เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ

บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ

บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ


บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ

"สมกับที่เป็นศิษย์รักของเจ้าสำนัก! ชิงเหยา อายุเพียงเท่านี้แต่กลับมีความกล้าหาญ บุกเบิกเข้าไปฝึกฝนในเขตหวงห้ามของสำนักเพียงลำพัง อนาคตช่างไร้ขีดจำกัดเสียจริง!"

"เสิ่นจินฮวน! เจ้าบังอาจบุกรุกเขตหวงห้ามโดยไม่มีคำสั่งจากสำนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีความผิดสถานใด!? ช่างบ้าบิ่นและไม่รู้จักประมาณตน สิ้นคิดเช่นนี้ ต่อไปในภายภาคหน้าจะประสบความสำเร็จในการบำเพ็ญเพียรได้อย่างไร!"

เสียงเยินยอสรรเสริญสลับกับเสียงด่าทอที่ดังเข้าหู ทำให้เจียงหนิงรู้สึกหนวกหูยิ่งนัก

ทว่าเมื่อได้ยินเนื้อหาของประโยคทั้งสอง เจียงหนิงก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมา

นี่มันตรรกะวิบัติประเภทไหนกัน? หรือนี่จะเป็นเวอร์ชันโลกเซียนของคำกล่าวที่ว่า 'แค่หายใจก็ผิดแล้ว' อย่างนั้นรึ?

ยังไม่ทันได้ขบขันกับความคิดนั้นนาน อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็แล่นเข้ามาจนเจียงหนิงต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวด

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เจียงหนิงมองสำรวจโถงกว้างที่วิจิตรตระการตา เสาและคานแกะสลักลวดลายงดงาม ก่อสร้างด้วยอิฐสีคราม สมองของเขาพลันมึนงงไปชั่วขณะ

ที่นี่คือ... หอคุมกฎ?

ดูเหมือนว่าเขาจะทะลุมิติเสียแล้ว

เขาทะลุมิติเข้ามาในนิยายแนวเอาใจนักอ่านหญิงเรื่อง "ศิษย์น้องผู้เย็นชากับการถูกตามใจอีกครา" ที่เขาเพิ่งอ่านค้างไว้เมื่อคืน

และเขาก็คือ 'อาจารย์' ของ "เสิ่นจินฮวน" ผู้ที่เพิ่งถูกด่าทอไปหยกๆ... เสิ่นจินฮวน?

ให้ตายเถอะ นั่นมันนางมารจอมวายร้ายบอสใหญ่ในนิยายเรื่องนี้ไม่ใช่หรือไง?

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหนิงก็อดไม่ได้ที่จะทอดสายตามองเด็กสาวตัวน้อยที่คุกเข่าอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางโถงกว้าง

เด็กสาวสวมชุดศิษย์รับใช้ที่ดูธรรมดาสามัญ เส้นผมครึ่งหนึ่งถูกรวบเป็นมวยไว้ด้านหลังปักด้วยตะเกียบไม้สีน้ำตาลเก่าๆ ส่วนเรือนผมสีดำขลับที่เหลือปล่อยสยายดุจน้ำตกทิ้งตัวลงกลางแผ่นหลัง

แม้ในยามถูกลงทัณฑ์ แผ่นหลังของนางยังคงเหยียดตรง ใบหน้าฉายแววดื้อรั้นและไม่ยอมจำนนต่อการดัดนิสัยใดๆ

เจียงหนิงรีบค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ในสมองอย่างรวดเร็ว

ในขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎซึ่งไม่ชอบใจท่าทางที่เหมือน "ลูกเสือ" ของเสิ่นจินฮวน ก็ตวัดแส้ฟาดลงบนร่างของนางอย่างแรง

"อึก..."

เสิ่นจินฮวนส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด สันหลังที่เคยเหยียดตรงไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป นางใช้มือข้างหนึ่งยันพื้น พยุงร่างที่ค้อมลง แต่สายตายังคงจ้องมองผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎอย่างไม่ลดละ

เมื่อครู่นางเพิ่งเห็นอาจารย์สารเลวของตนยิ้มออกมา แล้วจากนั้นก็ขมวดคิ้ว

หึๆ... เขาคงจะมีความสุขที่เห็นนางถูกตี และคงรู้สึกว่าความผิดของนางทำให้เขาต้องเสียหน้าต่อหน้าเจ้าสำนัก ป่านนี้คงกำลังคิดหาวิธีลงโทษนางเมื่อกลับไปถึงยอดเขาเป็นแน่

หัวใจของเสิ่นจินฮวนรู้สึกว่างเปล่าและเหน็บหนาว

นางเหลือบมองอวิ๋นชิงเหยาที่นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ในหอคุมกฎอย่างสง่างาม

อีกฝ่ายสวมชุดศิษย์สายตรงสีขาวดุจหิมะ ปิ่นปักผมล้วนเป็นศาสตราวุธวิญญาณล้ำค่า ใบหน้าสวยหวานเย็นชาและผิวพรรณขาวผ่องบ่งบอกว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี

ทั้งที่ต่างก็บุกรุกเขตหวงห้าม และนางเองก็เป็นเพียงผู้ติดตามหลังอวิ๋นชิงเหยาเท่านั้น

แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเช่นไร? อวิ๋นชิงเหยามีอนาคตไร้ขีดจำกัด ส่วนนางกลับต้องมาคุกเข่ารับโทษในหอคุมกฎ... ถูกตราหน้าว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จในภายภาคหน้า

ต่างก็เป็นศิษย์เหมือนกัน ไฉนการปฏิบัติจึงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!

เสิ่นจินฮวนขบกรามแน่น ความไม่ยินยอมพร้อมใจอันรุนแรงปะทุขึ้นในอก

จำได้แล้ว!

เจียงหนิงจำได้แล้วว่าเหตุใดวันนี้ตนถึงมาอยู่ที่หอคุมกฎ

แต่เมื่อพิจารณาเหตุและผลแล้ว เขาคิดว่าหากการบุกรุกเขตหวงห้ามเป็นความผิด เช่นนั้นทั้งนางเอกและนางมารก็สมควรถูกลงโทษทั้งคู่!

หากการบุกรุกเขตหวงห้ามไม่ใช่ความผิด เช่นนั้นเหตุใดจึงลงโทษแต่นางมารเพียงผู้เดียว!

ในสภาพแวดล้อมที่เติบโตมาเช่นนี้ การที่เสิ่นจินฮวนจะกลายเป็นนางมารร้าย ก็ล้วนถูกบีบคั้นจากคนรอบข้างทั้งสิ้น!

เมื่อเห็นผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎไม่พอใจท่าทีแข็งกร้าวของเสิ่นจินฮวนและกำลังจะง้างแส้ฟาดลงมาอีกครั้ง เจียงหนิงก็พุ่งตัวออกไปทันที

เสิ่นจินฮวนหลับตาลง ยอมรับชะตากรรม

นางต้องการจดจำความเจ็บปวดนี้ ความทุกข์ทรมานนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้คือแรงผลักดันที่จะทำให้นางแข็งแกร่งขึ้น

แต่ทว่า... ครั้งนี้กลับไม่มีความเจ็บปวดใดๆ เกิดขึ้นกับร่างกาย... หรือว่าร่างของนางจะด้านชาจนไร้ความรู้สึกไปแล้ว?

"ศิษย์น้องเจียง เจ้าคิดจะให้ท้ายศิษย์ของเจ้าหรือ!?"

เมื่อได้ยินเสียงตวาดกร้าวของผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎ เสิ่นจินฮวนจึงลืมตาขึ้น

เบื้องหน้าของนาง ปรากฏร่างสูงโปร่งของบุรุษในชุดนักพรตสีเขียว

บุรุษผู้นั้นรูปร่างสูงใหญ่มาก สูงกว่านางมากแม้ในยามที่นางยืนขึ้น

ในเวลานี้ มือเปล่าของเขากำลังกำแส้เอาไว้แน่น ป้องกันไม่ให้มันฟาดลงมาถูกตัวนาง

ความประหลาดใจวาบผ่านดวงตาของเสิ่นจินฮวน

นี่คืออาจารย์ของนางงั้นหรือ? เขาจะมีเมตตาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

หึ... เสิ่นจินฮวนหลุบตาลง นางเกรงว่าเขาคงคิดว่าการถูกลงโทษในหอคุมกฎนั้นน่าอับอายเกินไป จึงอยากรีบพานางกลับไปยัง 'ยอดเขาที่หก' เพื่อ 'ดัดนิสัย' กันเองเสียมากกว่ากระมัง?

เจียงหนิงจ้องมองผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎผู้มีคิ้วหนาตาโต

มือขวาที่กำแส้ยาวเอาไว้รู้สึกแสบชาอย่างรุนแรง

ยากจะจินตนาการว่าหากแส้นี้ฟาดลงบนร่างบอบบางของเสิ่นจินฮวน นางจะเจ็บปวดเพียงใด

"ศิษย์พี่สาม จินฮวนไม่รบกวนให้ศิษย์พี่ต้องลงมือลงโทษหรอก ขอให้ข้าได้รับตัวนางกลับไปสั่งสอนที่สำนักด้วยตนเองเถิด หวังว่าศิษย์พี่จะไว้หน้าข้าบ้าง"

เจียงหนิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

เจ้าของร่างเดิมเป็นผู้อาวุโสที่มีลำดับศักดิ์ต่ำที่สุดในสำนักปี้เซียว และยังเป็นผู้อาวุโสเพียงคนเดียวในสำนักที่ยังคงติดอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย

ในขณะที่ผู้อาวุโสคนอื่นๆ รวมถึงเจ้าสำนัก ล้วนก้าวเข้าสู่ขอบเขตจินตานกันหมดแล้ว

ด้วยเหตุนี้ เหล่าผู้อาวุโสจึงมักดูแคลนเจ้าของร่างเดิม ศิษย์น้องผู้บำเพ็ญเพียรมาร่วมร้อยปีแต่ทำได้เพียงแตะขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายอย่างยากลำบาก

การล่วงเกินผู้อาวุโสคุมกฎในตอนนี้ มีแต่จะทำให้เสิ่นจินฮวนถูกลงโทษหนักขึ้น

สู้รีบพาเสิ่นจินฮวนกลับยอดเขา เรื่องราวภายในไปว่ากล่าวกันหลังประตูย่อมดีกว่า

เมื่อได้ยินวาจานี้ ผู้อาวุโสสามแห่งหอคุมกฎเพียงรู้สึกว่าศิษย์น้องผู้ยังวนเวียนอยู่แค่ขอบเขตสร้างรากฐานผู้นี้ กำลังพยายามรักษาหน้าตัวเองอีกตามเคย

เขาแค่นยิ้มในใจ นึกว่าเจียงหนิงจะลุกขึ้นมา "ปกป้อง" ศิษย์จริงๆ ที่แท้ก็ยังขี้ขลาดเหมือนเดิม

เสิ่นจินฮวนที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังเจียงหนิงแค่นเสียงในลำคอ นางรู้แล้วเชียว...

"ก็ได้!"

ผู้อาวุโสสามรั้งแส้ยาวกลับคืนมาแล้วส่งเสียงฮึดฮัด

เจียงหนิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

โชคดีที่ผู้อาวุโสสามไม่คิดจะตอแยให้มากความ

เขาหันกลับมาสบตากับเสิ่นจินฮวน

นางเงยใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นสบตาเขาอย่างดื้อรั้น

เจียงหนิงสังเกตเห็นว่าเสิ่นจินฮวนมีดวงตาดอกท้อที่งดงามจับใจ แม้จะอยู่ในชุดศิษย์รับใช้ที่ซอมซ่อ แต่กลับดู... มีเสน่ห์เย้ายวนอย่างน่าประหลาด

เขาต้องยอมรับเลยว่า ในฐานะตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นในนิยาย ความงามของว่าที่นางมารผู้นี้นั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติจริงๆ!

เสิ่นจินฮวนเห็นอาจารย์สารเลวของนางจ้องมองมาเขม็ง

นางคิดว่าเขาคงกำลังรู้สึกอับอายและกำลังคิดหาวิธีลงโทษนางในภายหลัง

นางยกยิ้มมุมปากอย่างเยัายวน

เมื่อใดที่นางมีอำนาจ สิ่งแรกที่จะทำคือสังหารอาจารย์ผู้นี้เพื่อพิสูจน์วิถีแห่งมารของนาง!

"อะแฮ่ม..."

เมื่อรู้สึกกระอักกระอ่วนที่ถูกจ้องมอง เจียงหนิงจึงใช้มือข้างหนึ่ง "หิ้ว" เสิ่นจินฮวนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นขึ้นมา

"กลับยอดเขากันเถอะ"

เจียงหนิงเดินนำออกไปก่อนด้วยความกลัวว่าจะ "หลุดพิรุธ"

เสิ่นจินฮวนหันมองผู้อาวุโสสามที่กำลังปลอบโยนอวิ๋นชิงเหยาอย่าง "เมตตา" และมองรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ผลิบานบนใบหน้าเย็นชาของอวิ๋นชิงเหยา

นางรู้สึกสมเพชในโชคชะตา

นางหันหลังกลับ กัดฟันข่มความเจ็บปวด แล้วรีบเดินตามแผ่นหลังของคนที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ

เมื่อก้าวพ้นหอคุมกฎ บรรยากาศกดดันก็จางหายไป เจียงหนิงลอบผ่อนลมหายใจยาว

เขาหันกลับไปมองเสิ่นจินฮวนที่วิ่งตามมาอย่างทุลักทุเล พลันนึกขึ้นได้ว่าเด็กสาวตัวน้อยย่อมต้องได้รับบาดเจ็บ เขาเองมัวแต่จดจ่อกับการเดินหนีจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

เขาเดินย้อนกลับไปหาเสิ่นจินฮวน

สีหน้าเคร่งขรึมของเขา ในสายตาของเสิ่นจินฮวน มันช่างดูน่ากลัวราวกับ "เสือร้าย"!

เสิ่นจินฮวนทำท่าจะถอยหนีโดยสัญชาตญาณ

วินาทีถัดมา คอเสื้อของนางก็ถูกคว้าเอาไว้

ความรู้สึกที่ถูกหิ้วเหมือนลูกแมวทำให้เสิ่นจินฮวนรู้สึกหงุดหงิด วันนี้คนผู้นี้เป็นอะไรถึงชอบคว้าคอเสื้อคนอื่นนักนะ?! ไม่รู้หรือไงว่ามันน่ารำคาญมาก?

ทันใดนั้น น้ำเสียงของชายหนุ่มกลับอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด

"เจ็บตรงไหนบ้าง? ให้ข้าดูหน่อย"

จบบทที่ บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว