เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 42.จิตสังหารปรากฏ

​บทที่ 42.จิตสังหารปรากฏ

​บทที่ 42.จิตสังหารปรากฏ


​ในขณะที่นางนึกว่าเซียวจวินหลินจะทำการล่วงเกินอะไรบางอย่าง แผ่นอกอุ่นร้อนแผงหนึ่ง กลับค่อยๆ แนบชิดแผ่นหลังนางอย่างแผ่วเบา

​ไม่มีการกระทำอื่นใดที่มากไปกว่านั้น เพียงแค่ใช้ความร้อนจากร่างกายของตน แบ่งปันความอบอุ่นให้แผ่นหลังที่เย็นเฉียบของนางอย่างบริสุทธิ์ใจ

​ความร้อนระอุซึมผ่านเสื้อบางๆ ที่เปียกชุ่ม ส่งผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายที่เกร็งเครียดของตู๋กูชิวเสียผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว

​กระแสความอบอุ่นที่อธิบายไม่ถูก แผ่ซ่านจากกลางแผ่นหลังไปทั่วทุกอณูขุมขน ขับไล่ความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก

​นางขบริมฝีปากล่างแน่น กลั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกมา แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายกลับทรยศนาง

​เมื่อความหนาวคลายลง ความสบายตัวที่ไม่อาจต้านทานก็ถาโถมเข้ามา เส้นประสาทที่ตึงเครียดผ่อนลง ทันใดนั้น เสียงครางแผ่วเบาก็หลุดออกจากลำคออย่างไม่อาจควบคุม

​“อื้อ...”

​เสียงนั้นเบาหวิว เจือเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อย ทว่าในถ้ำที่เงียบสงัด มันกลับฟังดูชัดเจนและยั่วยวนเป็นพิเศษ

​หน้าของตู๋กูชิวเสียแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก อยากจะกระโดดหนีออกจากถ้ำไปให้รู้แล้วรู้รอดเดี๋ยวนั้น!

​ทว่าลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่ม กลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

​“เดี๋ยว!” ตู๋กูชิวเสียยังพอมีสติหลงเหลือ ขยับปากเอ่ยคำปฏิเสธ

​“เดี๋ยวก่อน... เดี๋ยว... อื้อ...”

​กลิ่นอายอันดุดันปิดกั้นคำพูดของนางไว้ ภายในถ้ำเปรียบเสมือนฟืนแห้งเจอกองไฟ

​ในขณะเดียวกัน ภายนอกถ้ำ...

​องค์ชายสามเจียงจ้านที่กำลังหลบฝนอย่างทุลักทุเล รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านกับพายุฝนที่ตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

​เขาไล่ตามกวางมูสจนคลาดกัน ตัวเปียกโชก และคว้าน้ำเหลว

​ทันใดนั้น เขาก็มองเห็นแสงไฟวูบวาบจากใต้หน้าผาไม่ไกลนัก

​ด้วยความดีใจ เขารีบคลำทางมุ่งหน้าไปยังแสงไฟนั้น

​เมื่อเข้าไปใกล้ เขาถึงกับได้ยินเสียงของตู๋กูชิวเสีย!

​“ชิวเสีย? ในที่สุดข้าก็เจอเจ้าแล้ว!”

​เจียงจ้านชะงัก ดีใจจนเนื้อเต้น กำลังจะก้าวเข้าไปหา แต่เสียงของตู๋กูชิวเสียก็ดังสวนออกมาจากถ้ำ ด้วยน้ำเสียงร้อนรนและตื่นตระหนก

​“อย่าเข้ามานะ!”

​เจียงจ้านชะงักฝีเท้ากึก

​เสียงตู๋กูชิวเสียตะโกนต่อ

​“ข้างหน้าท่านเป็นหลุมลึก มองจากภายนอกไม่เห็น ถ้าเดินเข้ามาจะตกลงไป... ม้าของข้าตกลงไปแล้ว!”

​ได้ยินดังนั้น เจียงจ้านใจหายวาบ รีบถอยหลังกลับไปหลายก้าว พร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นวาบในหัวใจ

​ชิวเสีย... นางเป็นห่วงความปลอดภัยของข้าจริงๆ ด้วย!

​เจียงจ้านล้มเลิกความตั้งใจที่จะเข้าไปหาทันที เขาหาถ้ำเล็กๆ อีกแห่งใกล้ๆ เพื่อหลบฝน

​ในใจสาบานอย่างหนักแน่นว่า พอฝนหยุด เขาจะต้องชดเชยสิ่งที่ติดค้างภรรยาให้จงได้!

​ขณะที่เขากำลังซาบซึ้งในความรักของภรรยา เสียงกรีดร้องอู้อี้ของสตรีก็แว่วมาจากถ้ำไม่ไกลนัก

​หัวใจเจียงจ้านกระตุกวูบ

​เสียงชิวเสีย!

​“ชิวเสีย เจ้าบาดเจ็บรึ?”

​เจียงจ้านตะโกนถามด้วยความเป็นห่วง

​ตู๋กูชิวเสียตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ “อื้อ... เมื่อกี้ตอนตกม้า... ข้าเจ็บนิดหน่อย!”

​เจียงจ้านปวดใจจนแทบขาดใจ ยิ่งรู้สึกผิดและโมโหตัวเองที่ไม่ดูแลภรรยาให้ดี

​ถ้าตอนนี้เขาไปอยู่ข้างๆ คอยดูแลนางได้ก็คงดี

​น่าเสียดายที่เขาข้ามไปไม่ได้

​……

​นอกลานล่าสัตว์ พ่อบ้านจ้าวมั่นฝูแห่งจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง มองดูสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า ลูกประคำในมือขาดผึง เม็ดลูกประคำร่วงกราวลงพื้นเสียงดังเปาะแปะ

​“ลางร้าย! ท่านซื่อจื่อ!”

​จ้าวมั่นฝูใช้ลมปราณเคลื่อนย้ายร่าง พุ่งออกจากจวนอ๋อง ฝ่าม่านฝนหายวับไป

​……

​ฝนยิ่งตกยิ่งหนัก ราวกับจะกลืนกินฟ้าดินให้จมมิด

​ป่าเขาทั้งผืนเงียบสงัด ผู้คนต่างขดตัวหลบฝน รอให้พายุลูกนี้ผ่านพ้นไป

​ที่ปากถ้ำของเซียวจวินหลิน

​ตู๋กูชิวเสียแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จ้องมองออกไปนอกถ้ำด้วยความกังวล ​เฉียดฉิวจริงๆ เจียงจ้านน่าจะไม่เห็นอะไร

​แค่เสียงที่นางเผลอหลุดปากออกไปเมื่อกี้ ไม่รู้ว่าเจียงจ้านจะระแคะระคายหรือไม่

​“เพราะเจ้าคนเดียว!”

​ตู๋กูชิวเสียหันมาถลึงตาใส่เซียวจวินหลินอย่างอาฆาต

​ก่อนจะเดินโซเซทำท่าจะจากไป

​แต่ในวินาทีนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านฝนราวกับภูตผี

​คนผู้นั้นสวมชุดกันฝนสีดำคลุมทั้งตัว บนใบหน้าสวมหน้ากากสัมฤทธิ์รูปภูตผีปีศาจ

​“เปรี้ยง!”

​สายฟ้าฟาดลงมากลางพายุฝน ส่องกระทบดวงตาคู่นั้นที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก

​เจียงจ้านที่หลบอยู่หน้าถ้ำ เห็นผู้มาเยือน ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “เจ้าเป็นใคร!?”

​แต่ชายหน้ากากเพียงแค่ยกมือขึ้น พลังฝ่ามือที่มองไม่เห็นกระแทกสายฝนแตกกระจาย พุ่งเข้าใส่เจียงจ้านเต็มแรง!

​เจียงจ้านสัมผัสได้ถึงอันตราย รีบโคจรลมปราณ ซัดฝ่ามือคู่ต้านรับทันที!

​ทว่าพลังระดับหกขั้นสุดยอดของเขา กลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดายดุจกิ่งไม้แห้ง เจียงจ้านตาเบิกโพลง ถูกแรงฝ่ามือซัดกระเด็น!

​ตุ้บ

​เจียงจ้านกระอักเลือด ตะโกนบอกคนในถ้ำเสียงหลง “ชิวเสีย! หนีไป!”

​พูดจบก็สลบเหมือดไป

​แต่ชายหน้ากากเพียงแค่ปรายตามอง ไม่ได้ซ้ำให้ตาย เป้าหมายของเขาชัดเจน เขาพุ่งตรงไปยังถ้ำที่เซียวจวินหลินอยู่อย่างเงียบเชียบ

​ภายในถ้ำ เซียวจวินหลินเตรียมพร้อมรับมือเต็มที่

​เขาได้ยินความเคลื่อนไหวเมื่อครู่แล้ว อีกฝ่ายไม่ฆ่าเจียงจ้านแต่มุ่งมาทางนี้ แสดงว่าเป้าหมายคือเขา!

​ใครต้องการฆ่าเขา?

​ตู๋กูชิวเสียถามด้วยความหวาดกลัว “เกิดอะไรขึ้น?”

