เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 15 - ความฝันของไนฮุน

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 15 - ความฝันของไนฮุน

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 15 - ความฝันของไนฮุน


ฟิลลิดายิ้มออกมาอย่างสดใส และทำให้เธอยิ่งดูสวยขึ้นไปอีก “ฉันชื่อฟิลลิดา พวกนายล่ะ?”

“ไนฮุน! ไนฮุน! ฉันชื่อไนฮุน ส่วนเจ้าหมอนี่ชื่อเดวิด เป็นเกียรติของพวกเราจริง ๆ ที่ได้รู้จักกับเธอ” ช่วงแรกไนฮุนถึงกับติดอ่างไปเล็กน้อยเลยทีเดียว ก่อนที่จะกลับมากล่าวอย่างฉะฉานได้ในตอนหลัง

ฟิลลิดาเอามือปิดปากของเธอเอาไว้ มีเสียงหัวเราะคิกคักลอดออกมาให้พอได้ยิน “โอ้ เป็นชื่อที่ดี”

“พวกเราควรจะไปกันได้แล้วสินะ ดูเหมือนว่าจะมีคนใจร้อนอยู่ด้วยนี่” เธอยิ้มออกมาอีกครั้ง สายตากวาดมาที่เด็กหนุ่มทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะหยุดอยู่ที่เดวิด ที่ตอนนี้มีสภาพเหมือนกำลังจะหลับลงได้ทุกเมื่อ อ้าปากหาวอยู่หลายครั้ง ความเยือกเย็นในดวงตาของเธอเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย และเกือบที่จะควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่ได้

‘ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา’ เธอพึมพำออกมากับตัวเอง ก่อนจะหันหลังกลับ และเดินส่ายสะโพกเข้าไปในตัวเรือเหาะ

เดวิดกับไนฮุนตามเข้าไปแบบติด ๆ หลังจากเข้าไปในท้องเรือได้แล้ว ก็พบกับเก้าอี้เรียงกันอยู่เป็นแถวยาว มีคนจำนวนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้พวกนั้นแล้ว

“เอาล่ะ ฉันต้องไปขับยานแล้ว พวกนายเลือกที่นั่งกันได้ตามสบาย แล้วค่อยเจอกันนะหนุ่ม ๆ” หลังจากขยิบตาสีเขียวที่น่าดึงดูดนั่นให้พวกเขาแล้ว เธอก็หันหลังเดินไปยังห้องควบคุมของเรือเหาะทันที

ปล่อยให้ไนฮุนตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันต่อไปคนเดียว แม้ว่าจะเลือกที่นั่งได้เรียบร้อยแล้ว แต่เขาก็ยังฝันกลางวันอยู่

เดวิดไม่มีความคิดที่จะรบกวนท่าทางแปลก ๆ แต่ก็ดูน่าสนใจดีของไนฮุนเลย เขาเพียงแต่เฝ้ามองดูความรู้สึกต่าง ๆ ที่แสดงออกมาบนใบหน้าอย่างเพลิดเพลิน ไม่แน่ใจว่าฟิลลิดาจะรู้หรือเปล่าว่าที่เธอทำไปเมื่อครู่นี้ทำให้ความคิดของเด็กหนุ่มคนหนึ่งฟุ้งซ่านไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่าเธอแข็งแกร่งแค่ไหน เพราะยังไม่รู้เลยว่าความแข็งแกร่ง หรือพลังของโลกนี้เป็นอย่างไรกันแน่ แต่สิ่งที่เขาแน่ใจเป็นอย่างมากอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ถ้าฟิลลิดารู้ว่าไนฮุนกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว รับรองได้ว่า ไนฮุนไม่ได้ตายดีแน่!

“เฮ้! หยุดเพ้อได้แล้ว” เดวิดขัดจังหวะความคิดของเขาในที่สุด ยื่นมือออกมาตบหน้าของไนฮุนเบา ๆ

“โอ้ว! ทำไมต้องตีกันด้วย!” เขาเอามือลูบไปที่หน้าตัวเอง พร้อมกับจ้องหน้าเดวิดอย่างหาเรื่อง

“นายตั้งสติตัวเองให้ดีหน่อยดีกว่า สิ่งที่นายกำลังคิดอยู่ อาจจะทำให้ถึงตายได้เลยนะ” เดวิดคำรามเตือนออกมา

ไนฮุนสะดุ้งกับคำเตือนนั้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเยาะออกมา แล้วหันหน้าออกมาพึมพำกับตัวเอง ‘ดูเหมือนว่าฉันจะโดนดูถูกเข้าเสียแล้ว’

“บอกฉันมาหน่อย นายทำยังไงถึงได้เรียกเรือเหาะนี้ลงไปได้ โดยไม่ได้ใช้ป้ายประจำตัว?” เดวิดพิงตัวเองเข้ากับพนักเก้าอี้นุ่ม ๆ ที่นั่งอยู่ แล้วเอ่ยปากถามออกมา ความรู้สึกตอนนี้คือสบายเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเก้าอี้ตัวนี้ทำมาจากอะไร มันนั่งสบายกว่าตัวที่เขามีอยู่บนโลกเก่าเยอะมาก บางทีมันอาจจะเป็นหนังของตัวอะไรสักอย่าง

“แล้วทำไมฉันจะต้องบอกนายด้วย? นายไม่ยอมอ่านคู่มือนักเรียนให้จบเอง แต่เลือกที่จะมาถามเอากับฉันเนี่ยนะ อย่างนี้ต้องคิดเงินกันหน่อยแล้ว” ไนฮุนตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง ในหัวของเขาบอกอยู่ตลอดว่าตอนนี้เขากำลังลืมอะไรไปบางอย่าง แต่ตอนนี้เขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้น แต่เลือกที่จะจ้องหน้าเดวิดเขม็งแทน

เดวิดเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย และรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ไม่นึกว่าไนฮุนจะกลายเป็นคนกล้าขึ้นมาในตอนนี้ได้

‘อืม! สงสัยความรักจะทำให้คนเรากล้าขึ้นได้บ้างล่ะนะ’ เขาคิดอยู่ในใจกับตัวเอง และไม่ได้คิดจะทำอะไรกับเรื่องนี้ เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าสติสตังของไนฮุนจะยังไม่ได้กลับมาเต็มร้อยนัก

“แล้วฉันจะอ่านมันให้จบทีหลัง ตกลงมั้ย? แต่ตอนนี้นายช่วยบอกฉันมาก่อนเถอะ ว่านายเรียกเรือเหาะนี่ลงไปได้ยังไง? ไม่เห็นว่านายจะทำอะไรสักอย่างเลย? ได้โปรดเถอะ”

ไนฮุนสั่นหัวของเขาเบา ๆ เหมือนว่ากำลังจะกำจัดความคิดอะไรบางอย่างในหัวออกไป ก่อนที่จะเอ่ยตอบออกมา

“เหตุผลที่ฉันดูเหมือนว่าไม่ต้องทำอะไรเลยก็ง่ายมาก ฉันได้อัพเกรดระบบส่วนตัวของตัวเองให้เปลี่ยนเป็นระดับ 2 เรียบร้อยแล้ว และมันอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถสั่งการ AI ได้ด้วยคลื่นสมองโดยตรง ไม่ต้องพูดออกเสียงอีกต่อไป” เขาตอบเดวิดออกมาตามตรง

“โอ้!” เดวิดเข้าใจในที่สุด ว่าทำไมตอนนั้นไนฮุนถึงได้ยืนนิ่ง ๆ อยู่กับที่ และพร้อมกันนั้นเอง เขาก็เกิดสงสัยขึ้นมาทันที แล้วทำไมเขาถึงสามารถใช้คลื่นสมองสื่อสารกับ AI ได้โดยไม่ต้องอัพเกรดระบบล่ะ หรือว่าเขาเป็นคนพิเศษ? ดูเหมือนว่าทางสถาบันจะยอมรับพรสวรรค์ของเขาตั้งแต่ต้น และรู้ว่าเขานั้นมีค่าแค่ไหน? เมื่อคิดไปเรื่อย ๆ หน้าของเขาก็เริ่มกลายเป็นหลงตัวเองออกมา

“แต่นักเรียนที่มีพรสวรรค์ระดับ 3 ดาว จะได้รับการอัพเกรดระบบโดยตรงทันที 2 ระดับ ตั้งแต่ตอนที่ลงทะเบียนวัดระดับกับทางสถาบันเสร็จสิ้น พวกเขาได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าระดับ 1 ดาวกับ 2 ดาวมาก”

‘อ้อ! เป็นเพราะอย่างนี้เองเหรอ?’ เดวิดคิดต่อ ตอนนี้เขามีระดับ 3 ดาว อยากจะรู้จริง ๆ ว่าถ้าเขามีระดับ 5 ดาว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง บางทีอาจจะได้อะไร ๆ ที่ดีกว่าตอนนี้มากขึ้นไปอีก

การจะอัพเกรดระบบส่วนตัวขึ้นไปเป็นระดับ 2 จะต้องจ่ายด้วยคะแนนจีโนจำนวน 10 คะแนน และจากระดับ 2 ไประดับ 3 จะต้องจ่ายถึง 100 คะแนนจีโนเลยทีเดียว และมันต้องการ 1,000 คะแนนจีโนในการทำให้เป็นระดับ 4 สุดท้ายแล้ว! ถ้าต้องการให้ระบบอัพเกรดขึ้นไปเป็นระดับ 5 จะต้องมีคะแนนจีโนอย่างน้อย 10,000 คะแนนเลยทีเดียว

ค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดที่สูงแบบนี้ ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่จะอัพเกรดระบบส่วนตัวของพวกเขาถึงแค่ระดับที่ 3 เท่านั้น เพราะเมื่อจบการศึกษา และออกจากสถาบัน พวกเขาจะโดนเรียก AI กลับคืนไป มันเป็นการสูญเสียคะแนนจีโนไปอย่างไม่สมเหตุสมผล ถ้าจะใช้มันไปยกระดับอะไรที่ไม่ใช่ของ ๆ ตัวเองไปตลอด

มันสามารถกล่าวออกมาได้เลยว่า มีแต่นักเรียนที่มีพรสวรรค์ระดับ 3 ขึ้นไปเท่านั้น ที่ได้รับการอับเกรดระบบได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะคนที่มีพรสวรรค์ระดับ 5 จะได้รับการอัพเกรดระบบไปที่ระดับ 5 โดยอัตโนมัติเลยทันที ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ระดับที่สูงสุด แต่มันก็ยังสูงพอที่จะมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลในระดับเดียวกันกับอาจารย์บางคนของสถาบันเลยทีเดียว

สิทธิพิเศษของผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ 5 ดาวนั้นไม่สามารถกล่าวออกมาด้วยคำพูดได้หมด จริง ๆ แล้ว เดวิดน่าจะเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับนี้ เพียงแต่ว่าเขาเสียโอกาสนั้นไปเนื่องจากความขี้ลืมของตัวเอง หรือบางทีอาจจะบอกได้ว่า เพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถาบันเลยจะถูกต้องกว่า

ตัวเรือเหาะเริ่มสั่น เสียงหวาน ๆ ที่คุ้นเคยดังออกมาจากด้านหน้าของเรือเหาะ “นั่งกันให้ดี ๆ พวกเราจะออกตัวกันแล้ว”

เครื่องส่งกำลังที่อยู่ด้านข้างเรือเหาะเริ่มทำงาน ค่อย ๆ ยกตัวเรือให้ลอยขึ้นมาจากพื้นดิน

วูซซ!

แล้วมันก็เร่งความเร็วของตัวเองขึ้นอย่างกะทันหัน แรงกระชากจากความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของมัน ทำให้ผู้โดยสารบางคน อ้อ! ก็คือเดวิดกับไนฮุนนั่นแหละ ที่ไม่เคยโดยสารเรือเหาะมาก่อน และไม่ได้ระวังตัวให้ดี ถูกแรงกระชากนั้นดึงตัวไปกระแทกกับพนักพิงอย่างแรง สถานการณ์ของเดวิดนั้นดีกว่าเล็กน้อย เพราะเขายังพอที่จะคว้าที่วางแขนเอาไว้ได้ทัน แต่ไนฮุนไม่ได้โชคดีขนาดนั้น เขาถูกแรงดึงอันมหาศาลนั่นทำให้ขาลอยขึ้นจากพื้นขึ้นมาอยู่เหนือหัว และเกือบจะตีลังกาข้ามที่นั่งของตัวเองไปด้านหลังอยู่แล้ว

แต่ก็ยังดี ที่พวกเขานั้นนั่งกันอยู่ที่แถวหลังสุด ทำให้ถึงแม้ว่าจะน่าอายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไร เพราะไม่ค่อยมีใครเห็นมากนัก อืม! ถ้าจะให้พูดอย่างถูกต้องจริง ๆ ไม่มีคนแปลกหน้าคนไหนเห็นไนฮุนอยู่ในสภาพแบบนั้นเลย

เมื่อไนฮุนเหลือบมองไปที่ข้างตัวเขา เห็นว่าปากของเดวิดกำลังบิดอยู่ไม่หยุด ดวงตาก็เต็มไปด้วยความขบขัน ทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมา

“ถ้าอยากจะหัวเราะก็เต็มที่เลย ไม่ต้องกลั้นเอาไว้หรอก”

ริมฝีปากของเดวิดเม้มลงอย่างเต็มที่ เขาพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่หลุดหัวเราะออกมา และในที่สุด เขาก็เอ่ยปากถามไนฮุนที่ตอนนี้นั่งเงียบอย่างผิดปกติออกมาได้ “นายโอเคมั้ย?”

“อืม! ฉันไม่เป็นไร” เขาตอบกลับไปอย่างนั้น แต่ในใจนั้นกับกลัดกลุ้มอยู่ไม่น้อย ในหัวของเขาคิดอยู่แต่ว่า ถ้าฟิลลิดาเห็นเขาอยู่ในสภาพแบบนั้นล่ะ มันต้องน่าอายมากแน่ ๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ สาเหตุมันมีอยู่แค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เขาไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเรือเหาะเลย ถ้าอย่างนั้น....เป้าหมายอย่างที่ 2 ของเขาในตอนนี้ได้ถูกตั้งขึ้นมาแล้ว เขาจะต้องซื้อเรือเหาะนี่มาเป็นของตัวเองให้ได้

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 15 - ความฝันของไนฮุน

คัดลอกลิงก์แล้ว