- หน้าแรก
- พวกนายรักนางเอกก็รักไป ฉันขอตัวร้ายก็แล้วกัน
- บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ
บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ
บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ
บทที่ 1 ข้าคืออาจารย์ของนางมารอย่างนั้นหรือ
"สมกับที่เป็นศิษย์รักของเจ้าสำนัก! ชิงเหยา อายุเพียงเท่านี้แต่กลับมีความกล้าหาญ บุกเบิกเข้าไปฝึกฝนในเขตหวงห้ามของสำนักเพียงลำพัง อนาคตช่างไร้ขีดจำกัดเสียจริง!"
"เสิ่นจินฮวน! เจ้าบังอาจบุกรุกเขตหวงห้ามโดยไม่มีคำสั่งจากสำนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีความผิดสถานใด!? ช่างบ้าบิ่นและไม่รู้จักประมาณตน สิ้นคิดเช่นนี้ ต่อไปในภายภาคหน้าจะประสบความสำเร็จในการบำเพ็ญเพียรได้อย่างไร!"
เสียงเยินยอสรรเสริญสลับกับเสียงด่าทอที่ดังเข้าหู ทำให้เจียงหนิงรู้สึกหนวกหูยิ่งนัก
ทว่าเมื่อได้ยินเนื้อหาของประโยคทั้งสอง เจียงหนิงก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมา
นี่มันตรรกะวิบัติประเภทไหนกัน? หรือนี่จะเป็นเวอร์ชันโลกเซียนของคำกล่าวที่ว่า 'แค่หายใจก็ผิดแล้ว' อย่างนั้นรึ?
ยังไม่ทันได้ขบขันกับความคิดนั้นนาน อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็แล่นเข้ามาจนเจียงหนิงต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวด
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เจียงหนิงมองสำรวจโถงกว้างที่วิจิตรตระการตา เสาและคานแกะสลักลวดลายงดงาม ก่อสร้างด้วยอิฐสีคราม สมองของเขาพลันมึนงงไปชั่วขณะ
ที่นี่คือ... หอคุมกฎ?
ดูเหมือนว่าเขาจะทะลุมิติเสียแล้ว
เขาทะลุมิติเข้ามาในนิยายแนวเอาใจนักอ่านหญิงเรื่อง "ศิษย์น้องผู้เย็นชากับการถูกตามใจอีกครา" ที่เขาเพิ่งอ่านค้างไว้เมื่อคืน
และเขาก็คือ 'อาจารย์' ของ "เสิ่นจินฮวน" ผู้ที่เพิ่งถูกด่าทอไปหยกๆ... เสิ่นจินฮวน?
ให้ตายเถอะ นั่นมันนางมารจอมวายร้ายบอสใหญ่ในนิยายเรื่องนี้ไม่ใช่หรือไง?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหนิงก็อดไม่ได้ที่จะทอดสายตามองเด็กสาวตัวน้อยที่คุกเข่าอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางโถงกว้าง
เด็กสาวสวมชุดศิษย์รับใช้ที่ดูธรรมดาสามัญ เส้นผมครึ่งหนึ่งถูกรวบเป็นมวยไว้ด้านหลังปักด้วยตะเกียบไม้สีน้ำตาลเก่าๆ ส่วนเรือนผมสีดำขลับที่เหลือปล่อยสยายดุจน้ำตกทิ้งตัวลงกลางแผ่นหลัง
แม้ในยามถูกลงทัณฑ์ แผ่นหลังของนางยังคงเหยียดตรง ใบหน้าฉายแววดื้อรั้นและไม่ยอมจำนนต่อการดัดนิสัยใดๆ
เจียงหนิงรีบค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ในสมองอย่างรวดเร็ว
ในขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎซึ่งไม่ชอบใจท่าทางที่เหมือน "ลูกเสือ" ของเสิ่นจินฮวน ก็ตวัดแส้ฟาดลงบนร่างของนางอย่างแรง
"อึก..."
เสิ่นจินฮวนส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด สันหลังที่เคยเหยียดตรงไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป นางใช้มือข้างหนึ่งยันพื้น พยุงร่างที่ค้อมลง แต่สายตายังคงจ้องมองผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎอย่างไม่ลดละ
เมื่อครู่นางเพิ่งเห็นอาจารย์สารเลวของตนยิ้มออกมา แล้วจากนั้นก็ขมวดคิ้ว
หึๆ... เขาคงจะมีความสุขที่เห็นนางถูกตี และคงรู้สึกว่าความผิดของนางทำให้เขาต้องเสียหน้าต่อหน้าเจ้าสำนัก ป่านนี้คงกำลังคิดหาวิธีลงโทษนางเมื่อกลับไปถึงยอดเขาเป็นแน่
หัวใจของเสิ่นจินฮวนรู้สึกว่างเปล่าและเหน็บหนาว
นางเหลือบมองอวิ๋นชิงเหยาที่นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ในหอคุมกฎอย่างสง่างาม
อีกฝ่ายสวมชุดศิษย์สายตรงสีขาวดุจหิมะ ปิ่นปักผมล้วนเป็นศาสตราวุธวิญญาณล้ำค่า ใบหน้าสวยหวานเย็นชาและผิวพรรณขาวผ่องบ่งบอกว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ทั้งที่ต่างก็บุกรุกเขตหวงห้าม และนางเองก็เป็นเพียงผู้ติดตามหลังอวิ๋นชิงเหยาเท่านั้น
แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเช่นไร? อวิ๋นชิงเหยามีอนาคตไร้ขีดจำกัด ส่วนนางกลับต้องมาคุกเข่ารับโทษในหอคุมกฎ... ถูกตราหน้าว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จในภายภาคหน้า
ต่างก็เป็นศิษย์เหมือนกัน ไฉนการปฏิบัติจึงแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
เสิ่นจินฮวนขบกรามแน่น ความไม่ยินยอมพร้อมใจอันรุนแรงปะทุขึ้นในอก
จำได้แล้ว!
เจียงหนิงจำได้แล้วว่าเหตุใดวันนี้ตนถึงมาอยู่ที่หอคุมกฎ
แต่เมื่อพิจารณาเหตุและผลแล้ว เขาคิดว่าหากการบุกรุกเขตหวงห้ามเป็นความผิด เช่นนั้นทั้งนางเอกและนางมารก็สมควรถูกลงโทษทั้งคู่!
หากการบุกรุกเขตหวงห้ามไม่ใช่ความผิด เช่นนั้นเหตุใดจึงลงโทษแต่นางมารเพียงผู้เดียว!
ในสภาพแวดล้อมที่เติบโตมาเช่นนี้ การที่เสิ่นจินฮวนจะกลายเป็นนางมารร้าย ก็ล้วนถูกบีบคั้นจากคนรอบข้างทั้งสิ้น!
เมื่อเห็นผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎไม่พอใจท่าทีแข็งกร้าวของเสิ่นจินฮวนและกำลังจะง้างแส้ฟาดลงมาอีกครั้ง เจียงหนิงก็พุ่งตัวออกไปทันที
เสิ่นจินฮวนหลับตาลง ยอมรับชะตากรรม
นางต้องการจดจำความเจ็บปวดนี้ ความทุกข์ทรมานนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้คือแรงผลักดันที่จะทำให้นางแข็งแกร่งขึ้น
แต่ทว่า... ครั้งนี้กลับไม่มีความเจ็บปวดใดๆ เกิดขึ้นกับร่างกาย... หรือว่าร่างของนางจะด้านชาจนไร้ความรู้สึกไปแล้ว?
"ศิษย์น้องเจียง เจ้าคิดจะให้ท้ายศิษย์ของเจ้าหรือ!?"
เมื่อได้ยินเสียงตวาดกร้าวของผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎ เสิ่นจินฮวนจึงลืมตาขึ้น
เบื้องหน้าของนาง ปรากฏร่างสูงโปร่งของบุรุษในชุดนักพรตสีเขียว
บุรุษผู้นั้นรูปร่างสูงใหญ่มาก สูงกว่านางมากแม้ในยามที่นางยืนขึ้น
ในเวลานี้ มือเปล่าของเขากำลังกำแส้เอาไว้แน่น ป้องกันไม่ให้มันฟาดลงมาถูกตัวนาง
ความประหลาดใจวาบผ่านดวงตาของเสิ่นจินฮวน
นี่คืออาจารย์ของนางงั้นหรือ? เขาจะมีเมตตาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
หึ... เสิ่นจินฮวนหลุบตาลง นางเกรงว่าเขาคงคิดว่าการถูกลงโทษในหอคุมกฎนั้นน่าอับอายเกินไป จึงอยากรีบพานางกลับไปยัง 'ยอดเขาที่หก' เพื่อ 'ดัดนิสัย' กันเองเสียมากกว่ากระมัง?
เจียงหนิงจ้องมองผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎผู้มีคิ้วหนาตาโต
มือขวาที่กำแส้ยาวเอาไว้รู้สึกแสบชาอย่างรุนแรง
ยากจะจินตนาการว่าหากแส้นี้ฟาดลงบนร่างบอบบางของเสิ่นจินฮวน นางจะเจ็บปวดเพียงใด
"ศิษย์พี่สาม จินฮวนไม่รบกวนให้ศิษย์พี่ต้องลงมือลงโทษหรอก ขอให้ข้าได้รับตัวนางกลับไปสั่งสอนที่สำนักด้วยตนเองเถิด หวังว่าศิษย์พี่จะไว้หน้าข้าบ้าง"
เจียงหนิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เจ้าของร่างเดิมเป็นผู้อาวุโสที่มีลำดับศักดิ์ต่ำที่สุดในสำนักปี้เซียว และยังเป็นผู้อาวุโสเพียงคนเดียวในสำนักที่ยังคงติดอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลาย
ในขณะที่ผู้อาวุโสคนอื่นๆ รวมถึงเจ้าสำนัก ล้วนก้าวเข้าสู่ขอบเขตจินตานกันหมดแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เหล่าผู้อาวุโสจึงมักดูแคลนเจ้าของร่างเดิม ศิษย์น้องผู้บำเพ็ญเพียรมาร่วมร้อยปีแต่ทำได้เพียงแตะขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายอย่างยากลำบาก
การล่วงเกินผู้อาวุโสคุมกฎในตอนนี้ มีแต่จะทำให้เสิ่นจินฮวนถูกลงโทษหนักขึ้น
สู้รีบพาเสิ่นจินฮวนกลับยอดเขา เรื่องราวภายในไปว่ากล่าวกันหลังประตูย่อมดีกว่า
เมื่อได้ยินวาจานี้ ผู้อาวุโสสามแห่งหอคุมกฎเพียงรู้สึกว่าศิษย์น้องผู้ยังวนเวียนอยู่แค่ขอบเขตสร้างรากฐานผู้นี้ กำลังพยายามรักษาหน้าตัวเองอีกตามเคย
เขาแค่นยิ้มในใจ นึกว่าเจียงหนิงจะลุกขึ้นมา "ปกป้อง" ศิษย์จริงๆ ที่แท้ก็ยังขี้ขลาดเหมือนเดิม
เสิ่นจินฮวนที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังเจียงหนิงแค่นเสียงในลำคอ นางรู้แล้วเชียว...
"ก็ได้!"
ผู้อาวุโสสามรั้งแส้ยาวกลับคืนมาแล้วส่งเสียงฮึดฮัด
เจียงหนิงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ผู้อาวุโสสามไม่คิดจะตอแยให้มากความ
เขาหันกลับมาสบตากับเสิ่นจินฮวน
นางเงยใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นสบตาเขาอย่างดื้อรั้น
เจียงหนิงสังเกตเห็นว่าเสิ่นจินฮวนมีดวงตาดอกท้อที่งดงามจับใจ แม้จะอยู่ในชุดศิษย์รับใช้ที่ซอมซ่อ แต่กลับดู... มีเสน่ห์เย้ายวนอย่างน่าประหลาด
เขาต้องยอมรับเลยว่า ในฐานะตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นในนิยาย ความงามของว่าที่นางมารผู้นี้นั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติจริงๆ!
เสิ่นจินฮวนเห็นอาจารย์สารเลวของนางจ้องมองมาเขม็ง
นางคิดว่าเขาคงกำลังรู้สึกอับอายและกำลังคิดหาวิธีลงโทษนางในภายหลัง
นางยกยิ้มมุมปากอย่างเยัายวน
เมื่อใดที่นางมีอำนาจ สิ่งแรกที่จะทำคือสังหารอาจารย์ผู้นี้เพื่อพิสูจน์วิถีแห่งมารของนาง!
"อะแฮ่ม..."
เมื่อรู้สึกกระอักกระอ่วนที่ถูกจ้องมอง เจียงหนิงจึงใช้มือข้างหนึ่ง "หิ้ว" เสิ่นจินฮวนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นขึ้นมา
"กลับยอดเขากันเถอะ"
เจียงหนิงเดินนำออกไปก่อนด้วยความกลัวว่าจะ "หลุดพิรุธ"
เสิ่นจินฮวนหันมองผู้อาวุโสสามที่กำลังปลอบโยนอวิ๋นชิงเหยาอย่าง "เมตตา" และมองรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ผลิบานบนใบหน้าเย็นชาของอวิ๋นชิงเหยา
นางรู้สึกสมเพชในโชคชะตา
นางหันหลังกลับ กัดฟันข่มความเจ็บปวด แล้วรีบเดินตามแผ่นหลังของคนที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ
เมื่อก้าวพ้นหอคุมกฎ บรรยากาศกดดันก็จางหายไป เจียงหนิงลอบผ่อนลมหายใจยาว
เขาหันกลับไปมองเสิ่นจินฮวนที่วิ่งตามมาอย่างทุลักทุเล พลันนึกขึ้นได้ว่าเด็กสาวตัวน้อยย่อมต้องได้รับบาดเจ็บ เขาเองมัวแต่จดจ่อกับการเดินหนีจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
เขาเดินย้อนกลับไปหาเสิ่นจินฮวน
สีหน้าเคร่งขรึมของเขา ในสายตาของเสิ่นจินฮวน มันช่างดูน่ากลัวราวกับ "เสือร้าย"!
เสิ่นจินฮวนทำท่าจะถอยหนีโดยสัญชาตญาณ
วินาทีถัดมา คอเสื้อของนางก็ถูกคว้าเอาไว้
ความรู้สึกที่ถูกหิ้วเหมือนลูกแมวทำให้เสิ่นจินฮวนรู้สึกหงุดหงิด วันนี้คนผู้นี้เป็นอะไรถึงชอบคว้าคอเสื้อคนอื่นนักนะ?! ไม่รู้หรือไงว่ามันน่ารำคาญมาก?
ทันใดนั้น น้ำเสียงของชายหนุ่มกลับอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด
"เจ็บตรงไหนบ้าง? ให้ข้าดูหน่อย"