- หน้าแรก
- พวกนายรักนางเอกก็รักไป ฉันขอตัวร้ายก็แล้วกัน
- บทที่ 14 ชาชั้นดี
บทที่ 14 ชาชั้นดี
บทที่ 14 ชาชั้นดี
บทที่ 14 ชาชั้นดี
ยามบ่าย
อวิ๋นชิงเหยาเดินออกมาจากห้องรวมปราณภายในตำหนักใหญ่ของยอดเขาเจ้าสำนัก
สตรีโฉมงามผู้หนึ่ง ดูคล้ายหญิงสาววัยสามสิบต้นๆ เกล้าผมมวยสูง สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวกำลังยืนรอนางอยู่ที่หน้าประตู
เมื่อเห็นสตรีผู้นั้น ดวงตาของอวิ๋นชิงเหยาก็เป็นประกาย
นางรีบโผเข้าสู่อ้อมกอดของอีกฝ่ายทันที
"ท่านอาจารย์ อีกแค่แช่น้ำยาสมุนไพรเพียงครั้งเดียว การขัดเกลากายาของข้าก็จะถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้วเจ้าค่ะ!"
"ชิงเหยาเก่งกาจจริงๆ"
รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของสตรีงาม
นางคือ 'ฉงอวี้' เจ้าสำนักปี้เซียว และเป็นอาจารย์ของอวิ๋นชิงเหยา
เมื่อมองดูศิษย์ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นของตน ใบหน้าของฉงอวี้ก็เปี่ยมไปด้วยความปลื้มปิติ นางลูบศีรษะอวิ๋นชิงเหยาพลางยิ้มกล่าว
"การบำเพ็ญเพียรต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา เจ้าเพิ่งผ่านการขัดเกลากายาอย่างเข้มข้นมา ช่วงสามวันนี้อย่าเพิ่งคิดเรื่องการฝึกฝน พักผ่อนให้เต็มที่เถิด เมื่อจิตใจโปร่งใส หนทางแห่งการบำเพ็ญก็จะราบรื่น"
"อื้อ!"
อวิ๋นชิงเหยายิ้มร่า "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์คนสวย!"
เมื่อได้ยินศิษย์เรียกขานเช่นนั้น ฉงอวี้ก็รู้สึกเบิกบานใจ
"รีบไปพักผ่อนเถอะ อาจารย์เองก็มีธุระต้องไปจัดการ"
หลังจากฉงอวี้จากไป
อวิ๋นชิงเหยาก็หันไปถามศิษย์รับใช้ที่คอยดูแลนาง
"ซือหลิง ซือหลิง ช่วงที่ข้าเก็บตัวฝึกวิชา ในสำนักมีเรื่องอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นบ้างหรือไม่?"
"มีแน่นอนเจ้าค่ะนายน้อย!"
ซือหลิงมองซ้ายมองขวา ก่อนจะกระซิบเสียงเบา "ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ผู้อาวุโสหกโดดเด่นที่สุดเลยเจ้าค่ะ!"
"การบำเพ็ญเพียรของผู้อาวุโสหกรุดหน้าหรือ?"
"มิใช่เจ้าค่ะ"
ซือหลิงอธิบายพลางช่วยอวิ๋นชิงเหยาเปลี่ยนเสื้อผ้า
"เมื่อไม่กี่วันก่อน ผู้อาวุโสหกซื้อสมุนไพรล็อตใหญ่กับเตาหลอมยา โดยบอกว่าจะฝึกปรุงยา ตอนที่พวกเราได้ยินข่าว ต่างก็คิดว่าผู้อาวุโสหกคงจะเสียสติไปแล้ว"
"แต่ใครจะคาดคิด ผู้อาวุโสหกใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถหลอมยาคืนวสันต์ออกมาได้ แถมคุณภาพยังดีกว่ายาที่ศิษย์ยอดเขาโอสถซึ่งฝึกมาหลายปีหลอมออกมาเสียอีก!"
"เป็นไปได้ว่าผู้อาวุโสหกอาจจะรู้วิชาปรุงยาอยู่ก่อนแล้วก็ได้!"
อวิ๋นชิงเหยาแย้ง
"นั่นสิเจ้าคะ พวกเราก็คิดเช่นนั้น"
เสียงของซือหลิงเบาลงเล็กน้อย "แต่ผู้อาวุโสห้าลงทุนไปสอบถามที่ยอดเขาโอสถด้วยตนเอง และยืนยันว่าคุณภาพของยาคืนวสันต์เหล่านั้นค่อยๆ พัฒนาจากแย่ไปดี
นี่พิสูจน์ว่าผู้อาวุโสหกกำลังทดลองปรุงยาจริงๆ
ช่วงนี้ใครๆ ต่างก็ลือกันว่า ผู้อาวุโสหกเป็นอัจฉริยะด้านการปรุงยาที่หาตัวจับยาก น่าเสียดายที่เลือกเดินผิดทาง หากเขาศึกษาวิถีโอสถตั้งแต่ต้น ตำแหน่งเจ้าแห่งยอดเขาโอสถคงเป็นของผู้อาวุโสหกไปแล้ว!"
"จะเป็นไปได้อย่างไร! ท่านน้าหลินเก่งกาจที่สุดต่างหาก!"
อวิ๋นชิงเหยารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
แต่แล้วนางก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ดูเหมือนผู้อาวุโสหกจะปฏิบัติกับนางต่างไปจากเดิม
เมื่อก่อน ผู้อาวุโสหกมักจะเก็บของดีๆ ไว้ให้นางเสมอ คอยเอาอกเอาใจสารพัด
แต่ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่เกิดเรื่องทรัพยากรคราวนั้น ผู้อาวุโสหกดูเหมือนจะเลิกสนใจนางไปเลย
อวิ๋นชิงเหยาเอ่ยถาม "พักนี้ผู้อาวุโสหกได้มาที่ยอดเขาเจ้าสำนักบ้างหรือไม่?"
"ไม่เลยเจ้าค่ะ"
ซือหลิงส่ายหน้า
ใจของอวิ๋นชิงเหยากระตุกวูบ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
"เอาล่ะๆ ที่เหลือข้าจัดการเอง! อ้อ จริงสิ ข้าจะไปที่พักของผู้อาวุโสหก หากท่านอาจารย์คนสวยถามถึง ก็บอกไปตามตรงนะ!"
ผู้อาวุโสหกเป็นอย่างไรกันแน่ นางต้องไปดูให้เห็นกับตา...
เมื่ออวิ๋นชิงเหยาไปถึง
เจียงหนิงและเสิ่นจินฮวนกำลังเฝ้าหน้าเตาหลอมยา ทั้งสองไม่ได้สังเกตเห็นการมาถึงของนาง
อาจารย์และศิษย์ยืนชิดใกล้กัน จ้องมองเตาหลอมด้วยสีหน้าตึงเครียด
ภายในเตาหลอมคือยาชำระไขกระดูก
ยาชำระไขกระดูกถือเป็นยาที่ล้ำเลิศที่สุดในบรรดาโอสถระดับหนึ่ง
หากแม้แต่ยาชำระไขกระดูกยังสามารถหลอมออกมาได้ถึงระดับสมบูรณ์แบบ นั่นหมายความว่าเจียงหนิงจะสามารถเริ่มหลอมยากลั่นลมปราณได้แล้ว
หลังจากรอคอยมานาน ในที่สุดแผนการ 'ทุ่มไม่อั้น' ก็จะได้เริ่มเสียทีหรือนี่?
"สำเร็จ!"
เจียงหนิงถอนสัมผัสวิญญาณกลับคืน ก่อนจะใช้ฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยลมปราณคว้าจับเข้าไปในเตาหลอม
เม็ดยาสีขาวนวลสิบเม็ดปรากฏขึ้นบนฝ่ามือปราณของเจียงหนิง
ยาชำระไขกระดูกกลมเกลี้ยงเอิบอิ่ม ทันทีที่ออกจากเตา กลิ่นหอมของสมุนไพรก็ฟุ้งกระจาย อบอวลไปด้วยไอวิญญาณทั่วทั้งลานเล็กๆ
สัตว์ตัวน้อยในป่าที่ได้กลิ่นหอมนี้ต่างถูกดึงดูดเข้ามาทีละตัว พวกมันซ่อนตัวหลังต้นไม้ จ้องมองเม็ดยาในลานบ้านตาเป็นมัน
"หลอมได้ระดับสมบูรณ์แบบ"
เจียงหนิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่เมื่อมาคิดดู แม้ยาชำระไขกระดูกจะปรุงยาก แต่มันก็ยังอยู่ในขอบเขตของโอสถระดับหนึ่ง ในเมื่อทักษะการปรุงยาทั้งสามของเขาล้วนอยู่ที่ระดับสมบูรณ์แบบ เขาจึงไม่ควรตื่นเต้นขนาดนั้น
เสิ่นจินฮวนจ้องมองเม็ดยาทั้งสิบด้วยความตะลึงงัน
คนคนนี้เป็นอัจฉริยะด้านการปรุงยาจริงๆ ด้วย!
คนอื่นอาจไม่เข้าใจเจียงหนิง แต่นางอาศัยอยู่ในเรือนเดียวกับเขามาตลอด!
เสิ่นจินฮวนมั่นใจว่าก่อนหน้านี้เจียงหนิงไม่มีความรู้เรื่องการปรุงยาเลยแม้แต่น้อย!
พอใจกับสีหน้าตกตะลึงของลูกศิษย์
เจียงหนิงเอ่ยอย่างลำพองใจ "ฮวนฮวน อาจารย์เก่งหรือไม่?"
"เก่งเจ้าค่ะ"
เสิ่นจินฮวนพยักหน้า
"เด็กดี!"
เจียงหนิงลูบผมของเสิ่นจินฮวน
ตอนนี้เด็กสาวดูเหมือนจะกลับมาร่าเริงขึ้นบ้างแล้ว และไม่แสดงท่าทีต่อต้านยามเขาชูบศีรษะอีก
ที่หน้าประตู อวิ๋นชิงเหยามองดูปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจียงหนิงและศิษย์ของเขา รู้สึกขัดลูกหูลูกตาเป็นพิเศษ
เมื่อก่อนผู้อาวุโสหกเคยตามใจนางเช่นนี้ แต่ทำไม... เขาถึงไม่เกลียดเสิ่นจินฮวนแล้วล่ะ?
อวิ๋นชิงเหยารู้สึกเหมือนของที่เป็นของนางถูกแย่งชิงไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้กลิ่นหอมของยาที่โชยมาแต่ไกล คุณภาพของยาชุดนี้ย่อมต้องดีเยี่ยมแน่
หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่ง อวิ๋นชิงเหยาก็กระแอมไอและเดินเข้าไปพร้อมเอ่ยทักทาย
"ผู้อาวุโสหก ชิงเหยามาเยี่ยมท่านเจ้าค่ะ!"
เมื่อได้ยินเสียงนี้
ร่างกายของเสิ่นจินฮวนเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ
นางเหลือบมองเจียงหนิงที่สีหน้าเรียบเฉยแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
เจียงหนิงมองเห็นอวิ๋นชิงเหยา
เขาพยักหน้ารับ
"มีธุระอันใดหรือ?"
"หากไม่มีธุระ ข้าจะมาเยี่ยมผู้อาวุโสหกไม่ได้หรือเจ้าคะ!"
อวิ๋นชิงเหยาวิ่งเหยาะๆ มาหยุดตรงหน้าเจียงหนิง มองไปที่เตาหลอมยา พลางกระพริบตาปริบๆ ใบหน้ารูปไข่ที่ดูไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความชื่นชม
"ว้าว! ผู้อาวุโสหก ท่านปรุงยาเป็นจริงๆ ด้วย! เก่งกาจยิ่งนัก! เมื่อครู่คือยาชำระไขกระดูกใช่ไหมเจ้าคะ? ขอดูหน่อยได้หรือไม่?"
เสิ่นจินฮวนรู้สึกว่าอวิ๋นชิงเหยาช่างขัดนัยน์ตายิ่งนัก
นางลุกขึ้น เตรียมจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน
เจียงหนิงส่งเสียงเรียกนางไว้
"จะไปไหน? ไม่ขัดเกลากายาต่อแล้วรึ?"
"อ้อ"
เสิ่นจินฮวนส่งเสียงตอบรับเบาๆ ก่อนจะกลับมาตั้งท่าฝึกในลาน
เมื่อเห็นดังนั้น เจียงหนิงจึงยิ้มและกล่าวว่า "จินฮวนกำลังขัดเกลากายา ส่วนข้าก็กำลังศึกษาวิถีโอสถ จึงไม่มีเวลาต้อนรับแขกจริงๆ"
ความหมายของเขาชัดเจนยิ่งนัก
แต่อวิ๋นชิงเหยากลับทำเป็นหูทวนลม
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ! ข้าแค่ไม่ได้เจอผู้อาวุโสหกนานแล้ว คิดถึงท่านจะแย่"
นางถือวิสาสะนั่งลงบนม้านั่งหิน พร้อมกับเอ่ยเร่งเขาอย่าง "ว่านอนสอนง่าย"
"ผู้อาวุโสหก ท่านจะทำอะไรก็ไปทำเถิด! ชิงเหยาไม่รบกวนท่านหรอก อีกอย่างข้าก็ใกล้จะบรรลุขั้นสมบูรณ์ในการขัดเกลากายาแล้ว จะได้ถือโอกาส 'ชี้แนะ' การฝึกของศิษย์น้องจินฮวนอยู่ที่นี่ด้วยเลย!"
เจียงหนิง: ...
เฉินไห่จะคิดอย่างไรหนอ หากรู้ว่าอวิ๋นชิงเหยาที่เขาตามประจบมาเป็นปีโดยแทบไม่ได้รับความสนใจ บัดนี้กลับมาทำตัวติดหนึบกับเจียงหนิงราวกับหมากฝรั่งที่เคี้ยวจืดแล้ว
และไอ้เรื่องจะมาชี้แนะจินฮวนเนี่ยนะ
หากนางเห็นจินฮวนเป็นศิษย์น้องจริงๆ ทำไมตอนที่นางผลาญทรัพยากรของจินฮวน หรือตอนที่เจอกับจินฮวนก่อนหน้านี้ นางถึงไม่เคยพูดอะไรเลย?
ทำไมจู่ๆ ถึงนึกใจดีอยากจะมา "ชี้แนะ" เอาป่านนี้?
ยิ่งไปกว่านั้น คำว่า "ชี้แนะ" โดยนัยแล้วมันแฝงความหมายของ "ผู้ที่เหนือกว่าสอนผู้ที่ด้อยกว่า"
นางรู้อยู่เต็มอกว่าจินฮวนไม่ชอบ แต่ก็ยังจงใจพูดออกมา เพียงเพื่อจะยั่วยุจินฮวน และทำให้เขากลับไปไม่ชอบหน้าจินฮวนอีกครั้ง
แม่นางชาเขียวตัวน้อยเอ๋ย
สมกับเป็นนางเอกจริงๆ อายุแค่นี้ก็รู้จักวิธีชักเชิดผู้คน และรู้จักใช้ลูกไม้ตื้นๆ เสียแล้ว
น่าเสียดายที่นางยังเด็กเกินไป คำพูดและการกระทำดูไร้เดียงสาเกินเหตุ และชั้นเชิงยังอ่อนหัดนัก
อีกอย่าง นางประเมินจินฮวนต่ำเกินไปหน่อยกระมัง?
วิชาคลื่นครามเก้าทบของจินฮวน ได้รับการชี้แนะจากเขาผู้มีความเข้าใจในระดับ "สมบูรณ์แบบ" เชียวนะ!