- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ ราชันย์แพทย์
- บทที่ 01.ผู้อำนวยการสาวต้องพิษยาปลุกกำหนัด
บทที่ 01.ผู้อำนวยการสาวต้องพิษยาปลุกกำหนัด
บทที่ 01.ผู้อำนวยการสาวต้องพิษยาปลุกกำหนัด
​ซูเฉินเหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง จ้องมองไปยัง 'หลินเสวี่ยโหรว' ที่นั่งอยู่เบาะหลังด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
​ปกติแล้วผู้อำนวยการสาวคนนี้จะมีท่าทีเย่อหยิ่งและเย็นชาจนน่าเกรงขาม แต่วันนี้เธอกลับดูผิดแปลกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
​ร่างระหงนั่งเอนกายอยู่ที่เบาะหลัง ใบหน้าขาวผ่องขึ้นสีแดงระเรื่อ แววตาฉ่ำเยิ้มพร่ามัว ปลายลิ้นเรียวเล็กตวัดเลียริมฝีปากของตนเองไปมา ขณะที่มือก็ลูบไล้ไปตามลำคอระหงอย่างกระสับกระส่าย
​เมื่อเห็นหลินเสวี่ยโหรวตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ซูเฉินก็สังหรณ์ใจว่าต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแน่ๆ
​เขาเป็นเพียงแพทย์ฝึกหัดในโรงพยาบาลประจำเมือง แต่เพื่อเก็บเงินซื้อไอโฟนรุ่นล่าสุดให้ 'เซี่ยนา' แฟนสาว เขาจึงต้องออกมาขับรถรับจ้างหารายได้พิเศษในช่วงนอกเวลางาน
​แต่โชคชะตาก็เล่นตลก ดันเหวี่ยงให้ผู้โดยสารในวันนี้กลายเป็น ผอ. สาวสวยประจำโรงพยาบาลของเขาเอง
​หลินเสวี่ยโหรวเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งราวร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ผิวขาวเนียนละเอียด หน้าตาสะสวยและมีช่วงขาที่เรียวยาว เรียกได้ว่าเป็นคนสวยระดับท็อป แต่ติดตรงที่เธอมักจะวางตัวเย็นชาเข้าถึงยาก แม้ซูเฉินจะฝึกงานที่โรงพยาบาลมาครึ่งปีแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุยกับเธอแบบจริงจังเลยสักครั้ง
​"ผอ.หลินครับ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า... ให้ผมพาไปส่งโรงพยาบาลไหมครับ?"
​ในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไป
​"นาย... นายรู้จักฉันด้วยเหรอ?"
​หลินเสวี่ยโหรวถามกลับ น้ำเสียงของเธอหอบกระเส่าเล็กน้อย
​"ผมเป็นหมอฝึกหัดที่โรงพยาบาลประจำเมืองครับ เวลาประชุมรวมผมเห็นคุณบ่อยๆ"
​"ฉันไม่ได้ป่วย... ไปส่งฉันที่บ้านตามที่ปักหมุดไว้"
​เมื่อซูเฉินมองไปที่กระจกหลังอีกครั้ง เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามือของหญิงสาวเริ่มล้วงเข้าไปในเสื้อของตัวเองแล้ว เธอกัดริมฝีปากสีชมพูแน่น เปลือกตาปรือลงเกือบสนิท ราวกับกำลังทรมานจากไฟราคะที่แผดเผาไปทั่วร่าง
​แม้ซูเฉินจะเป็นแค่หมอฝึกหัด แต่ดูจากอาการของหลินเสวี่ยโหรวแล้ว ถ้าเธอไม่เมามายจนขาดสติ ก็คงพลาดท่าโดนยาปลุกกำหนัดพวก 'แมลงวันสเปน' เข้าให้แล้ว
​"ผอ.หลินครับ ผมว่าคุณควรไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยจะดีกว่านะครับ"
​"นายเป็นบ้าอะไร! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง! ฉันบอกให้ไปส่งที่บ้าน ก็รีบไปให้เร็วที่สุด... ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นายจะรับผิดชอบไหวเหรอ...?"
​ซูเฉินไม่กล้าชักช้าอีกต่อไป เขากดคันเร่งเพิ่มความเร็ว เพียงแค่ห้าหกนาที รถก็มาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หรูเลขที่ 66 ในหมู่บ้านฌ็องเซลิเซ่
​ทันทีที่รถจอดสนิท หลินเสวี่ยโหรวก็รีบเปิดประตูลงจากรถอย่างร้อนรน แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ร่างของเธอก็เซถลาล้มลงกับพื้น
​ซูเฉินรีบลงจากรถพุ่งเข้าไปประคองเธอไว้ทันที
​"ผอ.หลินครับ เดี๋ยวผมกดกริ่งเรียกคนในบ้านออกมารับนะ"
​จังหวะที่ซูเฉินพยุงร่างของหลินเสวี่ยโหรวขึ้นมา หญิงสาวกลับโผเข้ากอดแขนเขาแน่น น้ำเสียงของเธอสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่
​"ที่นี่มีฉันอยู่คนเดียว... รหัสผ่านคือ 333666... ช่วยเปิดประตูแล้วพาฉันเข้าไปที"
​เมื่อเข้ามาในบ้าน เขาก็พาเธอไปวางลงบนโซฟา ก่อนจะหันหลังไปรินน้ำมาให้
​แต่ทว่า เมื่อเขาถือแก้วน้ำกลับมาหาเธอ หัวใจของซูเฉินก็แทบจะหยุดเต้น
​ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หลินเสวี่ยโหรวรูดซิปชุดเดรสสีแดงไวน์ของเธอลงมาแล้ว...
​หัวไหล่ขาวเนียนดุจหิมะ บราลูกไม้สีดำสนิท และเนินอกอวบอิ่มคู่สวยที่โผล่พ้นออกมาเกือบครึ่ง... ทุกอย่างประจักษ์แก่สายตา
​แววตาของเธอเหม่อลอยไร้สติ ลิ้นเล็กๆ ตวัดไล้ริมฝีปากด้วยความกระหาย
​"ผอ.หลิน... คุณจะทำอะไรครับ? รีบดื่มน้ำก่อนเถอะ... ผม... ผมต้องไปแล้ว"
​แม้ซูเฉินจะมีแฟนแล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแฟนสาวก็มีเพียงแค่การจับมือถือแขนหรือกอดกันนิดหน่อยเท่านั้น
​พอมาเจอฉากวาบหวามยั่วยวนตรงหน้าแบบนี้ หัวใจที่ตื่นตระหนกก็เต้นรัวแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก
​หลินเสวี่ยโหรวไม่สนใจแก้วน้ำที่เขายื่นให้ แต่กลับโถมตัวเข้ากอดซูเฉินไว้แน่น
​"ขอร้องล่ะ ช่วยฉันที... ฉันโดนสามีวางยาพิษ 'ประสานสุข' ถ้าคืนนี้นายไม่ช่วยฉัน... ฉันต้องตายแน่ๆ"
​หญิงสาวยกแขนขึ้นโอบรอบคอซูเฉิน สายตาหวานเชื่อมเต็มไปด้วยแรงปรารถนา
​ซูเฉินทำอะไรไม่ถูก สมองหมุนติ้วไปหมด
​เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ผู้อำนวยการสาวผู้แสนเย็นชาและสูงส่ง วันนี้จะมาทอดกายเสนอตัวให้เขาถึงที่
​ใจจริงเขาก็อยากจะปล่อยเลยตามเลยแล้วจัดการเธอเสียให้สิ้นเรื่อง
​แต่เขาเป็นคนรักเดียวใจเดียว แฟนสาวอย่างเซี่ยนายังรอเขาอยู่ที่บ้าน เขาไม่อยากทรยศความรักของตัวเอง
​"ผอ.หลิน คุณโดนยาปลุกกำหนัด เดี๋ยวผมพาไปโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ ให้ยาถอนพิษ แป๊บเดียวก็หายแล้วครับ"
​นิ้วมือเรียวของหลินเสวี่ยโหรวลูบไล้ไปทั่วแผงอกของซูเฉิน ลมหายใจของเธอหอบถี่ "ฉันเป็นถึง ผอ.โรงพยาบาล... เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทั่วทั้งเมืองเจียงโจวรู้จักฉันหมด... ขืนให้ใครรู้ว่าฉันโดนยาแบบนี้ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?"
​"แค่นายยอมใช้ร่างกายช่วยถอนพิษให้ฉันคืนนี้... ฉันสัญญาว่าจะเซ็นอนุมัติให้นายได้บรรจุเป็นพนักงานประจำทันที"
​ข้อเสนอนี้ทำเอาซูเฉินถึงกับลังเล
​ได้ทั้งร่วมรักกับ ผอ.สาวสวยระดับนางฟ้า ได้ทั้งช่วยเหลือคน และที่สำคัญที่สุดคือเขาจะได้บรรจุงาน
​ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธ?
​แต่จิตสำนึกส่วนลึกก็ยังบอกว่าเขาไม่อยากนอกใจแฟน
​ทว่าในขณะที่เขากำลังตัดสินใจจะผละตัวหนี มือของหลินเสวี่ยโหรวกลับว่องไวกว่า เธอปลดเข็มขัดของเขาออกอย่างรวดเร็ว
​แล้วก้มหน้าลงต่ำ... มุ่งตรงสู่จุดยุทธศาสตร์ทันที!
​ซูเฉินคบกับแฟนมาเกือบห้าปี ไม่เคยได้รับปรนนิบัติที่พิเศษขนาดนี้มาก่อน
​ชั่วพริบตาเดียว...
​สมองของเขาระเบิดตูมดังก้อง
​สติสัมปชัญญะทั้งหมดพังทลายลง เขายอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบในที่สุด
​กว่าจะรู้ตัวอีกที ทั้งสองคนก็ย้ายมาอยู่บนเตียงนอนชั้นสองเรียบร้อยแล้ว
​ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน...
​รู้เพียงแต่ว่า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างบ้าคลั่งจนลืมวันลืมคืน
​หนึ่งชั่วโมงผ่านไป... ร่างสองร่างนอนทอดกายอ่อนแรงอยู่บนเตียง
​ซูเฉินมองดูหลินเสวี่ยโหรวที่นอนตัวอ่อนระทวยอยู่ข้างกาย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ "ผอ.หลินครับ... คือ... คุณรู้สึกยังไงบ้าง?"
​สีหน้าของหลินเสวี่ยโหรวกลับมาเรียบเฉยเย็นชาดั่งเดิม เธอเค้นเสียงตอบออกมาทีละคำ "พิษในตัวฉันถูกถอนออกไปหมดแล้ว"
​"พิษหายก็ดีแล้วครับ... งั้นผมขอตัวกลับก่อน"
​ซูเฉินลุกขึ้นจากเตียง แล้วรีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่อย่างลุกลี้ลุกลน
​"นายเป็นเด็กฝึกงานที่โรงพยาบาลจริงเหรอ? ชื่ออะไร?"
​"ซูเฉินครับ ผมเป็นเด็กฝึกงานจริงๆ"
​"เรื่องเมื่อคืน ฉันขอบใจนะ แต่มีสองเรื่องที่ฉันต้องบอกนาย... ข้อแรก นายต้องลาออกจากโรงพยาบาลประจำเมือง... ข้อสอง ห้ามบอกเรื่องคืนนี้กับใครเด็ดขาด ถ้านายปริปากพูดออกไปแม้แต่คำเดียว ฉันจะทำให้นายตายศพไม่สวยแน่"
​ซูเฉินเรียนหมอมาตั้งห้าปี กว่าจะได้เข้ามาฝึกงานในโรงพยาบาลใหญ่ก็ยากลำบากแทบตาย พอช่วยชีวิต ผอ.สาวไว้ได้ แทนที่จะได้ดี เธอกลับไล่เขาออกซะอย่างนั้น
​ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจพุ่งขึ้นมาทันที
​"ผอ.หลิน ทำแบบนี้มันเสร็จนาฆ่าโคถึกชัดๆ คุณไล่ผมออก แล้วที่ผมเรียนหมอมาแทบตายไม่สูญเปล่าเหรอครับ?"
​"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันจะฝากนายไปเข้าที่โรงพยาบาลการรถไฟ ไม่ต้องฝึกงาน เข้าบรรจุทำงานได้เลย สวัสดิการไม่แพ้ที่นี่หรอก"
​ซูเฉินคิดดูแล้วก็เห็นว่าสมเหตุสมผล เพราะขืนยังทำงานที่เดิมแล้วต้องเจอหน้าผู้หญิงคนนี้ทุกวันคงกระอักกระอ่วนน่าดู
​แต่เขาก็ยังต่อรองเพิ่ม "แฟนผมก็เป็นหมอฝึกหัดเหมือนกัน คุณช่วยจัดการให้เธอด้วยได้ไหมครับ"
​"ไม่มีปัญหา ไปที่โรงพยาบาลการรถไฟทั้งคู่ ไม่ต้องฝึกงาน บรรจุให้เลย"
​ความขุ่นเคืองในใจซูเฉินเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งทันที "ขอบคุณครับ ผอ.หลิน งั้นคุณพักผ่อนเถอะ ผมไปล่ะครับ!"
​"จะรีบไปไหน! ทิ้งไลน์กับเบอร์โทรไว้ก่อน"
​หลินเสวี่ยโหรวตลบผ้าห่มออก เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่โต๊ะหัวเตียง
​วินาทีนั้นเอง สายตาของซูเฉินก็ปะทะเข้ากับรอยเลือดสีแดงสดขนาดเท่าไข่ไก่เด่นชัดอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด
​เป็นไปได้ยังไง?
​หลินเสวี่ยโหรวแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังมีเลือดพรหมจรรย์?
​"ผอ.หลิน... นี่คุณ... ยังบริสุทธิ์อยู่เหรอครับ?"
​หลินเสวี่ยโหรวตวัดสายตาค้อนใส่ซูเฉิน "แปลกตรงไหน! ใครบอกว่าแต่งงานแล้วจะต้องเสียตัวกันทุกคนล่ะ!"
​ซูเฉินยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีก เท่าที่เขารู้ ผอ.สาวสวยวัยยี่สิบหกคนนี้แต่งงานมาสองปีแล้ว ผ่านไปกว่าเจ็ดร้อยวันเธอกลับยังครองความบริสุทธิ์เอาไว้ได้
​มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนี้กันแน่?