- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ ราชันย์แพทย์
- บทที่ 13.ต้องมีซัมติงกันแน่ๆ
บทที่ 13.ต้องมีซัมติงกันแน่ๆ
บทที่ 13.ต้องมีซัมติงกันแน่ๆ
​พูดจบ หวังเทาก็ยื่นมือสกปรกหมายจะสัมผัสใบหน้าสวยหวานของหลินเสวี่ยโหรว
​“กรี๊ดดด!” หลินเสวี่ยโหรวกรีดร้องด้วยความตกใจ เธอกระถดตัวหนีจนเสียหลักเกือบจะล้มหัวฟาดพื้น
​เคราะห์ดีที่ซูเฉินยืนอยู่ใกล้ๆ เขาจึงพุ่งเข้าไปรับร่างเธอไว้ได้ทัน มือแกร่งโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น
​“นั่นไง! ฉันว่าแล้วว่าพวกแกต้องเป็นชู้กัน! ปากแข็งปฏิเสธ แต่เสือกมากอดกันกลมต่อหน้าฉันเลยนะ... ไอ้เวรตะไล รีบไสหัวไปซะ ไม่งั้นฉันฆ่าแกแน่!”
​หวังเทาที่ชินกับการใช้อำนาจบาตรใหญ่ ยิ่งเห็นภาพบาดตาบาดใจ ก็ยิ่งอยากจะเขี่ยซูเฉินทิ้งไปให้พ้นทาง เพื่อจะได้จัดการรวบหัวรวบหางหลินเสวี่ยโหรวได้สะดวก
​ซูเฉินทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาประคองหลินเสวี่ยโหรวไปยืนด้านข้าง แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาหวังเทา
​หวังเทาง้างหมัดซัดเข้าใส่หน้าซูเฉินทันที
​ซูเฉินพยายามจะสวนกลับ
​แต่ทว่า... มือของเขายังไม่ทันจะแตะถูกตัวหวังเทา แก้มของเขาก็ถูกหมัดหนักๆ กระแทกเข้าอย่างจัง
​ผลัวะ!
​หมัดนี้รุนแรงจนซูเฉินเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น ตุบ!
​เมื่อวานนี้ 'พลังหยิน' ที่เขาได้รับจากหลินเสวี่ยโหรว ถูกใช้ไปกับการรักษาเจี่ยเฉียนเฉียนจนเกลี้ยง
​ตอนนี้ในร่างกายเขาแห้งเหือดไร้พลังสำรอง ทำให้เขาไม่สามารถใช้อานุภาพของ 'เคล็ดวิชาเก้าอเวจีสวรรค์' ได้เลย
​เขากำลังจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่หวังเทาก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ มันเตะเสยเข้าที่หน้าผากของเขาอีกครั้ง ปึก!
​ตูม!
​สมองของซูเฉินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เขามึนงงจนเกือบจะหมดสติ
​หลินเสวี่ยโหรวกรีดร้องด้วยความตกใจ เธอรีบวิ่งเข้าไปเอาตัวขวางซูเฉินไว้ ใช้แผ่นหลังบอบบางของเธอปกป้องเขาจากหวังเทา
​เธอจ้องมองหวังเทาด้วยแววตาเกลียดชัง
​“พอได้แล้ว! ฉันบอกแกแล้วไงว่าเขาเป็นแค่ลูกน้องฉัน เราสองคนไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิด!”
​หวังเทาแสยะยิ้มชั่วร้าย “พี่สะใภ้... พี่ชายผมมันพิการ ทำหน้าที่ผัวไม่ได้ ผมเลยอาสามาช่วย 'เติมเต็ม' ให้พี่ไง... ถ้าวันนี้พี่ยอมตกลงเป็นของผม ผมจะยอมปล่อยไอ้หน้าอ่อนนี่ไป”
​“แต่ถ้าไม่... นอกจากผมจะกระทืบมันให้ปางตายแล้ว ผมจะไปฟ้องพี่ชายว่าพวกพี่แอบกินกันลับหลัง!”
​“ไอ้คนสารเลว! แกทำแบบนี้ แกไม่ละอายใจต่อพี่ชายแกบ้างหรือไง?”
​หวังเทาหัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ คิดเหรอว่าพี่ชายผมเขารักพี่จริง? สำหรับเขา พี่ก็เป็นแค่แจกันสวยๆ ประดับบารมีเท่านั้นแหละ... ถ้ารักจริง เขาจะวางยาเมียตัวเองส่งให้คนอื่นเชยชมเหรอ?”
​“ไล่ไอ้เด็กนี่ไปซะ แล้วเข้าไปหาความสุขกับผมในห้องพักผ่อน... รับรองว่าผมจะช่วยปิดเรื่องนี้ให้เงียบกริบ แต่ถ้าพี่ปฏิเสธ... พี่ชายผมเอาพี่ตายแน่ เตรียมตัวโดนเขี่ยทิ้งแบบไม่เหลืออะไรติดตัวได้เลย”
​ไอ้เดรัจฉานย่อตัวลง จ้องมองหลินเสวี่ยโหรวด้วยสายตาหื่นกระหาย แล้วยื่นมือจะไปลูบแก้มเธออีกครั้ง
​ซูเฉินนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น โดยมีหลินเสวี่ยโหรวโอบกอดปกป้องเขาไว้ในอ้อมอก
​ในวินาทีนั้นเอง... เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังบางอย่างที่ไหลรินเข้าสู่ร่างกายราวกับสายน้ำ
​จากที่มึนงงแทบสิ้นสติ จู่ๆ ร่างกายก็กลับมากระปรี้กระเปร่า พลังวังชาฟื้นคืนเต็มเปี่ยมดั่งปาฏิหาริย์!
​จังหวะที่มือของหวังเทาอยู่ห่างจากใบหน้าของหลินเสวี่ยโหรวเพียงคืบ
​ซูเฉินดีดตัวขึ้นมาคว้าข้อมือมันไว้แน่น แล้วบิดอย่างแรง!
​กร๊อบ!
​เสียงกระดูกลั่นดังสนั่น แขนของไอ้สารเลวหลุดออกจากเบ้าไหล่ในพริบตา
​จากนั้นซูเฉินก็ใช้ท่า 'มังกรผงาด' ดีดตัวลุกขึ้นยืน แล้วถีบเข้ากลางอกหวังเทาเต็มแรง
​โครม!
​หวังเทายังไม่ทันตั้งตัว ก็กระเด็นหงายหลังล้มตึง ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากปาก
​“ฉันอุตส่าห์จะปล่อยแกไปดีๆ แต่แกเสือกมายุ่งกับ ผอ. ของฉัน... ว่ามา! อยากตายท่าไหน?”
​ภาพที่มันข่มขู่คุกคามหลินเสวี่ยโหรวยังติดตา ซูเฉินไม่ปรานีอีกต่อไป เขาเหยียบเท้าลงบนหัวของหวังเทา บดขยี้จนหน้ามันแนบไปกับพื้น
​หลินเสวี่ยโหรวตะลึงงันจนตาค้าง... ไอ้เด็กนี่ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน? เมื่อกี้ยังโดนซ้อมจนหมอบกระแตอยู่เลย ผ่านไปแค่ไม่กี่วิ จู่ๆ ก็เก่งเทพขึ้นมาเฉย!
​เธอหารู้ไม่ว่า... วินาทีที่เธอกอดปกป้องเขา 'พลังหยินบริสุทธิ์' ในตัวเธอก็ถ่ายทอดสู่ตัวเขา จนปลุกพลังแฝงให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
​“ไอ้สวะ! ถ้าแน่จริงก็ฆ่าฉันเลยสิวะ!”
​หวังเทาที่เคยแต่อวดเบ่ง ไม่เคยโดนใครเหยียบย่ำศักดิ์ศรีขนาดนี้ ตะโกนท้าทายด้วยความคับแค้น
​“ได้... อยากตายนักใช่ไหม งั้นฉันจะสั่งสอนแกให้จำไปจนวันตาย! วันนี้ขอหักนิ้วแกสักห้านิ้ว ดูซิว่าคราวหน้าจะยังกล้าซ่าอีกไหม!”
​ซูเฉินเงื้อเท้าขึ้นเตรียมจะกระทืบมือมันให้แหลก
​แต่ทันใดนั้น หลินเสวี่ยโหรวก็พุ่งเข้ามาคว้าขาเขาไว้
​“อย่านะ! อย่าทำเขา!”
​หลินเสวี่ยโหรวรู้ซึ้งถึงความอำมหิตของสามี และความป่าเถื่อนของลูกน้องพวกนี้ดี
​ถ้าซูเฉินทำร้ายหวังเทาจนพิการ พวกมันไม่มีทางปล่อยเขาไว้แน่ ต่อให้หนีไปสุดขอบโลก พวกมันก็จะตามไปฆ่า
​เธอมองหวังเทาด้วยสายตารังเกียจ
​“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!”
​หวังเทาได้โอกาสรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ประคองแขนที่ห้อยรุ่งริ่งของตัวเอง แล้วจ้องมองทั้งคู่ด้วยความอาฆาต
​“หญิงร้ายชายเลว! ฝากไว้ก่อนเถอะแก!”
​พูดจบ มันก็กัดฟันวิ่งหนีหางจุกตูดออกไป
​ซูเฉินรีบประคองหลินเสวี่ยโหรวให้ลุกขึ้น
​“พี่เจ็บตรงไหนไหม?”
​“ฉันไม่เป็นไร... แต่นายน่ะ ก่อเรื่องใหญ่แล้วรู้ตัวไหม”
​เธอรีบเดินไปที่โต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักหยิบบัตรธนาคารใบหนึ่งออกมา แล้วยัดใส่มือซูเฉิน
​“ในนี้มีเงินส่วนตัวฉันอยู่สองล้านกว่า รหัสไม่ต้องใช้... นายเอาไป แล้วหนีไปจากเจียงโจวซะ หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้”
​ความห่วงใยที่หญิงสาวมีให้ ทำให้หัวใจของซูเฉินอบอุ่นวาบ
​แม้จะรู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้ว แต่เขาก็มั่นใจว่าชาตินี้เขาคงขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เสียแล้ว
​ในคัมภีร์ 'เก้าอเวจีสวรรค์' ระบุไว้ว่า ทุกครั้งที่ร่วมหลับนอนกับสตรี พลังตบะจะเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน
​เมื่อวานนี้เขาได้มีความสัมพันธ์กับหลินเสวี่ยโหรว จนเปิดผนึกวิชาได้สำเร็จ ทำให้ทักษะการแพทย์และวรยุทธ์ก้าวกระโดด
​แต่การรักษาเจี่ยเฉียนเฉียนเมื่อคืนผลาญพลังไปมาก จนเขาเกือบเสียท่าให้หวังเทา
​และเมื่อครู่นี้ เพียงแค่เธอสัมผัสตัวเขา พลังก็ฟื้นคืนมาเต็มเปี่ยม... ซึ่งต่างจากเมื่อเช้าที่เซี่ยนาแก้ผ้ากอดเขา แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงพลังงานใดๆ เลย
​นั่นหมายความว่า... ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะเป็นแหล่งพลังงานให้เขาได้
​หลินเสวี่ยโหรวคือคนพิเศษ... เขาต้องรักษาเธอไว้ให้ดีที่สุด
​“มัวยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบหนีไปสิ! เดี๋ยวไอ้หวังเทามันไปฟ้องสามีฉัน พวกนั้นแห่กันมา นายไม่รอดแน่!”
​หลินเสวี่ยโหรวร้อนรนจนน้ำตาคลอ เขย่าแขนเขาเร่งยิกๆ
​“แล้วถ้าผมไป... พี่จะทำยังไง?”
​คำถามสั้นๆ ของซูเฉิน กระแทกใจหลินเสวี่ยโหรวอย่างจัง
​ตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากพ่อแม่แล้ว ไม่เคยมีใครห่วงใยเธอจริงๆ เลยสักคน แม้แต่สามีอย่างเหอเฟิงก็เห็นเธอเป็นแค่หมากในกระดานธุรกิจ
​แต่เด็กหนุ่มตรงหน้า... ทั้งที่รู้จักกันแค่ข้ามคืน และเกิดขึ้นจากความผิดพลาด แต่เขากลับห่วงใยเธอด้วยใจจริง
​“เรื่องของฉันนายไม่ต้องห่วง... นายรีบไปซะ ไปให้ไกลที่สุด”
​“ผอ.หลิน... ผมรู้ว่าเรื่องคืนนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้เกิดจากความรัก... แต่นั่นมันเป็นครั้งแรกของพี่ และก็เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกัน”
​“ผมอาจจะจน ไม่มีปัญญาดูแลพี่ให้สุขสบายเหมือนเศรษฐี... แต่ผมจะปกป้องพี่เอง ไม่ว่าหน้าไหนก็ห้ามมาแตะต้องพี่เด็ดขาด”
​หลินเสวี่ยโหรวตื้นตันจนน้ำตาไหลพราก แต่เธอก็ยังพยายามผลักไสเขา
​“ซูเฉิน... นายมันก็แค่หมอฝึกหัดต๊อกต๋อย ฉันรู้ว่านายเป็นคนดีมีน้ำใจ... แต่นายไม่มีทางสู้กับอิทธิพลมืดพวกนั้นได้หรอก เชื่อฉันสิ... หนีไปเถอะนะ”