเย่"
หลิงชิงเสวี่ยร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ ในเวลาเช่นนี้ ทำไมซูเย่ยังจะมาถือดีบ้าบออยู่อีก
หากไม่มีใครอยู่ นางจะยอมเออออไปกับเขาด้วยก็ได้
แต่ตอนนี้เรื่องมันบานปลายใหญ่หลวงแล้ว จะมาทำเล่นแบบนี้ได้ยังไง
"ท่านพี่อย่าเล่นสิคะ เชื่อฟังข้านะ อย่าพูดอะไรอีกเลยได้ไหม?"
หลิงชิงเสวี่ยฝืนข่มความกลัวในใจ พยายามโอ้โลมซูเย่ เพราะกลัวว่าเขาจะพูดจาผิดหูจนทำให้หลิงอวิ๋นเซียวโกรธไปมากกว่านี้
นางหันไปขอโทษหลิงอวิ๋นเซียวต่อ "คุณชายหลิง พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
หลิงอวิ๋นเซียวมองซูเย่อย่างดูแคลน ยืดอกอย่างทระนง "เห็นแก่ที่เจ้าเป็นคนบ้า ข้าก็ไม่อยากจะถือสาหาความนัก"
"แต่น่าเสียดาย ที่ความอวดดีของเจ้าทำให้ข้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก วันนี้ข้าจะหักมือเจ้าข้างหนึ่งเพื่อเป็นการสั่งสอน จะได้รู้ที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง!"
พูดจบ หลิงอวิ๋นเซียวก็ยกมือขึ้น ปราณทิพย์เริ่มหมุนวน
ดวงตาของซูเย่หรี่ลง!
ด้วยพลังของหลิงอวิ๋นเซียวในตอนนี้ เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน
เพราะพลังของเขาเพิ่งกลับมาถึงขอบเขตรวบรวมปราณขั้นต้น รากฐานยังไม่มั่นคง ปราณทิพย์ก็เหือดแห้ง
นอกจากจะยอมหงายไพ่ตายออกมา!
แต่ถ้าหงายไพ่ตาย ผลลัพธ์ที่ตามมาเขาคงควบคุมไม่ได้
หลิงอวิ๋นเซียวมีแต่ตายสถานเดียว!
ทว่าหากทำเช่นนั้น ตัวเขาเองก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล ย่อมต้องถูกพลังสะท้อนกลับจนบาดเจ็บสาหัส!
และหลังจากนั้น อาวุโสใหญ่จะต้องตามล่าเขาแน่!
มันคือทางตันชัดๆ!
ซูเย่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ใจนิ่งดั่งหินผา พูดเสียงเย็นว่า "วันนี้หากเจ้ากล้าหักมือข้า วันหน้าข้าจะกล้าล้างบางทั้งตระกูลของเจ้า!"
หลิงอวิ๋นเซียวโกรธจัด "สวะอย่างเจ้า กล้ามาขู่ข้า"
"วันนี้ ข้าจะพิการเจ้าให้ได้!"
หลิงอวิ๋นเซียวลงมือทันที ห้านิ้วคว้าเข้าที่แขนของซูเย่ แววตาฉายเจตนาฆ่าอย่างเข้มข้น!
ซูเย่แววตาเย็นเหยียบ
แม้ตอนนี้พลังจะสู้หลิงอวิ๋นเซียวไม่ได้ แต่เขาก็จะไม่ยอมนั่งรอความตาย
ประสบการณ์การต่อสู้ของเขา เหนือกว่าหลิงอวิ๋นเซียวเป็นร้อยเท่า
เพียงแต่ปราณทิพย์ในร่างมันไม่เอื้ออำนวยต่อปฏิกิริยาตอบโต้เท่านั้น
ในขณะที่กำลังจะเบี่ยงตัวหลบ หลิงชิงเสวี่ยก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าซูเย่ไว้
ทั้งที่ขาทั้งสองข้างของนางสั่นเทา แต่นางกลับยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าซูเย่อย่างกล้าหาญ
ใบหน้าของหลิงอวิ๋นเซียวเย็นเยียบลง ท่าร่างเปลี่ยนไปทันควัน ฝ่ามือหนึ่งตบลงบนใบหน้าของหลิงชิงเสวี่ยอย่างแรง!