เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - กลมกลืนดั่งปลาได้น้ำ

บทที่ 7 - กลมกลืนดั่งปลาได้น้ำ

บทที่ 7 - กลมกลืนดั่งปลาได้น้ำ


บทที่ 7 - กลมกลืนดั่งปลาได้น้ำ

เห็นได้ชัดว่า ความคิดของศิษย์น้องรองอย่างอันต้าเพ้านั้นล้ำหน้าไปหน่อย

ไป๋อันเหลียงไม่ได้มาที่กองถ่ายนี้เพื่อจีบสาวสักหน่อย และถ้าเขาคิดจะจีบหญิงจริงๆ เขาคงไม่ "หว่านเสน่ห์" ใส่สาวๆ ทั้งกลุ่มแบบนั้นหรอก

เห็นได้ชัดว่า การจีบสาวหลายคนพร้อมกัน แม้จะทำได้ แต่ก็ต้องแยกกันจีบทีละคนสิ

คงไม่มีไอ้บ้าที่ไหนลากสาวๆ เข้ามาอยู่ในกลุ่มแชทเดียวกันตอนจีบหรอกมั้ง?

คงไม่มีหรอกเนอะ?

แน่นอน ไม่ใช่ว่าไป๋อันเหลียงจะแกล้งทำเท่เป็นคนถือศีลไม่แตะต้องอิสตรี แต่เขาแค่รู้จักลำดับความสำคัญ

จะจีบสาวเมื่อไหร่ก็จีบได้

รอให้รวยก่อนเถอะ เขาจะจัดปาร์ตี้บนเรือยอร์ชก็ยังกล้า แต่ตอนนี้... หาทางรวยให้ได้ก่อนดีกว่า

ดังนั้น พอเริ่มซ้อมคิวบู๊ในวันรุ่งขึ้น ไป๋อันเหลียงก็ทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายของฟ่านปิงปิงสุดๆ... เขาแทบไม่สนใจเธอเลย

แน่นอน นั่นเป็นมุมมองของเธอเอง

ส่วนเจ้าตัวยืนยันว่า ตนเองยุติธรรมประหนึ่งเปาบุ้นจิ้นกลับชาติมาเกิด

ยุติธรรม โปร่งใส เป็นกลางที่สุด

ศิษย์น้องสิบกว่าคนที่พามาด้วย เพียงพอที่จะสอนคิวบู๊ให้นักแสดงนำทุกคนแล้ว

ตัวเขาเองก็แค่เดินตรวจตราไปทั่วๆ ให้ดูเหมือนว่าไม่ได้อู้งาน

แต่เห็นได้ชัดว่า ความ "ยุติธรรม" เกินเหตุแบบนี้ ทำให้ฟ่านปิงปิงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

เพราะในมุมมองของเธอ เธอรู้สึกว่าตัวเองสนิทกับไป๋อันเหลียงที่สุดในกองถ่ายนี้ ความสัมพันธ์ดีที่สุด แล้วทำไมไม่เปิดคอร์สพิเศษให้บ้างล่ะ?

ที่น่าโมโหที่สุดคือ ตอนที่ไป๋อันเหลียงเดินมาถึงตรงหน้าเธอ เธออุตส่าห์ตั้งใจซ้อมอย่างเต็มที่... จนเหงื่อท่วมตัว

ผลคือหมอนั่นแค่ปรายตามอง แล้วทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียว:

"ตีได้ไม่เลว~"

ไม่เลวกับผีน่ะสิ!

เมื่อกี้เขาคุยกับหยางเสวี่ยตั้งสามประโยคไม่ใช่เหรอ? พอถึงตาเธอเหลือประโยคเดียว?