​“ไม่อยากตายก็หลบไป”

​เซียวจวินหลินผลักตู๋กูชิวเสียออก ล้วงเอาก้อนเหล็กสีดำรูปร่างประหลาดออกมาจากถุงเอว

​มันคือปืนพก

​ปืนที่เขาอาศัยจังหวะตอนไปสอนทำเครื่องยิงหินที่กรมโยธา แอบสั่งทำขึ้นมาอย่างลับๆ เป็นอาวุธสังหารระดับพระกาฬที่มีเพียงหนึ่งเดียวในยุคสมัยนี้

​ด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยี เขาอาศัยประสบการณ์อดีตราชาแห่งทหาร ออกแบบเป็นระบบปืนคาบศิลา ใช้สปริงดีดหินเหล็กไฟกระแทกชนวน เพื่อเพิ่มความเสถียรและความเร็วในการยิง

​เพื่อเพิ่มความแม่นยำของวิถีกระสุน เขาถึงกับลงมือแกะเกลียวลำกล้องด้วยตัวเอง

​ตัวปืนประกอบด้วยลำกล้องเหล็ก ด้ามปืนไม้ และชิ้นส่วนทองสัมฤทธิ์ แม้หน้าตาจะดูธรรมดา แต่ระยะยิงหวังผลอยู่ที่ยี่สิบถึงสามสิบเมตร ระยะยิงไกลสุดห้าสิบเมตร แม้กลุ่มกระสุนจะกระจายบ้าง แต่ในระยะสิบเมตร รับรองว่าเล็งหัวไม่โดนหางแน่นอน

​ในระยะประชิด อานุภาพของมันเหนือกว่าอาวุธเย็นในยุคนี้อย่างเทียบไม่ติด!

​จิตสังหารแผ่ซ่านเข้ามาถึงปากถ้ำ!

​วินาทีที่ชายหน้ากากกำลังจะก้าวเท้าเข้ามา!

​เซียวจวินหลินยกปืนขึ้นเล็ง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ใครจะฆ่าข้า มันต้องตาย!

​แต่ทันใดนั้น

​“ใครบังอาจ!”

​เสียงตะโกนก้องดังมาจากด้านข้าง!

​พ่อบ้านเฒ่าจ้าวมั่นฝูถือดาบยาว ฝ่าสายฝนเข้ามา ไม่พูดพร่ำทำเพลง ฟันดาบใส่ชายหน้ากากกลางแสกหน้า!

​ชายหน้ากากดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าจะมีคนโผล่มาขวาง แต่ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วปานสายฟ้า เขาพลิกมือซัดฝ่ามือสวนกลับ มาทีหลังแต่ถึงก่อน ปะทะเข้ากับคมดาบของจ้าวมั่นฝูเต็มๆ!

​“เคร้ง!”

​เสียงทึบหนักดังสนั่น!

​จ้าวมั่นฝูรู้สึกเหมือนแรงมหาศาลกระแทกผ่านตัวดาบเข้ามา ง่ามมือฉีกขาดทันที เลือดลมตีกลับจนกระอักเลือดคำโต ร่างลอยกระเด็นออกไป!

​กระบวนท่าเดียว!

​เพียงแค่ท่าเดียว จ้าวมั่นฝูก็บาดเจ็บสาหัส!

​จ้าวมั่นฝูตกตะลึงสุดขีด ในใต้หล้านี้ ยังมีใครที่มีวรยุทธ์สูงส่งถึงขั้นนี้อีก?

​“เจ้าเป็นใคร?!”

​พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง เขาฉุกคิดขึ้นได้ หรือว่าคนผู้นี้จะมีฝีมือขนาดนี้ อาจจะเป็น...

​อาจจะเป็นฆาตกรที่ลอบสังหารเจิ้นเป่ยอ๋องคนก่อน!

​แต่หลังจากซัดจ้าวมั่นฝูจนถอยร่น ชายหน้ากากก็หันกลับมาที่ปากถ้ำ รวบรวมพลังฝ่ามือเตรียมซัดอีกครั้ง!

​พลังฝ่ามือนี้รุนแรงมหาศาล จนเม็ดฝนรอบข้างระเหยกลายเป็นไอน้ำสีขาวพวยพุ่ง!

​“ห้ามทำร้ายท่านซื่อจื่อ!”

​จ้าวมั่นฝูพุ่งตัวเข้ามาขวาง เอาตัวรับฝ่ามือของชายหน้ากากไว้เต็มๆ!

​อั่ก! จ้าวมั่นฝูกระอักเลือดคำโต!

​“รนหาที่ตาย!”

​เสียงแค่นหัวเราะดังลอดหน้ากาก ร่างของจ้าวมั่นฝูลอยละลิ่วออกไป

​แต่ชายหน้ากากยังไม่หยุด ยงคงซัดฝ่ามือมรณะพุ่งตรงไปยังเซียวจวินหลินในถ้ำ!

​ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง!

​“ปัง!!!”

​เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน ดังสนั่นหวั่นไหว!

​ประกายไฟเจิดจ้าดุจสายฟ้าแลบ สว่างวาบขึ้นในความมืดของถ้ำแล้วจางหายไปในพริบตา

จบบทที่ ​บทที่ 42.จิตสังหารปรากฏ

คัดลอกลิงก์แล้ว