- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ ราชันย์แพทย์
- บทที่ 14.การกอด... วิธีดูดซับไอหยินที่เบาบางที่สุด
บทที่ 14.การกอด... วิธีดูดซับไอหยินที่เบาบางที่สุด
​บทที่ 14.การกอด... วิธีดูดซับไอหยินที่เบาบางที่สุด
​ซูเฉินรู้ดีว่าเขาจะหนีไปตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ขืนเขาหนีไป ความผิดทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่หลินเสวี่ยโหรวแต่เพียงผู้เดียว และจุดจบของเธอคงน่าเวทนาเกินกว่าจะจินตนาการ
​“ไม่ต้องพูดแล้วครับ ยังไงผมก็ไม่ไป พี่เคยบอกเองว่าพี่เป็นพี่สาวผม ผมก็มีหน้าที่ต้องปกป้องพี่”
​คำพูดหนักแน่นของเด็กหนุ่มทำเอาหัวใจของหลินเสวี่ยโหรวอบอุ่นวาบ แม้เขาจะเป็นเพียงคนบ้านนอกคอกนา แต่เลือดลูกผู้ชายของเขามันช่างร้อนระอุ น่าเสียดายที่ลำพังความกล้าหาญคงไม่พอจะต่อกรกับเหอเฟิงได้
​“นายไม่รู้อะไร... สามีของฉันมันเป็นพวกวิปริต ขนาดฉันเป็นเมียมันยังไม่ละเว้น แล้วนายคิดว่ามันจะปล่อยนายไปงั้นเหรอ?”
​หลินเสวี่ยโหรวมองซูเฉินด้วยสายตาตัดพ้อระคนเป็นห่วง เธอแค่อยากให้เขารีบหนีไปให้พ้นภัย
​“เพราะอย่างนั้นไงครับ ผมถึงต้องอยู่ข้างๆ คอยปกป้องพี่... ผมยืนยันคำเดิม ผมไม่ไป”
​หลินเสวี่ยโหรวใจเต้นระรัว กัดริมฝีปากสีชมพูระเรื่ออย่างใช้ความคิด สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจได้
​“ก็ได้... ในเมื่อนายดื้อด้านนัก งั้นช่วงนี้นายย้ายไปหลบที่บ้านพักของฉันก่อน คฤหาสน์หลังนั้นไม่มีใครรู้จัก”
​“จะดีเหรอครับ... พี่ทำแบบนี้กะจะ ‘เก็บผมไว้ในบ้านทองคำ’ หรือเปล่าเนี่ย?”
​ปากก็พูดหยอกเย้าไปอย่างนั้น แต่ในใจซูเฉินกลับตื่นเต้นเนื้อเต้น เมื่อครู่แค่เธอกอดเขา เขายังได้รับ ‘ไอหยิน’ มาเติมพลังตั้งขนาดนั้น
​ถ้าได้ไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาสเก็บเกี่ยว ‘ไอหยิน’ ได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เขาบำเพ็ญเพียร ‘เคล็ดวิชาเก้าอเวจีสวรรค์’ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
​“เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมีอารมณ์มาพูดเล่นอีก! ไปได้แล้ว ฉันจะล่วงหน้าไปรอที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน อีกห้านาทีค่อยตามลงไปเจอกัน”
​หญิงสาวเอื้อมมือมาบีบไหล่ซูเฉินเบาๆ เป็นเชิงกำชับ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
​เมื่อห้องกลับมาเงียบสงบ ซูเฉินก็เริ่มวางแผนในใจ... เดี๋ยวพอไปถึงบ้านพักของหลินเสวี่ยโหรว เขาต้องหาทางกอบโกย ‘ไอหยิน’ จากตัวเธอให้ได้มากที่สุด
​การโอบกอด... เป็นเพียงหนึ่งในวิธีดูดซับไอหยิน แต่มันเป็นวิธีที่ได้ผลลัพธ์ ‘เบาบาง’ ที่สุด
​ถ้าอยากจะเติมพลังให้เต็มถัง... ทางที่ดีที่สุดคือต้อง ‘ขึ้นเตียง’
​ผ่านไปห้านาที ซูเฉินก็กดลิฟต์ลงไปที่ชั้น B1 ซึ่งหลินเสวี่ยโหรวสตาร์ทรถรออยู่แล้ว
​...
​ในขณะเดียวกัน
​หวังเทายังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาล
​ทันทีที่เขาเดินกุมแขนห้อยรุ่งริ่งออกมาจากห้องทำงานของหลินเสวี่ยโหรว เขาก็ชนเข้ากับเฉินผิงเย่าที่มุมตึก
​การเจอกันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเฉินผิงเย่าแอบเอาหูแนบประตูห้องทำงานของหลินเสวี่ยโหรว ฟังความเคลื่อนไหวข้างในอยู่ตลอดเวลา
​พอได้ยินเสียงฝีเท้าหวังเทาเดินออกมา เขาจึงรีบวิ่งมาดักรอที่หัวมุม
​“อ้าว! คุณหวัง... เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย?”
​เห็นหวังเทาหน้าซีดเซียว เอามือกุมแขนด้วยความเจ็บปวด เฉินผิงเย่าก็แสร้งทำเป็นตกอกตกใจ รีบเข้าไปประคองถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
​“โดนไอ้หน้าอ่อนชู้รักของหลินเสวี่ยโหรวมันเล่นงานเอาน่ะสิ!”
​“หา! บาดเจ็บหนักน่าดูเลยนะครับเนี่ย มาครับ... ไปที่ห้องทำงานผมก่อน เดี๋ยวผมดูให้ น่าจะแค่ไหล่หลุด”
​เฉินผิงเย่ามองเห็นช่องทางกำจัดซูเฉินลอยมาตรงหน้า เขารีบกุลีกุจอประคองหวังเทาพาไปที่ห้องทำงานส่วนตัวทันที
​เมื่อเข้ามาในห้องและล็อคประตูเรียบร้อย เขาจัดแจงให้หวังเทานั่งลงบนโซฟา
​“คุณหวังครับ... ไอ้หน้าอ่อนที่คุณพูดถึงเนี่ย ใช่ซูเฉินหรือเปล่าครับ?”
​เฉินผิงเย่าแกล้งทำไขสือถามเหมือนคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่
​“น่าจะใช่มัน... สูงร้อยเจ็ดสิบห้า ตัวผอมๆ หน้าตาจืดๆ... ผมเห็นมันกับหลินเสวี่ยโหรวทำท่าลับๆ ล่อๆ แถมยังกอดกันกลมอีกต่างหาก”
​หวังเทาเริ่มใส่สีตีไข่
​“ความจริงสองคนนี้เขามีซัมติงกันมานานแล้วครับ เพียงแต่พวกเราที่เป็นลูกน้องไม่มีใครกล้าพูดเท่านั้นแหละ”
​เฉินผิงเย่าจับแขนหวังเทาขึ้นมาดู พลางกระซิบยุยง
​“ตาแก่เฉิน... แกทำเป็นแน่เหรอวะ? แขนฉันหักหรือแค่หลุดเนี่ย เจ็บจะตายห่าอยู่แล้ว!”
​หวังเทาถามเสียงห้วนด้วยความหงุดหงิด
​“ใจเย็นๆ ครับคุณหวัง... แค่ข้อต่อหลุดเฉยๆ กระดูกไม่หักครับ”
​สำหรับแพทย์อาวุโสอย่างเฉินผิงเย่า การต่อกระดูกไหล่หลุดเป็นเรื่องพื้นฐานมาก
​เขาจับข้อมือหวังเทาเขย่าเบาๆ แล้วฉวยโอกาสตอนเผลอ ดันกระดูกกลับเข้าที่ กึก! จากนั้นก็ตบเข้าที่หัวไหล่อีกที ปึก! แขนก็กลับมาใช้งานได้ดังเดิม
​“เรียบร้อยครับ... หายแล้ว แต่ช่วงวันสองวันนี้อย่าเพิ่งขยับแรงนะครับ”
​เฉินผิงเย่านวดไหล่ให้หวังเทาเบาๆ เป็นการเอาใจ
​“ขอบใจมากหมอเฉิน... ถ้าไม่ได้แกช่วย ฉันคงทรมานแย่”
​“โธ่ คุณหวังพูดอะไรอย่างนั้นครับ คุณเป็นถึงมือขวาของคุณท่านเหอ... ผมน่ะนับถือคุณกับคุณท่านเหอมานานแล้ว”
​“พูดกันตามตรงนะครับ... เรื่องระหว่างผอ.หลินกับซูเฉินเนี่ย โทษผอ.หลินฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอกครับ ต้องโทษไอ้เด็กซูเฉินนั่น มันใช้มารยาหลอกล่อให้ผอ.หลินหลงผิด”
​เฉินผิงเย่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ เขาฉลาดพอที่จะไม่นินทาหลินเสวี่ยโหรวต่อหน้าหวังเทา จึงเลือกที่จะโยนความผิดทั้งหมดไปที่ซูเฉินแทน
​“ไอ้ซูเฉินนี่มันเป็นใครมาจากไหนวะ? มีแบ็คดีหรือไง?”
​เฉินผิงเย่าทำท่าครุ่นคิดสักพักก่อนตอบ “มันก็แค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งแหละครับ พอมีความรู้วิชาแพทย์ติดตัวนิดหน่อย แล้วก็อาศัยว่าผอ.หลินคอยให้ท้าย มันเลยกร่างไม่กลัวใคร”
​“วันก่อนมันยังซ้อมลูกชายผมจนบาดเจ็บสาหัสเลยครับ”
​พอได้ยินแบบนั้น หวังเทาก็กลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด “แกบอกว่าซูเฉินกับหลินเสวี่ยโหรวได้เสียกันแล้ว... เรื่องจริงหรือมั่ว?”
​“น่าจะเรื่องจริงครับ คนในโรงพยาบาลเขาลือกันให้แซ่ด... วันก่อนผมเอาเอกสารไปส่งที่ห้อง ผอ. พอเปิดประตูเข้าไป ยังเห็นสองคนนั้นกอดจูบกันนัวเนียอยู่เลย”
​เพื่อจะกำจัดซูเฉิน เฉินผิงเย่าจึงแต่งเรื่องโกหกหน้าด้านๆ อย่างไม่มียางอาย
​“หมอเฉิน... อยากรู้จักพี่ชายฉัน... คุณท่านเหอแห่งเหอกรุ๊ปไหม?”
​เป้าหมายของหวังเทามีอย่างเดียว คือต้องกำจัดซูเฉินให้พ้นทาง
​“คุณหวังครับ... ถ้าคุณช่วยแนะนำให้ผมได้รู้จักกับคุณท่านเหอ จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยครับ หมอตัวเล็กๆ อย่างผมจะมีวาสนาได้รู้จักคนใหญ่คนโตแบบนั้นได้ยังไง”
​หวังเทายิ้มเหี้ยมเกรียม แผนการชั่วร้ายผุดขึ้นในสมอง
​ไอ้ซูเฉินมันกล้าทำร้ายเขาจนเสียหน้า แถมเขายังระแคะระคายว่าซูเฉินกับหลินเสวี่ยโหรวน่าจะเป็นชู้กันจริงๆ
​จัดการมันตอนนี้แหละ เหมาะที่สุด
​“หมอเฉิน... อย่าถ่อมตัวไปเลยครับ พี่ชายผมน่ะชอบคบหาสมาคมกับปัญญาชนคนมีความรู้ หมอเก่งๆ อย่างแก พี่ชายผมต้องอยากรู้จักแน่”
​“เอาอย่างนี้ เดี๋ยวแกติดรถฉันไปหาพี่ชายฉันที่บ้าน... แล้วแกก็เอาเรื่องที่แกเห็นกับหูที่ได้ยินกับตาไปเล่าให้พี่ชายฉันฟัง”
​ทั้งคู่ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือต้องการให้ซูเฉินพินาศ จึงตกลงปลงใจร่วมมือกันทันที
​การยืมมือเหอเฟิงฆ่าซูเฉิน เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด
​“เรื่องซูเฉินล่อลวงผอ.หลิน เป็นความจริงที่ใครๆ ก็รู้ครับ มีแต่คุณท่านเหอคนเดียวที่ยังไม่ทราบเรื่อง” เฉินผิงเย่ายังคงตีหน้าซื่อเล่าความเท็จต่อไป
​“ไปกันเถอะ... เดี๋ยวฉันพาแกไปหาพี่ชายฉัน ถ้าแกเอาเรื่องนี้ไปบอกเขา รับรองว่าเขาต้องตบรางวัลให้แกอย่างงามแน่ๆ”
​“เพราะไม่มีผู้ชายหน้าไหน... ยอมโดนสวมเขาได้หรอก”
​เมื่อตกลงกันได้ ทั้งสองคนก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลเหอ
​เฉินผิงเย่านั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ แอบลอบยิ้มที่มุมปากด้วยความสะใจ หัวใจพองโตด้วยความปิติ
​ซูเฉิน... ไอ้หมาจนตรอก คราวนี้แหละ ชะตาแกขาดสะบั้นแน่นอน!