เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: การต่อสู้

บทที่ 12: การต่อสู้

บทที่ 12: การต่อสู้


บทที่ 12: การต่อสู้

วันรุ่งขึ้น!

แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาราวกับลำแสงสีทองนับหมื่นสาย อาบไล้ไปทั่วผืนหมอกจนเกิดประกายระยิบระยับงดงามจับตา

ทว่า ลู่ฉางเกอกลับไม่มีเวลามาชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามเหล่านี้

"เสี่ยวหนานจื่อ เพลงหอกของเจ้าช้าเกินไปแล้ว!"

"จินกังน้อย ออกแรงให้มากกว่านี้หน่อย! ไม่ต้องกลัวว่าเสี่ยวหนานจื่อจะบาดเจ็บ มีทักษะการรักษาขั้นเทพของข้าอยู่ ตราบใดที่ไม่ถึงตาย ก็ซัดให้เต็มที่เลย"

"เสี่ยวหนานจื่อ สวนกลับไปตรงๆ เลย!"

ยามเช้าตรู่ บนลานหินกว้างกลางภูเขา มีเพียงเสียงตะโกนสั่งการของลู่ฉางเกอและเสียงการปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว

ลู่ฉางเกอยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ เหยียบย่างบนเมฆมงคลสีขาวบริสุทธิ์ เดิมทีภาพลักษณ์ดูราวกับสัตว์เทวะผู้ทรงศักดิ์ แต่ทว่าการยกแข้งยกขาชี้โบ๊ชี้เบ๊เป็นระยะๆ นั้น กลับทำลายภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามไปจนหมดสิ้น

ในสนามประลอง หนานกงอวี่กระชับหอกยาว พลิกแพลงกระบวนท่า รุกไล่จินกังน้อยให้ถอยร่น รวดเร็วปานเหยี่ยวโฉบ ปลายหอกแหวกอากาศพุ่งตรงไปยังต้นขาของจินกังน้อยอย่างดุดัน แต่น่าเสียดายที่จินกังน้อยมากด้วยประสบการณ์และมองออกในทันที มันกระโดดลอยตัวขึ้นสูง ก่อนจะทิ้งน้ำหนักพันชั่งกระทืบเท้าลงมาอย่างรุนแรง

หนานกงอวี่ตาไวและมือไว พลังของเขาไม่ขาดช่วง เร่งความเร็วพุ่งตัวหลบออกจากระยะกระทืบ ตูม! ลานหินตลบอบอวลไปด้วยฝุ่นผงในพริบตา เขาหมุนตัวกลับมาพร้อมแทงหอกออกไปอย่างต่อเนื่อง ปลายหอกเผยความคมกล้า แม้แต่จินกังน้อยที่มีผิวทองแดงกระดูกเหล็กก็ยังไม่กล้าปะทะด้วยตรงๆ

เสียงหอกสั่นสะเทือนแหวกอากาศดังหึ่งๆ หูของจินกังน้อยกระดิกเล็กน้อย แววตาคมกริบดุจคมมีด มันปล่อยหมัดออกไปรวดเร็วปานสายฟ้า คว้าด้ามหอกไว้ได้อย่างแม่นยำ แล้วกระชากเข้าหาตัวด้วยพละกำลังมหาศาล หมัดขวาที่หนักหน่วงดั่งอัสนีบาตพุ่งสวนกลับไปทันที ยากที่จะต้านทาน

หนานกงอวี่คาดไม่ถึงว่าจินกังน้อยจะกล้าคว้าหอก แรงกระชากทำให้ร่างของเขาเสียหลัก เมื่อเห็นหมัดขนาดเท่าชามแกงพุ่งเข้ามา เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับการโจมตีนี้ตรงๆ!

เสียงกระดูกลั่นดังสนั่น ร่างของเขากระเด็นลอยไปไกลหลายสิบเมตร จินกังน้อยทุบอกด้วยความสะใจ

"เยี่ยมมาก จินกังน้อยได้หนึ่งแต้ม!" เสียงพากย์สดของลู่ฉางเกอดังขึ้นทันที

ทันใดนั้น ร่างเงาหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มฝุ่นควันรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ขาขวาเหยียดตรงกวาดเตะขวางลำตัวกลางอากาศ ลูกเตะนี้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ จินกังน้อยที่กำลังดีใจตอบสนองช้าเกินไป จึงถูกเตะเข้าเต็มหน้า ร่างสูงสามเมตรล้มตึงลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น

"สวยงาม! เสี่ยวหนานจื่อได้อีกหนึ่งแต้ม!"

ลู่ฉางเกอตื่นเต้นราวกับเป็นผู้ชนะเสียเอง ก่อนจะกล่าวเสริมว่า "ถ้าใครไม่ไหวก็บอกหยุด แล้วมาให้ข้ารักษาได้นะ"

จินกังน้อยลูบหน้า ลุกขึ้นจากพื้น แล้วชูนิ้วกลางให้ลู่ฉางเกอ นี่คือ 'กระบวนท่าลับ' ที่ลู่ฉางเกอเผลอหลุดออกมาตอนกำลังคุยโว

ตอนที่จินกังน้อยได้ยินเรื่องท่านี้ครั้งแรก มันถึงกับตื่นตะลึง นึกว่าเป็นวิชาเทพเจ้า จะมีท่าที่น่ากลัวขนาดนี้ในโลกได้อย่างไร? ชัดเจนว่าไม่มีคลื่นพลังใดๆ แฝงอยู่ แต่กลับทำให้ผู้ที่ถูกกระทำรู้สึกหงุดหงิดแทบบ้าคลั่งเมื่อได้เห็น

และแล้ว จินกังน้อยก็เรียนรู้มันจนได้!

ลู่ฉางเกอก้มหน้าลงมองกีบเท้าตัวเองเงียบๆ นึกอยากจะตบปากตัวเองสักฉาดที่ปากมากเกินไป...

ชั่วพริบตา เวลาสิบวันก็ผ่านพ้นไป

อาจเป็นเพราะกลิ่นอายของลิงยักษ์ ลานหินกลางภูเขาแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนดินแดนสวรรค์ที่เงียบสงบ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว "สัตว์มงคล" ก็มักจะปรากฏตัวที่นี่บ่อยๆ!

ในเวลานี้ เสียงปะทะดังสนั่นก้องกังวานอย่างต่อเนื่องบนลานหิน พร้อมกับแสงไฟวูบวาบที่ระเบิดออกมาเป็นระยะ

"ช่วงนี้เสี่ยวหนานจื่อพัฒนาขึ้นเร็วมาก!"

"เป็นอะไรไปจินกังน้อย? ขอบเขตวิญญาณจารย์ขั้นสอง สู้กับผู้ฝึกจิตขั้นเก้า แล้วเจ้ายังจะกลัวอะไรอีก? แสดงความฮึกเหิมของเจ้าออกมาให้ข้าเห็นหน่อย!"

ลู่ฉางเกอกัดผลวิญญาณเคี้ยวตุ้ยๆ พลางหาจังหวะตะโกนบ่นพึมพำบ้างเป็นครั้งคราว ช่างเป็นงานที่หนักหนาสาหัสจริงๆ!

หลังจากผ่านการฝึกฝนและต่อสู้เสี่ยงตายมาเจ็ดวัน ทั้งหนานกงอวี่และจินกังน้อยต่างก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

'กายาศึกสังหารมาร' ของหนานกงอวี่เพิ่งก่อรูปร่าง ด้วยการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทุกวัน พลังบำเพ็ญของเขาจึงเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนจวนเจียนจะทะลวงเข้าสู่ 'ขอบเขตวิญญาณจารย์' แล้ว ความเร็วระดับนี้นับว่าน่าเหลือเชื่อ เพราะเพิ่งผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือนนับตั้งแต่เขาหายจากอาการบาดเจ็บ

ยิ่งไปกว่านั้น พรสวรรค์ของเขานั้นยอดเยี่ยม และความเข้าใจในวิชายุทธ์ก็น่าทึ่ง เคล็ดวิชา 'เพลิงผลาญโลกา' ถูกฝึกฝนจนสำเร็จ แม้แต่ทักษะยุทธ์ 'เพลงหอกอัคคีทะลุเมฆา' ก็ยังเข้าสู่ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย ต้องรู้ไว้ว่าในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาหรือทักษะยุทธ์ระดับปฐพี ล้วนยากแก่การทำความเข้าใจอย่างยิ่ง ในจุดนี้ หนานกงอวี่ถือว่าแข็งแกร่งอย่างน่ากลัว

จินกังน้อยเองก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นสองในระหว่างการต่อสู้หลายวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการที่ลู่ฉางเกอใช้แต้มรักษาช่วยมันทุกวัน ทำให้รากฐานดั้งเดิมของมันได้รับการเติมเต็ม ประโยชน์ที่ได้รับนั้นมหาศาล ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดคือร่างกายของมันแข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้นไปอีก

ลู่ฉางเกอมองดูหน้าต่างสถานะพลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

ผลพลอยได้ของเขานั้นเรียกได้ว่ามหาศาลที่สุด พลังบำเพ็ญของเขาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขั้น และความสามารถพิเศษโดยกำเนิดทั้งหมดก็ได้เลื่อนระดับเป็น 'ขั้นลึกลับ' พลังอานุภาพแม้จะไม่ถึงกับแตกต่างราวฟ้ากับเหวจากเมื่อก่อน แต่ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ 'เนตรสวรรค์ญาณทิพย์' ที่ดูเหมือนจะมีความสามารถในการแยกแยะมิตรและศัตรูเพิ่มเข้ามา

นอกจากนี้ เคล็ดวิชายังถูกอนุมานจนสมบูรณ์ ซึ่งผลาญแต้มรักษาของเขาไปถึงสามหมื่นแต้มเต็มๆ ทว่าเมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาที่ได้รับมา สามหมื่นแต้มรักษานั้นถือว่าเล็กน้อยนัก

เคล็ดวิชานี้มอบความสามารถในการควบคุมแสงจันทร์และกระแสน้ำให้แก่ลู่ฉางเกอ ทั้งยังปลุกกระบวนท่าไม้ตายอันทรงพลังขึ้นมา แต่ด้วยพลังบำเพ็ญในปัจจุบัน เขาเหยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะใชมันได้ ตามการคำนวณของเขา อย่างน้อยต้องรอให้ถึง 'ขอบเขตปรมาจารย์วิญญาณ' เสียก่อน จึงจะพอใช้มันได้เพียงเศษเสี้ยว

ในระหว่างกระบวนการอนุมาน ลู่ฉางเกอได้เห็นวิธีการใช้อำนาจแห่งแสงจันทร์และวารีอันน่าอัศจรรย์มากมาย ในความคิดของเขา ทุกกระบวนท่าล้วนเป็นท่าไม้ตายสะเทือนโลก แต่ทั้งหมดนั้นกลับเป็นเพียงลูกเล่นตื้นเขินเมื่อเทียบกับกระบวนท่านี้

หากมีใครมาบอกเขาว่านี่คือ 'เคล็ดวิชาขั้นสวรรค์' เขาคงเชื่ออย่างสนิทใจโดยไม่มีข้อกังขา

ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ลู่ฉางเกอตอบสนองอย่างรวดเร็ว พลังแห่งแสงจันทร์ระเบิดออกจากร่าง ควบแน่นเป็นโล่ป้องกันรอบตัวในพริบตา

ตูม! —

โล่จันทราสั่นไหวเล็กน้อย ประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียน ป้องกันการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้อย่างสมบูรณ์

"พวกเจ้าสองคนกล้าลอบกัดข้ารึ?"

ลู่ฉางเกอหันไปมองหนานกงอวี่ที่ถือหอก และจินกังน้อยที่กำลังหักนิ้วมือกำปั้น พลางเอ่ยอย่างเคืองๆ

มุมปากของหนานกงอวี่ยกขึ้นเล็กน้อย กล่าวว่า "เสี่ยวไป๋ เจ้าดูพวกเราสู้กันทุกวัน เจ้าเองก็น่าจะหาประสบการณ์การต่อสู้จริงบ้างนะ!"

"เหอะๆ~ ชักจะกำเริบเสิบสานแล้วสินะ? ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาพร้อมกันทั้งสองคนเลย!"

ลู่ฉางเกอหัวเราะในลำคอ หลังจากดูมาหลายวัน เขาเองก็เริ่มรู้สึก... คันไม้คันมือ (คันกีบ) ขึ้นมาบ้างแล้ว

ด้วยความแข็งแกร่งของเขา การรับมือทั้งสองคนไม่ใช่ปัญหาเลย และยังเป็นโอกาสดีที่จะทดสอบวิชาที่เพิ่งสำเร็จมาด้วย

สิ้นเสียง หนึ่งคน หนึ่งกวาง และหนึ่งวานร ก็ยืนประจันหน้ากันเป็นรูปสามเหลี่ยม ต่างฝ่ายต่างจ้องตากัน กลิ่นอายพลังระเบิดออก พลังที่มองไม่เห็นทั้งสามสายปะทะกันจนเกิดเสียงคำราม ก่อตัวเป็นพายุหมุนอยู่ตรงกลางราวกับทอร์นาโด

รอยยิ้มปรากฏขึ้นในดวงตาของลู่ฉางเกอ พลังวารีในกายพลุ่งพล่าน พายุทอร์นาโดตรงกลางแปรเปลี่ยนเป็นพายุวารีในพริบตา กวาดซัดเข้าใส่หนานกงอวี่ด้วยพลังมหาศาล

ทันใดนั้น ดวงจันทร์สีเงินก็ลอยขึ้นจากด้านหลังร่างกวาง ส่องประกายแสงเย็นเยียบ ใบมีดแสงจันทร์ขนาดมหึมาพุ่งแหวกอากาศเร็วกว่าสายฟ้าฟาดเข้าใส่จินกังน้อยที่กระโดดลอยตัวอยู่กลางอากาศ

หนานกงอวี่มองดูพายุวารีอันน่าเกรงขามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขากระแทกหอกลงกับพื้น เปลวเพลิงสีแดงฉานระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับคลื่นทะเลถาโถมเข้าใส่พายุวารี สองมือไม่หยุดนิ่ง นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามด้ามหอกราวกับกำลังมอบจิตวิญญาณให้แก่มัน หอกยาวดูเหมือนจะถูกจุดด้วยไฟสวรรค์ในทันใด ลำแสงเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวขนาดเท่าแขนควบแน่นอยู่ที่ปลายหอก

ทะลุเมฆา!

พายุวารีขนาดมหึมาชะงักกึก และในพริบตาเดียว มันก็ถูกลำแสงเพลิงอันทรงพลังทำลายจนแตกสลายกลายเป็นอณูวิญญาณและจางหายไป

อีกด้านหนึ่ง จินกังน้อยกำหมัดขวาแน่น รัศมีสีทองวูบวาบบนกำปั้น ราวกับถูกปกคลุมด้วยเกล็ดมังกร แฝงไว้ด้วยพลังทำลายและพลังป้องกันที่น่าหวาดหวั่น มันไม่แสดงความหวาดกลัวต่อใบมีดแสงจันทร์อันคมกริบแม้แต่น้อย พุ่งเข้าปะทะด้วยเสียงคำรามกึกก้อง

ปลายใบมีดแสงจันทร์แตกละเอียด แสงสีเงินกระจายว่อน ตัวใบมีดระเบิดออกอย่างรุนแรง ส่งร่างของจินกังน้อยกระเด็นไปไกลหลายเมตร

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เข้ามาอีก!"

ลู่ฉางเกอรู้สึกตื่นเต้นเลือดลมสูบฉีด ลูกผู้ชายคนไหนบ้างจะไม่อยากมีพลังพลิกฟ้าคว่ำฝนดั่งใจนึก?

หนึ่งคนและหนึ่งวานรไม่พูดพร่ำทำเพลง เร่งเร้าพลังวิญญาณ แล้วพุ่งเข้าใส่พร้อมกันในทันที

จบบทที่ บทที่ 12: การต่อสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว