- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ ราชันย์แพทย์
- บทที่ 40.โดนหมอหนุ่มชิงตัดหน้าไปเสียแล้ว
บทที่ 40.โดนหมอหนุ่มชิงตัดหน้าไปเสียแล้ว
บทที่ 40.โดนหมอหนุ่มชิงตัดหน้าไปเสียแล้ว
​ชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานเหอกรุ๊ป
​เหอเฟิงนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา คีบซิการ์ไว้ในมือ
​ข้างกายเขามีหญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นรัดรูปสีดำกำลังคุกเข่าอยู่ เธอใช้กำปั้นน้อยๆ สีชมพูทุบขาให้เขาเบาๆ อย่างเอาใจ
​ส่วนด้านหลังก็มีสาวสวยขายาวในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วกำลังบีบนวดไหล่ให้เขาอยู่เช่นกัน
​ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือหวังเทาที่ยืนคอยท่าอยู่
​สีหน้าของเหอเฟิงดูอึมครึม เขาส่งซิการ์ในมือให้หญิงสาวชุดดำอย่างลวกๆ
​"พวกเธอสองคนออกไปก่อนไป"
​"ค่ะ"
​สองสาวสุดเซ็กซี่รับคำ ก่อนจะรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
​"สุดสัปดาห์นี้หลิวฮ่าวหรานจะมาเหรอ?" เหอเฟิงเงยหน้าขึ้นมองหวังเทา
​หวังเทารีบพยักหน้ารับ "ใช่ครับลูกพี่ สุดสัปดาห์นี้หลิวฮ่าวหรานจะมา เขาบอกว่านี่จะเป็นการประเมินเราครั้งสุดท้าย ​ถ้าผ่านเกณฑ์ เขาก็จะช่วยกระจายสินค้าของเราเข้าสู่ตลาดอเมริกาเหนือให้ แต่ถ้าไม่ผ่าน... เกรงว่าธุรกิจระหว่างเรากับเขาก็คงจบลงแค่นี้ครับ"
​แววตาของเหอเฟิงทอประกายเย็นเยียบ
​"ไอ้ลูกหมาเอ๊ย แม่งโคตรเหลี่ยมจัดเลย!"
​"ลูกพี่ครับ ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องคว้าตัวหลิวฮ่าวหรานมาให้ได้นะครับ ถ้าพลาดงานนี้ไป ปีนี้เหอกรุ๊ปของเรามีสิทธิ์หลุดโผจากสี่ตระกูลใหญ่อย่างแน่นอนครับ"
​หวังเทากล่าวด้วยความกังวลใจ
​"เรื่องนั้นฉันรู้ดี ฉันรู้ว่าถ้าคว้าตัวมันได้ ก็เท่ากับคว้าตลาดอเมริกาเหนือมาได้ แต่จะทำยังไงล่ะวะ? ​ไอ้เวรนี่ อย่าเห็นว่ามันใช้ชื่อคนจีนนะ แม่งเกิดที่อเมริกา ชีวิตความเป็นอยู่ก็หรูหราฟู่ฟ่า ความคิดความอ่านก็หัวนอกสุดๆ ​ให้เงินก็ไม่เอา ให้ของก็ไม่รับ แม่งชอบแต่ผู้หญิง"
​เหอเฟิงถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
​"งั้นเราก็ส่งผู้หญิงไปประเคนให้มันสิครับ ขอแค่มีเงิน จะหาผู้หญิงแบบไหนไม่ได้บ้างล่ะ ระดับผู้บริหารสาวๆ นักศึกษา นางแบบ หรือแม้แต่ดาราเกรดบี ผมก็หามาให้มันได้หมดแหละครับ"
​หวังเทาตบหน้าอกฉาดใหญ่ รับประกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ
​"ถ้ามันชอบของพรรค์นั้น ฉันคงจัดการมันไปตั้งนานแล้ว ​คราวก่อนที่มันเจอกับหลินเสวี่ยโหรว มันมองเธอตาเป็นมันเลย ขนาดมันรู้เต็มอกว่าหลินเสวี่ยโหรวเป็นเมียฉัน มันก็ยังอยากจะดินเนอร์กับเธอให้ได้ ​ฉันจนปัญญา ก็เลยต้องใช้ลูกไม้นิดหน่อย แต่นึกไม่ถึงเลยว่าหลินเสวี่ยโหรวแม่งจะหัวแข็งขนาดนี้ อาศัยจังหวะที่ฉันไปเข้าห้องน้ำ ตบหน้าหลิวฮ่าวหรานฉาดใหญ่แล้วหนีไปเฉยเลย"
​เมื่อนึกถึงเรื่องคราวก่อน เหอเฟิงก็ยังรู้สึกเดือดดาลไม่หาย
​ในสายตาของเขา หลินเสวี่ยโหรวเป็นภรรยาของเขาก็จริง แต่แท้จริงแล้วเธอก็เป็นแค่ไม้ประดับแจกันใบหนึ่งเท่านั้น
​เพื่อผลประโยชน์แล้ว เขายินดีจะยกแจกันใบนี้ให้คนอื่นอย่างไม่ลังเลใจเลยสักนิด
​แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เกี่ยวพันกับความบกพร่องทางร่างกายของเขาด้วย เขาเป็นขันทีมาตั้งแต่เด็ก อย่าเห็นว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายเชียวนะ เพราะเรื่องพรรค์นั้นน่ะ เขาไร้น้ำยาจริงๆ
​"ลูกพี่ครับ พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ผมก็นึกถึงไอ้เด็กที่ชื่อซูเฉินนั่นเลย ผมรู้สึกตงิดๆ ว่าไอ้เด็กนั่นมันต้องมีซัมติงอะไรกับพี่สะใภ้แน่ๆ ให้ผมจ้างคนไปเก็บมันดีไหมครับ ​จัดการเงียบๆ ให้มันหายสาบสูญไปจากเจียงโจวเลย ​ผมสืบประวัติมันมาหมดแล้วครับ มันเป็นเด็กบ้านนอก พ่อมันหอบเมียน้อยหนีไปตั้งแต่ตอนมันยังเด็ก แม่มันเลี้ยงมันมาตัวคนเดียว ต่อให้ฆ่ามันตาย ก็ไม่มีใครมาตามสืบหรอกครับ"
​คราวก่อนซูเฉินอัดหวังเทาซะน่วม ไอ้สารเลวนี่ก็เลยยังผูกใจเจ็บไม่หาย
​เหอเฟิงตวัดสายตามองหวังเทาอย่างตำหนิ
​"ทำอะไรหัดใช้สมองบ้างสิวะ ต่อให้เหอกรุ๊ปของเราจะรวยและมีอิทธิพลแค่ไหน แล้วไอ้เด็กนั่นมันจะเป็นแค่ไอ้กระจอกไม่มีหัวนอนปลายเท้ายังไง แต่ตอนนี้มันเป็นยุคของกฎหมายแล้วเว้ย ฆ่าคนตายมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าไม่จวนตัวจริงๆ อย่าเพิ่งไปแตะต้องมัน ​เราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสสิวะ มีคำกล่าวไว้ว่า 'เป็นคนต้องตรงไปตรงมา แต่เวลาทำงานต้องรู้จักพลิกแพลง'"
​"ลูกพี่หมายความว่ายังไงครับ?"
​หวังเทาค้อมตัวลง กระซิบถามอย่างระมัดระวัง
​"วันนี้วันอังคาร กว่าจะถึงวันอาทิตย์ก็ยังมีเวลาอีกตั้งห้าหกวัน ในช่วงห้าหกวันนี้ ถ้าเราจับภาพชู้สาวของซูเฉินกับหลินเสวี่ยโหรวได้ล่ะก็ ทุกอย่างก็ง่ายแล้ว"
​"ลูกพี่ครับ เรื่องคราวก่อนเฉินผิงเย่ายังทำงานให้เราอยู่นะครับ เท่าที่ผมรู้มา มันแอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องทำงานของซ้อแล้ว ​ถ้าพี่สะใภ้กับไอ้ซูเฉินมีอะไรกันจริงๆ ต้องถ่ายติดแน่นอนครับ ​แต่ว่า... ต่อให้เราหาหลักฐานว่าพี่สะใภ้คบชู้ได้ แล้วมันจะยังไงต่อล่ะครับ?"
​เหอเฟิงลุกขึ้นยืน ไพล่มือไว้ด้านหลัง ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่
​"ถ้าหาหลักฐานชู้สาวของสองคนนั้นได้ ก็แปลว่าเมียฉันกับไอ้เด็กเวรนั่นมีอะไรกันจริงๆ ​ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็มีเป็นพันวิธีที่จะบีบให้หลินเสวี่ยโหรวต้องไปนอนกับหลิวฮ่าวหราน"
​"ลูกพี่ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมจะไปจ้างนักสืบเอกชน ให้คอยตามประกบซูเฉินกับพี่สะใภ้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยครับ ​ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาไหน ขอแค่ถ่ายรูปสองคนนั้นอยู่ด้วยกันได้ ก็ถือว่างานสำเร็จ แต่มีอีกเรื่องนึงครับ สมมติว่าถ้าเราถ่ายรูปไม่ได้ แล้วหลิวฮ่าวหรานยังยืนกรานจะให้พี่สะใภ้ไปบริการให้ได้ เราจะทำยังไงดีครับ?"
​หวังเทากะพริบตาปริบๆ อย่างเจ้าเล่ห์ พลางเอ่ยถามอย่างใช้ความคิด
​"แกพูดมีเหตุผล ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน ก็ต้องทำให้หลินเสวี่ยโหรวไปดินเนอร์กับหลิวฮ่าวหรานให้ได้"
​"พี่สะใภ้เป็นคนหัวแข็ง ซื่อตรง คงใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผลหรอกครับ"
​"ไม้อ่อนไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ไม้แข็ง ไม้แข็งไม่ได้ผล ก็ต้องสลับกันไป ​แกจำไว้นะ คนเราน่ะมีจุดอ่อนกันทั้งนั้น ขอแค่แกจับจุดอ่อนของมันได้ มันก็ต้องยอมทำตามอย่างว่าง่าย ​สรุปคือ ยังไงก็ต้องคว้าตัวหลิวฮ่าวหรานมาให้ได้ ต้องเจาะตลาดอเมริกาเหนือให้ได้ ถ้าพลาดเป้าหมายนี้ เหอกรุ๊ปจะผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำในสี่ตระกูลใหญ่ได้ยังไง?"
​"ลูกพี่สุดยอดไปเลยครับ อยู่กับลูกพี่นี่ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลย ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปจ้างนักสืบเอกชนให้คอยสะกดรอยตามพี่สะใภ้กับไอ้ซูเฉินเงียบๆ ก่อนนะครับ"
​"เออ ไปจัดการซะ แต่จำไว้นะเรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด ถ้าคนนอกรู้เข้า หน้าตาของตระกูลเหอเราจะเอาไปไว้ที่ไหน?"
​"ครับ ผมทราบแล้วครับ"
​หวังเทารีบผลุบออกจากห้องทำงานของเหอเฟิงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้รีบไปจ้างนักสืบเอกชนในทันที แต่โทรหาเฉินผิงเย่าก่อนเป็นอันดับแรก
​เฉินผิงเย่าคิดไม่ถึงเลยว่าหวังเทาจะติดต่อมาอีก เขาประคองโทรศัพท์ด้วยมือทั้งสองข้างที่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกดรับสาย
​"บอสหวังครับ มะ...มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ?"
​"เฒ่าเฉิน เรื่องคราวก่อนทำเอาลูกพี่ฉันโมโหมากเลยนะ แต่ฉันก็ยังหวังว่านายจะทำผลงานแก้ตัวได้ ช่วงนี้มีข่าวคราวอะไรของพี่สะใภ้ฉันกับไอ้ซูเฉินบ้างไหม? แอบถ่ายอะไรมาได้บ้างหรือเปล่า?"
​เฉินผิงเย่ารีบตอบกลับไปว่า "ผมแอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องทำงานของเธอแล้วครับ ตอนนี้ยังไม่เจออะไรผิดสังเกต แต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน สองคนนั้นไปแอบกุ๊กกิ๊กกันอยู่ที่โถงล็อบบี้ตึกผู้ป่วยใน ​ผมแอบถ่ายรูปมาได้ครับ"
​หวังเทาหูผึ่งขึ้นมาทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
​"จริงดิ? นายแอบถ่ายรูปพวกมันสองคนกุ๊กกิ๊กกันได้จริงๆ เหรอ? รีบส่งมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้เลย"
​"ได้ครับ วางสายปุ๊บผมจะส่งให้ทางวีแชทปั๊บเลยครับ"
​หลังวางสาย หวังเทาก็ได้รับรูปถ่ายที่เฉินผิงเย่าส่งมาให้
​ดูจากมุมกล้อง น่าจะแอบถ่ายลงมาจากชั้นสอง ภาพจึงค่อนข้างชัดเจนทีเดียว
​มีรูปทั้งหมดห้าหกใบ แต่มีอยู่สองใบที่สะดุดตาที่สุด
​ใบแรกเป็นรูปซูเฉินกำลังยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูของหลินเสวี่ยโหรว ราวกับกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง
​แม้จะดูเหมือนเป็นการพูดคุยกันตามประสาคนสนิททั่วไป แต่มองยังไงมันก็ดูไม่ปกติ หมอจบใหม่ที่เพิ่งบรรจุกับผู้อำนวยการสาวสวยมายืนกระซิบกระซาบกันแบบนี้ ใครเห็นเป็นต้องคิดลึกทั้งนั้น
​ส่วนรูปที่สองยิ่งโจ่งแจ้งเข้าไปใหญ่ เป็นรูปตอนที่หลินเสวี่ยโหรวเอื้อมมือไปหยิกเอวของซูเฉินพอดี
​ถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้มันไม่ธรรมดาซะแล้ว
​ผู้หญิงที่มีสามีแล้ว กับหมอหนุ่มที่เพิ่งได้บรรจุ มาทำท่าทางกุ๊กกิ๊กกันแบบนี้ จะไม่ให้คนอื่นจินตนาการไปไกลได้ยังไง!
​เขามองดูรูปถ่ายสองใบนี้ด้วยความรู้สึกทั้งดีใจและเจ็บใจ
​ดีใจที่สามารถจับร่องรอยความสัมพันธ์ของสองคนนี้ได้จริงๆ
​แต่ที่เจ็บใจก็คือ เขาอุตส่าห์เล็งว่าจะสวมรอยเป็นเหอเฟิงคอย 'ดูแล' หลินเสวี่ยโหรวซะหน่อย แต่คิดไม่ถึงเลยว่า จะโดนไอ้หมอหนุ่มหน้าจืดนี่ชิงตัดหน้าเอาไปกินเสียก่อน