- หน้าแรก
- เจ้าพ่อกองถ่ายคนนี้ เป็นทุกอย่างยิ่งกว่าที่คุณคิด
- บทที่ 5 - คุณก็ไม่อยากตกงานใช่ไหมล่ะ?
บทที่ 5 - คุณก็ไม่อยากตกงานใช่ไหมล่ะ?
บทที่ 5 - คุณก็ไม่อยากตกงานใช่ไหมล่ะ?
บทที่ 5 - คุณก็ไม่อยากตกงานใช่ไหมล่ะ?
ไป๋อันเหลียง... ส่วนผสมซับซ้อนจริงๆ ซับซ้อนกว่าที่ฟ่านปิงปิงคิดไว้เยอะ!
ตามหลักแล้ว เขาไปหากินที่ฝั่งฮ่องกง เส้นสาย วงสังคมอะไรพวกนั้น ก็น่าจะอยู่ที่นั่น
แต่ทว่า~ อะฮ้า ไม่ถูกซะทีเดียว
ศิลปินฮ่องกงในงานส่วนใหญ่รู้จักเขาจริงๆ แต่ท่าทีที่มีต่อเขานั้น... ซับซ้อนยิ่งกว่า
มีทั้งพวกที่เข้าหาอย่างเป็นมิตร พวกที่เฉยเมย และพวกที่ถลึงตาใส่ด้วยความไม่พอใจ
แน่นอน หน้าตาที่ควรให้ก็ยังต้องให้ ไม่มีใครกล้าหักหน้า
ยกเว้นเซี่ยถิงเฟิง
สีหน้าของหมอนั่นบ่งบอกชัดเจนว่า: กูเหม็นขี้หน้ามึง
ตอนที่ไป๋อันเหลียงทักทาย เขาถึงกับสะบัดหน้าหนี ไม่สนใจ
เขาทำแบบนี้ จางเว่ยเจี้ยนที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเขาย่อมไม่ให้ท้ายไป๋อันเหลียงอยู่แล้ว สองคนนี้แทบจะใส่กางเกงตัวเดียวกัน แม่ของเซี่ยถิงเฟิงอย่างตี๋โปลาก็เป็นแม่บุญธรรมของจางเว่ยเจี้ยน
ดูทรงแล้ว สถานการณ์ของไป๋อันเหลียงดูจะไม่ค่อยสู้ดีนัก พระเอกทั้งสองของเรื่องต่างไม่ชอบขี้หน้าเขาทั้งคู่
และสำหรับสถานการณ์นี้ ผู้กำกับหวังจิงกลับทำเป็นมองไม่เห็น ยิ้มร่าเหมือนพระสังกัจจายน์
แถมยังพ่นประโยคเด็ดออกมาอีกว่า "พวกคุณหนุ่มๆ สาวๆ คุยกันเยอะๆ นะ ไม่มีช่องว่างระหว่างวัยหรอก"
เซี่ยถิงเฟิง: ใช่สิ ใช่สิ นอกจากไม่มีช่องว่างระหว่างวัย ยังสามารถ "ตบตีกันนัวเนีย" ได้อย่างสนิทสนมเลยล่ะ~
งานเลี้ยงสังสรรค์นี้กินเวลาไม่นาน ดูเหมือนจุดประสงค์จะมีแค่ให้ทุกคนมารู้จักหน้าค่าตากันเฉยๆ
ดังนั้นผ่านไปครู่เดียว หลังจากแจ้งกำหนดการคร่าวๆ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หวังจิงกับโปรดิวเซอร์ก็นำทีมขอตัวกลับก่อน
จากนั้น ศิลปินที่นั่งอยู่ก็ทยอยกลับกันไปไม่น้อย คนที่อยู่ต่อเพื่อ "กระชับมิตร" จริงๆ มีไม่ถึงครึ่ง
แต่ไป๋อันเหลียงไม่กลับแน่นอน วันหน้าเขาจะทำโปรเจกต์เองก็ต้องใช้นักแสดง ย่อมต้องรู้จักคนไว้เยอะๆ สร้างคอนเนกชันล่วงหน้า
ดังนั้น สตันท์แมนหน้านิ่งไป๋อันเหลียง ออฟไลน์, หนุ่มน้อยร่าเริงสดใส ออนไลน์
นอกจากความสามารถในสายงานจะแข็งโป๊กแล้ว เรื่องการเข้าสังคม เขาก็ถนัดไม่แพ้กัน
จะให้ไปทำตัวเหมือนฟูจิวาระ ทาคุมิ ที่เครื่องพังจนแฟนทิ้งแล้วยังมัวแต่ดริฟต์อยู่ได้ ไงไหวล่ะ
"สวัสดีค่ะอาจารย์ไป๋ ฉันฟ่านปิงปิงค่ะ"
ก่อนจะทักทายไป๋อันเหลียง ฟ่านปิงปิงลังเลเล็กน้อยว่าจะใช้สรรพนามอะไรดี
อีกฝ่ายเป็นผู้กำกับคิวบู๊ของกองถ่าย เรียกว่าผู้กำกับไป๋?
รู้สึกแปลกๆ ชอบกล
ผู้กำกับคิวบู๊จริงๆ ก็ถือเป็นผู้กำกับแอ็กชัน จะเรียกว่าผู้กำกับไป๋ก็น่าจะได้ แต่ลังเลไปมา ฟ่านปิงปิงก็เลือกเรียกว่าอาจารย์ไป๋ดีกว่า มารยาทจัดเต็มไว้ก่อน
"สวัสดีครับ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น เรียกชื่อผมเฉยๆ ก็ได้ครับ"
"จริงเหรอคะ?"
"ผมเพิ่งยี่สิบเองครับ เรียกอาจารย์ไป๋ฟังดูแก่แปลกๆ"
"เธอเพิ่งยี่สิบเองเหรอ?! เด็กกว่าฉันอีก!"
คุยกันไม่กี่คำ ระยะห่างก็ลดลง ไป๋อันเหลียงชอบคุยกับคนสวยอยู่แล้ว จังหวะนี้เลยได้โอกาสพิจารณาว่าที่ 'แม่นางฟ่าน' ในอนาคตอย่างใกล้ชิด
จุ๊ๆ คิ้วโก่งดั่งใบหลิว นัยน์ตาเมล็ดอัลมอนด์ ช่างยั่วยวนใจ
แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่มีความสวยสง่าแบบนางพญาในอนาคต ขาดออร่าแบบ "แม่สวยที่สุดในปฐพี" แต่ว่าเอ๊าะมาก!
ถึงอย่างนั้น ไป๋อันเหลียงก็ยังโลภมาก หันไปชวนสาวๆ คนอื่นคุยด้วย
ฟ่านปิงปิงก็ดีแหละ แต่คติของเขาคือต้องดูแลให้ทั่วถึง
ระหว่างนี้ คนที่เขาแอบมองบ่อยที่สุดกลับไม่ใช่ฟ่านปิงปิง แต่เป็นหยางเสวี่ย
พอมองสบตากัน แม่คุณก็หน้าแดง ทำเอาไป๋อันเหลียงรู้สึกมหัศจรรย์ใจ นี่นะเหรอคนที่ฆ่าล้างบางทั้งเรื่อง?
จินตนาการไม่ออกเลยว่าแม่สาวผมหน้าม้าคนนี้จะไล่เชือดคนเป็นผักปลา...
แน่นอน ช่วงแรกไป๋อันเหลียงยังทำให้สาวๆ เขินหน้าแดงได้ แต่ไม่นาน พอพวกเธอรู้ว่าเขาเพิ่งอายุยี่สิบ สถานการณ์ก็พลิกผัน
ผู้หญิงน่ะนะ ขอแค่อายุไม่เกินสี่สิบ ถ้าคุณเล่าเรื่องทะลึ่งนิดๆ หน่อยๆ เธอจะแสดงอาการขวยเขินออกมาทันที ราวกับยังอยู่ในวัยที่คิดว่าแค่จับมือก็ท้องได้
แต่ถ้าผู้หญิงหลายคนมารวมตัวกัน ต่อให้อายุเฉลี่ยไม่ถึงยี่สิบห้า ความกล้านั้นน่ากลัวสุดๆ
ไป๋อันเหลียงยังไม่ทันจะได้มีความคิดชั่วร้ายอะไร ก็แทบจะโดน "รุมสกรัม" จนโงหัวไม่ขึ้น
เมื่อกี้ฟ่านปิงปิงเรียกเขาว่าอะไรนะ?
อาจารย์ไป๋?
ถุย!
ตอนนี้เปลี่ยนมายิ้มหวานเรียกว่า "น้องชาย" แล้ว
ยัยตัวร้าย
พอเธอเริ่ม คนอื่นก็เริ่มผสมโรง บรรยากาศครื้นเครงขึ้นมาอย่างประหลาด
เพียงแต่ ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ
ยังคุยกันไม่ถึงสิบนาที เซี่ยถิงเฟิงที่เดิมทีกลับไปแล้ว จู่ๆ ก็เดินกลับเข้ามา
แล้วไอ้หมอนี่ก็ทำบรรยากาศกร่อยได้โล่ พอนั่งลงปุ๊บ บรรยากาศรอบข้างก็ดิ่งวูบทันที
พวกสาวๆ เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ เพราะเป้าหมายของเซี่ยถิงเฟิงชัดเจนมาก สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ไป๋อันเหลียง
ฟ่านปิงปิงแอบเอาศอกสะกิดไป๋อันเหลียงยิกๆ เหมือนอยากจะเตือนสติเขา
ผลคือวินาทีถัดมา เธอแทบหลุดขำพรืด
"มองไร?"
เซี่ยถิงเฟิง: ???
"ใช่ พูดกับนายนั่นแหละ มองไร?" ไป๋อันเหลียงย้ำอีกครั้ง
ล้อเล่นน่า ทั้งที่รู้ว่าตัวเองมีปัญหากับเซี่ยถิงเฟิง ไป๋อันเหลียงยังกล้าหาเรื่องใส่ตัว แปลว่าเขาไม่ได้กลัวไอ้หมอนี่เลยสักนิด
เพียงแต่ว่า เขาจะกลัวหรือไม่กลัวมีแต่เจ้าตัวที่รู้ คนอื่นน่ะสิ... ศอกของฟ่านปิงปิงแทบจะเจาะแขนไป๋อันเหลียงเป็นรูแล้ว
ความจริงเธอเป็นห่วงว่าไป๋อันเหลียงไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าสาวๆ เลยทำเก่งแบบนี้
ผู้ชายน่ะนะ... เรื่องศักดิ์ศรีมันสำคัญ ยอมหักไม่ยอมงอ
เด็กผู้ชายก็เหมือนกัน
แต่ว่า ความใจร้อนเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะนะน้องชาย
เธอก็ไม่อยากเสียงานนี้ไปใช่ไหมล่ะ?
สีหน้าของสาวๆ คนอื่นก็ไม่ต่างกัน แม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่ความประทับใจแรกที่มีต่อไป๋อันเหลียงถือว่าดีทีเดียว พอเห็นเขาจะปะทะกับเซี่ยถิงเฟิง ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
แต่ที่แปลกคือ ศิลปินฮ่องกงอีกสองสามคนที่ยังไม่กลับเหมือนกัน กลับทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดแต่อมพะนำไว้
แล้วก็มีคนเข้าไปห้ามเซี่ยถิงเฟิงจริงๆ
ใช่แล้ว ห้ามเซี่ยถิงเฟิง
เหมือนจะพูดว่า: ช่างเถอะน่า นายอย่าไปยุ่งกับมันเลย...
ตามหลักแล้ว การห้ามแบบนี้ไม่น่าจะได้ผล ไป๋อันเหลียงเป็น "วัยรุ่นเลือดร้อนรักศักดิ์ศรี" แล้วเซี่ยถิงเฟิงไม่ใช่หรือไง? ฉายาของหมอนี่คือหยิ่งผยองพองขนนะเว้ย
แค่คำท้าทาย "มองไร" ของไป๋อันเหลียงเมื่อกี้ สองคนนี้ไม่ลุกขึ้นมาซัดกันก็นับว่ามีความอดทนสูงมากแล้ว
แต่ผลลัพธ์คือ... พอโดนกล่อมสองสามคำ เซี่ยถิงเฟิงก็ยอมฟังจริงๆ
น้ำเสียงแข็งกระด้างเอ่ยขึ้นว่า "ท่าที่นายออกแบบให้ฉัน ฉันจะเพิ่มพัดเข้าไปด้วย พัดจีบ"
ทุกคน: ???
ฮะ?
เอ็งเดินอาดๆ เข้ามาอย่างดุดัน ทำหน้าตึงอยู่นานสองนาน ท่าทางเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ สุดท้ายจบแค่นี้เนี่ยนะ?
ทว่าตัวไป๋อันเหลียงเองดูจะไม่แปลกใจกับผลลัพธ์นี้นัก เขาพยักหน้าเบาๆ "รอไปเถอะ"
"จะ... จบแล้วเหรอคะ?" ฟ่านปิงปิงหลุดปากถามออกมาโดยไม่รู้ตัว
"อื้อ~"
ไป๋อันเหลียงหันไปมองเธอขำๆ แม่คุณ นี่เธอกลัวโลกไม่วุ่นวายหรือไง?
อยากเห็นผู้ชายสองคนตีกันมันหยดขนาดนั้นเชียว?
"เอ่อ..." ฟ่านปิงปิงกะพริบตาปริบๆ อยากจะพูดอะไรต่อ แต่สติสั่งว่า หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ! สายตาเซี่ยถิงเฟิงแทบจะย้ายมาจ้องเธอแล้ว มองเหมือนหมาป่าดุๆ น่ากลัวชะมัด
(จบแล้ว)