ไป๋อันเหลียง: ผมรู้สึกว่าคุณซ้อมได้ดีจริงๆ นะ~ ตั้งใจขนาดนั้น~

ตอนนั้นเขายังคิดอยู่เลยว่า ฟ่านปิงปิงนี่เป็นมืออาชีพใช้ได้ มิน่าล่ะไม่ใช่ใครจะประสบความสำเร็จกันได้ง่ายๆ

การไม่จีบสาวในเวลางาน คือจรรยาบรรณพื้นฐานในการทำงานของเขา

ถ้าขืนทำแบบนั้นคงวุ่นวายตายชัก วันหน้าเขาต้องสร้างโปรเจกต์หนังของตัวเอง ก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

ดังนั้น ไม่ว่าฟ่านปิงปิงจะแอบส่งสายตาพิฆาตมาให้กี่ครั้ง ไป๋อันเหลียงก็ทำเป็นมองไม่เห็น ทั้งคู่ต่างเป็นจิ้งจอกพันปี จะมาเล่นบทนิยายรักน้ำเน่ากับเขาไม่ได้ผลหรอก

ว่ากันตามจริง ในละครเรื่องนี้ ไป๋อันเหลียงก็มีบทบาทที่ต้องแสดงเหมือนกัน

นี่เป็นหนึ่งในธรรมเนียมปฏิบัติของเขา

หลังจากเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้าง โปรเจกต์ที่เขาพาพี่น้องไปร่วมงานด้วย มักจะหาทางแทรกบทให้ตัวเองสักบท

เพราะการเป็นนักแสดงก็เป็นทางรอดทางหนึ่ง ถ้าเขาดังขึ้นมา ก็ถือเป็นทางลัด

แต่น่าเสียดาย ส่วนใหญ่เป็นบทตัวประกอบกิ๊กก๊อก น้อยคนนักที่จะดังเปรี้ยงปร้างจากบทพวกนี้

บวกกับความล่าช้าของโปรเจกต์ ถ่ายเสร็จต้องตัดต่อ ตัดต่อเสร็จไม่รู้จะได้ฉายเมื่อไหร่ บางเรื่องดองเค็มจนลืม ดังนั้นในฐานะนักแสดง ตอนนี้ไป๋อันเหลียงถือว่ายังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

ไม่มีชื่อเสียงด้านนี้เลย

เขาเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ทันกระแสก็ลุย ไม่ทันก็ช่างมัน ค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนเรื่องที่ เซียวฮื่อยี้กับฮวยบ่อข่วย จะให้บทอะไรเขา... ไป๋อันเหลียงไม่เคยถามสักคำ

เดาว่าคงเป็นตัวประกอบบทน้อยๆ ที่มีฉากบู๊นิดหน่อยแต่ไม่สำคัญอะไร

"นายหล่อขนาดนี้ ฉันต้องเลือกบทที่หล่อสมน้ำสมเนื้อให้อยู่แล้ว!"

ตอนพูดประโยคนั้น สีหน้ายิ้มกริ่มของหวังจิงทำให้ไป๋อันเหลียงรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนหมอนี่หวังดีประสงค์ร้าย

แล้วพอดูบท

ตัวบ้าอะไรเนี่ย?

บทตัวประกอบบทน้อยจริงๆ ฉากก็น้อย

แต่... บุรุษหยก เจียงฟง?

"ในโลกนี้ไม่มีหญิงสาวคนใดต้านทานรอยยิ้มจางๆ ของเจียงฟงได้", "กระบี่ของเอี้ยนน้ำเทียน นอกจากจะสามารถบั่นเศียรแม่ทัพในกองทัพนับล้านได้แล้ว ยังสามารถผ่าเส้นผมหนึ่งเส้นออกเป็นสองเส้นได้ แต่รอยยิ้มของเจียงฟง สามารถทำให้หัวใจของหญิงสาวแหลกสลายได้"

ไป๋อันเหลียงคิดไม่ถึงเลยว่า หวังจิงจะยัดเยียดบทสุดแสนจะ 'แมรี่ซู' (พระเอกลิเก) แบบนี้มาให้เขา

เขาไม่เคยเล่นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ โชคดีชะมัดที่บทน้อย

แต่ทว่า... พอแม่ตัวดีอย่างฟ่านปิงปิงเดินผ่านมาชะโงกดูบทของเขา ก็ทักขึ้นมาประโยคหนึ่ง "เอ๊ะ บทของเธอนี่ เป็นพ่อของพระเอกทั้งสองคนไม่ใช่เหรอ?"

ไป๋อันเหลียง: ???

จริงด้วย!

เซียวฮื่อยี้กับฮวยบ่อข่วยที่จางเว่ยเจี้ยนกับเซี่ยถิงเฟิงเล่น แม่งเป็นน้ำเชื้อของเจียงฟงนี่หว่า!

อดสงสัยไม่ได้ว่าหวังจิงจงใจรึเปล่า

จะเสี้ยมให้ตีกันใช่ไหม?

แต่พอพูดแบบนี้ ไป๋อันเหลียงกลับรู้สึกว่าบทนี้มันเข้าท่าดีแฮะ

ไม่ใช่เพราะเจียงฟงในเรื่องมีความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงกับเย่าเย่ว์, เหลียนซิง และฮัวเยวี่ยหนูหรอกนะ

ว่าแต่... ลูกชายสองคนนี้เจียงฟงมีกับใครนะ? เขาต้องไปพลิกบทดูดีๆ หน่อย

ไม่รู้ว่ากองถ่ายนี้เขานิยมอินกับบทบาท ถึงขั้นหลังเลิกกองก็ยังปฏิบัติต่อกันตามฐานะในเรื่องรึเปล่า... ถ้าเป็นงั้นจริงคงมันส์พิลึก

เรื่องบทบาท ไป๋อันเหลียงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ขำๆ ไปก็พอ

ที่เจ๋งคือ หลังจากซ้อมคิวบู๊เสร็จ เขาสามารถเข้าไปเนียนร่วมวงอ่านบทกับกลุ่มสาวๆ ได้อย่างเปิดเผย

พูดถึงเรื่องนี้... สิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างของกองถ่ายนี้คือ แม้แต่ตอนอ่านบท แม่งยังแบ่งก๊กแบ่งเหล่า

นักแสดงจากสองกลุ่มแทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน เหมือนทำไปตามหน้าที่

พอต่อบทเสร็จก็แยกย้ายกันทันที เข้ากันไม่ได้อย่างแรง

กลับกลายเป็นคน "นกสองหัว" อย่างไป๋อันเหลียง ที่ไปอยู่ฝั่งไหนก็กลมกลืนดั่งปลาได้น้ำ

ฝั่งหนึ่งชอบและต้อนรับเขา อีกฝั่ง... ค่อนข้างกลัวและเกรงใจเขา

ไม่ว่าเป็นคนหรือผีก็ต้องส่งยิ้มให้เขา มีแค่เซี่ยถิงเฟิงคนเดียวที่ทำหน้าเหมือนญาติเสียใส่เขา...

น่าเสียดาย ตัวละครของไป๋อันเหลียงตายเร็วไปหน่อย อดให้เซี่ยถิงเฟิงเรียกพ่อต่อหน้า ไม่งั้นเขาจะจงใจเทคสักสิบยี่สิบรอบให้เข็ด

ส่วนเรื่องความเข้ากันไม่ได้ของคนในกองถ่ายจะนำมาซึ่งเรื่องราวอะไรบ้าง...

พอเตรียมงานช่วงแรกเสร็จสรรพ ก่อนเปิดกล้องสองวัน เรื่องก็เกิดขึ้นจนได้

ไป๋อันเหลียงกำลังช่วยจัดท่าทางบู๊ให้หยางเสวี่ย ได้กลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของหญิงสาว สัมผัสร่างกายกันบ้างเล็กน้อยทำให้อีกฝ่ายแก้มแดงระเรื่อ แม้ไม่ได้ตั้งใจแต๊ะอั๋ง ก็ถือเป็นความบันเทิงใจอย่างหนึ่ง แต่ยังไม่ทันได้เสพสุขนาน ฟ่านปิงปิงก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาอย่างลับๆ ล่อๆ เหมือนนกแจ้งข่าวร้าย

"เกิดเรื่องแล้ว! เกิดเรื่องแล้ว!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 7 - กลมกลืนดั่งปลาได้น้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว