เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 87 - เรือเหาะรูปเหยี่ยว

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 87 - เรือเหาะรูปเหยี่ยว

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 87 - เรือเหาะรูปเหยี่ยว


หลังจากที่ทยอยกันเดินออกมาจากห้องประชุม นักเรียนทุกคนก็ได้พบกับเรือเหาะขนาดใหญ่จำนวนมากจอดรออยู่เรียบร้อยแล้ว รูปลักษณ์ของพวกมันนั้นดูน่าเกรงขาม และควรที่จะเรียกว่ายานรบเสียมากกกว่า

ผนังของยานรบเหล่านี้เป็นสีดำของโลหะชนิดหนึ่งที่สะท้อนแสงมันวาวออกมา รูปทรงนั้นคล้ายกับนกนักล่าขนาดใหญ่ที่ทรงพลัง ส่วนฐานที่แตะอยู่กับพื้นดินนั้น คล้ายกับกงเล็บขนาดใหญ่ ที่พยุงตัวยานที่มีลวดลายคล้ายกับเกล็ดของสัตว์ร้าย ปีก 2 ข้างที่ยืดออกไปจากตัวยาน มีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนติดตั้งอยู่รอบทิศทางไปหมด

ส่วนหน้าของยานนั้นถูกสร้างขึ้นมาตามรูปแบบของหัวนก มีส่วนที่ยื่นออกมาเหมือนกับจะงอยปากที่แหลม คม ส่วนห้องกระจกที่อยู่ด้านบน คล้ายกับเป็นดวงตาอันดุร้าย ที่คอยจับจ้องการเคลื่อนไหวของศัตรู ในยามที่ต้องทำการสู้รบอย่างดุเดือด

ในตอนที่เดวิดเห็นยานรบพวกนี้ครั้งแรก เขานั้นตกใจในความอลังการ และรูปลักษณ์ที่ดูดุร้ายน่าเกรงขามของมันเป็นอย่างมาก ด้วยส่วนประกอบของหนังจากสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสีน้ำตาล ตัวยานนั้นส่งแรงกดดันออกมาราวกับว่ามันเป็นสัตว์ร้ายที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ ในสายตาของเดวิด เขาคิดว่าตัวยานนั้นสร้างขึ้นมาเป็นรูปทรงของเหยี่ยว นกนักล่าที่ทรงพลัง และแม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจถึง 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม แต่เขาก็คิดว่า ต้นแบบของมันน่าจะมาจากเหยี่ยวไจร์ฟอลคอน เหยี่ยวที่มีขนาดใหญ่และดุร้ายที่สุดในโลกเดิมของเขา แม้ว่าที่นั่น จะไม่ได้มีเหยี่ยวที่ตัวโหญ่โตมากถึงขนาดนี้เลยก็ตาม

“เอาล่ะ! ทุกคนฟังทางนี้! ที่นั่งและเรือเหาะที่แต่ละคนจะได้ใช้เดินทาง ถูกส่งเข้าไปที่กล่องข้อความของทุกคนเรียบร้อยแล้ว ตัวอักษรที่อยู่ด้านหน้าสุด จะหมายถึงเรือเหาะ ส่วนตัวเลขที่ต่อจากนั้น คือตำแหน่งที่นั่งที่ถูกล็อคเอาไว้สำหรับแต่ละคนแล้ว พวกเธอมีเวลา 2 นาที รีบขึ้นไปนั่งประจำที่ของตัวเองให้เรียบร้อยได้แล้ว” เสียงของศาสตราจารย์ชราคนเดิมดังขึ้นมาอีกครั้ง

เดวิดแตะที่ป้ายประจำตัว ก่อนจะสื่อสารกับ AI ทันที ‘เฮเซล ที่นั่งของผมคือหมายเลขอะไร?’ เขาเลือกที่จะสื่อสารด้วยคลื่นสมองโดยตรงในคราวนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใช้วิธีนี้มานานมากแล้ว หลังจากที่พบว่ามันมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างจะร้ายแรงไม่น้อย การใช้คลื่นสมองบ่อยและหนักจนเกินไป จะทำให้สมองของเขานั้นมีอาการล้าและเสียหายในภายหลังได้ แต่ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่จะต้องมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดแน่นอน เขาจึงเริ่มเตรียมตัวทำความคุ้นเคยกับมันอีกครั้ง เพื่อที่จะใช้ประโยชน์ของ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อเดินทางไปถึง ‘สนามการแข่งขัน’ แล้ว

เสียงพูดนั้นสื่อสารกลับเข้ามาที่สมองของเขาโดยตรงอย่างรวดเร็ว ‘A-12’

เดวิดหันไปกล่าวกันไนฮุนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ที่นั่งฉันคือ A-12 แล้วของนายล่ะ?”

ไนฮุนเหมือนกับจะตรวจสอบมาเรียบร้อยก่อนเดวิดเสียอีก เขาตอบกลับมาได้ทันที “G-14” และด้วยสายตาและน้ำเสียงที่เรียบเฉย เขากล่าวต่อออกมาอีก

“ดูเหมือนว่าเราคงต้องไปเจอกันที่โน่นแล้วล่ะ ถ้ามันมีโอกาสนะ” คำพูดของเขานั้นตีความได้หลากหลายไม่น้อย มันอาจจะเป็นคำนัดหมาย หรือคำท้าทายก็ได้

เดวิดเม้มปากของตัวเอง “ได้เลย” และทั้งคู่ก็เดินแยกจากกันไปขึ้นยานของแต่ละคนทันที

.................

“นี่มันก็ผ่านมาเกือบเดือนหนึ่งแล้วนะ แต่เจ้าก็ยังไม่ได้อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันกลับมาเลย!” เสียงของชายผู้หนึ่งตวาดออกมา ดูเหมือนว่าอารมณ์ของเขาจะโกรธอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ฟิลลิดาก้มหน้าลงต่ำ ไม่ได้กล่าวโต้แย้งอะไรออกมา แต่สีหน้านั้นยังราบเรียบ ไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย น้ำเสียงที่ตอบกลับมาก็ยังคงชัดเจน และเต็มไปด้วยความเคารพ “ดูเหมือนว่าเขาจะสงสัย และระวังตัวกับหนูมากตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเราเจอกัน ช่วงนี้ หนูเลยตั้งใจที่จะทิ้งระยะห่างออกมา เพื่อให้เขาเลิกคิดระแวง และลดการป้องกันตัวลงมาก่อน” เธอเงยหน้าขึ้นมาอย่างมั่นใจมาก

“ถ้ารุกเข้าไปหาเร็วมากจนเกินไป ผลที่ได้อาจจะไม่เป็นไปอย่างที่พวกเราต้องการได้ ผู้อาวุโสได้โปรดวางใจ หนูรู้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้ดี และตั้งใจว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ จะสามารถสืบความลับออกมาจากเขาทั้งหมดได้อย่างแน่นอน” คำพูดของเธอนั้นหนักแน่น และดวงตาสีทองของเธอนั้นเต็มไปด้วยประกายอันเย็นชา

ได้ยินคำอธิบายของเธอ ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสจะสงบอารมณ์ของตัวเองลงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่อง ๆ หนึ่งเท่านั้น ยังไม่ได้สำคัญที่สุด สิ่งที่เจ้าต้องทำในการแข่งขันครั้งนี้ คือการคว้าอันดับที่ 1 มาครองให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกไปด้วยอะไรก็ตาม เข้าใจหรือไม่? นี่เป็นเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตของตระกูลเป็นอย่างมาก และเป็นคำสั่งโดยตรงของผู้นำตระกูลด้วย” เสียงของผู้อาวุโสนั้นเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก

ฟิลลิดาสะดุ้งเล็กน้อย “ท่านผู้นำตระกูลกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ?”

“อืม? ท่านกลับมาไปได้ประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว ฉันได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องในสถาบันแห่งนี้ให้ท่านรับรู้หมดแล้ว ท่านเป็นคนที่ตัดสินใจเรื่องนี้เอง และดูเหมือนว่าจะจริงจังเป็นอย่างมากด้วย” ผู้อาวุโสพยักหน้ายืนยัน และกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ

นั่นทำให้ฟิลลิดารับรู้ถึงความจริงจังของเรื่องนี้ และพยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่นและมุ่งมั่น

ก่อนที่ผู้อาวุโสจะเดินจากไป เขาหันหลังกลับมากล่าวด้วยอาการที่ลังเลเล็กน้อย “ข้าคิดว่า ถ้ามันจำเป็นจริง ๆ เจ้าสามารถใช้สิ่งนั้นได้!”

ฟิลลิดาอ้าปากค้างอย่างนึกไม่ถึง เธอยืนตะลึงอยู่กับที่ ไม่ได้รับรู้เสียด้วยซ้ำว่าผู้อาวุโสของตระกูลได้เดินออกไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เขากล่าวถึง เป็นเหมือนสิ่งที่เอาไว้ใช้รับประกันชีวิตของเธอ ในยามที่ประสบอันตรายร้ายแรง เมื่อเขาอนุญาตให้สามารถใช้มันได้ แสดงว่าการแข่งขันในครั้งนี้ มันอันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน!

………………

ที่มุมลับตาคนแห่งหนึ่ง ไม่ได้ห่างจากบริเวณที่เรือเหาะจอดรออยู่มากนัก กลุ่มนักเรียนวัยรุ่นจำนวนหนึ่งกำลังยืนรวมพลกันอยู่ เป็นกลุ่มของจานีน สาวสาวผมแดงคนนั้นนั่นเอง

เสียงของนักเรียนคนหนึ่งได้ทำลายความเงียบขึ้นมา “ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ทำไมพี่ถึงไม่ยอมเปิดเผยตัวตนออกไปเสียทีล่ะ?” มันเป็นคำถามที่ยิงตรงไปที่ชายหนุ่มผมสีฟ้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา

ตามอันดับรายชื่อแล้ว ตอนนี้หนุ่มผมสีฟ้า เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่นักเรียนใหม่ แต่นอกจากการประลองเพื่อชิงอันดับที่ 1 มาจากผู้ครอบครองอันดับคนก่อนแล้ว เขาไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรอีกเลย แน่นอน! เด็กหนุ่มผมสีฟ้าคนนี้ก็คือลู่ฟง! คนที่เคยต่อสู้กับเดวิดนั่นเอง

มันเป็นเวลาหลายวินาทีเหมือนกัน ก่อนที่ลู่ฟงจะเอ่ยปากออกมา “นายรู้มั้ย? มีนักเรียนใหม่เท่าไรเข้าเรียนในสถาบันพร้อมกันกับพวกเรา?” มันเป็นคำถามที่ค่อนข้างแปลกไม่น้อยทีเดียว

จานีนและคนอื่น ๆ มองหน้ากัน ก่อนจะตอบออกมา “ถ้าหนูจำไม่ผิด ทั้งหมดน่าจะเป็น 892 คนนะ”

ลู่ฟงหัวเราะออกมาเบา ๆ “นั่นมันเป็นตัวเลขที่คนทั่วไปรู้เท่านั้นแหละ”

ทุกคนเริ่มขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อนัก ก่อนที่จะมีคนตัดสินใจถามออกมา “พี่หมายความว่า มีนักเรียนใหม่มากกว่าจำนวนที่ประกาศอย่างเป็นทางการอย่างนั้นหรือ?”

คราวนี้ลู่ฟงพยักหน้าให้กับพวกเขา สูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะกล่าวอธิบายออกมา “และคนพวกนั้น แข็งแกร่งจนกระทั่งไม่สนใจในอันดับพวกนี้เลยด้วยซ้ำ สิ่งที่พวกเขาทำ คือการฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองเท่านั้น ทรัพยากรต่าง ๆ ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างพร้อมเพียง คะแนนแค่ 10,000 จีโน ที่เป็นรางวัลของอันดับที่ 1 ไม่พอที่จะจูงใจให้พวกเขาลงมือเลยแม้แต่นิดเดียว”

ทุกคนที่เหลือในกลุ่มต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

นี่เป็นแบบเดียวกันกับที่ลู่ฟงเคยรู้สึกมาก่อน ตอนที่เขาได้ข้อมูลเหล่านี้มาจากโลกใต้ดิน มันแทบจะทำให้เขาสิ้นหวัง และล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ไปเหมือนกัน แต่สัญชาตญาณส่วนตัวของเขา ทำให้ตัดสินใจที่จะสู้ต่อ มันเป็นความหยิ่งทะนง และภาคภูมิใจในตัวเอง ที่ฝังลึกอยู่ในบุคลิกของเขา มันไม่อนุญาตให้เขายอมแพ้ง่าย ๆ ไปอย่างนี้

เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก “แต่นี่มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ใครจะเป็นคนจัดหาทรัพยากรจำนวนมากขนาดนั้นให้กับพวกเขาได้?”

ลู่ฟงเพียงเหลือบไปมองเขาด้วยหางตาเท่านั้น “เรื่องนี้ นายควรจะไปสอบถามจากทางสถาบันเอาเอง ถ้านายมีความกล้ามากพอนะ” แล้วก็กล่าวออกมาต่อ

“ในตอนที่พวกเรากำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อให้มีอันดับอยู่ในรายชื่อของผู้แข็งแกร่ง เจ้าพวกนั้นคงกำลังหัวเราะเยาะพวกเราอยู่อย่างสนุกสนาน ที่ยอมเสี่ยงชีวิตอยู่โดยไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยอย่างนี้” มือของเขากำแน่น เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง

คนอื่น ๆ ก็แสดงอาการไม่พอใจออกมาเช่นกัน จานีนถึงกับกล่าวออกมา “หนูไม่เชื่อหรอกว่าพวกนั้นจะแข็งแกร่งกว่าพวกเรา ไม่มีทางที่พวกมันจะรับมือกับหมัดสั่นฟ้าของหนูได้แน่”

ลู่ฟงเหลือบตามองไปที่เธอ “ตอนที่ลงมือต่อสู้กับคนอื่น ก็ระวังตัวเอาไว้หน่อยแล้วกัน โดยเฉพาะคนที่ยังไม่รู้ที่มาอย่างชัดเจน”

ทุกคนพยักหน้ารับคำ

“ไปกันเถอะ!!”

..................

เดวิดก้าวขึ้นเรือเหาะไปด้วยสภาพที่ไม่มีอะไรติดตัวไปด้วยเลย นอกจากเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เท่านั้น ในขณะที่มีนักเรียนหลายคน ได้รับมอบสิ่งของที่จำเป็นอย่างลับ ๆ จากผู้อาวุโสในตระกูลของตัวเองก่อนที่จะขึ้นมาในเรือเหาะแล้ว

“12 12 12..” เขาพึมพำกับตัวเองไปเรื่อย ๆ ก่อนจะพบกับที่นั่งของตัวเอง และทิ้งตัวลงนั่งอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ให้ความสนใจกับนักเรียนคนอื่นที่กำลังทยอยเดินขึ้นมา และกำลังหาที่นั่งของตัวเองอยู่เช่นกัน

ขนาดของเรือเหาะลำนี้นั้นกว้างใหญ่เป็นอย่างมาก ถ้าจำเป็นจริง ๆ มันน่าจะสามารถบรรจุผู้โดยสารได้หลายร้อยคนเลยทีเดียว มันมีที่นั่งถูกจัดวางเรียงรายเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่ได้ต่างจากเรือเหาะที่ใช้สำหรับโดยสารในเวลาปกติมากนัก เบาะที่นั่งนั้นนุ่มสบายพอสมควรทีเดียว

ตอนที่เดวิดหลับตาลง เพื่อหลบหนีจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในห้องโดยสารนี้ หูของเขาก็ได้ยินเสียงคนนั่งลงที่ด้านข้าง มันมาพร้อมกับกลิ่นหอมแปลก ๆ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งกลิ่นสตรอเบอรี่ป่า องุ่น มะลิ และดอกไม้อีกหลายชนิดที่เขาไม่รู้จัก เป็นกลิ่นหอมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่แล้วเดวิดก็ต้องรีบลืมตาขึ้นมามองไปทางด้านข้างนั้นทันที เพราะกลิ่นนี้เขาคุ้นเคยกับมันอยู่บ้าง และเขาก็ต้องสะดุ้งไปเล็กน้อย เมื่อได้เห็นคนที่นั่งอยู่ด้านข้างได้อย่างชัดเจน

“ไงเดวิด พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ..” เสียงหวาน ๆ ของฟิลลิดาดังทักทายออกมา

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 87 - เรือเหาะรูปเหยี่ยว

คัดลอกลิงก์แล้ว